Visit: June 4, 2024

🇫🇷 Le Puits Saint Jacques - เลอ พุยส์ แซงต์ ชาคส์

👨🏻‍🍳 Chef William Candelon - เชฟวิลเลียม คงเดอลง

57 avenue Victor-Capoul, Pujaudran, 32600, France

Tel: (+33) 5 62 07 41 11

Cuisine

🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น

Country

France

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16/20

Price

4/5
          

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อนไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่มีราคาคุ้มค่าที่สุดในภูมิภาค Occitania โดยมีราคาเซ็ตเมนูเริ่มต้นเพียง 49 € ในช่วงมื้อกลางวันและ 105 € ในช่วงมื้อค่ำ นอกจากนี้ตัวร้านยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่อย่างนคร Toulouse อีกด้วย

          
🎗 [THE PLACE] Le Puits Saint Jacques ตั้งอยู่ห่างจากนคร Toulouse ประมาณ 25 กิโลเมตรทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญ El Camino de Santiago มุ่งหน้าสู่เมือง Santiago de Compostela ในประเทศสเปน ลูกค้าสามารถจอดรถบริเวณลานกว้างฝั่งตรงข้ามหรือหากเต็มก็สามารถขับวนไปจอดที่ด้านหลังลานว่างก็ได้เช่นกัน ภายในร้านตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราโดยใช้วัสดุไม้เอล์มตัดกันกับโทนสีทองแดงของพื้น พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพสูง ขอแนะนำอย่างมากให้เลือกชิมไวน์จากรายการไวน์ที่มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน

🎗 [THE CHEF] Bernard Bach เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของภูมิภาค Occitania โดยเขาสร้างชื่อจากการพาห้องอาหาร Le Puits Saint Jacques คว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ก่อนที่ในเดือนกรกฎาคม 2020 เขาจะส่งไม้ต่อให้กับ William Candelon ผู้มีศักดิ์เป็นหลาน สำหรับตัวเชฟ William Candelon เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นเชฟตั้งแต่อายุยังน้อยก่อนที่จะเรื่มต้นสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารในเครือของเชฟ Alain Ducasse และเชฟ Michel Guérard จนกระทั่งในปี 2002 เขาจึงตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Bernard Bach และพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็น Head Chef ในปัจจุบัน

🎗 [THE FOOD] ทางร้านนำเสนอ Menu du Marché จัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 49 € ส่วนใครที่อยากลิ้มลอง Tasting Menu ชุดใหญ่สามารถเลือกได้ระหว่าง Menu Découverte ที่จัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สในราคา 105 € ถัดมาคือ Menu Signature ที่ได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านจัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สเช่นกันในราคา 135 € สุดท้ายคือ Menu Dégustation จัดเสิร์ฟมาจำนวน 6 คอร์สที่ราคา 155 € ส่วนเมนูเด็ดที่เราได้ลองชิมในวันนี้คือ

✨ L’asperge blanche entière et en velouté, ris d’agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepes
คอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมา 2 รูปแบบหลัก ๆ คือการหั่นเป็นชิ้นพอดีคำราดด้วยซอส Velouté หน่อไม้ฝรั่งขาว ด้านบนท็อปด้วยซอสครีมเห็ดหอมมัน ด้านล่างประกอบไปด้วยชิ้นฟัวกราส์และแกะส่วน Sweetbread ข้าง ๆ กันคือ Nem หรือปอเปี๊ยะที่ผสานเห็ดและแกะให้กลิ่นเฉพาะตัวเข้าด้วยกัน (16/20)

✨ La salade de fraises et gel d’estragon sorbet de son jus, mousseux et croustillant au praliné pistache
ของหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่สลัดจับคู่กับซอร์เบท์น้ำสตรอว์เบอร์รี่ รอบ ๆ คือ Gavotte หรือบิสกิตกรอบ ยังมีองค์ประกอบของทาร์รากอนเจล ตรงกลางคือเค้กและโฟมถั่วพิสตาชิโอ้ท็อปด้านบนด้วยน้ำตาลเป๊าะแป๊ะเคี้ยวสนุก (16/20)

🎗 [WHY GO] สำหรับใครเดินทางมายังแถบนคร Toulouse และกำลังมองหาห้องอาหารระดับสูงในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้เราขอให้ปักหมุด Le puits Saint Jacques เอาไว้ในแผนการเดินทางได้เลย ถึงแม้ตัวร้านจะจองได้ไม่ยากและในบางครั้งสามารถโทรมาจองในวันได้แต่การจองมาก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้ทางร้านสามารถเตรียมการล่วงหน้าและจัดโต๊ะตำแหน่งดี ๆ เอาไว้ให้ก่อนได้นั่นเอง

Price :

49-155 €

Parking :

จอดบริเวณลานจอดฝั่งตรงข้ามร้าน

Operating Time :

Lunch Wed-Sun 12.00-13.30, Dinner Thu-Sat 19.45-20.45, Closed on Mon-Tue

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารระดับสูงที่ได้นำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่า

อาหาร :

16

ราคา :

4/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

3/5

Map

📃 MENU DÉCOUVERTE (105 €)

          
Amuse-bouche

L’asperge blanche entière et en velouté, ris d’agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepes

Laile de raie cuite lentement, petits pois et frégola aux coquillages, condiment grenobloise et bouillon au citron noir

Le suprême de pintade fini au lait de « Monsieur Tauzin », artichaut, caillette de ses cuisses, pommes de terre frites et jus infusé au foin

La salade de fraises et gel d’estragon sorbet de son jus, mousseux et croustillant au praliné pistache

🇫🇷 Le Puits Saint Jacques – เลอ พุยส์ แซงต์ ชาคส์


🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🏵️🏵️🏵️ 15/20 Gault&Millau – 15/20 โก&มีโย

🍴 Modern Cuisine – อาหารโมเดิร์น

👨🏻‍🍳 Chef William Candelon – เชฟวิลเลียม คงเดอลง

รายการเครื่องดื่มในวันนี้

Amuse-bouche

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อย คำแรกคือ Goat Cheese Pie พายชีสนมแพะกรอบ ๆ ที่มีความฉุนเฉพาะตัวเข้ากันกับผลไม้แห้ง ชิ้นที่สองคือ Maki สไตล์ญี่ปุ่นที่มีอโรมาหอม ๆ ของดีหมีกและความฉุนที่กำลังพอดีของวาซาบิโฟม ชิ้นที่สามคือ Fried Ball ทรงกลมสอดไส้เนื้อปลา ด้านบนท็อปด้วยพริกหวาน สุดท้ายคือ Panna Cotta ที่เตรียมมาจากเฟนเนลจับคู่กับสลัดหอยสังข์ทะเลหรือ Bulot เคี้ยวหนึบ (15/20)

Amuse-bouche

จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟผักหลายชนิดมาคู่กับชีสนมแพะจับคู่กับแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากยี่หร่า ถึงแม้จะเป็นจานที่ให้ความรู้สึกเป็นเมนูพื้นบ้านแต่เชฟก็เตรียมออกมาได้อย่างลงตัว (15/20)

L’asperge blanche entière et en velouté, ris d’agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepes

คอร์สแรกอย่างเป็นทางการคือหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมา 2 รูปแบบหลัก ๆ คือการหั่นเป็นชิ้นพอดีคำราดด้วยซอส Velouté หน่อไม้ฝรั่งขาว (16/20)

L’asperge blanche entière et en velouté, ris d’agneau laqué, foie gras et sabayon beurre de cepes

ด้านบนท็อปด้วยซอสครีมเห็ดหอมมัน ด้านล่างประกอบไปด้วยชิ้นฟัวกราส์และแกะส่วน Sweetbread ข้าง ๆ กันคือ Nem หรือปอเปี๊ยะที่ผสานเห็ดและแกะให้กลิ่นเฉพาะตัวเข้าด้วยกัน (16/20)

Laile de raie cuite lentement, petits pois et frégola aux coquillages, condiment grenobloise et bouillon au citron noir

ปีกปลากระเบนที่ผ่านการ Slow-cooked จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่าปกติแต่ยังคงไว้ซึ่งเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวของเนื้อปลา ด้านล่างมีมิติทางเนื้อสัมผัสที่ได้จากชิ้นหอยเคี้ยวหนึบ เชฟเสิร์ฟมากับ Frégola หรือพาสต้าทรงกลมและผักต่าง ๆ ทั้งถั่วและหน่อไม้ฝรั่ง ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของมะเขือเทศให้ความเปรี้ยวเข้ากันกับ Bouillon ที่เตรียมมาจาก Black Lemon มีบอดี้ที่ไม่หนักท้อง (16/20)

จากนั้นพนักงานจะเอามีดมาให้เราเลือกใช้สำหรัยจาน Main Course

Le suprême de pintade fini au lait de « Monsieur Tauzin », artichaut, caillette de ses cuisses, pommes de terre frites et jus infusé au foin

สำหรับจานเมนคอร์สเชฟเสิร์ฟเป็นไก่ Guinea Fowl จับคู่มากับ Caillette ซึ่งเป็นน่องไก่และเครื่องในสับละเอียดให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและไม่คาว องค์ประกอบเคียงคือมันฝรั่งมิลเฟยทอดกรอบและชิ้นสามเหลี่ยมที่เตรียมมาจากแก่นตะวัน เชฟตั้งใจเทราด Smoked Jus ที่มีอโรมาหอม ๆ ของหญ้าฟางรสชาติเข้มข้นลงไปในจาน (16/20)

Pan

ขนมปังสามารถขอเพิ่มได้ตลอด

Pre-dessert

ล้างปากด้วยช็อกโกแลตซอสจับคู่กับความสดชื่นของไอศกรีมยูคาลิปตัส นอกจากนี้ยังมี Bourdeon de Sapin หรือยอดสนใส่มาในถ้วยด้วย

La salade de fraises et gel d’estragon sorbet de son jus, mousseux et croustillant au praliné pistache

ของหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่สลัดจับคู่กับซอร์เบท์น้ำสตรอว์เบอร์รี่ รอบ ๆ คือ Gavotte หรือบิสกิตกรอบ ยังมีองค์ประกอบของทาร์รากอนเจล ตรงกลางคือเค้กและโฟมถั่วพิสตาชิโอ้ท็อปด้านบนด้วยน้ำตาลเป๊าะแป๊ะเคี้ยวสนุก (16/20)

Mignardises

ของหวานจิ๋วหลากหลายรายการเช่น Chocolate Ball with Yuzu, Canelé, Calisson d’Aix และ Flan with Raspberry Marmalade

💰 ราคา 280 €

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อนไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่มีราคาคุ้มค่าที่สุดในภูมิภาค Occitania โดยมีราคาเซ็ตเมนูเริ่มต้นเพียง 49 € ในช่วงมื้อกลางวันและ 105 € ในช่วงมื้อค่ำ นอกจากนี้ตัวร้านยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่อย่างนคร Toulouse อีกด้วย

🎗 [THE PLACE] Le Puits Saint Jacques ตั้งอยู่ห่างจากนคร Toulouse ประมาณ 25 กิโลเมตรทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญ El Camino de Santiago มุ่งหน้าสู่เมือง Santiago de Compostela ในประเทศสเปน

ลูกค้าสามารถจอดรถบริเวณลานกว้างฝั่งตรงข้ามหรือหากเต็มก็สามารถขับวนไปจอดที่ด้านหลังลานว่างก็ได้เช่นกัน

ภายในร้านตกแต่งในสไตล์ย้อนยุคแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราโดยใช้วัสดุไม้เอล์มตัดกันกับโทนสีทองแดงของพื้น

พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเองและมีความเป็นมืออาชีพสูง

ขอแนะนำอย่างมากให้เลือกชิมไวน์จากรายการไวน์ที่มีให้เลือกค่อนข้างหลากหลายในราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน

🎗 [THE FOOD] ทางร้านนำเสนอ Menu du Marché จัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันจำนวน 3 คอร์สในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 49 €

ส่วนใครที่อยากลิ้มลอง Tasting Menu ชุดใหญ่สามารถเลือกได้ระหว่าง Menu Découverte ที่จัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สในราคา 105 €

ถัดมาคือ Menu Signature ที่ได้รวบรวมเมนูเด็ดประจำร้านจัดเสิร์ฟมาจำนวน 4 คอร์สเช่นกันในราคา 135 €

สุดท้ายคือ Menu Dégustation จัดเสิร์ฟมาจำนวน 6 คอร์สที่ราคา 155 €

โต๊ะริมหน้าต่าง

🎗 [THE CHEF] Bernard Bach เป็นหนึ่งในเชฟระดับตำนานของภูมิภาค Occitania โดยเขาสร้างชื่อจากการพาห้องอาหาร Le Puits Saint Jacques คว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ก่อนที่ในเดือนกรกฎาคม 2020 เขาจะส่งไม้ต่อให้กับ William Candelon ผู้มีศักดิ์เป็นหลาน สำหรับตัวเชฟ William Candelon เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นเชฟตั้งแต่อายุยังน้อยก่อนที่จะเรื่มต้นสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารในเครือของเชฟ Alain Ducasse และเชฟ Michel Guérard จนกระทั่งในปี 2002 เขาจึงตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับเชฟ Bernard Bach และพัฒนาฝีมือจนกลายมาเป็น Head Chef ในปัจจุบัน

🎗 [WHY GO] สำหรับใครเดินทางมายังแถบนคร Toulouse และกำลังมองหาห้องอาหารระดับสูงในราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้เราขอให้ปักหมุด Le puits Saint Jacques เอาไว้ในแผนการเดินทางได้เลย

ถึงแม้ตัวร้านจะจองได้ไม่ยากและในบางครั้งสามารถโทรมาจองในวันได้แต่การจองมาก่อนล่วงหน้าจะช่วยให้ทางร้านสามารถเตรียมการล่วงหน้าและจัดโต๊ะตำแหน่งดี ๆ เอาไว้ให้ก่อนได้นั่นเอง