Visit: November 2, 2022

🇹🇭 Medici - เมดิชี่

👨🏻‍🍳 Chef Simone Bianchi - เชฟซิโมเน่ บียานฆี่

55/555 โรงแรมมิวส์ กรุงเทพฯ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

Tel: 02-630-4000

Cuisine

🍴 Italian - อาหารอิตาลี

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

12/20

Price

2/5
          

🎗 [INTRO] Medici Kitchen & Bar เป็นหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่เรามีโอกาสแวะไปทานบ่อยครั้งที่สุดในประเทศไทย ตัวร้านตั้งชื่อตาม House of Medici ซึ่งเป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองแห่งนครรัฐ Florence ในสมัยเรเนซองส์นั่นเอง

          

🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ Hotel Muse และกดลิฟท์ลงจากที่จอดรถได้โดยตรงหรือจะเดินลงบันไดมาจาก Lobby โรงแรมเพื่อลงมายังชั้น Basement ก็ได้เช่นกันภายในตกแต่งแบบ Neo-industrial โดยผสมผสานความเป็นยุโรปและเอเชียในช่วงราว ๆ 100 ปีก่อนออกมาได้อย่างลงตัว พื้นที่ข้างกันกับบันไดถูกจัดเอาไว้ให้เป็นบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ผนังสองฝั่งเต็มไปด้วยถังไม้โอ้ควางเรียงรายซ้อนกันในแนวตั้ง แม้จะไร้ซึ่งหน้าต่างแต่การออกแบบเพดานยกสูงช่วยให้ห้องอาหารใต้ดินแห่งนี้ดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา ห้องครัวที่นี่เป็นแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารกันได้ตลอดเวลา ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านได้จัดเตรียมห้องส่วนตัวเอาไว้รองรับถึงสองห้องโดยใช้ชื่อว่า “Lorenzo” ซึ่งมีที่มาจาก Lorenzo II de’Medici ผู้ดำรงตำแหน่ง Duke of Urbino และ “Caterina” ซึ่งได้ชื่อมาจาก Caterina de’Medici ลูกสาวผู้ซึ่งต่อมาได้รับการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นราชินีแห่งประเทศฝรั่งเศสในเวลาต่อมา ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Medici แตกต่างจากห้องอาหารอิตาลีอื่นๆในกรุงเทพคือการจัดแสดงขับร้องเพลง Opera สด ๆ คืนละ 3 รอบ (ยกเว้นวันจันทร์) ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนที่ได้สัมผัสเป็นต้องได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่ควบคุมโดยพ่อครัวชาวอิตาลีแท้ ๆ นามว่า Simone Bianchi โดยตัวเขานั้นได้ออกแบบเมนูที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยอาหารจานคลาสสิคมากมายเช่น Burrata, Carpaccio, Eggplant Parmigiana รวมไปถึง Pasta ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าชาวไทยรวมไปถึงเมนูอาหารหวานที่ดูจะโดดเด่นมากเป็นพิเศษโดยเราขอยกเมนูสัก 3 จานมาเล่าให้ฟังตรงนี้คือ

✨ Parmigiana di Melanzane (369++)
Napoli style baked layers of eggplant, tomato and mozzarella
Eggplant Parmigiana จานนี้เขฟ ช้มะเขือม่วงมาวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ คั่นด้วยชีสมอซซาเรลล่าแล้วอบจนผิวมะเขือม่วงกรอบในขณะที่ตรวกลางยังนุ่มฉ่ำ จากนั้นราดด้วยซอสมะเขือเทศให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิสุด ๆ (12/20)

✨ Ravioloni Verdi Ricotta e Spinaci (650++)
Green ravioli, ricotta mousse, hazelnuts, semi dried tomato and baby spinach
Ravioloni หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดกลางที่ทางร้านปั้นเองกับมือ ภายในบรรจุผักโขมมาแน่น ๆ ด้านบนโรยด้วยถั่ว Hazelnut บดและ Ricotta Cheese เสิร์ฟมาในลักษณะของ Mousse เชฟตัดเลี่ยนความความเปรี้ยวอุมามิจากมะเขือเทศสีแดงสดนั่นเอง (12/20)

✨ Bonnet Piemontese (299++)
Amaretti biscuit, cacao and rum served with fresh vanilla ice cream & whipping cream

Bonnet เป็นขนมหวานจากแคว้น Piedmont มีลักษณะเป็น Amaretti บิสกิตกรอบ ๆ ชั้นบนเป็นเลเยอร์ของ Cacao และเหล้ารัมตัดด้วยความหอมมันของ Whipping Cream ข้างกันคือไอศกรีมวานิลลาและครัมเบิ้ลกรอบช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (13/20)

🎗 [WHY GO] พูดตามตรงว่าห้องอาหาร Medici ไม่ได้มีจุดเด่นอยู่ที่อาหารอาหารแต่เป็นการผสมผสานการขับร้องโอเปร่าสด ๆ ถึง 3 รอบต่อคืนเข้ามาระหว่างมื้อจนดึงดูดเราให้วนกลับมาในทุก ๆ ปี ราคาอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแต่ราคาของเครื่องดื่มและไวน์ถือว่าสูงกว่ามาตรฐานอยู่พอสมควร พนักงานบริการค่อนข้างล่าช้าไปบ้างโดยเฉพาะในคืนที่ลูกค้าแน่นร้าน สำหรับใครที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ห้องอาหาร Medici ยังคงเป็นตัวเบือกชั้นดีที่ควรค่าแก่การแวะชิม

Price :

1,000-2,000 THB/p

Parking :

จอดรถที่ Hotel Muse Bangkok

Operating Time :

18.00-22.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ความลงตัวของการขับร้องโอเปร่าผสมผสานเข้ากันกับอาหารอิตาลีชั้นดี

อาหาร :

12

ราคา :

2/5

เทคนิค :

1/5

อัตลักษณ์ :

1/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
Insalata di Pomodoro (300++)

Fancy tomato salad, basil, fresh oregano and basil

Parmigiana di Melanzane (369++)

Napoli style baked layers of eggplant, tomato and mozzarella

Crema di Funghi (399++)

Creamy mushrooms soup with garlic croutons, truffle

Ravioloni Verdi Ricotta e Spinaci (650++)

Green ravioli, ricotta mousse, hazelnuts, semi dried tomato and baby spinach

Linguine alla Vongole (579++)

Linguini with clams in white wine sauce

Tonnarelli al Tartufo (590++)

Homemade egg pasta in cream sauce with parmesan and truffle

Risotto alla Carbonara (500++)

Carnaroli rice, guanciale, slow cooked egg yolk and pecorino fondue romano cream

Guancia di Manzo e Polenta (699++)

Slow cooked beef cheek sear with soft polenta and beef sauce

Mortadella e Pistacchio (699++)

Mortadella, pistachio cream, Stracciatella and fresh truffle

Tiramisú (299++)

Medici signature tiramisu

Bonnet Piemontese (299++)

Amaretti biscuit, cacao and rum served with fresh vanilla ice cream & whipping cream

🇹🇭 Medici – เมดิชี่

🍴 Italian – อาหารอิตาลี

👨🏻‍🍳 Chef Simone Bianchi – เชฟซิโมเน่ บียานฆี่

Amuse-bouche

เริ่มต้นมื้อด้วยขนมปังกรอบท็อปด้วยมะเขือเทศหั่นเต๋าชุ่มฉ่ำ

Insalata di Pomodoro (300++)
Fancy tomato salad, basil, fresh oregano and basil

สลัดมะเขือเทศหลายชนิดมีความนุ่มและความกรอบแตกต่างกันเสิร์ฟมาคู่กับใบเบซิลและน้ำมันใบเบซิล (12/20)

Parmigiana di Melanzane (369++)
Napoli style baked layers of eggplant, tomato and mozzarella

Eggplant Parmigiana จานนี้เขฟ ช้มะเขือม่วงมาวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ คั่นด้วยชีสมอซซาเรลล่าแล้วอบจนผิวมะเขือม่วงกรอบในขณะที่ตรวกลางยังนุ่มฉ่ำ จากนั้นราดด้วยซอสมะเขือเทศให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิสุด ๆ (12/20)

Crema di Funghi (399++)
Creamy mushrooms soup with garlic croutons, truffle

ซุปครีมเห็ดรสชาติมาตรฐาน ตัวซุปไม่ข้นไม่บางจนเกินไป เชฟเสิร์ฟมาคู่กับขนมปังกระเทียมเข้ากันได้ดี (11/20)

Ravioloni Verdi Ricotta e Spinaci (650++)
Green ravioli, ricotta mousse, hazelnuts, semi dried tomato and baby spinach

Ravioloni หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดกลางที่ทางร้านปั้นเองกับมือ ภายในบรรจุผักโขมมาแน่น ๆ ด้านบนโรยด้วยถั่ว Hazelnut บดและ Ricotta Cheese เสิร์ฟมาในลักษณะของ Mousse เชฟตัดเลี่ยนความความเปรี้ยวอุมามิจากมะเขือเทศสีแดงสดนั่นเอง (12/20)

Linguine alla Vongole (579++)
Linguini with clams in white wine sauce

พาสต้าเส้น Linguine เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Al Dente เชฟนำไปผัดกับหอยลายและไวน์ขาวจนหอมโดยมีรสชาติเผ็ดนิด ๆ เข้ากันได้พอดิบพอดี (12/20)

Tonnarelli al Tartufo (590++)
Homemade egg pasta in cream sauce with parmesan and truffle

Tonnarelli หรือพาสต้าไข่ทำมือนุ่ม ๆ เสิร์ฟมาในครีมซอสโดยมีรสชาติอันโดดเด่นของ Parmesan Cheese และอโรมาของ Truffle (12/20)

Risotto alla Carbonara (500++)
Carnaroli rice, guanciale, slow cooked egg yolk and pecorino fondue romano cream

ข้าว Carnaroli เสิร์ฟมากับแก้มหมูหรือ Guanciale โดยมีความครีมมี่ของไข่แดงและรสชาติเค็มกลมกล่อมของ Pecorino Cheese Fondue (12/20)

Guancia di Manzo e Polenta (699++)
Slow cooked beef cheek sear with soft polenta and beef sauce

เนื้อส่วนแก้มวัวที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มเสิร์ฟมากับครีมข้าวโพดและซอสที่เคี่ยวจากส่วนต่าง ๆ ของวัวจนเข้มข้น (12/20)

Mortadella e Pistacchio (699++)
Mortadella, pistachio cream, Stracciatella and fresh truffle

พิซซ่าสไตล์ Neapolitan แป้งหนานุ่ม ตรงกลางคือ Mortadella นุ่ม ๆ และ Pistachio Cream ให้รสชาติหวานที่มากเกินไปเล็กน้อย ด้านบนโรยด้วย Truffle สไลด์บางและถั่ว Pistachio ช่วยเพิ่มความกรอบขณะเคี้ยว (11/20)

ขนมปังต่าง ๆ ที่จัดเสิร์ฟระหว่างมื้ออาหาร

Tiramisú (299++)
Medici signature tiramisu

ขนม Tiramisu ที่ได้จากการนำ Lady Finger ไปจุ่มลงในกาแฟ Espresso คั่นกลางด้วยเลเยอร์ครีมชีสหอมมัน ด้านบนและรอบ ๆ โรยด้วยผง Cacao ล้างปากอาหารคาวจานอื่น ๆ ได้อย่างหมดจด (13/20)

Bonnet Piemontese (299++)
Amaretti biscuit, cacao and rum served with fresh vanilla ice cream & whipping cream

Bonnet เป็นขนมหวานจากแคว้น Piedmont มีลักษณะเป็น Amaretti บิสกิตกรอบ ๆ ชั้นบนเป็นเลเยอร์ของ Cacao และเหล้ารัมตัดด้วยความหอมมันของ Whipping Cream ข้างกันคือไอศกรีมวานิลลาและครัมเบิ้ลกรอบช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (13/20)

🎗 [INTRO] Medici Kitchen & Bar เป็นหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่เรามีโอกาสแวะไปทานบ่อยครั้งที่สุดในประเทศไทย ตัวร้านตั้งชื่อตาม House of Medici ซึ่งเป็นตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองแห่งนครรัฐ Florence ในสมัยเรเนซองส์นั่นเอง

🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่ Hotel Muse และกดลิฟท์ลงจากที่จอดรถได้โดยตรงหรือจะเดินลงบันไดมาจาก Lobby โรงแรมเพื่อลงมายังชั้น Basement ก็ได้เช่นกันภายในตกแต่งแบบ Neo-industrial โดยผสมผสานความเป็นยุโรปและเอเชียในช่วงราว ๆ 100 ปีก่อนออกมาได้อย่างลงตัว

แม้จะไร้ซึ่งหน้าต่างแต่การออกแบบเพดานยกสูงช่วยให้ห้องอาหารใต้ดินแห่งนี้ดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดตา ห้องครัวที่นี่เป็นแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารกันได้ตลอดเวลา

ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านได้จัดเตรียมห้องส่วนตัวเอาไว้รองรับถึงสองห้องโดยใช้ชื่อว่า “Lorenzo” ซึ่งมีที่มาจาก Lorenzo II de’Medici ผู้ดำรงตำแหน่ง Duke of Urbino และ “Caterina” ซึ่งได้ชื่อมาจาก Caterina de’Medici ลูกสาวผู้ซึ่งต่อมาได้รับการปราบดาภิเษกขึ้นเป็นราชินีแห่งประเทศฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่ควบคุมโดยพ่อครัวชาวอิตาลีแท้ ๆ นามว่า Simone Bianchi โดยตัวเขานั้นได้ออกแบบเมนูที่ค่อนข้างเรียบง่ายและเต็มไปด้วยอาหารจานคลาสสิคมากมายเช่น Burrata, Carpaccio, Eggplant Parmigiana รวมไปถึง Pasta ต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าชาวไทยรวมไปถึงเมนูอาหารหวานที่ดูจะโดดเด่นมากเป็นพิเศษ

พื้นที่ข้างกันกับบันไดถูกจัดเอาไว้ให้เป็นบาร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม ผนังสองฝั่งเต็มไปด้วยถังไม้โอ้ควางเรียงรายซ้อนกันในแนวตั้ง

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Medici แตกต่างจากห้องอาหารอิตาลีอื่นๆในกรุงเทพคือการจัดแสดงขับร้องเพลง Opera สด ๆ คืนละ 3 รอบ (ยกเว้นวันจันทร์) ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนที่ได้สัมผัสเป็นต้องได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

🎗 [WHY GO] พูดตามตรงว่าห้องอาหาร Medici ไม่ได้มีจุดเด่นอยู่ที่อาหารอาหารเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการผสมผสานการขับร้องโอเปร่าสด ๆ ถึง 3 รอบต่อคืนเข้ามาระหว่างมื้อจนดึงดูดเราให้วนกลับมาในทุก ๆ ปี

ราคาอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแต่ราคาของเครื่องดื่มและไวน์ถือว่าสูงกว่ามาตรฐานอยู่พอสมควร พนักงานบริการค่อนข้างล่าช้าไปบ้างโดยเฉพาะในคืนที่ลูกค้าแน่นร้าน สำหรับใครที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ห้องอาหาร Medici ยังคงเป็นตัวเบือกชั้นดีที่ควรค่าแก่การแวะชิม