หน้าแรก » 🇮🇹 Torre Normanna – ตอเร่ นอร์มานน่า
Visit: November 3, 2022
🇮🇹 Torre Normanna - ตอเร่ นอร์มานน่า
👨🏻🍳 Chef Gino, Daniele, Ivalo & Massimo Proto - เชฟจิโน่, ดาเนียลเล่, อิวาโล & มาสซิโม่ โปรโต
Via Diego Taiani, 4, 84010 Maiori SA, Italy
Tel: (+39) 089 877100
Cuisine
🍴 Seafood - อาหารทะเล
Country
Italy
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
13.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารที่มีบรรยากาศงดงามและมีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค Campania นั่นก็คือ Torre Normanna ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Maiori ในแถบ Amalfi Coast นั่นเอง
[THE PLACE] Torre Normanna หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Norman Tower เป็นหอสังเกตุการณ์ที่ใหญ่โตและเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค Amalfi Coast โดยเชื่อกันว่าตัวป้อมถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1250-1300 ทั้งยังเคยถูกใช้เป็นแลนมาร์คสำคัญในภาพวาดของศิลปินชื่อดังอย่าง Luca Albino ซึ่งจัดแสดงอยู่ใน Palazzo Mezzacapo ในเมือง Maiori รวมไปถึงหอศิลป์ในเมือง Salerno อีกด้วย สำหรับฝั่งงานภาพยนตร์นั้นตัวป้อมเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Paisan (Paisà) ที่กำกับโดยผู้กำกับระดับตำนาน Roberto Rossellini ก่อนจะนำออกฉายในปี ค.ศ. 1946 กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 2008 พี่น้องตระกูล Proto จำนวน 4 คนได้ปรับพื้นที่ภายในให้กลายมาเป็นห้องอาหารชั้นดีโดยมีห้องรับประทานอาหารหลักตั้งอยู่บริเวณชั้นบนของป้อมโดดเด่นด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของท้องทะเล Tyrrhenian พื้นกระเบื้องและเก้าอี้ไม้ช่วยเสริมบรรยากาศให้มีความแคชวลและเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บริเวณดาดฟ้ามองออกไปเห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาโดยที่ไม่มีอะไรมาปิดกั้น จนถึงปัจจุบันห้องอาหาร Torre Normanna เคยถูกใช้เป็นสถานที่ต้อนรับบรรดาผู้มีชื่อเสียงมากมายอย่างเช่น Leonardo Di Caprio, Naomi Campbell และ Lucio Dalla นั่นเอง
[THE CHEF & THE FOOD] 4 พี่น้องตระกูล Proto คือ Gino, Daniele, Ivalo และ Massimo ตั้งใจเปลี่ยนหอสังเกตุการณ์โบราณให้กลายมาเป็ยห้องอาหารทะเลชั้นเลิศ รายการอาหารที่นี่จะเน้นไปทางอาหารทะเลและเมนูท้องถิ่นของภูมิภาค Amalfi Coast และ Campania โดยมีวัตถุดิบชูโรงอย่างเช่น “Sfusato Amalfitano” Lemon, Caciocavallo Cheese รวมไปถึงเนื้อปลาสด ๆ หลากหลายชนิด ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนู 2 ชนิดที่ใช้ชื่อว่า Tradizioni Amalfitane (75 €) ที่รวบรวมเมนูท้องถิ่นจากแถบ Amalfi Coast นำเสนอมาจำนวน 4 คอร์ส ถัดมาคือ Essenza di Mare (95 €) เซ็ตเมนูที่ดีที่สุดของทางร้านนำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันตามใจชอบและมีจานที่โดดเด่นมาก ๆ อย่างเช่น
เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างมะเขือม่วงที่ผ่านการทอดจนกรอบสลับกันไปกับเลเยอร์ของชีส Caciocavallo รมควันให้กลิ่นหอมที่ไม่เหมือนใคร รอบ ๆ คือซอสมะเขือเทศชั้นดีให้ความเปรี้ยวอุมามิตัดด้วยอโรมาของซอส Basil Pesto ที่ลงตัว (14/20)
Spaghettoni หรือสปาเก็ตตี้เส้นโตแบบแห้งจากเมืองผลิตพาสต้าที่ดีที่สุดในภูมิภาค Campania อย่าง Gragnano เสิร์ฟมาที่ความสุกได้ระดับคลุกเคล้ากับซอสเลมอนที่มีรสเปรี้ยวนำมาก่อนตามมาด้วยรสหวานและขมเป็น After Taste ที่พอเหมาะ ยังมีรสชาติเค็มพอดีจาก Anchovies คุณภาพสูงและความกรอบจากขนมปังอีกด้วย (14/20)
Pasticciotto เป็นของหวานพื้นบ้านที่คิดค้นโดยเชฟ Andre Ascalone ในเมือง Galatina แคว้น Apulia ในช่วงปี ค.ศ. 1745 ก่อนจะได้รับความนิยมมาจนถึงแถบ Amalfi Coast มีจุดเด่นอยู่ที่ผิวด้านนอกกรอบในขณะที่ตรงกลางให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ในที่นี้เชฟเพิ่มความหวานจากผลแอปริคอตที่เจริญเติบโตบนดินภูเขาไฟ Visuvius ลงไปด้วยจับคู่กับไอศกรีมเย็น ๆ เข้ากันดีเป็นที่สุด (14/20)
[WHY GO] Torre Normanna ถือเป็นห้องอาหารที่บรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค Campania ทั้งยังมีราคาสมเหตุสมผล สำหรับใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวแถบ Amalfi Coast ในช่วงที่อากาศดี ๆ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
Price :
50-95 €
Parking :
จอดรถบริเวณทางเข้าร้าน
Operating Time :
มื้อกลางวัน (พุธ-พฤหัส) 12.30-14.30 และมื้อเย็น (อังคาร-พฤหัส) 19.00-22.30 ปิดวันศุกร์-จันทร์
Dress Code :
Casual
Score
👍 สุดยอดร้านอาหารบรรยากาศดีแห่ง Amalfi Coast และภูมิภาค Campania นำเสนออาหารทะเลรสเลิศในราคาที่เหมาะสม
อาหาร :
13.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Fried eggplant and smoked caciocavallo cheese with a tomato and basil pesto sauce (17 €)
Artisanal fresh buffalo mozzarella cheese and aged culatello ham from Venticano (17 €)
lemon, pistachios from Stigliano and mint sauce (25 €)
sautéed Tyrrhenian lobster in a cherry tomato sauce (30 €)
Gragnano’s spaghettoni with lemon, anchovies, butter and bagel (20 €)
Ravioli stuffed with “Sfusato Amalfitano” lemon infused buffalo ricotta cheese in a butter and mint sauce (18 €)
Lemon delight sponge cake (9 €)
Norman shock: salted butter and caramello sauce, Giffoni hazelnut icecream (10 €)
Traditional Amalfi Coast pasticciotto with Vesuvius’ apricot and bourbon vanilla ice cream (9 €)
Torre Normanna – ตอเร่ นอร์มานน่า
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์
Seafood – อาหารทะเล
Chef Gino, Daniele, Ivalo & Massimo Proto – เชฟจิโน่, ดาเนียลเล่, อิวาโล & มาสซิโม่ โปรโต
Welcome dish
ก่อนเข้ามื้ออาหารเชฟจะนำเสิร์ฟโฟมมันฝรั่งเสิร์ฟมากับหมึกนุ่มหนึบโดยมีอโรมาหอม ๆ ของหมึกดำกระจายอยู่ทั่วจาน (13/20)
Fried eggplant and smoked caciocavallo cheese with a tomato and basil pesto sauce (17 €)
เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างมะเขือม่วงที่ผ่านการทอดจนกรอบสลับกันไปกับเลเยอร์ของชีส Caciocavallo รมควันให้กลิ่นหอมที่ไม่เหมือนใคร รอบ ๆ คือซอสมะเขือเทศชั้นดีให้ความเปรี้ยวอุมามิตัดด้วยอโรมาของซอส Basil Pesto ที่ลงตัว (14/20)
Artisanal fresh buffalo mozzarella cheese and aged culatello ham from Venticano (17 €)
เมนูบ้าน ๆ อย่าง Culatello Ham ที่ผ่านการบ่มจากเมือง Venticanoเสิร์ฟมาคู่กับ Mozzarella Cheese ที่เพียงใช้มีดหั่นเบา ๆ ครีมนมข้างในก็ไหลออกมาราวกับฟองน้ำ สุดยอดมาก ๆ (13/20)
Classic risotto made with the finest “Gran Riserva Carnaroli” rice with lightly seared scampi and flavored with vanilla,
lemon, pistachios from Stigliano and mint sauce (25 €)
ข้าว Risotto Gran Riserva Carnaroli ที่มีกลิ่นหอมของเลมอนและวานิลลา ด้านบนคือกุ้ง Scampi ที่ผ่านการเซียมาเบา ๆ เพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและรสชาติที่ยังหวานกลมกล่อม ยนอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของถั่วพิสตาชิโอ้จากเมือง Stigliano และใบมิ้นต์อีกด้วย อย่างไรก็ตามรสชาติโดยรวมของจานติดหวานไปค่อนข้างมาก (12/20)
Pappardelle from Gragnano with a half
sautéed Tyrrhenian lobster in a cherry tomato sauce (30 €)
พาสต้าเส้น Pappardelle จากเมืองผลิตพาสต้าที่ดีที่สุดในภูมิภาค Campania อย่าง Gragnano เสิร์ฟมาคู่กับล็อบสเตอร์จากทะเล Tyrrhenian โดยที่เนื้อล็อบสเตอร์ยังคงมีความฉ่ำหวาน ส่วนซอสสีแดงรอบ ๆ เตรียมมาจาก Cherry Tomato สุดคลาสสิค (14/20)
Gragnano’s spaghettoni with lemon, anchovies, butter and bagel (20 €)
Spaghettoni หรือสปาเก็ตตี้เส้นโตแบบแห้งจากเมืองผลิตพาสต้าที่ดีที่สุดในภูมิภาค Campania อย่าง Gragnano เสิร์ฟมาที่ความสุกได้ระดับคลุกเคล้ากับซอสเลมอนที่มีรสเปรี้ยวนำมาก่อนตามมาด้วยรสหวานและขมเป็น After Taste ที่พอเหมาะ ยังมีรสชาติเค็มพอดีจาก Anchovies คุณภาพสูงและความกรอบจากขนมปังอีกด้วย (14/20)
Ravioli stuffed with “Sfusato Amalfitano” lemon infused buffalo ricotta cheese in a butter and mint sauce (18 €)
พาสต้าทรงเกี๊ยวอย่างราวิโอลีปั้นด้วยมือ ด้านในสอดไส้ Ricotta Cheese ที่ใส่อโรมาความหอมของ Sfusato Amalfitano Lemon ซึ่งเป็นเลมอนขึ้นชื่อของพื้นที่แถบ Amalfi Coast รอบ ๆ คือซอสที่ขึ้นมาจากเนยและใบมิ้นต์ (13/20)
Lemon delight sponge cake (9 €)
สำหรับขนมหวานจานแรกคือเค้กเลมอนนุ่ม ๆ ตัดด้วยความขมเบา ๆ ของผิวเลมอนและรสชาติของเบอร์รี่นานาชนิด (13/20)
Norman shock: salted butter and caramello sauce, Giffoni hazelnut icecream (10 €)
ขนมเค้กที่มีเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน เลเยอร์ตรงกลางให้ความครีมมี่เยิ้มไหลออกมา ทั้งยังมีรสชาติหวานกลมกล่อม ด้านบนโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งเสิร์ฟมาคู่กันกับไอศกรีมถั่วฮาเซลนัท (14/20)
Traditional Amalfi Coast pasticciotto with Vesuvius’ apricot and bourbon vanilla ice cream (9 €)
Pasticciotto เป็นของหวานพื้นบ้านที่คิดค้นโดยเชฟ Andre Ascalone ในเมือง Galatina แคว้น Apulia ในช่วงปี ค.ศ. 1745 ก่อนจะได้รับความนิยมมาจนถึงแถบ Amalfi Coast มีจุดเด่นอยู่ที่ผิวด้านนอกกรอบในขณะที่ตรงกลางให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ในที่นี้เชฟเพิ่มความหวานจากผลแอปริคอตที่เจริญเติบโตบนดินภูเขาไฟ Visuvius ลงไปด้วยจับคู่กับไอศกรีมเย็น ๆ เข้ากันดีเป็นที่สุด (14/20)
ขนมปัง
ราคา 233.5 €
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารที่มีบรรยากาศงดงามและมีเอกลักษณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค Campania นั่นก็คือ Torre Normanna ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Maiori ในแถบ Amalfi Coast นั่นเอง
[THE PLACE] Torre Normanna หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Norman Tower เป็นหอสังเกตุการณ์ที่ใหญ่โตและเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาค Amalfi Coast โดยเชื่อกันว่าตัวป้อมถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1250-1300 ทั้งยังเคยถูกใช้เป็นแลนมาร์คสำคัญภาพวาดของศิลปินชื่อดังอย่าง Luca Albino ซึ่งจัดแสดงอยู่ใน Palazzo Mezzacapo ในเมือง Maiori รวมไปถึงหอศิลป์ในเมือง Salerno อีกด้วย สำหรับฝั่งงานภาพยนตร์นั้นตัวป้อมเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Paisan (Paisà) ที่กำกับโดยผู้กำกับระดับตำนาน Roberto Rossellini ก่อนจะนำออกฉายในปี ค.ศ. 1946
ในปี 2008 พี่น้องตระกูล Proto จำนวน 4 คนได้ปรับพื้นที่ภายในให้กลายมาเป็นห้องอาหารชั้นดีโดยมีห้องรับประทานอาหารหลักตั้งอยู่บริเวณชั้นบนของป้อมโดดเด่นด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของท้องทะเล Tyrrhenian พื้นกระเบื้องและเก้าอี้ไม้ช่วยเสริมบรรยากาศให้มีความแคชวลและเป็นกันเอง
จนถึงปัจจุบันห้องอาหาร Torre Normanna เคยถูกใช้เป็นสถานที่ต้อนรับบรรดาผู้มีชื่อเสียงมากมายอย่างเช่น Leonardo Di Caprio, Naomi Campbell และ Lucio Dalla นั่นเอง
พื้นที่บริเวณดาดฟ้ามองออกไปเห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาโดยที่ไม่มีอะไรมาปิดกั้น
[THE FOOD] 4 พี่น้องตระกูล Proto คือ Gino, Daniele, Ivalo และ Massimo ตั้งใจเปลี่ยนหอสังเกตุการณ์โบราณให้กลายมาเป็ยห้องอาหารทะเลชั้นเลิศ รายการอาหารที่นี่จะเน้นไปทางอาหารทะเลและเมนูท้องถิ่นของภูมิภาค Amalfi Coast และ Campania โดยมีวัตถุดิบชูโรงอย่างเช่น “Sfusato Amalfitano” Lemon, Caciocavallo Cheese รวมไปถึงเนื้อปลาสด ๆ หลากหลายชนิด ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนู 2 ชนิดที่ใช้ชื่อว่า Tradizioni Amalfitane (75 €) ที่รวบรวมเมนูท้องถิ่นจากแถบ Amalfi Coast นำเสนอมาจำนวน 4 คอร์ส ถัดมาคือ Essenza di Mare (95 €) เซ็ตเมนูที่ดีที่สุดของทางร้านนำเสนอมาที่จำนวน 7 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันตามใจชอบ
ทางเดินภายในหอสังเกตุการณ์โบราณ
ทัศนียภาพมุมกว้างของท้องทะเล Tyrrhenian
ลวดลายกระเบื้องระหว่างทางเดินในหอสังเกตุการณ์
ทางเดินเข้าสู่ร้านอาหาร
[WHY GO] Torre Normanna ถือเป็นห้องอาหารที่บรรยากาศดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค Campania ทั้งยังมีราคาสมเหตุสมผล สำหรับใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวแถบ Amalfi Coast ในช่วงที่อากาศดี ๆ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง