Visit: May 28, 2024

🇫🇷 Maison Ronan Kervarrec - เมซง โรน็อง เคอวาเรค

👨🏻‍🍳 Chef Ronan Kervarrec - เชฟโรน็อง เคอวาเรค

1 impasse du Vieux-Bourg, Saint-Grégoire, 35760, France

Tel: (+33) 2 99 68 79 35

Cuisine

🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น

Country

France

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16.5/20

Price

5/5
          

🎗 [INTRO] หนึ่งในห้องอาหารที่น่าสนใจที่สุดในงานประกาศรางวัลคู่มือ MICHELIN Guide ประจำปี 2024 ของประเทศฝรั่งเศสคือร้าน Le Saison ของเชฟมากประสบการณ์ที่ตั้งใจเดินทางกลับมายังแถบบ้านเกิดในแคว้น Brittany เพื่อเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง

          
🎗 [THE PLACE] Maison Ronan Kervarrec ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Saint-Grégoire ทางตอนเหนือของนคร Rennes ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้น Brittany ลูกค้าสามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดหน้าร้าน จากนั้นพนักงานจะพาเราเข้าสู่ห้องรับรองและจัดเสิร์ฟ Amuse-bouche และเครื่องดื่มต่าง ๆ ห้องรับประทานอาหารหลักมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่กลับสร้างความรู้สึกที่อบอุ่นให้กับเราได้อย่างน่าประหลาด ระหว่างมื้อภรรยาของเชฟคือคุณ Els Kervarrec จะคอยเดินต้อนรับลูกค้าทุก ๆ โต๊ะ บริเวณหลังร้านมีจุดสำหรับจำหน่ายของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้าน ส่วนใครที่มองหาโรงแรมสามารถจอง 1 ใน 5 ห้องพักที่ตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัยและสามารถเข้าพักผ่อนได้ทันทีหลังจบมื้ออีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Ronan Kervarrec เกิดที่ Morbihan ในแคว้น Brittany โดยมีคุณพ่อทำงานเป็น Saucier หรือเชฟที่รับหน้าที่เตรียมซอสใน Hotel George V ในกรุง Paris เมื่ออายุถึงเกณฑ์เขาจึงเข้าศึกษาต่อสายอาชีพเชฟในเมือง Dinard และเคยรับงานเป็น Executive Chef ให้กับห้องอาหารระดับสูงมากมายไม่ว่าจะเป็น La Chèvre d’Or (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Èze และ Hostellerie de Plaisance (2 MICHELIN Stars – ปัจจุบันคือ La Table de Pavie) ในเมือง Saint-Émilion อย่างไรก็ตามในปี 2020 เขาตัดสินใจเดินทางกลับมามายังภูมิภาคบ้านเกิดเพื่อเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยใช้พื้นที่ต่อจากเชฟ David Etcheverry ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในคู่มือปกแดงปี 2022 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในคู่มือประจำปี 2024 จึงการันตีได้ว่าฝีมือของเขานั่นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

🎗 [THE FOOD] ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้หลากหลายรูปแบบเริ่มต้นที่ DÉJEUNER “DÉCOUVERTE” ซึ่งจัดเสิร์ฟมาจำนวน 3 คอร์สที่ราคา 69 € เฉพาะในช่วงมื้อกลางวันของวันอังคาร-เสาร์ ถัดมาคือ MENUS SOUVENIRS นำเสนอมาที่จำนวน 4 คอร์ส – 103 €, 5 คอร์ส – 138 €, 6 คอร์ส – 175 € และ 7 คอร์ส 195 € สุดท้ายคือ Set Menu พิเศษที่ใช้ชื่อว่า PRINCE DE L’OCÉAN ที่จำเป็นต้องสั่งจองล่วงหน้า 2 วันโดยเชฟจะนำวัตถุดิบล้ำค่าของแคว้น Brittany อย่าง Brittany Lobster ที่เชฟเปรียบเปรยให้เป็นเจ้าชายแห่งมหาสมุทรมาประกอบกันเป็นอาหาร 5 คอร์สที่ราคา 250 € ต่อคน สำหรับจานที่เราประทับใจอย่างเช่น

✨ Cockles, seaweed spaghetti, garlic and parsley, beurre blanc
จานนี้เชฟได้นำสาหร่ายแท้ ๆ เสิร์ฟมาคล้ายกันกับเส้นสปาเก็ตตี้ให้เนื้อสัมผัสที่สู้ฟันคล้ายกันกับความ Al Dente ได้อย่างเหลือเชื่อ กลิ่นเฉพาะตัวของสาหร่ายถูกบาลานซ์ด้วยความหอมของกระเทียมและความเปรี้ยวของ Beurre Blanc ที่เสิร์ฟมาในรูปแบบของ Emulsion นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบของหอยลายท้องถิ่นและความเขียวเบา ๆ ของพาสลีย์ ข้าง ๆ กันคือขนมปังสาหร่ายสำหรับรับประทานไปคู่กัน (17/20)

✨ Roasted pigeon from Joël Poirier, gnocchi with offal, beetroot and pomegranate
นกพิราบจากฟาร์มของคุณ Joël Poirier ซึ่งเป็นหนึ่งในฟาร์มที่คุณภาพสูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศสเสิร์ฟมาที่ความสุกพอดีไร้ที่ติ หนังมีความกรอบ ไร้ซึ่งกลิ่นสาบ เนื้อมีความนุ่มและฉ่ำ ขานกมีความสู้ฟันเบา ๆ แต่ไม่เหนียว ยังมีเครื่องในนกพิราบที่สับรวมมาเป็นรูปแบบของ Gnocchi ไร้ซึ่งกลิ่นคาวเช่นกัน เชฟราดด้วยซอสที่ผ่านการเคี่ยวมาแบบไม่ข้นจนเกินไปตัดกันกับความเปรี้ยวของบีทรูทและทับทิมได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)

✨ Gavotte, buckwheat, chouchen, salted caramel
Gavotte เป็นขนมบิสกิตท้องถิ่นจากทางตอนเหนือของแคว้น Brittany ที่เชฟ Ronan เสิร์ฟมาแบบบางและกรอบ ด้านในสอดไส้ครีม Chouchen ซึ่งเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่นที่เตรียมมาจากน้ำผึ้งก่อนจะตัดด้วยความเค็มของ Salted Caramel และองค์ประกอบของผลไม้แดงได้อย่างพอเหมาะ (17/20)

🎗 [WHY GO] Maison Ronan Kervarrec เป็นห้องอาหารของเชฟมากประสบการณ์แห่งแคว้น Brittany ที่นำเสนออาหารโมเดิร์นออกมาได้อย่างน่าสนใจ พนักงานให้บริการแบบเป็นกันเองแต่ยังสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนัก รายการไวน์มีให้เลือกค่อนข้างเยอะในราคาที่เหมาะสม แน่นอนว่าจุดเด่นของร้านคือราคาอาหารที่คุ้มค่าชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยากนั่นเอง

Price :

69-250 €

Parking :

จอดในร้าน

Operating Time :

12.15-13.15, 19.15-21.15 ปิดวันอาทิตย์-จันทร์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารของเชฟมากประสบการณ์แห่งแคว้น Brittany ที่นำเสนออาหารโมเดิร์นออกมาได้อย่างน่าสนใจ

อาหาร :

16.5

ราคา :

5/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

4/5

Map

📃 MY MEMORIES IN 4 COURSES (103 €)

          
Amuse-bouche

Buckwheat, potato, Guéméné andouille, buttermilk.

Spider Crab, lemongrass infusion

Cockles, seaweed spaghetti, garlic and parsley, beurre blanc

Roasted pigeon from Joël Poirier, gnocchi with offal, beetroot and pomegranate

Rapsberry with verbena, rice crackers

📃 SUBSTITUTION

Brittany Lobster, lobster claws cannelloni, civet sauce. (+30 € for substitution)

Gavotte, buckwheat, chouchen, salted caramel

🇫🇷 Maison Ronan Kervarrec – เมซง โรน็อง เคอวาเรค

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🏵️🏵️🏵️ 16.5/20 Gault&Millau – 16.5/20 โก&มีโย

🍴 Modern Cuisine – อาหารโมเดิร์น

👨🏻‍🍳 Chef Ronan Kervarrec – เชฟโรน็อง เคอวาเรค

🎗 [INTRO] หนึ่งในห้องอาหารที่น่าสนใจที่สุดในงานประกาศรางวัลคู่มือ MICHELIN Guide ประจำปี 2024 ของประเทศฝรั่งเศสคือร้าน Le Saison ของเชฟมากประสบการณ์ที่ตั้งใจเดินทางกลับมายังแถบบ้านเกิดในแคว้น Brittany เพื่อเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง

Crispy Seaweed

ระหว่างรออาหารพนักงานจะเสิร์ฟ Crispy Seaweed มาให้ชิมกันเพลิน ๆ

Amuse-bouche

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่าง 3 อย่างคือ Bulot หรือหอยทากทะเลมีเนื้อสัมผัสนุ่มกำลังพอดีจัยคู่กับครีม Mayonnaise รสเปรี้ยว ถัดมาคือกุ้ง Langoustine เสิร์ฟมาในลักษณะของซุปเบา ๆ ที่มีกลิ่นหอมของมันกุ้งในขณะที่อีกชิ้นหนึ่งเสิร์ฟมาเป็นเทมปุระที่ทอดมาได้ดีไร้ที่ติ สุดท้ายคือหอยนางรมจับคู่กับเหล้า Gin (17/20)

Buckwheat, potato, Guéméné andouille, buttermilk.

Guéméné Andouille เป็นไส้กรอกแฮมหรือ Charcuterie Sausage ท้องถิ่นที่มีจุดเด่นคือวงหรือชั้นที่เกิดจากการใช้ไส้มาเป็นองค์ประกอบและให้เนื้อสัมผัสที่สู้ฟันพอประมาณ (15/20)

Buckwheat, potato, Guéméné andouille, buttermilk.

เมื่อเคี้ยวไปจะพบกับรสชาติเค็มกลมกล่อมและกลิ่นหอมของการรมควัน เชฟตัดด้วยความกรอบของบัควีทและความเปรี้ยวของบัตเตอร์มิลค์ (15/20)

Buckwheat, potato, Guéméné andouille, buttermilk.

ที่โต๊ะอาหารพนักงานจะเสิร์ฟ Kystin ซึ่งเป็น Cider ท้องถิ่นของนคร Rennes ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (15/20)

Buckwheat, potato, Guéméné andouille, buttermilk.

ตัวอย่างของKystin ซึ่งเป็น Cider ท้องถิ่นของนคร Rennes ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (15/20)

พนักงานยังให้เราเลือกมีดที่จะใช้ได้เอง

Bread and butter

ทางร้านเสิร์ฟขนมปังจากร้านเบเกอรี่ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากตัวร้านเพียง 5 นาที ข้าง ๆ กันคทอเนยเค็มคุณภาพสูง

Spider Crab, lemongrass infusion

เชฟเสิร์ฟปูแมงมุมที่มีความหวานจับคู่กับอโรมาหอมเพียงเบา ๆ ของตะไคร้ นอกจากรสชาติที่ลงตัวและยังมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันทั้งร้อนและเย็นอีกด้วย (17/20)

Cockles, seaweed spaghetti, garlic and parsley, beurre blanc

จานนี้เชฟได้นำสาหร่ายแท้ ๆ เสิร์ฟมาคล้ายกันกับเส้นสปาเก็ตตี้ให้เนื้อสัมผัสที่สู้ฟันคล้ายกันกับความ Al Dente ได้อย่างเหลือเชื่อ กลิ่นเฉพาะตัวของสาหร่ายถูกบาลานซ์ด้วยความหอมของกระเทียมและความเปรี้ยวของ Beurre Blanc ที่เสิร์ฟมาในรูปแบบของ Emulsion นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบของหอยลายท้องถิ่นและความเขียวเบา ๆ ของพาสลีย์ ข้าง ๆ กันคือขนมปังสาหร่ายสำหรับรับประทานไปคู่กัน (17/20)

Roasted pigeon from Joël Poirier, gnocchi with offal, beetroot and pomegranate

นกพิราบจากฟาร์มของคุณ Joël Poirier ซึ่งเป็นหนึ่งในฟาร์มที่คุณภาพสูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศสเสิร์ฟมาที่ความสุกพอดีไร้ที่ติ หนังมีความกรอบ ไร้ซึ่งกลิ่นสาบ เนื้อมีความนุ่มและฉ่ำ ขานกมีความสู้ฟันเบา ๆ แต่ไม่เหนียว ยังมีเครื่องในนกพิราบที่สับรวมมาเป็นรูปแบบของ Gnocchi ไร้ซึ่งกลิ่นคาวเช่นกัน เชฟราดด้วยซอสที่ผ่านการเคี่ยวมาแบบไม่ข้นจนเกินไปตัดกันกับความเปรี้ยวของบีทรูทและทับทิมได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)

Brittany Lobster, lobster claws cannelloni, civet sauce. (+30 € for substitution)

กุ้งล็อบสเตอร์เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของภูมิภาค Brittany ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส เชฟนำไปย่างด้วยถ่านสไตล์บาบีคิวจนสุกและหอม ยังมีส่วนก้ามกุ้งใส่มาให้ด้วย รอบ ๆ คือซอสล็อบสเตอร์บิสก์เข้มข้นและซอสไวน์แดง (16/20)

Rapsberry with verbena, rice crackers

ของหวานในเซ็ตเมนูเป็นราสเบอร์รี่เสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน รสชาติแน่นอนว่ามีความเปรี้ยวนำ ทั้งยังมีความฉ่ำของผลราสเบอร์รี่และความหอมของเวอร์บีน่าอีกด้วย ด้านบนท็อปด้วยแผ่นข้าวเกรียบกรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (16/20)

Gavotte, buckwheat, chouchen, salted caramel

Gavotte เป็นขนมบิสกิตท้องถิ่นจากทางตอนเหนือของแคว้น Brittany ที่เชฟ Ronan เสิร์ฟมาแบบบางและกรอบ ด้านในสอดไส้ครีม Chouchen ซึ่งเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ท้องถิ่นที่เตรียมมาจากน้ำผึ้งก่อนจะตัดด้วยความเค็มของ Salted Caramel และองค์ประกอบของผลไม้แดงได้อย่างพอเหมาะ (17/20)

Petit-fours

ในถ้วยจิ๋วตรงกลางคือซอร์เบท์ที่ผสมผสานความเปรี้ยวของเลมอน ความสดชื่นของใบมินต์และเบซิล ถัดมาคือพายสตรอว์เบอร์รี่และน้ำส้มสายชู ด้านบนคือ Salted Caramel เค็ม ๆ หนึบ ๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยทาร์ตจิ๋วที่ผสานความหอมมันของ Pistachio เข้ากับความเปรี้ยวของส้ม

ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตติดมือกลับบ้านมาด้วย

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

💰 ราคา 311 €

🎗 [THE PLACE] Maison Ronan Kervarrec ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Saint-Grégoire ทางตอนเหนือของนคร Rennes ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้น Brittany

ห้องรับประทานอาหารหลักมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่กลับสร้างความรู้สึกที่อบอุ่นให้กับเราได้อย่างน่าประหลาด

ระหว่างมื้อภรรยาของเชฟคือคุณ Els Kervarrec จะคอยเดินต้อนรับลูกค้าทุก ๆ โต๊ะ

โคมไฟในห้องรับประทานอาหารหลัก

บริเวณหลังร้านมีจุดสำหรับจำหน่ายของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้าน

🎗 [THE CHEF] Ronan Kervarrec เกิดที่ Morbihan ในแคว้น Brittany โดยมีคุณพ่อทำงานเป็น Saucier หรือเชฟที่รับหน้าที่เตรียมซอสใน Hotel George V ในกรุง Paris เมื่ออายุถึงเกณฑ์เขาจึงเข้าศึกษาต่อสายอาชีพเชฟในเมือง Dinard และเคยรับงานเป็น Executive Chef ให้กับห้องอาหารระดับสูงมากมายไม่ว่าจะเป็น La Chèvre d’Or (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Èze และ Hostellerie de Plaisance (2 MICHELIN Stars – ปัจจุบันคือ La Table de Pavie) ในเมือง Saint-Émilion อย่างไรก็ตามในปี 2020 เขาตัดสินใจเดินทางกลับมามายังภูมิภาคบ้านเกิดเพื่อเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยใช้พื้นที่ต่อจากเชฟ David Etcheverry ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในคู่มือปกแดงปี 2022 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในคู่มือประจำปี 2024 จึงการันตีได้ว่าฝีมือของเขานั่นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

🎗 [THE FOOD] ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้หลากหลายรูปแบบเริ่มต้นที่ DÉJEUNER “DÉCOUVERTE” ซึ่งจัดเสิร์ฟมาจำนวน 3 คอร์สที่ราคา 69 € เฉพาะในช่วงมื้อกลางวันของวันอังคาร-เสาร์ ถัดมาคือ MENUS SOUVENIRS นำเสนอมาที่จำนวน 4 คอร์ส – 103 €, 5 คอร์ส – 138 €, 6 คอร์ส – 175 € และ 7 คอร์ส 195 € สุดท้ายคือ Set Menu พิเศษที่ใช้ชื่อว่า PRINCE DE L’OCÉAN ที่จำเป็นต้องสั่งจองล่วงหน้า 2 วันโดยเชฟจะนำวัตถุดิบล้ำค่าของแคว้น Brittany อย่าง Brittany Lobster ที่เชฟเปรียบเปรยให้เป็นเจ้าชายแห่งมหาสมุทรมาประกอบกันเป็นอาหาร 5 คอร์สที่ราคา 250 € ต่อคน

ห้องรับรองและจัดเสิร์ฟ Amuse-bouche และเครื่องดื่มต่าง ๆ

ส่วนใครที่มองหาโรงแรมสามารถจอง 1 ใน 5 ห้องพักที่ตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัยและสามารถเข้าพักผ่อนได้ทันทีหลังจบมื้ออีกด้วย

เคาน์เตอร์สำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม

ลูกค้าสามารถจอดรถได้บริเวณลานจอดหน้าร้าน

🎗 [WHY GO] Maison Ronan Kervarrec เป็นห้องอาหารของเชฟมากประสบการณ์แห่งแคว้น Brittany ที่นำเสนออาหารโมเดิร์นออกมาได้อย่างน่าสนใจ พนักงานให้บริการแบบเป็นกันเองแต่ยังสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไม่ดีนัก รายการไวน์มีให้เลือกค่อนข้างเยอะในราคาที่เหมาะสม แน่นอนว่าจุดเด่นของร้านคือราคาอาหารที่คุ้มค่าชนิดหาใครเทียบเคียงได้ยากนั่นเอง