หน้าแรก » 🇹🇭 Caper by Dan Bark – เคเปอร์ บาย แดน บาร์ค
Visit: September 25, 2024
🇹🇭 Caper by Dan Bark - เคเปอร์ บาย แดน บาร์ค
👨🏻🍳 Chef Dan Bark - เชฟแดน บาร์ค
225 ซอยปรีดีพนมยงค์ 25, เขตคลองเตยเหนือ, เขตวัฒนา, กรุงเทพ 10110
Tel: 083-783-4867
Cuisine
🍴 American - อาหารอเมริกา
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
Price
บทความในวันนี้แอดมินได้คัดเลือกร้านอาหารแคชวลจากแอปพลิเคชั่น Hungry Hub มานำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้ลองตามไปชิมกันโดยตัวร้านชื่อว่า Caper by Dan Bark ซึ่งเป็นคำกริยาที่แปลว่าการเต้นอย่างมีชีวิตชีวา ภายในตกแต่งย้อนยุคสไตล์ Art Deco โดยใช้โทนสีน้ำเงินตัดกันกับโซฟาและเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเข้มมอวดูหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เป็นกันเอง พื้นที่ตรงกลางคือห้องครัวขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกันกับห้องอาหาร Cadence by Dan Bark กั้นด้วยกระจกใสทำให้เราสามารถมองเห็นความเป็นไปในห้องครัวได้ตลอดทั้งมื้อ เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถตามไปจองกันได้ที่: https://bit.ly/3XD4vDk
Price :
1,590-3,830 THB
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
มื้อกลางวัน เสาร์-อาทิตย์ 12.00-14.00, มื้อกลางคืน พุธ-อาทิตย์ 17.30-24.00, ปิดวันจันทร์-อังคาร
Dress Code :
Casual
Score
👍 ร้านอาหารแคชวลบรรยากาศดีที่เหมาะกับการแวะมา Hang Out กับเพื่อน ๆ หรือคนรู้ใจ
อาหาร :
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 PREMIUM SET FOR 3 PEOPLE (3,830 THB/6 DISHES)
Caper by Dan Bark – เคเปอร์ บาย แดน บาร์ค
American – อาหารอเมริกา
Chef Dan Bark – เชฟแดน บาร์ค
บทความในวันนี้แอดมินได้คัดเลือกร้านอาหารแคชวลจากแอปพลิเคชั่น Hungry Hub มานำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้ลองตามไปชิมกันโดยตัวร้านชื่อว่า Caper by Dan Bark ซึ่งเป็นคำกริยาที่แปลว่าการเต้นอย่างมีชีวิตชีวา ภายในตกแต่งย้อนยุคสไตล์ Art Deco โดยใช้โทนสีน้ำเงินตัดกันกับโซฟาและเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเข้มมอวดูหรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่เป็นกันเอง พื้นที่ตรงกลางคือห้องครัวขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกันกับห้องอาหาร Cadence by Dan Bark กั้นด้วยกระจกใสทำให้เราสามารถมองเห็นความเป็นไปในห้องครัวได้ตลอดทั้งมื้อ เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถตามไปจองกันได้ที่: https://bit.ly/3XD4vDk
Hanger Steak & Crispy Potato
120-Day Grain-Fed Australian Beef, Fried Potato, Beef Jus, Scallion Kimchi
สเต๊กเนื้อวัวออสเตรเลียย่างราดด้วยซอสเนื้อรสชาติเข้มข้น จากนั้นเสิร์ฟมาคู่กันกับมันฝรั่งทอดกรอบและสลัดกิมจิเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางรสชาติ
Grilled Pork Chop
Charred Broccoli, Jim Jeaw Sauce, Mashed Potato, Shallot, Red Onion Chips
พอร์คชอปชิ้นใหญ่ย่างแล้วเสิร์ฟมาบนมันบด เชฟเสิร์ฟมากับแผ่นกรอบหอมแดงและบล็อคโคลี่ จากนั้นราดด้วยซอสจิ้มแจ่วแบบไทย ๆ สูตรพิเศษของเชฟ
Korean Pork Rib
Gochujang Bbq Sauce, Soy Yuzu Braised Daikon With Fried Potatoes
ซี่โครงหมูจานใหญ่ยักษ์คลุมด้วยซอสบาบีคิวโคชูจังสไตล์เกาหลีและหอยซอย ข้าง ๆ คือมันฝรั่งทอดและไดคอนดองยูซุสำหรับตัดรสชาติกัน
Seared Duck Breast
Pumpkin Puree & Seeds, Smoked Cranberry & Braised Red Cabbage
เนื้อส่วนอกเป็ดจี่บนกระทะ จากนั้นแล่มาพร้อมชิม เชฟเสิร์ฟมากับเมล็ดและพูเรฟักทองหวาน ๆ ข้าง ๆ กันคือแครนเบอร์รี่รมควันและกะหล่ำปลีแดงดองรสเปรี้ยว
Truffle Risotto & Red Shrimp
Parmesan, Mushroom Ragout, Sour Cream, Balsamic
ข้าวรีซอตโต้ปรุงมาในซอสรากูเห็ดเข้มข้นผสานเช้ากันกับความหอมของทรัฟเฟิลได้อย่างพอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วยซาวครีมและบัลซามิครสชาติเข้มข้น ยังมีความกรอบของหัวหอม ทั้งหมดทำให้รสชาติของกุ้งแดงจากอาร์เจนตินามีความหวานโดดเด่นขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีแผ่นกรอยที่เตรียมมาจากชีสพาเมซานอีกด้วย
Banana Bread & Bacon
Bacon Ice Cream & Rum Maple Syrup
ปิดท้ายด้วยของหวานจานเด็ดอย่าง Banana Bread ลักษณะคล้าย ๆ กับเค้กกล้วยหอมของบ้านเรา ด้านบนราดด้วยรัมเมเปิ้ลไซรัป เชฟเสิร์ฟมากับไอศกรีมเบคอนหอม ๆ และครัมเบิ้ลกรอบ ๆ เข้ากันได้อย่างดีงาม
BEVERAGE
นอกจากนี้ทางร้านยังมีเครื่องดื่มม็อกเทลเสิร์ฟมาให้คนละแก้วอีกด้วย
SHINING SPRITZ
Pineapple, Passion Fruit, Sesame, Lime, Pink Grapefruit Soda
YOU’RE A STAR
Apple, Passion fruit, Peach, Lemon, Soda
STRAWBERRY SOUR
Orange, Strawberry, Watermelon, Lemon, Egg White
Dan Bark เป็นเชฟมากความสามารถลูกครึ่งเกาหลีใต้-อเมริกัน ผู้เคยร่วมงานกับห้องอาหารชั้นนำระดับโลกของเชฟ Curtis Duffy อย่าง Avenues แห่งโรงแรม The Peninsula (ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นห้องอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars) และไต่อันดับขึ้นไปถึงตำแหน่ง Sous Chef ที่ห้องอาหาร Grace (3 MICHELIN Stars) ต่อมาในปี 2014 เชฟ Dan และภรรยาชาวไทยคือคุณเฟย์-ธัญจิรา ตระกูลวงษ์ ได้ตัดสินใจย้ายมายังกรุงเทพและเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองในชื่อ Upstairs at Mikkeller ที่ชั้นสองของ Mikkeller Bangkok แม้จะเป็นห้องอาหารขนาดเล็กแต่ด้วยการจัดเสิร์ฟอาหารสไตล์ Chef’s Table ซึ่งพบได้ไม่มากในช่วงเวลานั้นทำให้ตัวร้านมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างรวดเร็วรวมไปถึงการคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาเป็นของตัวเองในคู่มือปกแดงฉบับปี 2018 ถึง 2020
ต่อมาเชฟ Dan ได้ย้ายมาเปิดห้องอาหาร Cadence by Dan Bark ณ พื้นที่ปัจจุบันจนคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้อีกครั้ง
ปกติทางร้านจะนำเสนอเมนูแบบ À La Carte แต่ทางแอปพลิเคชั่น Hungry Hub ได้ทำการรวบรวมเมนู Signature Dish เข้าไว้ด้วยกันเป็น Pack สุดคุ้มเริ่มต้นที่ Lunch Set for 2 People (1,590 THB/3 จาน) จัดเสิร์ฟมาในช่วงมื้อกลางวันเสาร์-อาทิตย์และ Sharing Set for 2 People (2,090 THB/4 จาน) สำหรับผู้ที่แวะมาในช่วงมื้อค่ำ อย่างไรก็ตามเราขอแนะนำ Premium Set for 3 People (3,830 THB/6 จาน) ซึ่งได้รวมเมนูจานใหญ่อย่าง Hanger Steak และอีก 1 เมนูพรีเมี่ยมจานใหญ่มาให้ได้เลือกชิมกันเพื่อรับประกันความอิ่มและมีเครื่องดื่มม็อกเทลให้อีกคนละแก้วด้วย
Caper by Dan Bark เป็นร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่ผสมผสานรสชาติของเกาหลีลงไปได้อย่างน่าสนใจ ทุกจานมีรสชาติที่ตรงไปตรงมาเข้าถึงง่ายและมีราคาแพคเกจต่อคนเริ่มต้นที่ประมาณ 800 บาทเท่านั้น ทั้งรายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย