หน้าแรก » 🇹🇭 JHAROKHA By Indus – จาโรคา บาย อินดัส
Visit: June 12, 2024
🇹🇭 JHAROKHA By Indus - จาโรคา บาย อินดัส
Building 494 Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330
Tel: 082-997-3399
Cuisine
🍴 Indian - อาหารอินเดีย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
Price
JHAROKHA By Indus เป็นห้องอาหารอินเดียแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นานโดยมีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Erawan Bangkok บริเวณด้านหน้าเป็นบาร์ขนาดใหญ่นำเสนอเมนูทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และค็อกเทลล์รสเลิศ เบื้องหลังลึกเข้าไปเป็นส่วนห้องรับประทานอาหารหลักที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่คล้ายกันกับ Rajasthan Polo Club ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นผู้คนและรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาผ่านบริเวณแยกราชประสงค์ ส่วนชื่อร้าน JHAROKHA คือหน้าต่างหินที่ได้รับการออกแบบและแกะสลักลวดลายมาอย่างปราณีตโดยทางร้านตั้งใจสื่อความหมายถึงการเปิดหน้าต่างให้เหล่านักชิมได้ลองสัมผัสกับอาหาร ประเพณี และและจิตวิญญาณของชาวอินเดียนั่นเอง
Price :
1,500 THB
Parking :
จอดที่ศูนย์การค้า Erawan Bangkok
Operating Time :
11.30-22.30
Dress Code :
Casual
Score
อาหาร :
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 Á LA CARTE
JHAROKHA By Indus – จาโรคา บาย อินดัส
Indian – อาหารอินเดีย
JHAROKHA By Indus เป็นห้องอาหารอินเดียแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นานโดยมีจุดเด่นคือทำเลที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า Erawan Bangkok
Amuse-bouche
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างคือ Mushroom Galouti ที่ใช้เห็ดสับมาละเอียดจนแทบละลายในปากสมชื่อทั้งมีความอุมามิช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี
5 Chutneys (500++)
Baingan Choka, Roasted Tomato, Green Chilli Chutney, Aamshotto, Roasted Beets
ชุดเครื่องจิ้มของอินเดียนำเสนอมาให้เลือก 3-5 อย่างเริ่มจาก Baingan Choka ที่เตรียมมาจากมะเขือเผาและพริก, Roasted Tomato หรือชัทนีย์มะเขือเทศเผาโดยมีอโรมาหอม ๆ ของพริก Mathania อยู่ด้วย, Green Chilli Chutney ที่ผสมผสานพนิกเขียวดองเข้ากันกับชีสนมแพะ, Aamshotto ที่มีความหวานของมะม่วงและน้ำตาลโตนด, Roasted Beets ที่ผสมผสานบีทรูทเผาเข้ากันกับอโรมาของใบ Curry Leaf และมัสตาร์ด
Bhuna Kaleji (350++)
Rose Cookie, Chicken Liver, Nut Crumble
เชฟนำเสนอ Achappam หรือคุกกี้กุหลาบในรูปแบบอาหารคาว ตรงกลางบรรจุ Pâté ตับไก่เนื้อเนียนมาคู่กันกับความกรอบของครัมเบิ้ลถั่ว คำนี้อโรมาของตับไก่จะค่อนข้างโดดเด่นแตกต่างไปจาก Pâté ของฝั่งตะวันตก
Bheja Pav (490++)
Goat brain, Crispy Potato
ใครอยากเปิดโลกสามารถลองชิมขนมปัง Pain Perdu สไตล์ฝรั่งเศสท็อปด้านบนด้วยสมองแพะที่มีอโรมาของเครื่องเทศและความกรอบของ Salli หรือมันฝรั่งฝอยทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน
Himalayan Gucchi & Khumb (450++)
Stuffed Morel, King Oyster Mushrooms, Yakhni
คอร์สนี้เป็นอีกหนึ่งจานเด็ดที่นำเสนอวัตถุดิบล้ำค่าจากดินแดนแคชเมียร์ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีนนั่นก็คือเห็ดโมเรลนั่นเอง เชฟนำเห็ดโมเรลมายัดไส้แล้วเสิร์ฟมากับเห็ดนางรมหลวงชิ้นโตที่ผ่านกระบวนการซูวีด์นาน 12 ชั่วโมงทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและไม่เหนียว นอกจากนี้ยังมี Morel Yakhni ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นของแถบแคชเมียร์ที่ผสมผสานสต๊อกกับโยเกิร์ตเข้าด้วยกันใส่มาให้
Batak Seekh Kebab (480++)
Skewered Ground Duck, Pineapple Chutney
จานนี้เชฟนำเนื้อเป็ดไปบดก่อนจะนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องเทศที่สับจนละเอียด จากนั้นนำไปย่างในเตาทันดูร์จนหอมกรุ่นชวนคิดถึงเมนูทอดมันแบบไทย ๆ ด้านบนคือชัทนีย์สับปะรดช่วยปรุงแต่งรสชาติให้มีมิติ ด้านล่างรองด้วยซอส Masala Beurre Blanc เชฟตั้งใจเสิร์ฟมาใน Seekh หรือ Skewer ตามชื่อเมนู
Shikari Maas Ke Sule (650++)
Australian Lamb Striploin, Mustard Mint Dip, Fennel
เนื้อแกะออสเตรเลียส่วนสตริปลอยด์ที่นำไปคลุกในผงเครื่องเทศรวมไปถึงพริก Mathania จากแถบนคร Rajasthan แล้วย่างถ่านจนสุก ด้านบนท็อปด้วยเครื่องจิ้มมิ้นต์-มัสตาร์ด เชฟเสิร์ฟมาโดยใช้อุปกรณ์ที่ดูคล้ายดาบเพื่อบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของที่เหล่าบรรดานักรบในอดีตนิยมใช้ดาบเสียบเนื้อแล้วย่างไฟ
Murgh Makhani (450++)
Charcoal Smoked Chicken, Tomato Cream Sauce
Murgh Makhani หรือ Butter Chicken เป็นเมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากร้าน Moti Mahal ในนคร Delhi เชฟนำไก่ไปย่างก่อนจะเสิร์ฟมาในซอสที่ขึ้นมาจากมะเขือเทศและครีมจนให้ความเปรี้ยว ครีมมี่ และอุมามิ
Daal Jharokha (390++)
Slow Cooked Black Lentils, Tomato, Cream
จานนี้ได้จากการนำถั่วเลนทิลไป Slow-Cooked กับครีมและมะเขือเทศ ถั่วเลนทิลจะมีความร่วนและมีอโรมาที่โดดเด่นเฉพาะตัว ขอแนะนำให้รีบชิมตอนยังร้อน ๆ ขอบอกเลยว่าอร่อยมาก ๆ
Champaran Gosht (590++)
Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard Oil
Champaran Gosht คือเนื้อแพะที่ผ่านการ Slow Cooked อย่างช้า ๆ ในหม้อดินเพื่อให้เนื้อยังมีความนุ่มแบะฉ่ำไม่แห้งจนเกินไป
Champaran Gosht (590++)
Slow Cooked Goat in a Claypot, Garlic, Mustard Oil
เมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับอโรมาหอม ๆ ของกระเทียมและเครื่องเทศ
Mewar Malai Chicken Biryani (500++)
Aromatic Saffron Rice, Cream, Biryani Masala
ข้าวหมกไก่ที่มีเมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม ไม่แฉะและไม่แห้งจนเกินไป ทั้งยังมีอโรมาหอม ๆ ของแซฟฟรอนเด่นชัด เชฟเสิร์ฟมากับโยเกิร์ตเป็นเครื่องเคียง
Garlic Naan (120++)
White Flour Flatbread
ขนมปังนานกระเทียมมีความหอมและเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มโดดเด่น
Chilli Cheese Naan (180++)
White Flour Flatbread Stuffed with Indian Cheese and Chilli
ขนมปังนานชีสอินเดียมีรสชานิเค็มเข้ากันกับความหอมของพริก
Kesar Falooda (250++)
Rose Flavoured Indian Ice Cream, Saffron Milk, Basil Seeds, Glass Noodles
ขนมหวานจานแรกคือ Kulfi หรือไอศกรีมกุหลาบช่วยเรียกความสดชื่นจับคู่กับอโรมาหอม ๆ ของครีมนมแซฟรอน ยังมีความกรอบของเมล็ดแมงลักที่ใส่มาในจานอีกด้วย
Pondi ”Cherry“ (280++)
Pondicherry Chocolate, Himachal Cherries
Pondicherry เป็นพื้นที่ในอินเดียที่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศสและขึ้นชื่อในเรื่องของวัตถุดิบโดยเฉพาะช็อกโกแลตคุณภาพดีเสิร์ฟมาหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Chocolate Tuile เชฟยังจับคู่กับความเปรี้ยวของ Himachal Cherries อีกด้วย
ปิดท้ายด้วยกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
เชฟ Sanket Hoskote เติบโตขึ้นมาในประเทศอินเดียโดยมีชีวิตในช่วงวัยเด็กคอยช่วยเหลือที่บ้านในการจัดเตรียมอาหารในครัว เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในเมือง Chennai ทั้งยังมีโอกาสเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Tresind ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องอาหารอินเดียที่มีชื่อเสียงที่สุดในนคร Dubai หลังจากนั้นเขาได้รับงานเป็นหัวหน้าเชฟให้กับห้องอาหาร Alchemy ในนคร Bangalore และได้ร่วมงานกับสุดยอดมาสเตอร์เชฟระดับโลกอย่างเชฟ Hari Nayak อีกด้วย
ปัจจุบันเขาได้รับการทาบทามจากคุณ Sid Sehgal ให้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อรับงานสำคัญในการควบคุมห้องอาหาร Jharokha by Indus และนำเสนออาหารอินเดียในรูปแบบโมเดิร์นโดยผสานเทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ากันกับรสชาติแบบดั้งเดิมโดยมีจานที่น่าสนใจ
ห้องรับประทานอาหารหลักโดดเด่นด้วยการตกแต่งที่คล้ายกันกับ Rajasthan Polo Club
ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นผู้คนและรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาผ่านบริเวณแยกราชประสงค์
ส่วนชื่อร้าน JHAROKHA คือหน้าต่างหินที่ได้รับการออกแบบและแกะสลักลวดลายมาอย่างปราณีตโดยทางร้านตั้งใจสื่อความหมายถึงการเปิดหน้าต่างให้เหล่านักชิมได้ลองสัมผัสกับอาหาร ประเพณี และและจิตวิญญาณของชาวอินเดียนั่นเอง
บรรยากาศในห้องอาหาร
บรรยากาศในห้องอาหาร
บริเวณด้านหน้าเป็นบาร์ขนาดใหญ่นำเสนอเมนูทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และค็อกเทลล์รสเลิศ
เราเชื่อว่าอาหารของ JHAROKHA By Indus จะสามารถมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งในแง่วัตถุดิบและการผสมผสานเทคนิคแบบดั้งเดิมและเทคนิคเวสเทิร์นยุคใหม่ให้กับเหล่านักชิมที่มีใจรักอาหารอินเดียได้อย่างแน่นอน