Visit: September 28, 2024

🇹🇭 The Riddler - เดอะ ริดเลอร์

15/2 Woodberry Common Building B ชั้น 1, ซอยร่วมฤดี, แขวงลุมพินี, เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Tel: 082-547-7005

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

13.5/20

Price

4/5
          

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารที่เสิร์ฟวัตถุดิบระดับสูงออกมาภายใต้ราคาที่คุ้มค่าและน่าสนใจที่สุดแห่งหนี่งในซอยร่วมฤดี ทั้งยังผสมผสานเทคนิคการเตรียมอาหารทั้งแบบญี่ปุ่นและฝรั่งเศสเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวอีกด้วย

          

🎗️ [THE PLACE] The Riddler เป็นร้านอาหาร-ไวน์บาร์ที่ตั้งอยู่ในโครงการ Woodberry Common ภายในร้านตกแต่งโดยอาศัยแรงบันดาลใจในช่วงพระอาทิตย์ตกดินเพื่อให้บรรยากาศดูสบาย ๆ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการจิบไวน์ บริเวณทางเข้าโดดเด่นด้วยไวน์ทั้งโลกเก่าและโลกใหม่จำนวนมากตั้งเรียงรายให้ผู้ที่สนใจได้เลือกสรร ลึกเข้ามาเป็นห้องอาหารหลักพร้อมกับไฟสีส้มสลัว ๆ โต๊ะหินอ่อนสีดำไร้ซึ่งผ้าปูสร้างสมดุลระหว่างความหรูหราและความแคชวล นอกจากนี้ยังมีเคาน์เตอร์สำหรับชงเครื่องดื่มอีกด้วย

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] ทีมเชฟที่นี่อาศัยประสบการณ์ในงานครัวหลากหลายรูปแบบทั้งญี่ปุ่น จีน ตะวันตก และไทยกว่า 20 ปีในการนำเสนออาหารมาในรูปแบบ À La Carte เพื่อที่ลูกค้าส่วนมากจะได้เลือกสั่งเมนูต่าง ๆ มาจับคู่กันกับไวน์ได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความคุ้มค่าโดยทางร้านคัดเลือกวัตถุดิบระดับสูงเช่น Bafun Uni และ Ikura จากจังหวัด Hokkaido, ชีส 5 ชนิดมาจากประเทศอิตาลีและฝรั่งเศส, กุ้ง Aka Ebi จากประเทศอาร์เจนตินา, ปลาไหล Unagi จากประเทศญี่ปุ่น, เนื้อวัวไทยวากิวจากจังหวัดสกลนคร, ชาเขียว Genmaicha จากจังหวัด Shizuoka, คาเวียร์จากอำเภอหัวหิน ทั้งหมดจัดเสิร์ฟมามากถึง 11 คอร์สแบบการันตีความอิ่มในราคาเพียง 2,800++ เท่านั้น ตัวอย่างคอร์สที่น่าสนใจอย่างเช่น

✨ UNI TOAST
Bafun Uni | Homemade Aged Beef Tartare | Hua Hin Caviar | Danish Toast

เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยเมนูขวัญใจลูกค้าอย่าง Uni Toast ที่เชฟนำเสนอมาในสไตล์ Yoshoku หรืออาหารตะวันตกในรูปแบบญี่ปุ่น ทั้งยังรวบรวมวัตถุดิบชั้นยอดเข้าไว้ด้วยกัน องค์ประกอบด้านล่างคือ Danish Toast ที่ผ่านการทอดกับเนยฝรั่งเศสจนกรอบหอม จากนั้น Glazed ด้วย Crafted Miso จากเมือง Nagano ของญี่ปุ่น จากนั้นเติม Beef Tartare ที่สับมาพอหยาบลงไปโดยทางร้านเตรียมขึ้นมาจากเนื้อวัวไทยวากิวจากจังหวัดสกลนครปรุงรสในสไตล์ญี่ปุ่น สุดท้ายคือ Bafun Uni จากจังหวัด Hokkaido และ Oscietra Caviar จากอำเภอหัวหินนั่นเอง (14/20)

✨ ODEN
Japanese Dashi | Capsicum Extract | Aged Ribeye | Yuba Wonton

เชฟตั้งใจนำเสนอโอเด้งในรูปแบบของตัวเองโดยใช้เนื้อวัวไทยวากิวส่วนซี่โครงบ่มแล้วนำมาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ จากนั้นเบิร์นจนหอม เชฟนำมาพันม้วนกับ Gobo ที่ผ่านการเคี่ยวแล้วปรุงรสด้วย Mustard ฉุน ๆ อีกฝั่งหนึ่งคือ Yuba หรือฟองเต้าหู้ที่ด้านในบรรจุ Compressed Gobo มีรสหวานโดดเด่น เชฟเสริมด้วย Gobo Espuma และพริกไทย Sancho เล็กน้อยแล้วห่อม้วนมาเป็นถุง รอบ ๆ คือซุปดาชิที่ขึ้นมาจากผักหัวและผักรากต่าง ๆ ตุ๋นกับสาหร่าย Kombu และ Katsuobushi ช่วยเพิ่มความอุมามิ นอกจากนี้เชฟยังใส่ความฉุนที่ได้จากน้ำสต๊อกพริกหวานเผาลงไปด้วย (14/20)

✨ АКА EBI
Aka Ebi | Homemade Salsa | Bird’s Eye Chili Extract | Ebi Senbei

สำหรับคอร์ส Aka Ebi เชฟเลือกใช้กุ้งแดงจากประเทศอาร์เจนติน่าซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ความหวานนำมาเรียงเป็นทรง Roulade จากนั้นท็อปด้านบนด้วยเทอนิปส์ คาเวียร์สีแดงที่เตรียมมาจากแอปเปิ้ล และบีทรูทเตรียมมาเป็น Purée รอบ ๆ คือน้ำ Salsa ที่ใส่อโรมาและรสชาติเผ็ดเบา ๆ ของพริกขี้หนูสวนลงไป ข้าง ๆ กันยังมี Ebi Senbei กรอบ ๆ ทำมาจากเปลือกและมันหัวกุ้งอีกด้วย (14/20)

🎗️ [WHY GO] The Riddler เป็นร้านที่นำเสนออาหารคุณภาพสูงเกินกว่าระดับของร้านที่เป็นเสมือน Wine Bar ไปมากจนเรียกได้ว่าเทียบเคียงกันกับห้องอาหาร Fine Dining หลายแห่ง วัตถุดิบมากมายที่กล่าวไปจัดว่าให้มาอย่างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา Tasting Menu (2,800++) รายการไวน์ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีนำเสนอออกมาเป็น Standard Wine Pairing (1,500++) และ Premium Wine Pairing (2,500++) ทั้งยังมี Sommelier มากความสามารถที่เคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star มาแล้วหลายแห่งประจำอยู่ที่ร้านเพื่อแนะนำไวน์แบบขวดที่เหมาะสมอีกด้วย

Price :

2,800++

Parking :

จอดในโครงการ Woodberry Common

Operating Time :

11.00-23.00

Dress Code :

Casual

Score

👍 ร้านอาหารเชิงสร้างสรรค์ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและฝรั่งเศสเข้ากันได้อย่างลงตัว

อาหาร :

13.5

ราคา :

4/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 JAPANESE BORDERLESS CUISINE (2,800++)

          
UNI TOAST

Bafun Uni | Homemade Aged Beef Tartare | Hua Hin Caviar | Danish Toast

PATE

Homemade Pate | Summer Truffle | Parmigiano Reggiano

NAMEROU TART

Madai | Craft Miso | Wasabi Gel | Daikon Espuma | Ikura

GENMAICHA

Grilled Fresh Unagi | Smoked Halibut | Homemade Pickled | Genmaicha Sauce

ODEN

Japanese Dashi | Capsicum Extract | Aged Ribeye | Yuba Wonton

WAFU PASTA

5 Cheese | Sauté Aged Oyster | Shirasu

АКА EBI

Aka Ebi | Homemade Salsa | Bird’s Eye Chili Extract | Ebi Senbei

TATAKI

Aged Maguro | Homemade Tonnato Sauce | Summer Truffle

TOMATO

Jelly | Compote | Dashi Vinegar

TENDERLOIN (500++)

7 Days Dry Aged Tenderloin | Potato Fondant | Sauté Vegetables | Beef Jus

or

CHICKEN

Organic Chicken Thigh | Homemade Pate | Potato Fondant | Sauté Vegetables | Teriyaki Sauce

YUZU GRANITA

Yuzu Curd | Honey Lemon | Yuzu Oolong Granita

FONDANT
Homemade Chocolate Fondant | Nashi Pear Compote | Charcoal Ice Cream

🇹🇭 The Riddler – เดอะ ริดเลอร์

🍴 Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์

🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารที่เสิร์ฟวัตถุดิบระดับสูงออกมาภายใต้ราคาที่คุ้มค่าและน่าสนใจที่สุดแห่งหนี่งในซอยร่วมฤดี ทั้งยังผสมผสานเทคนิคการเตรียมอาหารทั้งแบบญี่ปุ่นและฝรั่งเศสเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัวอีกด้วย

วัตถุดิบต่าง ๆ ที่เชฟเลือกใช้ในวันนี้

UNI TOAST
Bafun Uni | Homemade Aged Beef Tartare | Hua Hin Caviar | Danish Toast

เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยเมนูขวัญใจลูกค้าอย่าง Uni Toast ที่เชฟนำเสนอมาในสไตล์ Yoshoku หรืออาหารตะวันตกในรูปแบบญี่ปุ่น ทั้งยังรวบรวมวัตถุดิบชั้นยอดเข้าไว้ด้วยกัน องค์ประกอบด้านล่างคือ Danish Toast ที่ผ่านการทอดกับเนยฝรั่งเศสจนกรอบหอม จากนั้น Glazed ด้วย Crafted Miso จากเมือง Nagano ของญี่ปุ่น จากนั้นเติม Beef Tartare ที่สับมาพอหยาบลงไปโดยทางร้านเตรียมขึ้นมาจากเนื้อวัวไทยวากิวจากจังหวัดสกลนครปรุงรสในสไตล์ญี่ปุ่น สุดท้ายคือ Bafun Uni จากจังหวัด Hokkaido และ Oscietra Caviar จากอำเภอหัวหินนั่นเอง (14/20)

PATE
Homemade Pate | Summer Truffle | Parmigiano Reggiano

Pâté ตับไก่สูตรโฮมเมดที่เชฟนำไปล้างด้วยนมสดก่อนจะปรุงรสกับกระเทียมและเครื่องเทศ แล้วจบด้วยการปั่นกับเนยจนหอมนวล ด้านล่างรองด้วยแผ่นกรอบ 2 ชั้นที่เตรียมขึ้นมาจากชีส Parmigiano Reggiano นำเข้าจากประเทศอิตาลีให้รสชาติที่เค็มละมุน ยังมีองค์ประกอบของ Gobo เชฟปรุงแต่งด้วยรสเปรี้ยวของยูซุเจลและ Summer Truffle จากอิตาลีขูดละเอียด (14/20)

NAMEROU TART
Madai | Craft Miso | Wasabi Gel | Daikon Espuma | Ikura

คำนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Namerou หรืออาหารพื้นเมืองของชาวประมงในประเทศญี่ปุ่นแต่นำมาปรับรูปแบบให้มีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น แป้งทาร์ตบางกรอบบรรจุเนื้อปลา Madai คลุกกับขิง ต้นหอม และ Crafted Miso โดยมีอโรมาของวาซาบิเล็กน้อย ไฮไลท์คือ Ikura หรือไข่ปลาแซลมอนที่ใส่มาแบบล้น ๆ (13/20)

GENMAICHA
Grilled Fresh Unagi | Smoked Halibut | Homemade Pickled | Genmaicha Sauce

ปลา Halibut ที่ผ่านการรมควันก่อนจะนำไปสับแล้วคลุกเคล้ากับ Pickles โฮมเมด ชั้นถัดมาคือปลาไหล Unigi นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นย่างถ่านสไตล์ Teriyaki องค์ประกอบทั้งหมดวางมาบนขนมปังแล้วท็อปด้านบนด้วย Oscietra Caviar จากอำเภอหัวหิน สุดท้ายพนักงานจะเทราดซอส Genmaicha จากเมือง Shizuoka ลงไปแล้วใส่ควันไม้ Hickory มาด้วยเพื่อสร้างอโรมาหอมชวนชิมที่โต๊ะอาหารนั่นเอง (13/20)

ODEN
Japanese Dashi | Capsicum Extract | Aged Ribeye | Yuba Wonton

เชฟตั้งใจนำเสนอโอเด้งในรูปแบบของตัวเองโดยใช้เนื้อวัวไทยวากิวส่วนซี่โครงบ่มแล้วนำมาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ จากนั้นเบิร์นจนหอม เชฟนำมาพันม้วนกับ Gobo ที่ผ่านการเคี่ยวแล้วปรุงรสด้วย Mustard ฉุน ๆ อีกฝั่งหนึ่งคือ Yuba หรือฟองเต้าหู้ที่ด้านในบรรจุ Compressed Gobo มีรสหวานโดดเด่น เชฟเสริมด้วย Gobo Espuma และพริกไทย Sancho เล็กน้อยแล้วห่อม้วนมาเป็นถุง รอบ ๆ คือซุปดาชิที่ขึ้นมาจากผักหัวและผักรากต่าง ๆ ตุ๋นกับสาหร่าย Kombu และ Katsuobushi ช่วยเพิ่มความอุมามิ นอกจากนี้เชฟยังใส่ความฉุนที่ได้จากน้ำสต๊อกพริกหวานเผาลงไปด้วย (14/20)

WAFU PASTA
5 Cheese | Sauté Aged Oyster | Shirasu

คอร์สนี้เชฟนำเสนอ Wafu Pasta เส้น Linguine สไตล์ญี่ปุ่นคลุกเคล้ากับซอสชีส 5 ชนิดคือ Gorgonzola, Parmesan, Mozzarella, Smoked Cheese และ Cheddar ยังมีองค์ประกอบของปลา Shirasu หรือปลาข้าวสารช่วยสร้างความอุมามิ สุดท้ายคือหอยนางรมที่ผ่านการบ่มนาน 3-5 วันผัดมากับ Port Wine และพริกไทยช่วยสร้างอีกหนึ่งมิติทางรสชาติและกลิ่นให้กับจาน อย่างไรก็ตามตัวหอยนางรมที่ใส่มาด้วยมีอโรมาของทะเลที่โดดขึ้นมากว่าองค์ประกอบอื่น ๆ อยู่บ้าง ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Parmesan Tuile (14/20)

АКА EBI
Aka Ebi | Homemade Salsa | Bird’s Eye Chili Extract | Ebi Senbei

สำหรับคอร์ส Aka Ebi เชฟเลือกใช้กุ้งแดงจากประเทศอาร์เจนติน่าซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ความหวานนำมาเรียงเป็นทรง Roulade จากนั้นท็อปด้านบนด้วยเทอนิปส์ คาเวียร์สีแดงที่เตรียมมาจากแอปเปิ้ล และบีทรูทเตรียมมาเป็น Purée รอบ ๆ คือน้ำ Salsa ที่ใส่อโรมาและรสชาติเผ็ดเบา ๆ ของพริกขี้หนูสวนลงไป ข้าง ๆ กันยังมี Ebi Senbei กรอบ ๆ ทำมาจากเปลือกและมันหัวกุ้งอีกด้วย (14/20)

TATAKI
Aged Maguro | Homemade Tonnato Sauce | Summer Truffle

คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากซอส Tonnato ของอิตาลีโดยเชฟนำเสนออกมาผสมผสานไข่แดง น้ำมันมะกอก น้ำเลมอน มัสตาร์ด เคเปอร์ พาสลีย์ แบะสมุนไพรหลายชนิดเข้าด้วยกัน ซอสด้านบนได้จากกระบวนการ Cold Extraction ใบพาสลีย์และใบเบซิลเพื่อให้มีอโรมาหอมติดลิ้น สุดท้ายคือเนื้อปลาทูน่าส่วน Akami ที่ผ่านการบ่มนาน 1-3 วันก่อนจะนำไปย่างสไตล์ Warayaki ให้มีกลิ่นหอมฟาง ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลฝานบางอีกทีหนึ่ง (13/20)

TOMATO
Jelly | Compote | Dashi Vinegar

ล้างปากด้วยมะเขือเทศราชินีจากจังหวัดเชียงใหม่เสิร์ฟมาใน 3 รูปแบบคือมะเขือเทศเชื่อม มะเขือเทศเจลลี่ และ Tomato Vinegar ที่หมักกับน้ำดาชินาน 7 วัน อย่างไรก็ตามรสชาติเปรี้ยวและความอุมามิของมะเขือเทศแสดงออกมาค่อนข้างเบาไปนิด (13/20)

TENDERLOIN (500++)
7 Days Dry Aged Tenderloin | Potato Fondant | Sauté Vegetables | Beef Jus

เมนคอร์สจานแรกคือเนื้อวัวไทยวากิวจากจังหวัดสกลนคร เชฟนำไป Dry Aged นาน 7 วันก่อนจะย่างแล้วพักเนื้อถึง 3 ครั้ง จากนั้นจี่บริเวณผิวจนกรอบโดยที่เนื้อตรงกลางยังคงไว้ซึ่งความฉ่ำได้ รอบ ๆ คือผักกงฟีที่ผัดกับเนยจนหอม ยังมีมันฝรั่งฟองดองต์ที่ผ่านการตุ๋นมานาน 6 ชั่วโมง สุดท้ายเชฟได้ทำการหยดเจลพริกแดง กระเทียมชาโคล และวาซาบิลงไปด้วย (13/20)

CHICKEN
Organic Chicken Thigh | Homemade Pate | Potato Fondant | Sauté Vegetables | Teriyaki Sauce

เมนคอร์สอีกจานหนึ่งคือเนื้อไก่จากฟาร์มออร์แกนิคในจังหวัดกาญจนบุรีหมักกับเครื่องเทศและ Dry Aged นาน 2 วัน จากนั้นเชฟนำ Chicken Liver Pâté สูตรพิเศษยัดมาใต้หนังแล้วย่างด้วยไฟอ่อน ๆ จนหนังกรอบ น้ำซอสรอบ ๆ เตรียมมาในสไตล์ Teriyaki ทั้งยังผ่านการเคี่ยวนานกว่า 12 ชั่วโมง ส่วนองค์ประกอบอื่น ๆ ก็จะคล้ายกันกับจานเนื้อ (13/20)

“INDIAN CURRY IN JAPAN”
Curry | Braised Brisket | Tumeric Japanese Rice

สำหรับใครที่ยังไม่อิ่มทางร้านจะมีคอร์สพิเศษให้โดยเชฟใช้ชื่อว่า Indian Curry in Japan เชฟนำข้าวญี่ปุ่นไปหุงกับขมิ้นแล้วเสิร์ฟมาแทนที่ข้าว Basmati แบบปกติควบคู่กันไปกับแกงและเนื้อบริสเก็ตตุ๋น (14/20)

YUZU GRANITA
Yuzu Curd | Honey Lemon | Yuzu Oolong Granita

ล้างปากด้วยเคิร์ดยูซุผสมผสานมากับน้ำผึ้งหวานหอม เชฟตัดด้วยความเปรี้ยวของเลมอนและกรานิต้ายูซุ จากนั้นจบด้วยชาอู่หลงรสพีช (13/20)

FONDANT
Homemade Chocolate Fondant | Nashi Pear Compote | Charcoal Ice Cream

ช็อกโกแลตฟองดองต์ที่ตรงกลางบรรจุ Nashi Pear หั่นเต๋าสร้างรสชาติและมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี แนะนำให้จับคู่กันกับวิปปิ้งครีม ข้าง ๆ คือไอศกรีมชาโคลและครัมเบิ้ลเนยกรอบหอม (13/20)

🎗️ [THE PLACE] The Riddler เป็นร้านอาหาร-ไวน์บาร์ที่ตั้งอยู่ในโครงการ Woodberry Common ภายในร้านตกแต่งโดยอาศัยแรงบันดาลใจในช่วงพระอาทิตย์ตกดินเพื่อให้บรรยากาศดูสบาย ๆ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการจิบไวน์

ห้องอาหารหลักมีไฟสีส้มสลัว ๆ

โต๊ะหินอ่อนสีดำไร้ซึ่งผ้าปูสร้างสมดุลระหว่างความหรูหราและความแคชวล นอกจากนี้ยังมีเคาน์เตอร์สำหรับชงเครื่องดื่มอีกด้วย

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] ทีมเชฟที่นี่อาศัยประสบการณ์ในงานครัวหลากหลายรูปแบบทั้งญี่ปุ่น จีน ตะวันตก และไทยกว่า 20 ปีในการนำเสนออาหารมาในรูปแบบ À La Carte เพื่อที่ลูกค้าส่วนมากจะได้เลือกสั่งเมนูต่าง ๆ มาจับคู่กันกับไวน์ได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความคุ้มค่าโดยทางร้านคัดเลือกวัตถุดิบระดับสูงเช่น Bafun Uni และ Ikura จากจังหวัด Hokkaido, ชีส 5 ชนิดมาจากประเทศอิตาลีและฝรั่งเศส, กุ้ง Aka Ebi จากประเทศอาร์เจนตินา, ปลาไหล Unagi จากประเทศญี่ปุ่น, เนื้อวัวไทยวากิวจากจังหวัดสกลนคร, ชาเขียว Genmaicha จากจังหวัด Shizuoka, คาเวียร์จากอำเภอหัวหิน ทั้งหมดจัดเสิร์ฟมามากถึง 11 คอร์สแบบการันตีความอิ่มในราคาเพียง 2,800++ เท่านั้น ตัวอย่างคอร์สที่น่าสนใจอย่างเช่น

บริเวณทางเข้าโดดเด่นด้วยไวน์ทั้งโลกเก่าและโลกใหม่จำนวนมากตั้งเรียงรายให้ผู้ที่สนใจได้เลือกสรร

บริเวณเทอเรส

บริเวณหน้าร้าน

🎗️ [WHY GO] The Riddler เป็นร้านที่นำเสนออาหารคุณภาพสูงเกินกว่าระดับของร้านที่เป็นเสมือน Wine Bar ไปมากจนเรียกได้ว่าเทียบเคียงกันกับห้องอาหาร Fine Dining หลายแห่ง วัตถุดิบมากมายที่กล่าวไปจัดว่าให้มาอย่างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา Tasting Menu (2,800++) รายการไวน์ผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีนำเสนอออกมาเป็น Standard Wine Pairing (1,500++) และ Premium Wine Pairing (2,500++) ทั้งยังมี Sommelier มากความสามารถที่เคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star มาแล้วหลายแห่งประจำอยู่ที่ร้านเพื่อแนะนำไวน์แบบขวดที่เหมาะสมอีกด้วย