Visit: September 25, 2025

🇫🇷 La Table de Franck Putelat - ลา ตาเบลอ เดอ ฟรองก์ ปูเตอลา

👨🏻‍🍳 Chef Franck Putelat - เชฟฟรองก์ ปูเตอลา

80 chemin des Anglais, au Sud de la Cité, Carcassonne, 11000, France

Tel: (+33) 4 68 71 80 80

Cuisine

🍴 Modern Cuisine, Creative - อาหารโมเดิร์น, อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

France

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16/20

Price

3/5
          

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในเชฟผู้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในแถบฝรั่งเศสตอนใต้โดยตัวร้านมีตำแหน่งตั้งอยู่ใกล้กันกับ Carcassonne ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกหรือ UNESCO World Heritage Sites อีกด้วย

          
🎗️ [THE PLACE] Hôtel Le Parc Franck Putelat เป็นโรงแรมขนาด 7 ห้องที่ตั้งอยู่ห่างจากทางเข้าเมืองยุคกลาง Carcassonne เพียง 500 เมตรโดยมีจุดเด่นคือห้องอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาพักผ่อนพร้อมกันกับวางแผนเที่ยวเมืองเก่ามรดกโลกไปพร้อม ๆ กัน หลังจากจอดรถลูกค้าจะพบกับแผนกตรวจสอบการจองและเลาจน์สำหรับเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยค็อกเทลหรือแชมเปญสักแก้ว ถัดเข้าไปเป็นห้องรับประทานอาหารหลักที่ประกอบไปด้วยโต๊ะไม้และเก้าอี้หมุน พื้นที่โดยรอบตกแต่งแบบไม่หวือหวานักโดยมีพื้นที่ตรงกลางที่ใช้สำหรับเป็นจุกพักเสิร์ฟผ้ากันเปื้อน, ขนมปัง หรือแม้กระทั่งชีส นอกจากนี้เชฟ Franck Putelat ยังเป็นเจ้าของอีกหนึ่งโรงแรมคือ Hôtel Pont Levis by Franck Putelat ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปเพียง 850 เมตรอีกด้วย

🎗️ [THE CHEF] Franck Putelat เกิดในปี 1969 ที่เมือง Dole ในแคว้น Jura เขาเริ่มต้นฝึกงานที่ L’Hôtel de France กับเชฟ René Conrod ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟ Roger Petit ส่วนประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงนั้นเขาเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Le Taillevent (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อยู่ราว 1 ปีและห้องอาหาร Georges Blanc (3 MICHELIN Stars) อีก 5 ปีก่อนที่ Orient-Express Hotels Ltd. (ปัจจุบันคือ Belmond) จะชักชวนให้เขาย้ายมาร่วมงานกับ L’Hôtel de la Cité และควบคุมห้องอาหาร La Barbacane โดยเขาสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ระหว่างปี 2002 ถึง 2006 โดยในระหว่างนี้เขายังคว้ารางวัลเหรียญเงิน Bocuse d’Argent มาครองได้อีกด้วย ต่อมาในปี 2007 เขาตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Le Parc – Franck Putelat และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2012 และรางวัล Meilleur ouvrier de France ในปี 2018 อีกเช่นกัน

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Franck Putelat นำเสนออาหารโมเดิร์นที่มีรสชาติเข้มข้นและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์โดยมี Signature Dish ที่สร้างชื่อให้กับเขามากมายโดยเฉพาะการนำเสนอ Bouillabaisse, Cassoulet และ Tartar มาในรูปแบบของตัวเอง ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 58-75 € ซึ่งจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ Set Menu ทั้ง 4 แบบที่เชฟใช้ชื่อว่า Classique / Fiction เริ่มต้นจาก Classique / Fiction (60 €) ที่นำเสนอเมนคอร์สและขนมหวานอย่างละ 1 จาน ถัดมาคือ Classique / Fiction In 4 Walks Between Land And Sea (120 €) และ Classique / Fiction In 6 Walk Between Land And Sea (175 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันอังคาร-ศุกร์ ส่วนใครที่มาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับ Classique / Fiction In 6 Walk Between Land And Sea (175 €) และ Classique / Fiction In 8 Escapes From The Peaks To The Tides (225 €) ซึ่งจะมีจำนวนคอร์สเพิ่มมากขึ้นตามชื่อของแต่ละเซ็ตนั่นเอง ตัวอย่างเมนูจานที่โดดเด่นอย่างเช่น

✨ PARMENTIER…
Mediterranean Sea fig, shampire smoked potato, shell
เริ่มต้นจาก Parmentier ที่เชฟนำเสนอมาเป็นมันฝรั่งรมควันท็อปด้านบนด้วยคาเวียร์คุณภาพสูงให้รสชาติเค็มละมุน ด้านในมีหอย Bigu ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบตัดกันกับความเบาของมันฝรั่งและคาเวียร์ จากนั้นเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นชิปส์มันฝรั่งโฮมเมดที่ด้านบน (17/20)

✨ CASSOULET…
Claypot cooked Pigeon filet, stuffed pigeon leg, dried tuna
หนึ่งใน Signature Dish ประจำตัวของเชฟ Franck Putelat คือการหยิบยกเมนูพื้นบ้านของนคร Carcassonne อย่าง Cassoulet มานำเสนอในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เนื้อนกพิราบเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium-Rare ด้านล่างรองด้วย Cassoulet Purée เนื้อเนียนและซอส Pigeon Jus ที่มีอโรมาหอม ๆ ของปลาทูน่าและรสชาติที่รสชาติเข้มข้น ในถ้วยเล็กคือขานกพิราบย่างแล้วเสิร์ฟมากับปลาทูน่าแห้งและถั่วขาวแบบต้นตำรับ (17/20)

✨ GIN-TO…
Citrus, juniper, Alpha Gin
ของหวานจานหลักในเซ็ตเมนูได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Gin Tonic ตรงกลางคือไอศกรีมรองด้านล่างด้วย Granita ที่มีกลิ่นและความสดชื่นของแตงกวา ชิ้นเค้กและอีมัลชั่นมีอโรมาของเลมอนและเหล้า Alpha Gin สุดท้ายคือผงจูนิเปอร์ที่โรยท็อปไว้ที่ด้านบน (17/20)

🎗️ [WHY GO] La Table de Franck Putelat เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับใช้ฝากท้องสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองเก่ามาดกโลกโดยตัวเชฟสามารถหยิบยกเมนูคลาสสิคที่เหล่านักชิมคุ้นหูกันดีมานำเสนอในรูปแบบโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังมีราคา Set Menu ที่สมเหตุสมผลอีกด้วย

Price :

60-225 €

Parking :

จอดรถที่ Hôtel Le Parc Franck Putelat

Operating Time :

12.15-12.45, 19.30-20.45 Closed on Sun-Mon

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารโมเดิร์นใกล้กันกับเมืองเก่ามรดกโลก

อาหาร :

16

ราคา :

3/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

4/5

Map

📃 CLASSIQUE / FICTION IN 6 WALKS BETWEEN LAND AND SEA (175 €)

          
PARMENTIER…
Mediterranean Sea fig, shampire smoked potato, shell

VIERGE…
Oyster from Giol, egg from Coume Sourde farm, Pressed caviar, crispy chicken skin, mertensia

POIVRADE
Fish of the day at the return of the auction, timut pepper Cyril’s vinegar, smoked shallot

CASSOULET…
Claypot cooked Pigeon filet, stuffed pigeon leg, dried tuna

FROMAGES…
From here and elsewhere

GIN-TO…
Citrus, juniper, Alpha Gin

📃 SUBSTITUTION

CHOCOLAT À LA CUILLÈRE…
From the Dominican Republic, button mushroom, Sponge cake, lemon gel

🇫🇷 La Table de Franck Putelat – ลา ตาเบลอ เดอ ฟรองก์ ปูเตอลา

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🏵️🏵️🏵️🏵️ 17/20 Gault&Millau – 17/20 โก&มีโย

🍫 Passion Dessert – อาหารหวานโดดเด่นโดยเชฟมากฝีมือ

🍴 Modern Cuisine, Creative – อาหารโมเดิร์น, อาหารเชิงสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Franck Putelat – เชฟฟรองก์ ปูเตอลา

WHITE TEA

เชฟต้อนรับลูกค้าทุกคนด้วย White Tea จากประเทศเวียดนามเสิร์ฟมาอุ่น ๆ

AMUSE BOUCHE

เริ่มต้นด้วยเห็ด Girolle เสิร์ฟมาในถ้วยทรงของเห็ดชนิดเดียวกัน เชฟนำเสนอเป็นมูสเนื้อเนียนละมุนตัดรสชาติด้วย Pickles (16/20)

AMUSE BOUCHE

ถัดมาคือบิสกิตกรอบที่มีอโรมาหอม ๆ ของเคเปอร์ ด้านบนท็อปด้วยเนื้อลูกวัวและปลาทูน่า (16/20)

AMUSE BOUCHE

หอยแมลงภู่นุ่มหนึบวางมาคู่กับใบ Sage ด้านบนท็อปด้วย Pommes Soufflé เพิ่มความกรอบ ด้านล่างมีองค์ประกอบของผักหลายชนิด (16/20)

AMUSE BOUCHE

Tartelette จิ๋วท็อปด้วยชิ้นบีทรูทบาง ๆ ที่มีความสู้ฟันเล็กน้อย (16/20)

BREAD

ขนมปังอย่างแรกคือ Puffed Bread ที่มีอโรมาหอม ๆ ของ Lemon และ Thyme ข้าง ๆ คือน้ำมันมะกอก Arbequina ที่มีกลิ่นและอโรมาเฉพาะตัว

BREAD

ถัดมาคือขนมปังจากรถเข็นประกอบไปด้วย Country Bread, Cereal Bread, Spelt Bread, Rye Bread และ White Bread

BREAD

สำหรับเนยประกอบไปด้วย Vinegar Butter, Buckwheat Butter และ Salted Butter

PARMENTIER…
Mediterranean Sea fig, shampire smoked potato, shell

เริ่มต้นจาก Parmentier ที่เชฟนำเสนอมาเป็นมันฝรั่งรมควันท็อปด้านบนด้วยคาเวียร์คุณภาพสูงให้รสชาติเค็มละมุน ด้านในมีหอย Bigu ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบตัดกันกับความเบาของมันฝรั่งและคาเวียร์ จากนั้นเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นชิปส์มันฝรั่งโฮมเมดที่ด้านบน (17/20)

VIERGE…
Oyster from Giol, egg from Coume Sourde farm, Pressed caviar, crispy chicken skin, mertensia

หอยรางรมจากผู้ผลิตตระกูล Giol ในเมือง La Seyne-sur-Mer เสิร์ฟมาแบบสด ๆ เย็น ๆ ท็อปด้านบนด้วยอีมัลชั่นของหอยนางรม ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของไก่ต๊อก Guinea Fowl จากนั้นพนักงานจะเทราด Sauce Vierge ที่เตรียมมาจากน้ำมันมะกอก, ไข่จาก Coume Sourde Farm, สาคู, คาเวียร์, ไข่ปลา และเมล็ดทับทิมสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันได้อย่างหลากหลาย รสชาติของซอสมีความเข้มข้น อย่างไรก็ตามหอยนางรมชิ้นโตที่ใส่มายังมีอุณหภูมิและโทนของความเป็นทะเลซึ่งโดดขึ้นมาจากองค์ประกอบอื่น ๆ อยู่บ้าง (15/20)

POIVRADE
Fish of the day at the return of the auction, timut pepper Cyril’s vinegar, smoked shallot

Sauce Poivrade หรือซอสพริกไทยดำเป็นเมนูที่เชฟนำเสนอชิ้นปลา Sea Bass จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนย่างมาสุกพอเหมาะจับคู่กับรสชาติของหอมแดงเผา นอกจากนี้ยังมีเพียวเรหอมแดงที่ผ่านการรมควันเพียงเล็กน้อยแล้วปรุงรสด้วยพริกไทย Timut สุดท้ายคือซอสกระดูกปลาให้รสชาติที่เข้มข้น (16/20)

CASSOULET…
Claypot cooked Pigeon filet, stuffed pigeon leg, dried tuna

สำหรับเมนคอร์สพนักงานจะเอามีดมาให้เลือกกันก่อน

CASSOULET…
Claypot cooked Pigeon filet, stuffed pigeon leg, dried tuna

จากนั้นพนักงานจะมาเสิร์ฟและเตรียมนกให้ชมกันที่โต๊ะ (17/20)

CASSOULET…
Claypot cooked Pigeon filet, stuffed pigeon leg, dried tuna

หนึ่งใน Signature Dish ประจำตัวของเชฟ Franck Putelat คือการหยิบยกเมนูพื้นบ้านของนคร Carcassonne อย่าง Cassoulet มานำเสนอในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ (17/20)

CASSOULET…
Claypot cooked Pigeon filet, stuffed pigeon leg, dried tuna

เนื้อนกพิราบเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium-Rare ด้านล่างรองด้วย Cassoulet Purée เนื้อเนียนและซอส Pigeon Jus ที่มีอโรมาหอม ๆ ของปลาทูน่าและรสชาติที่รสชาติเข้มข้น (17/20)

CASSOULET…
Claypot cooked Pigeon filet, stuffed pigeon leg, dried tuna

ในถ้วยเล็กคือขานกพิราบย่างแล้วเสิร์ฟมากับปลาทูน่าแห้งและถั่วขาวแบบต้นตำรับ (17/20)

FROMAGES…
From here and elsewhere

จากนั้นเป็นคิวของชีสหลายชนิดทั้งชีสท้องถิ่นและชีสจากภูมิภาคอื่น ๆ เสิร์ฟมาบนรถคันใหญ่

FROMAGES…
From here and elsewhere

พนักงานจะแนะนำและจัดเรียงมาให้บนจานแบบพร้อมชิม

PRE-DESSERT

ล้างปากด้วย Pain Perdu ท็อปด้านบนด้วยคาเวียร์มาแบบล้น ๆ (15/20)

PRE-DESSERT

พนักงานจะเสิร์ฟมาให้ปาดกับครีมและเจลซิตรัสนั่นเอง (15/20)

PRE-DESSERT

ต่อด้วย Chocolate Ganache พันล้อมรอบด้วยแผ่นสาหร่ายคล้ายกันกับซูชิโรล ในนี้ยังมีถั่วฮาเซลนัทคั่วใส่มาอีกด้วย (15/20)

GIN-TO…
Citrus, juniper, Alpha Gin

ของหวานจานหลักในเซ็ตเมนูได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Gin Tonic ตรงกลางคือไอศกรีมรองด้านล่างด้วย Granita ที่มีกลิ่นและความสดชื่นของแตงกวา ชิ้นเค้กและอีมัลชั่นมีอโรมาของเลมอนและเหล้า Alpha Gin สุดท้ายคือผงจูนิเปอร์ที่โรยท็อปไว้ที่ด้านบน (17/20)

CHOCOLAT À LA CUILLÈRE…
From the Dominican Republic, button mushroom, Sponge cake, lemon gel

ของหวานอีกจานที่เราได้ลองในวันนี้คือช็อกโกแลตในรูปแบบของมูสเนื้อเนียนและเห็ดกระดุมฝานบาง ด้านล่างรองด้วยสปองเค้กและเจลเลมอน เชฟเสิร์ฟมากับไอศกรีมเห็ด Ceps ก่อนจะเทราดซอสที่เตรียมขึ้นมาจากช็อกโกแลตและน้ำมันมะกอกที่มีอโรมาของ Marigold ลงไป (17/20)

ของหวานสำหรับผู้ที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ

MIGNARDISES

ปิดท้ายด้วย Chocolate หลายอย่างและ Coating ที่บรรจุเหล้า Green Chartreuse อยู่ด้านใน

ของฝากกลับบ้าน

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคา 864 €/4 คน

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เรานะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในเชฟผู้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในแถบฝรั่งเศสตอนใต้โดยตัวร้านมีตำแหน่งตั้งอยู่ใกล้กันกับ Carcassonne ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลกหรือ UNESCO World Heritage Sites อีกด้วย

🎗️ [THE PLACE] Hôtel Le Parc Franck Putelat เป็นโรงแรมขนาด 7 ห้องที่ตั้งอยู่ห่างจากทางเข้าเมืองยุคกลาง Carcassonne เพียง 500 เมตรโดยมีจุดเด่นคือห้องอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาพักผ่อนพร้อมกันกับวางแผนเที่ยวเมืองเก่ามรดกโลกไปพร้อม ๆ กัน

ห้องรับประทานอาหารหลักประกอบไปด้วยโต๊ะไม้และเก้าอี้หมุน

พื้นที่โดยรอบตกแต่งแบบไม่หวือหวานักโดยมีพื้นที่ตรงกลางที่ใช้สำหรับเป็นจุกพักเสิร์ฟผ้ากันเปื้อน, ขนมปัง หรือแม้กระทั่งชีส

นอกจากนี้เชฟ Franck Putelat ยังเป็นเจ้าของอีกหนึ่งโรงแรมคือ Hôtel Pont Levis by Franck Putelat ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปเพียง 850 เมตรอีกด้วย

หลังจากจอดรถลูกค้าจะพบกับแผนกตรวจสอบการจองและเลาจน์สำหรับเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยค็อกเทลหรือแชมเปญสักแก้ว

🎗️ [THE CHEF] Franck Putelat เกิดในปี 1969 ที่เมือง Dole ในแคว้น Jura เขาเริ่มต้นฝึกงานที่ L’Hôtel de France กับเชฟ René Conrod ต่อด้วยการร่วมงานกับเชฟ Roger Petit ส่วนประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงนั้นเขาเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Le Taillevent (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) อยู่ราว 1 ปีและห้องอาหาร Georges Blanc (3 MICHELIN Stars) อีก 5 ปีก่อนที่ Orient-Express Hotels Ltd. (ปัจจุบันคือ Belmond) จะชักชวนให้เขาย้ายมาร่วมงานกับ L’Hôtel de la Cité และควบคุมห้องอาหาร La Barbacane โดยเขาสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ระหว่างปี 2002 ถึง 2006 โดยในระหว่างนี้เขายังคว้ารางวัลเหรียญเงิน Bocuse d’Argent มาครองได้อีกด้วย ต่อมาในปี 2007 เขาตัดสินใจเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Le Parc – Franck Putelat และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2012 และรางวัล Meilleur ouvrier de France ในปี 2018 อีกเช่นกัน

🎗️ [THE FOOD] เชฟ Franck Putelat นำเสนออาหารโมเดิร์นที่มีรสชาติเข้มข้นและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์โดยมี Signature Dish ที่สร้างชื่อให้กับเขามากมายโดยเฉพาะนำเสนอ Bouillabaisse, Cassoulet และ Tartar มาในรูปแบบของตัวเอง ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 58-75 € ซึ่งจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ Set Menu ทั้ง 4 แบบที่เชฟใช้ชื่อว่า Classique / Fiction เริ่มต้นจาก Classique / Fiction (60 €) ที่นำเสนอเมนคอร์สและขนมหวานอย่างละ 1 จาน ถัดมาคือ Classique / Fiction In 4 Walks Between Land And Sea (120 €) และ Classique / Fiction In 6 Walk Between Land And Sea (175 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันอังคาร-ศุกร์ ส่วนใครที่มาในช่วงมื้อค่ำสามารถเพลิดเพลินไปกับ Classique / Fiction In 6 Walk Between Land And Sea (175 €) และ Classique / Fiction In 8 Escapes From The Peaks To The Tides (225 €) ซึ่งจะมีจำนวนคอร์สเพิ่มมากขึ้นตามชื่อของแต่ละเซ็ตนั่นเอง

🎗️ [WHY GO] La Table de Franck Putelat เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับใช้ฝากท้องสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองเก่ามาดกโลกโดยตัวเชฟสามารถหยิบยกเมนูคลาสสิคที่เหล่านักชิมคุ้นหูกันดีมานำเสนอในรูปแบบโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังมีราคา Set Menu ที่สมเหตุสมผลอีกด้วย