Visit: June 6, 2024

🇫🇷 Py-r - ปิ-แยร์

👨🏻‍🍳 Chef Pierre Lambinon - เชฟปิแยร์ แลมบีนง

19 descente de la Halle-aux-Poissons, Toulouse, 31000, France

Tel: (+33) 5 61 25 51 52

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

France

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

15.5/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารในนคร Toulouse ของเชฟหนุ่มที่สามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

          
🎗 [THE PLACE] เพื่อน ๆ สามารถจอดรถได้ที่ Parking Indigo Toulouse Esquirol แล้วเดินต่อมายังตัวร้านซึ่งตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ใกล้กันกับสะพาน Pont Neuf หลังจากนั้นพนักงานจะพาเราเดินเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารหลักที่ตั้งอยู่ลึกลงไปด้านล่าง พื้นที่ในร้านไม่กว้างมากนักและมีเพดานค่อนข้างต่ำอาจทำมห้หลายคนรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาวตัดกันกับพื้นสีดำ โคมไฟทรงกลมห้อยลงมาจากเพดานส่องสว่างให้กับพื้นที่โดยรอบ

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Pierre Lambinon จบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมก่อนจะเริ่มต้นเรียนรู้เทคนิคการเตรียมอาหารระดับสูงกับห้องอาหารหลายแห่งของเชฟ Alain Ducasse จากนั้นเขาเปิดร้านอาหาร Py-r เป็นของตัวเองในปี 2009 ในขณะที่เขามีอายุได้เพียง 22 ปีและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2016 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2020 สไตล์ของอาหารที่นี่คือ Creative โดยการนำเสนออาหารออกมาเป็นรอบ ๆ เริ่มต้นจาก Mise en scène ชิ้นเล็ก ๆ จำนวนมากก่อนจะเข้าสู่อาหารจานหลักและขนมหวาน ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Projection (158 €) และ Spectacle (188 €) ส่วนจานที่น่าสนใจอย่างเช่น

✨ Flétan, marinière-coquillages
ปลาฮาลิบัตย่างเสิร์ฟมากับแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากดีหมึก ข้างคันคือซอสสีชมพูที่เตรียมมาจากแรดิชดอง ซอสสีเขียวเตรียมมาจากพาสลีย์และทาร์รากอน จุดสีดำคือองค์ประกอบของงาดำบดละเอียด ยังมีสาหร่ายบดละเอียดคลุกเคล้ากับวาซาบิท็อปด้านบนด้วยแรดิชฝานบาง ถัดมาคือชิ้นหอยแมลงภู่ท็อปด้านบนด้วยแผ่นบาง ๆ ที่เตรียมมาจากเนื้อหมึก เชฟเสิร์ฟมากับ Marinière หรือซอสรสชาติกลมกล่อมที่เตรียมมาจากหอยและไวน์ขาว ปลา Rockfish เนื้อสัมผัสเคี้ยวหรือสู้ฟันจับคู่มากับ Rockfish Jus รสชาติเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีอโรมาหอม ๆ ของแซฟรอนและน้ำมันพาสลีย์ เชฟเพิ่มมิติทางเดินสัมผัสด้วยการใส่ใจของแก่นตะวันทอดมาอีกด้วย (16/20)

✨ Petit dessert
สตรอว์เบอร์รี่เสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบทร่แตกต่างกันตั้งแต่ผลสตรอว์เบอร์รี่ปรุงให้สุกจนนุ่มและซอร์เบท์ จากนั้นคลุมทุกองค์ประกอยด้วยไวท์ช็อกโกแลตและครีม Blancmanger ไข่ขาวเนื้อเนียน ยังมีสตรอว์เบอร์รี่สดและโฟมสตรอว์เบอร์รี่ใส่มาด้วย จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสสตรอว์เบอร์รี่ลงไปรอบ ๆ จาน (16/20)

🎗 [WHY GO] อาหารแต่ละจานมีการใส่เทคนิคระดับสูงที่น่าสนใจโดยเฉพาะ Mise en scène อย่างไรก็ตามรสชาติและองค์ประกอบในอาหารจานหลักยังไม่กลมกลืนกันได้ดีนัก รายการไวน์มีให้เลือกอยู่พอสมควร ราคาอาหารจัดว่าอยู่ในระดับปานกลางเนื่องมาจากจำนวนคอร์สที่ไม่เยอะมากนัก อย่าลืมจองโต๊ะมาก่อนล่วงหน้าเพราะตัวร้านได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาเหล่านักชิมท้องถิ่น

Price :

158-188 €

Parking :

จอดรถที่ Parking Indigo Toulouse Esquirol

Operating Time :

Lunch Fri 12.00-13.00, Dinner 19.30-24.00, Closed on Sat-Sun

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารเชิงสร้างสรรค์ใจกลางนคร Toulouse

อาหาร :

15.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

4/5

Map

📃 PROJECTION (158 €)

          
Mise en scène

Flétan, marinière-coquillages

Merlu de ligne, jeunes pousses

Petit dessert

🇫🇷 Py-r – ปิ-แยร์

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🏵️🏵️🏵️ 15/20 Gault&Millau – 15/20 โก&มีโย

🍴 Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Pierre Lambinon – เชฟปิแยร์ แลมบีนง

Mise en scène

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Mise en scène มีลักษณะเป็นของว่างเรียกน้ำย่อยเสิร์ฟมาคอร์สใหญ่พร้อม ๆ กัน (15/20)

Mise en scène

ชิ้นแรกคือ Marshmallow ที่มีอโรมาหอม ๆ ของดอก Violet (15/20)

Mise en scène

ถัดมาคือ Pillow กรอบ ๆ ที่มีกลิ่นหอมของดีหมึก (15/20)

Mise en scène

แป้งกรอบ ๆ ที่บรรจุความหวานของสตรอว์เบอร์รี่ผสานเข้ากันกับความครีมมี่ของอโวคาโดและน้ำส้มสายชูบัลซามิค (15/20)

Mise en scène

สองชิ้นนี้คือ Spring Roll หรือปอเปี๊ยะสดที่ใส่ปลาทูน่าแห้งมาด้วย ข้าง ๆ กัน Beignet แป้งนุ่มสีดำเตรียมมาจากงาดำ จับคู่กับความหวานของ Italian Meringe (15/20)

Mise en scène

Bao หรือซาลาเปามิโสะ-กะหล่ำปลี เสิร์ฟมากับคางกุ้งกรอบ ๆ (15/20)

Mise en scène

Trout Egg หรือไข่ปลาเทร้าต์เสิร์ฟมากับ Chickpea Hammus ในโคนทรงกรวย (15/20)

Mise en scène

หอยนางรมสด ๆ เสิร์ฟมากับโฟม Cider และหอมแดงช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี (15/20)

Mise en scène

เนื้อเป็ดจับคู่กับงาและวาซาบิให้รสชาติที่แปลกแต่ยังต้องตั้งคำถามถึงความเข้ากันของแต่ละองค์ประกอบ (15/20)

Mise en scène

Carpaccio เนื้อวัวเคี้ยวหนึบจับคู่กับชีสพาเมซานรสเค็ม (15/20)

Mise en scène

Foie Gras สุดครีมมี่เสิร์ฟมาโดยมีเนื้อสัมผัสกรอบที่ผิวชั้นนอก (15/20)

Mise en scène

แผ่นกรอบเตรียมมาจากหลากหลายองค์ประกอบเช่นบีทรูท, มันฝรั่ง, มันฝรั่ง-หอมแดง พาเมซาน และพาเมซาน-มะกอก ยังมีเนยที่เตรียมมาจากกระเทียมดำ, ไขมันเป็ด, เลมอนกับทาร์รากอน, เนยจืด และเนยเค็มจากแคว้น Normandie (15/20)

Mise en scène

ครีมปลา Haddock รมควันจับคู่กับรสชาติของแตงกวา (15/20)

Mise en scène

ปิดท้ายด้วยน้ำแตงกวาและมิ้นต์ (15/20)

Bread

คั่นกลางด้วยคอร์สของขนมปังและเนย

Mise en scène

จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟ Mise en scène ชุดที่สองมาพร้อมกัน (16/20)

Mise en scène

ถั่ว Yellow Beans ท็อปด้านบนด้วยแก้มหมู Guanciale ด้านบนท็อปด้วย เชอร์รี่ที่ผ่านการ Reduction จนงวด เชฟใส่ชิ้น Blueberries และซอสไข่แดงมาที่ด้านบน (16/20)

Mise en scène

ฟัวกราส์เสิร์ฟมากับบีทรูทซอร์เบท์และบีทรูทดอง ข้าง ๆ คือโฟมสีเขียวที่เตรียมมาจากพาสลีย์ (16/20)

Mise en scène

Chicken Broth หรือซุปไก่ที่ผ่านการ Clarified ด้วยไข่ขาวจนมีสีใสและเนื้อสัมผัสข้นหนืด (16/20)

Mise en scène

แคนเนลโลนีเสิร์ฟมากับหมูและไส้กรอกเลือดหรือ Bourdain Noir ให้อโรมาเฉพาะตัว เชฟตัดด้วยรสชาติหวานเบา ๆ ของข้าวโพดจาก Polenta Foam (16/20)

Mise en scène

หนวดหมึกยักษ์เนื้อหนึบจับคู่มากับอโวคาโดและกีวี่สด (16/20)

Mise en scène

น้ำมะพร้าวเสิร์ฟมาโดยมีอโรมาของพริกไทยดำ สมุนไพร น้ำมัน และเนื้อแห้งเคี้ยวหนึบ (16/20)

Mise en scène

ครีม Chorizo เนื้อเนียนที่มีความเค็มจากเนื้อปลาแมคเคอเรลและเกล็ดขนมปังกรอบ (16/20)

Bread

พนักงานจะเสิร์ฟขนมปังมาให้เพิ่ม

Flétan, marinière-coquillages

Flétan, marinière-coquillages

ปลาฮาลิบัตย่างเสิร์ฟมากับแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากดีหมึก ข้างคันคือซอสสีชมพูที่เตรียมมาจากแรดิชดอง ซอสสีเขียวเตรียมมาจากพาสลีย์และทาร์รากอน จุดสีดำคือองค์ประกอบของงาดำบดละเอียด ยังมีสาหร่ายบดละเอียดคลุกเคล้ากับวาซาบิท็อปด้านบนด้วยแรดิชฝานบาง (16/20)

Flétan, marinière-coquillages

ถัดมาคือชิ้นหอยแมลงภู่ท็อปด้านบนด้วยแผ่นบาง ๆ ที่เตรียมมาจากเนื้อหมึก เชฟเสิร์ฟมากับ Marinière หรือซอสรสชาติกลมกล่อมที่เตรียมมาจากหอยและไวน์ขาว (16/20)

Flétan, marinière-coquillages

ปลา Rockfish เนื้อสัมผัสเคี้ยวหรือสู้ฟันจับคู่มากับ Rockfish Jus รสชาติเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีอโรมาหอม ๆ ของแซฟรอนและน้ำมันพาสลีย์ เชฟเพิ่มมิติทางเดินสัมผัสด้วยการใส่ใจของแก่นตะวันทอดมาอีกด้วย (16/20)

Merlu de ligne, jeunes pousses

ปลา Hake จากนคร Saint-Jean-de-Luz จับคู่มากับซอส 2 สีที่เตรียมมาจากแอปเปิ้ลและเฟนเนล ยังมีทาร์รากอนบดละเอียดเป็นแมชเนื้อเนียนให้รสชาติของฤดูใบไม้ผลิ (15/20)

ใครที่ไม่รับประทานปลาทางร้านจะจัดเสิร์ฟเนื้อเป็ดมาแทน

Petit dessert

สตรอว์เบอร์รี่เสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบทร่แตกต่างกันตั้งแต่ผลสตรอว์เบอร์รี่ปรุงให้สุกจนนุ่มและซอร์เบท์ จากนั้นคลุมทุกองค์ประกอยด้วยไวท์ช็อกโกแลตและครีม Blancmanger ไข่ขาวเนื้อเนียน ยังมีสตรอว์เบอร์รี่สดและโฟมสตรอว์เบอร์รี่ใส่มาด้วย จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสสตรอว์เบอร์รี่ลงไปรอบ ๆ จาน (16/20)

Petit dessert

เค้กถั่วฮาเซลนัทเสิร์ฟมากับช็อกโกแลต 75 % ด้านบนท็อปด้วยครีมกาแฟ ยังมีถั่วฮาเซลนัทสด ถั่วฮาเซลนัทย่าง ช็อกโกแลตมูส แผ่นช็อกโกแลตกรอบ และซอสกาแฟเข้มข้นจาก El Salvador (15/20)

Mignardises

Mignardises

Cream ที่ผ่านกระบวนการ Jellified กับ Madagascar Vanilla

Mignardises

ช็อกโกแลตพราลีนทรงโดมเตรียมมาจากถั่วฮาเซลนัทและอังมอนด์ ส่วนอีกชิ้นยาวเตรียมมาจากมะพร้าว

Mignardises

เพสต์ที่เตรียมมาจากยี่หร่าและมะม่วงท็อปด้านบนด้วยเลมอน

Mignardises

ต่อกันด้วย Lemon Fruit Paste

Mignardises

ปิดท้ายด้วย Namelaka ชิ้นจิ๋ว

รายการเครื่องดื่มในมื้อนี้

💰 ราคา 406 €

🎗 [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารในนคร Toulouse ของเชฟหนุ่มที่สามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

🎗 [THE PLACE] เพื่อน ๆ สามารถจอดรถได้ที่ Parking Indigo Toulouse Esquirol แล้วเดินต่อมายังตัวร้านซึ่งตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ใกล้กันกับสะพาน Pont Neuf

หลังจากนั้นพนักงานจะพาเราเดินเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารหลักที่ตั้งอยู่ลึกลงไปด้านล่าง

พื้นที่ในร้านไม่กว้างมากนักและมีเพดานค่อนข้างต่ำอาจทำมห้หลายคนรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง

ภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาวตัดกันกับพื้นสีดำ

โคมไฟทรงกลมห้อยลงมาจากเพดานส่องสว่างให้กับพื้นที่โดยรอบ

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Pierre Lambinon จบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมก่อนจะเริ่มต้นเรียนรู้เทคนิคการเตรียมอาหารระดับสูงกับห้องอาหารหลายแห่งของเชฟ Alain Ducasse จากนั้นเขาเปิดร้านอาหาร Py-r เป็นของตัวเองในปี 2009 ในขณะที่เขามีอายุได้เพียง 22 ปีและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2016 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2020

สไตล์ของอาหารที่นี่คือ Creative โดยการนำเสนออาหารออกมาเป็นรอบ ๆ เริ่มต้นจาก Mise en scène ชิ้นเล็ก ๆ จำนวนมากก่อนจะเข้าสู่อาหารจานหลักและขนมหวาน ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Projection (158 €) และ Spectacle (188 €)

🎗 [WHY GO] อาหารแต่ละจานมีการใส่เทคนิคระดับสูงที่น่าสนใจโดยเฉพาะ Mise en scène อย่างไรก็ตามรสชาติและองค์ประกอบในอาหารจานหลักยังไม่กลมกลืนกันได้ดีนัก รายการไวน์มีให้เลือกอยู่พอสมควร ราคาอาหารจัดว่าอยู่ในระดับปานกลางเนื่องมาจากจำนวนคอร์สที่ไม่เยอะมากนัก

อย่าลืมจองโต๊ะมาก่อนล่วงหน้าเพราะตัวร้านได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาเหล่านักชิมท้องถิ่น