Visit: September 20, 2024

🇫🇷 Pollen - โพลเลน

👨🏻‍🍳 Chef Mathieu Desmarest - เชฟมาธิเยอ เดแมเรส

18 rue Joseph-Vernet, Avignon, 84000, France

Tel: (+33) 4 86 34 93 74

Cuisine

🍴 Modern cuisine - อาหารโมเดิร์น

Country

France

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

15/20

Price

4/5
          

🎗️ Pollen เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2018 โดยตัวร้านประกอบไปด้วยทีมเชฟเพียง 4 คนในช่วงแรกก่อนจะขยับขยายจนมีพนักงานทั้งร้านรวมกันกว่า 33 คนและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Sar มาครองในปี 2022 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ตัวร้านตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ใจกลางเมือง Avignon ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Palais des Papes เพียง 600 เมตร ภายในร้านตกแต่งให้มีความแคชวลสังเกตได้จากโต๊ะไม้ไร้ซึ่งผ้าปูโดยมีครัวแบบเปิดขนาดใหญ่เป็นจุดดึงดูดสายตาลูกค้าทุกคน

          
🎗️ Mathieu Desmarest เป็นเชฟมากความสามารถผู้เคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำมาแล้วหลายแห่งเช่น Paul Bocuse (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ Le Pré Catelan (3 MICHELIN Stars) ตัดสินใจย้ายมาเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยนำเสนออาหารในรูปแบบ Surprise Menu สไตล์โมเดิร์นตามวัตถุดิบท้องถิ่นที่หามาได้ในแต่ละวันได้อย่างน่าสนใจ สำหรับใครที่แวะมาในช่วงมื้อกลางวันทางร้านนำเสนอ Menu Carte Blanche ‘Déjeuner’ (60 €) ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ความคุ้มค่า ส่วนเราซึ่งมาในช่วงเย็นทางร้านจะมีตัวเลือกให้ 2 แบบคือ Menu Carte Blanche (120 €) และ Grand Menu Carte Blanche (150 €) รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นจำนวนมากที่มีจุดเด่นคือความคุ้มค่า ส่วนเมนูที่โดดเด่นอย่างเช่น

✨ L’Aquarelle de légumes, Beurre d’agrumes.
หนึ่งใน Signature Dish ของเชฟที่ไม่เคยถูกถอดออกจากรายการเมนูคือ L’Aquarelle de Légumes ซึ่งประกอบไปด้วยกลีบดอกไม้ ผักหลายชนิด สมุนไพร ผลไม้ชนิดเดียวคือลูกแพร์ ด้านล่างมีครีมบลอคโคลี่ ผักแต่ละชนิดให้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป จากนั้นราดด้วยซอสเนยซิตรัสให้รสเปรี้ยวและความมันที่พอเหมาะ (15/20)

✨ Lotte nacrée façon Rossini, jus de favouilles au vin rouge.
Haricots coco sauce vermouth, œufs de hareng fumé.
ปลา Monkfish ย่างแล้วท็อปด้วยฟัวกราส์เสิร์ฟมาในสไตล์ Rossini’s จากนั้นราดด้วยซอสที่ผสมผสานน้ำสต๊อกของกุ้งล็อบสเตอร์และไวน์แดงเข้าด้วยกันสร้างรสชาติที่เข้มข้นมากขึ้นกว่าจานปลาทั่ว ๆ ไป ในจานข้าง ๆ ยังมีผักปวยเล้ง ถั่วขาว ซอสไวน์ขาว Vermouth และไข่ปลาแฮร์ริง (15/20)

✨ Ganache tendre Tuma Yellow, streusel, livèche, fleur de sel.
ของหวานเสิร์ฟมาพร้อมกันหลายอย่าง จานแรกคือขนมปังเสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส เชฟยังจับคู่กับยีสต์ไอศกรีมอีกด้วย ในจานสีฟ้าคือผักหลายชนิดเสิร์ฟมากับใบชิโสะและมะนาวดำให้รสชาติเปรี้ยว ยังมีซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากเลมอนและใบชิโสะ ส่วนด้านล่างคือบิสกิตชุ่มซอสซอสที่ผสมผสานวานิลลา พริกไทย และใบชิโสะเข้าด้วยกัน ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลต Tuma Yellow เข้มข้นจับคู่กับรสชาติของเซเลอรี่และความเค็มของดอกเกลือ (16/20)

🎗️ อาหารที่เราได้ชิมในวันนี้อาจมีระดับความซับซ้อนไม่มากนักแต่ทุกจานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังให้รสชาติที่เข้าถึงง่ายจากลูกค้าทุก ๆ กลุ่มเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนัดเพื่อน ๆ หรือคนรู้ใจมาสังสรรหรือเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ ขอแนะนำให้เผื่อเวลาจองล่วงหน้าสัก 3 อาทิตย์เพราะตัวร้านถูกจองเต็มในทุก ๆ วัน ส่วนใครที่พลาดจองแล้วอยากชิมฝีมือของเชฟ Mathieu Desmarest ก็สามารถแวะไปที่อีกหนึ่งห้องอาหารเปิดใหม่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันอย่าง Bibendum (😋 Bib Gourmand) ก็ได้เช่นกัน

Price :

60-150 €

Parking :

จอดรถที่ Parking Indigo Avignon Oratoire

Operating Time :

Lunch 12:00-13:30, Dinner 19:30-21:30, Closed on Wed, Sat & Sun

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารโมเดิร์นที่หยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นมารังสรรค์เป็นเมนูใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

อาหาร :

15

ราคา :

4/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

4/5

Map

📃 MENU CARTE BLANCHE (120 €)

          
Comme un gaspacho, sablé parmesan.

Mousse de Potimarron, graines de moutarde.

Beurre foisonné au paprika fumé, foccacia.

Cromesquis d’escargots de Bourgogne aux herbes.

Maigre de Méditerranée cru, mariné au citron, lait fermenté fumé, herbes marines.

L’Aquarelle de légumes, Beurre d’agrumes.

Lotte nacrée façon Rossini, jus de favouilles au vin rouge.

Haricots coco sauce vermouth, œufs de hareng fumé.

Pigeon, cassis.

Ganache tendre Tuma Yellow, streusel, livèche, fleur de sel.

Pralipain.

Biscuit imbibé, agrumes, main de bouddha, sorbet citron shizo.

🇫🇷 Pollen – โพลเลน

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

🏵️🏵️🏵️ 15/20 Gault&Millau – 15/20 โก&มีโย

🍴 Modern cuisine – อาหารโมเดิร์น

👨🏻‍🍳 Chef Mathieu Desmarest – เชฟมาธิเยอ เดแมเรส

🎗️ Pollen เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2018 โดยตัวร้านประกอบไปด้วยทีมเชฟเพียง 4 คนในช่วงแรกก่อนจะขยับขยายจนมีพนักงานทั้งร้านรวมกันกว่า 33 คนและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Sar มาครองในปี 2022 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

Amuse-bouche

Amuse-bouche เสิร์ฟมาพร้อมกันหลายอย่าง

Comme un gaspacho, sablé parmesan.

Sablé หรือแผ่นบิสกิตกรอบเตรียมมาจากชีสพาเมซาน ด้านบนท็อปด้วย Gazpacho มะเขือที่จะแตกระเบิดออกในปากให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิและอุณหภูมิที่เย็นสดชื่นผสานเข้ากันกับแองโชวี่ชิ้นจิ๋ว (15/20)

Mousse de Potimarron, graines de moutarde.

มูสฟักทองเนื้อเนียนให้รสชาติหวานตัดกันกับความฉุนของเมล็ดมัสตาร์ดและน้ำมันฮาเซลนัท (15/20)

Beurre foisonné au paprika fumé, foccacia.

ขนมปัง Focaccia โฮมเมดจับคู่มากับเนยปาปริก้ารมควัน (15/20)

Cromesquis d’escargots de Bourgogne aux herbes.

Cromesquis มีลักษณะเป็นบอลทรงกลมทอดสอดไส้หอยทากรลุกเคล้ากับสมุนไพรอยู่ด้านใน อย่างไรก็ตามชิ้นที่เราได้ชิมถือว่าอมน้ำมันอยู่บ้าง (15/20)

Maigre de Méditerranée cru, mariné au citron, lait fermenté fumé, herbes marines.

ปลาซีบรีมจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล่แล้วดองในน้ำเลมอน เชฟเสิร์ฟมาแบบดิบควบคู่ไปกับซอสนมรมควันที่มีความหอม มัน เย็น สดชื่น และไม่หนักท้อง เชฟเพิ่มมิติความกรอบด้วยแผ่นแตงกวาม้วน สมุนไพร และ Agastache (15/20)

Sourdough

ขนมปังซาวโดคลาสสิค

L’Aquarelle de légumes, Beurre d’agrumes.

หนึ่งใน Signature Dish ของเชฟที่ไม่เคยถูกถอดออกจากรายการเมนูคือ L’Aquarelle de Légumes ซึ่งประกอบไปด้วยกลีบดอกไม้ ผักหลายชนิด สมุนไพร ผลไม้ชนิดเดียวคือลูกแพร์ ด้านล่างมีครีมบลอคโคลี่ ผักแต่ละชนิดให้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป จากนั้นราดด้วยซอสเนยซิตรัสให้รสเปรี้ยวและความมันที่พอเหมาะ (15/20)

Lotte nacrée façon Rossini, jus de favouilles au vin rouge.
Haricots coco sauce vermouth, œufs de hareng fumé.

ถัดมาคือเมนูปลาอย่าง Monkfish และ Foie Gras (15/20)

Lotte nacrée façon Rossini, jus de favouilles au vin rouge.
Haricots coco sauce vermouth, œufs de hareng fumé.

ปลา Monkfish ย่างแล้วท็อปด้วยฟัวกราส์เสิร์ฟมาในสไตล์ Rossini’s จากนั้นราดด้วยซอสที่ผสมผสานน้ำสต๊อกของกุ้งล็อบสเตอร์และไวน์แดงเข้าด้วยกันสร้างรสชาติที่เข้มข้นมากขึ้นกว่าจานปลาทั่ว ๆ ไป (15/20)

Lotte nacrée façon Rossini, jus de favouilles au vin rouge.
Haricots coco sauce vermouth, œufs de hareng fumé.

ในจานข้าง ๆ ยังมีผักปวยเล้ง ถั่วขาว ซอสไวน์ขาว Vermouth และไข่ปลาแฮร์ริง (15/20)

Pigeon, cassis.

อกนกพิราบเสิร์ฟมาที่ความสุกมีเดียมแรร์ควบคู่ไปกับขานกและหัวใจ นกข้าง ๆ คือแผ่นกรอบและซอสบลูเบอร์รี่รสเปรี้ยว เชฟใส่หัวหอมเข้ามาด้วยเพื่อเพิ่มความหวานได้เล็กน้อย (14/20)

Ganache tendre Tuma Yellow, streusel, livèche, fleur de sel.

ของหวานเสิร์ฟมาพร้อมกันหลายอย่าง (16/20)

Pralipain.

จานแรกคือขนมปังเสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส เชฟยังจับคู่กับยีสต์ไอศกรีมอีกด้วย (16/20)

Biscuit imbibé, agrumes, main de bouddha, sorbet citron shizo.

ในจานสีฟ้าคือผักหลายชนิดเสิร์ฟมากับใบชิโสะและมะนาวดำให้รสชาติเปรี้ยว ยังมีซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากเลมอนและใบชิโสะ ส่วนด้านล่างคือบิสกิตชุ่มซอสซอสที่ผสมผสานวานิลลา พริกไทย และใบชิโสะเข้าด้วยกัน (16/20)

Ganache tendre Tuma Yellow, streusel, livèche, fleur de sel.

ช็อกโกแลต Tuma Yellow เข้มข้นจับคู่กับรสชาติของเซเลอรี่และความเค็มของดอกเกลือ (16/20)

Mignardises

ปิดท้ายด้วย Chocolate Shortbread เสิร์ฟมากับ Coulis ที่เตรียมมาจากราสเบอร์รี่และลูก Fig ข้าง ๆ คือ Lolipop ที่เตรียมมาจาก Pâte de Fruit วานิลลาและลูกแพร์

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคา 508 €/4 pp

สำหรับใครที่แวะมาในช่วงมื้อกลางวันทางร้านนำเสนอ Menu Carte Blanche ‘Déjeuner’ (60 €) ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ความคุ้มค่า ส่วนเราซึ่งมาในช่วงเย็นทางร้านจะมีตัวเลือกให้ 2 แบบคือ Menu Carte Blanche (120 €) และ Grand Menu Carte Blanche (150 €) รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นจำนวนมากที่มีจุดเด่นคือความคุ้มค่า

ตัวร้านตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ใจกลางเมือง Avignon ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Palais des Papes เพียง 600 เมตร

ภายในร้านตกแต่งให้มีความแคชวลสังเกตได้จากโต๊ะไม้ไร้ซึ่งผ้าปูโดยมีครัวแบบเปิดขนาดใหญ่เป็นจุดดึงดูดสายตาลูกค้าทุกคน

🎗️ Mathieu Desmarest เป็นเชฟมากความสามารถผู้เคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำมาแล้วหลายแห่งเช่น Paul Bocuse (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ Le Pré Catelan (3 MICHELIN Stars) ตัดสินใจย้ายมาเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยนำเสนออาหารในรูปแบบ Surprise Menu สไตล์โมเดิร์นตามวัตถุดิบท้องถิ่นที่หามาได้ในแต่ละวันได้อย่างน่าสนใจ

หน้าร้าน

ป้ายรางวัล

🎗️ อาหารที่เราได้ชิมในวันนี้อาจมีระดับความซับซ้อนไม่มากนักแต่ทุกจานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทั้งยังให้รสชาติที่เข้าถึงง่ายจากลูกค้าทุก ๆ กลุ่มเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนัดเพื่อน ๆ หรือคนรู้ใจมาสังสรรหรือเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ ขอแนะนำให้เผื่อเวลาจองล่วงหน้าสัก 3 อาทิตย์เพราะตัวร้านถูกจองเต็มในทุก ๆ วัน ส่วนใครที่พลาดจองแล้วอยากชิมฝีมือของเชฟ Mathieu Desmarest ก็สามารถแวะไปที่อีกหนึ่งห้องอาหารเปิดใหม่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันอย่าง Bibendum (😋 Bib Gourmand) ก็ได้เช่นกัน