หน้าแรก » 🇹🇭 Stage – สตาช
Visit: September 8, 2022
🇹🇭 Stage - สตาช
👨🏻🍳 Chef Jay Sangsingkeaw - เชฟสายนิสา แสงสิงแก้ว (เชฟเจย์)
359/2 Ekamai Complex, Sukhumvit 63, North Khlongtan, Wattana, Bangkok, Thailand 10110
Tel: 02-002-5253
Cuisine
🍴 European Contemporary - อาหารยุโรปร่วมสมัย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
13.5/20
Price
Stage เป็นห้องอาหารสไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ในซอกเล็ก ๆ ย่านเอกมัย หน้าร้านโดดเด่นด้วยประตูไม้บานใหญ่พร้อมกับโลโก้รูปหมวกเชฟและรูกุญแจ ภายในตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินเข้มสลับกันกับสีขาวโดยมีโต๊ะเปลือยช่วยเสริมให้บรรยากาศดูหรูหราแต่ไม่ทิ้งความแคชชวลในเวลาเดียวกัน ตรงกลางเป็นครัวเปิดแบบ Open Kitchen โดยลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ในทุก ๆ ขั้นตอน เชฟเจ้าของร้านตั้งใจใช้ชื่อ Stage ที่แปลว่า Internship หรือการฝึกงานสื่อถึงการรวมตัวของทีมเชฟมากประสบการณ์ผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับ MICHELIN Star มาแล้วนั่นเอง
อาหารที่ Stage เกิดจากการหยิบยกเมนูพื้นบ้านจากทั่วทั้งยุโรปมาปัดฝุ่นแปลงโฉมเสียใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ Tasting Menu ชุดปัจจุบันที่เชฟให้ชื่อว่า Stage Experience 8.0 นำเสนออกมาในรูปแบบ 4 Course ที่ราคา 1,900++ สำหรับให้ลูกค้าสองคนเลือกชิมได้แตกต่างกันหรือจะเป็นแบบ Fixed Course นำเสนอมาทั้ง 7 และ 10 Course ที่ราคา 3,500++ และ 4,900++ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมี Supplements Serving อย่างเช่น Caviar และ Our Signature Truffle Hot Dog รวมไปถึง Special of The Day ให้ลิ้มลองกันอีกด้วย จานที่เราประทับใจในวันนี้อย่างเช่น
Pappardelle Ripiene หรือเส้นพาสต้าที่ได้สีแดงจากมะเขือเทศ ตรงกลางเส้นสอดไส้หางวัวที่ผ่านการเตรียมมาจนนุ่ม เพิ่มมิติความกรอบด้วยเกล็ดขนมปังกรอบและ Sautéed Tuscan Kale วางประดับไว้ที่ 6 และ 12 นาฬิกา แผ่นสีขาวใสคือ Lardo หรือไขมันสัตว์ สุดท้ายคือ Cheese Bubble มีลักษณะเป็นโฟมสีขาวฝั่งขวามือนั่นเอง (14/20)
ของหวานจานหลักคือ Horlicks Ice Cream หรือเครื่องดื่ม White Malt จากประเทศอังกฤษจับคู่กับความอุมามิของ Kristal Caviar ด้านล่างคือเจลลี่และผลขององุ่น Muscat นั่นเอง เชฟเสิร์ฟมาคู่กับขนมปัง Lovage Cracker กรอบท็อปด้วยเมล็ด Lavender ให้รับประทานคู่กัน (14/20)
ถึงแม้อาหารที่ Stage จะเต็มไปด้วยเทคนิคอันแพรวพราวแต่ในบางคอร์สอาจมีจุดสังเกตในแง่ของความกลมกล่อมและความลงตัวของการผสมผสานรสชาติ ภายในร้านมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ตกแต่งออกมาได้อย่างสวยงามและอบอุ่น ราคาอาหารค่อนข้างสูง ส่วนพนักงานบริการดีและสามารถตอบคำถามได้อย่างเหมาะสม
Price :
1,900-4,900++/p
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
12.00-14.30 และ 18.00-24.00 (Last Order 20.30)
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารที่เต็มไปด้วยการจับคู่วัตถุดิบและรสชาติที่แปลกใหม่
อาหาร :
13.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 STAGE EXPERIENCE 8.0 (1,900++/p)
Tarte aux Champignons
Gruyère Gougères
Millet Crab Cake
Pappardelle Ripiene di Coda / Chesse Bubble / Lardo
Line-caught Sea Bream / XO Crust / Wild Mushrooms
Caviar / Horlicks / Grape
À LA CARTE
Our Signature Truffle Hot Dog (450++)
Stage – สตาช
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์
European Contemporary – อาหารยุโรปร่วมสมัย
Chef Jay Sangsingkeaw – เชฟสายนิสา แสงสิงแก้ว (เชฟเจย์)
Gruyère Gougères
มื้ออาหารเริ่มต้นด้วย Amuse Bouche เรียกน้ำย่อยอย่างแรกคือ Gougères เป็นแป้ง Choux อบขนาดจิ๋วด้านในสอดไส้ Gyryère Cheese ตามสูตรดั้งเดิม
Millet Crab Cake
ต่อด้วย Crab Cake ข้าวฟ่างที่มีกลิ่นหอมของเนื้อปู ด้านบนโรยด้วยผงบีทรูทให้สีแดงสวยงาม
Tarte aux Champignons
ทาร์ตเห็ดกระดุมแป้งบางกรอบตัดกันกับความนุ่มของเนื้อเห็ดฝานบางเสริมด้วยรสชาติหวานของ Onion Compote (13/20)
Pork Jowl Bacon / Black Garlic & Apple / Horseradish Snow
เนื้อส่วนสันคอหมูที่เชฟนำไปทำเป็นเบคอนจับคู่รสชาติกับกระเทียมดำหอม ๆ และ Apple Purée รสชาติออกเปรี้ยว เพิ่มมิติความกรอบด้วย Charred Kohralbi และ Pumpkin Chip ยังมีองค์ประกอบของสมุนไพรต่าง ๆ และ Horseradish Snow ช่วยเรียกความสดชื่นให้กับจานนี้ได้อีกด้วย (13/20)
Pappardelle Ripiene di Coda / Chesse Bubble / Lardo
Pappardelle Ripiene หรือเส้นพาสต้าที่ได้สีแดงจากมะเขือเทศ ตรงกลางเส้นสอดไส้หางวัวที่ผ่านการเตรียมมาจนนุ่ม เพิ่มมิติความกรอบด้วยเกล็ดขนมปังกรอบและ Sautéed Tuscan Kale วางประดับไว้ที่ 6 และ 12 นาฬิกา แผ่นสีขาวใสคือ Lardo หรือไขมันสัตว์ สุดท้ายคือ Cheese Bubble มีลักษณะเป็นโฟมสีขาวฝั่งขวามือนั่นเอง (14/20)
Glazed Quail / Pop Rice / Beetroot Chips
Main Course จานแรกคือนกกระทาเสิร์ฟมาเป็นส่วนอกและขา เชฟนำไป Glazed กับ Salted Caramel จนสักพอเหมาะจากนั้นเทราดด้วย Salted Caramel Sauce รสชาติเข้มข้น ฝั่งซ้ายคือ Deep Fried Quail Egg กรอบนอกนุ่มใน ด้านล่างรองด้วย Artichoke Purée ให้รสชาติหวานที่พอเหมาะ ยังมีความกรอบจาก Pop Rice และแผ่น Beetroot Chips สีแดงอีกด้วย (14/20)
Line-caught Sea Bream / XO Crust / Wild Mushrooms
ปลา Sea Bream นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสที่เชฟผสมผสานความเป็นจีนด้วย XO Crust เป็นเลเยอร์กรอบ ๆ ที่ด้านบน ยังมีองค์ประกอบของ XO Sauce Quenelle ช่วยเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ตรงกลางคือ Wild Girolle Mushroom นำเข้าจากประเทศฝรั่วเศสผัดจนสุกพอดี องค์ประกอบสุดท้ายคือ Sweet Pea Sphere ที่จะแตกออกมาเป็นซอสเมื่อเอาช้อนตัดออก ทั้งนี้เชฟพยายามใส่กลิ่นของเบคอนลงไปอีกด้วย เนื้อปลาสุกกำลังดีเสริมด้วยรสชาติที่ชัดเจนของ XO Sauce อย่างไรก็ตามเรารู้สึกว่านอกจากเทคนิคการทำ Sphere แล้วรสชาติของถั่วกลับลดทอนความเข้มข้นของ XO Sauce ลงอย่างมากและยังไม่มีรสชาติตรงกลางที่ช่วยเชื่อมความเผ็ดและเค็มของ XO Sauce กับความเบาทางรสชาติของ Sweet Pea Sphere จุดนี้ทำเราแอบเสียดายอยู่พอสมควรเช่นกัน (13/20)
Our Signature Truffle Hot Dog (450++)
สำหรับใครที่ไม่อิ่มสามารถสั่งคอร์สพิเศษอย่างขนมปัง Hot Dog สูตร Signature ด้านในคือไส้กรอกหมูรสชาติติดเปรี้ยวบาง ๆ ท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิลขูดมาให้จนล้นขนมปัง ข้างกันคือมันฝรั่งทอดและซอส Mayo ในซอง อย่างไรก็ตามเรารู้สึกว่า Earthy Aroma ของทรัฟเฟิลจะเด่นมากเกินกว่าองค์ประกอบอื่น ๆ ไปพอสมควร (13/20)
Bread & Butter
ขนมปัง Sourdough และ Pain Pavé เสิร์ฟมาคู่กับ Salted Mushroom Butter หรือเนยเค็มที่มีกลิ่นหอมของเห็ดและ Plain French Butter จากประเทศฝรั่งเศส
Palate Cleaser
ล้างปากด้วยชาอู่หลงที่ Infused ด้วยกลิ่นหอมของลิ้นจี่เสิร์ฟมาอุ่น ๆ ในถ้วยชา
Cheese Platter
ปิดท้ายด้วยคอร์สชีส 3 ชนิดคือ Brie Cheese, Fontal และ Parmigiano Reggiano เสิร์ฟมาคู่กับน้ำผึ้ง, Spice Bread และ Wild Berry Jam
Caviar / Horlicks / Grape
ของหวานจานหลักคือ Horlicks Ice Cream หรือเครื่องดื่ม White Malt จากประเทศอังกฤษจับคู่กับความอุมามิของ Kristal Caviar ด้านล่างคือเจลลี่และผลขององุ่น Muscat นั่นเอง (14/20)
Caviar / Horlicks / Grape
เชฟเสิร์ฟมาคู่กับขนมปัง Lovage Cracker กรอบท็อปด้วยเมล็ด Lavender ให้รับประทานคู่กัน (14/20)
Caviar / Horlicks / Grape
เชฟเสิร์ฟมาคู่กับขนมปัง Lovage Cracker กรอบท็อปด้วยเมล็ด Lavender ให้รับประทานคู่กัน (14/20)
อาหารที่ Stage เกิดจากการหยิบยกเมนูพื้นบ้านจากทั่วทั้งยุโรปมาปัดฝุ่นแปลงโฉมเสียใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ Tasting Menu ชุดปัจจุบันที่เชฟให้ชื่อว่า Stage Experience 8.0 นำเสนออกมาในรูปแบบ 4 Course ที่ราคา 1,900++ สำหรับให้ลูกค้าสองคนเลือกชิมได้แตกต่างกันหรือจะเป็นแบบ Fixed Course นำเสนอมาทั้ง 7 และ 10 Course ที่ราคา 3,500++ และ 4,900++ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมี Supplements Serving อย่างเช่น Caviar และ Our Signature Truffle Hot Dog รวมไปถึง Special of The Day ให้ลิ้มลองกันอีกด้วย
ภายในตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินเข้มสลับกันกับสีขาวโดยมีโต๊ะเปลือยช่วยเสริมให้บรรยากาศดูหรูหราแต่ไม่ทิ้งความแคชชวลในเวลาเดียวกัน
Stage เป็นห้องอาหารสไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ในซอกเล็ก ๆ ย่านเอกมัย
ถึงแม้อาหารที่ Stage จะเต็มไปด้วยเทคนิคอันแพรวพราวแต่ในบางคอร์สอาจมีจุดสังเกตในแง่ของความกลมกล่อมและความลงตัวของการผสมผสานรสชาติ
ภายในร้านมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ตกแต่งออกมาได้อย่างสวยงามและอบอุ่น ราคาอาหารค่อนข้างสูง ส่วนพนักงานบริการดีและสามารถตอบคำถามได้อย่างเหมาะสม
ตรงกลางเป็นครัวเปิดแบบ Open Kitchen โดยลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ในทุก ๆ ขั้นตอน
เชฟเจ้าของร้านตั้งใจใช้ชื่อ Stage ที่แปลว่า Internship หรือการฝึกงานสื่อถึงการรวมตัวของทีมเชฟมากประสบการณ์ผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับ MICHELIN Star มาแล้วนั่นเอง
หน้าร้านโดดเด่นด้วยประตูไม้บานใหญ่พร้อมกับโลโก้รูปหมวกเชฟและรูกุญแจ