Visit: June 12, 2024

🇹🇭 JHAROKHA By Indus - จาโรคา บาย อินดัส

Building 494 Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330

Tel: 082-997-3399

Cuisine

🍴 Indian - อาหารอินเดีย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

Price

/5
          

🎗 JHAROKHA By Indus เป็นห้องอาหารอินเดียแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นานโดยมีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Erawan Bangkok บริเวณด้านหน้าเป็นบาร์ขนาดใหญ่นำเสนอเมนูทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และค็อกเทลล์รสเลิศ เบื้องหลังลึกเข้าไปเป็นส่วนห้องรับประทานอาหารหลักที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่คล้ายกันกับ Rajasthan Polo Club ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นผู้คนและรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาผ่านบริเวณแยกราชประสงค์ ส่วนชื่อร้าน JHAROKHA คือหน้าต่างหินที่ได้รับการออกแบบและแกะสลักลวดลายมาอย่างปราณีตโดยทางร้านตั้งใจสื่อความหมายถึงการเปิดหน้าต่างให้เหล่านักชิมได้ลองสัมผัสกับอาหาร ประเพณี และและจิตวิญญาณของชาวอินเดียนั่นเอง

          
🎗️ เชฟ Sanket Hoskote เติบโตขึ้นมาในประเทศอินเดียโดยมีชีวิตในช่วงวัยเด็กคอยช่วยเหลือที่บ้านในการจัดเตรียมอาหารในครัว เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Chennai ทั้งยังมีโอกาสเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Tresind ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียที่มีชื่อเสียงที่สุดในนคร Dubai หลังจากนั้นเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร Alchemy ในนคร Bangalore และได้ร่วมงานกับสุดยอดมาสเตอร์เชฟระดับโลกอย่างเชฟ Hari Nayak อีกด้วย ปัจจุบันเขาได้รับการทาบทามจากคุณ Sid Sehgal ให้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อรับงานสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Jharokha by Indus และนำเสนออาหารอินเดียในรูปแบบโมเดิร์นโดยผสานเทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ากันกับรสชาติแบบดั้งเดิมโดยมีจานที่น่าสนใจอย่างเช่น

✨ Himalayan Gucchi & Khumb (450++)
Stuffed Morel, King Oyster Mushrooms, Yakhni
คอร์สนี้เป็นจานเด็ดที่นำเสนอวัตถุดิบล้ำค่าจากดินแดนแคชเมียร์ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีนนั่นก็คือเห็ดโมเรลนั่นเอง เชฟนำเห็ดโมเรลมายัดไส้แล้วเสิร์ฟมากับเห็ดนางรมหลวงชิ้นโตที่ผ่านกระบวนการซูวีด์นาน 12 ชั่วโมงทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและไม่เหนียว นอกจากนี้ยังมี Morel Yakhni ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นของแถบแคชเมียร์ที่ผสมผสานสต๊อกกับโยเกิร์ตเข้าด้วยกันใส่มาให้

✨ Shikari Maas Ke Sule (650++)
Australian Lamb Striploin, Mustard Mint Dip, Fennel
เนื้อแกะออสเตรเลียส่วนสตริปลอยด์ที่นำไปคลุกในผงเครื่องเทศรวมไปถึงพริก Mathania จากแถบนคร Rajasthan แล้วย่างถ่านจนสุก ด้านบนท็อปด้วยเครื่องจิ้มมิ้นต์-มัสตาร์ด เชฟเสิร์ฟมาโดยใช้อุปกรณ์ที่ดูคล้ายดาบเพื่อบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของที่เหล่าบรรดานักรบในอดีตนิยมใช้ดาบเสียบเนื้อแล้วย่างไฟนั่นเอง

✨ Pondi ”Cherry“ (280++)
Pondicherry Chocolate, Himachal Cherries
Pondicherry เป็นพื้นที่ในอินเดียที่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสและขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบโดยเฉพาะช็อกโกแลตคุณภาพดีเสิร์ฟมาหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Chocolate Tuile เชฟยังจับคู่กับความเปรี้ยวของ Himachal Cherries อีกด้วย

🎗️ สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารใหม่ ๆ ที่มีบรรยากาศแบบแคชวลเป็นกันเองและมีทำเลอยู่ใจกลางเมืองก็สามารถตามมาชิมกันได้ เราเชื่อว่าอาหารของ JHAROKHA By Indus จะสามารถมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่วัตถุดิบและการผสมผสานเทคนิคแบบดั้งเดิมและเทคนิคเวสเทิร์นยุคใหม่ให้กับเหล่านักชิมที่มีใจรักอาหารอินเดียได้อย่างแน่นอน

Price :

1,500 THB

Parking :

จอดที่ศูนย์การค้า Erawan Bangkok

Operating Time :

11.30-22.30

Dress Code :

Casual

Score

อาหาร :

ราคา :

/5

เทคนิค :

/5

อัตลักษณ์ :

/5

บรรยากาศ :

/5

บริการ :

/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Á LA CARTE

          
5 Chutneys (500++)
Baingan Choka, Roasted Tomato, Green Chilli Chutney, Aamshotto, Roasted Beets

Bhuna Kaleji (350++)
Rose Cookie, Chicken Liver, Nut Crumble

Bheja Pav (490++)
Goat brain, Crispy Potato

Himalayan Gucchi & Khumb (450++)
Stuffed Morel, King Oyster Mushrooms, Yakhni

Batak Seekh Kebab (480++)
Skewered Ground Duck, Pineapple Chutney

Shikari Maas Ke Sule (650++)
Australian Lamb Striploin, Mustard Mint Dip, Fennel

Murgh Makhani (450++)
Charcoal Smoked Chicken, Tomato Cream Sauce

Daal Jharokha (390++)
Slow Cooked Black Lentils, Tomato, Cream

Champaran Gosht (590++)
Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard Oil

Mewar Malai Chicken Biryani (500++)
Aromatic Saffron Rice, Cream, Biryani Masala

Garlic Naan (120++)
White Flour Flatbread

Chilli Cheese Naan (180++)
White Flour Flatbread Stuffed with Indian Cheese and Chilli

Kesar Falooda (250++)
Rose Flavoured Indian Ice Cream, Saffron Milk, Basil Seeds, Glass Noodles

Pondi ”Cherry“ (280++)
Pondicherry Chocolate, Himachal Cherries

🇹🇭 JHAROKHA By Indus – จาโรคา บาย อินดัส

🍴 Indian – อาหารอินเดีย

JHAROKHA By Indus เป็นห้องอาหารอินเดียแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นานโดยมีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Erawan Bangkok

Amuse-bouche

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างคือ Mushroom Galouti ที่ใช้เห็ดสับมาละเอียดจนแทบละลายในปากสมชื่อทั้งมีความอุมามิช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี

5 Chutneys (500++)
Baingan Choka, Roasted Tomato, Green Chilli Chutney, Aamshotto, Roasted Beets

ชุดเครื่องจิ้มของอินเดียนำเสนอมาให้เลือก 3-5 อย่างเริ่มจาก Baingan Choka ที่เตรียมมาจากมะเขือเผาและพริก, Roasted Tomato หรือชัทนีย์มะเขือเทศเผาโดยมีอโรมาหอม ๆ ของพริก Mathania อยู่ด้วย, Green Chilli Chutney ที่ผสมผสานพนิกเขียวดองเข้ากันกับชีสนมแพะ, Aamshotto ที่มีความหวานของมะม่วงและน้ำตาลโตนด, Roasted Beets ที่ผสมผสานบีทรูทเผาเข้ากันกับอโรมาของใบ Curry Leaf และมัสตาร์ด

Bhuna Kaleji (350++)
Rose Cookie, Chicken Liver, Nut Crumble

เชฟนำเสนอ Achappam หรือคุกกี้กุหลาบในรูปแบบอาหารคาว ตรงกลางบรรจุ Pâté ตับไก่เนื้อเนียนมาคู่กันกับความกรอบของครัมเบิ้ลถั่ว คำนี้อโรมาของตับไก่จะค่อนข้างโดดเด่นแตกต่างไปจาก Pâté ของฝั่งตะวันตก

Bheja Pav (490++)
Goat brain, Crispy Potato

ใครอยากเปิดโลกสามารถลองชิมขนมปัง Pain Perdu สไตล์ฝรั่งเศสท็อปด้านบนด้วยสมองแพะที่มีอโรมาของเครื่องเทศและความกรอบของ Salli หรือมันฝรั่งฝอยทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน

Himalayan Gucchi & Khumb (450++)
Stuffed Morel, King Oyster Mushrooms, Yakhni

คอร์สนี้เป็นอีกหนึ่งจานเด็ดที่นำเสนอวัตถุดิบล้ำค่าจากดินแดนแคชเมียร์ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีนนั่นก็คือเห็ดโมเรลนั่นเอง เชฟนำเห็ดโมเรลมายัดไส้แล้วเสิร์ฟมากับเห็ดนางรมหลวงชิ้นโตที่ผ่านกระบวนการซูวีด์นาน 12 ชั่วโมงทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและไม่เหนียว นอกจากนี้ยังมี Morel Yakhni ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นของแถบแคชเมียร์ที่ผสมผสานสต๊อกกับโยเกิร์ตเข้าด้วยกันใส่มาให้

Batak Seekh Kebab (480++)
Skewered Ground Duck, Pineapple Chutney

จานนี้เชฟนำเนื้อเป็ดไปบดก่อนจะนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องเทศที่สับจนละเอียด จากนั้นนำไปย่างในเตาทันดูร์จนหอมกรุ่นชวนคิดถึงเมนูทอดมันแบบไทย ๆ ด้านบนคือชัทนีย์สับปะรดช่วยปรุงแต่งรสชาติให้มีมิติ ด้านล่างรองด้วยซอส Masala Beurre Blanc เชฟตั้งใจเสิร์ฟมาใน Seekh หรือ Skewer ตามชื่อเมนู

Shikari Maas Ke Sule (650++)
Australian Lamb Striploin, Mustard Mint Dip, Fennel

เนื้อแกะออสเตรเลียส่วนสตริปลอยด์ที่นำไปคลุกในผงเครื่องเทศรวมไปถึงพริก Mathania จากแถบนคร Rajasthan แล้วย่างถ่านจนสุก ด้านบนท็อปด้วยเครื่องจิ้มมิ้นต์-มัสตาร์ด เชฟเสิร์ฟมาโดยใช้อุปกรณ์ที่ดูคล้ายดาบเพื่อบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของที่เหล่าบรรดานักรบในอดีตนิยมใช้ดาบเสียบเนื้อแล้วย่างไฟ

Murgh Makhani (450++)
Charcoal Smoked Chicken, Tomato Cream Sauce

Murgh Makhani หรือ Butter Chicken เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Moti Mahal ในนคร Delhi เชฟนำไก่ไปย่างก่อนจะเสิร์ฟมาในซอสที่ขึ้นมาจากมะเขือเทศและครีมจนให้ความเปรี้ยว ครีมมี่ และอุมามิ

Daal Jharokha (390++)
Slow Cooked Black Lentils, Tomato, Cream

จานนี้ได้จากการนำถั่วเลนทิลไป Slow-Cooked กับครีมและมะเขือเทศ ถั่วเลนทิลจะมีความร่วนและมีอโรมาที่โดดเด่นเฉพาะตัว ขอแนะนำให้รีบชิมตอนยังร้อน ๆ ขอบอกเลยว่าอร่อยมาก ๆ

Champaran Gosht (590++)
Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard Oil

Champaran Gosht คือเนื้อแพะที่ผ่านการ Slow Cooked อย่างช้า ๆ ในหม้อดินเพื่อให้เนื้อยังมีความนุ่มแบะฉ่ำไม่แห้งจนเกินไป

Champaran Gosht (590++)
Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard Oil

เมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับอโรมาหอม ๆ ของกระเทียมและเครื่องเทศ

Mewar Malai Chicken Biryani (500++)
Aromatic Saffron Rice, Cream, Biryani Masala

ข้าวหมกไก่ที่มีเมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม ไม่แฉะและไม่แห้งจนเกินไป ทั้งยังมีอโรมาหอม ๆ ของแซฟฟรอนเด่นชัด เชฟเสิร์ฟมากับโยเกิร์ตเป็นเครื่องเคียง

Garlic Naan (120++)
White Flour Flatbread

ขนมปังนานกระเทียมมีความหอมและเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มโดดเด่น

Chilli Cheese Naan (180++)
White Flour Flatbread Stuffed with Indian Cheese and Chilli

ขนมปังนานชีสอินเดียมีรสชานิเค็มเข้ากันกับความหอมของพริก

Kesar Falooda (250++)
Rose Flavoured Indian Ice Cream, Saffron Milk, Basil Seeds, Glass Noodles

ขนมหวานจานแรกคือ Kulfi หรือไอศกรีมกุหลาบช่วยเรียกความสดชื่นจับคู่กับอโรมาหอม ๆ ของครีมนมแซฟรอน ยังมีความกรอบของเมล็ดแมงลักที่ใส่มาในจานอีกด้วย

Pondi ”Cherry“ (280++)
Pondicherry Chocolate, Himachal Cherries

Pondicherry เป็นพื้นที่ในอินเดียที่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสและขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบโดยเฉพาะช็อกโกแลตคุณภาพดีเสิร์ฟมาหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Chocolate Tuile เชฟยังจับคู่กับความเปรี้ยวของ Himachal Cherries อีกด้วย

ปิดท้ายด้วยกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว

🎗️ เชฟ Sanket Hoskote เติบโตขึ้นมาในประเทศอินเดียโดยมีชีวิตในช่วงวัยเด็กคอยช่วยเหลือที่บ้านในการจัดเตรียมอาหารในครัว เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Chennai ทั้งยังมีโอกาสเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Tresind ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียที่มีชื่อเสียงที่สุดในนคร Dubai หลังจากนั้นเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร Alchemy ในนคร Bangalore และได้ร่วมงานกับสุดยอดมาสเตอร์เชฟระดับโลกอย่างเชฟ Hari Nayak อีกด้วย

ปัจจุบันเขาได้รับการทาบทามจากคุณ Sid Sehgal ให้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อรับงานสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Jharokha by Indus และนำเสนออาหารอินเดียในรูปแบบโมเดิร์นโดยผสานเทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ากันกับรสชาติแบบดั้งเดิมโดยมีจานที่น่าสนใจ

ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่คล้ายกันกับ Rajasthan Polo Club

ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นผู้คนและรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาผ่านบริเวณแยกราชประสงค์

ส่วนชื่อร้าน JHAROKHA คือหน้าต่างหินที่ได้รับการออกแบบและแกะสลักลวดลายมาอย่างปราณีตโดยทางร้านตั้งใจสื่อความหมายถึงการเปิดหน้าต่างให้เหล่านักชิมได้ลองสัมผัสกับอาหาร ประเพณี และและจิตวิญญาณของชาวอินเดียนั่นเอง

บรรยากาศในห้องอาหาร

บรรยากาศในห้องอาหาร

บริเวณด้านหน้าเป็นบาร์ขนาดใหญ่นำเสนอเมนูทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และค็อกเทลล์รสเลิศ

เราเชื่อว่าอาหารของ JHAROKHA By Indus จะสามารถมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่วัตถุดิบและการผสมผสานเทคนิคแบบดั้งเดิมและเทคนิคเวสเทิร์นยุคใหม่ให้กับเหล่านักชิมที่มีใจรักอาหารอินเดียได้อย่างแน่นอน