หน้าแรก » 🇮🇹 President – เปรสิเดนต์
Visit: November 8, 2022
🇮🇹 President - เปรสิเดนต์
👨🏻🍳 Chef Paolo Gramaglia - เชฟเปาโล กรามาเกลีย
Piazza Schettini 12/13, Pompei, 80045, Italy
Tel: (+39) 081 850 7245
Cuisine
🍴 Mediterranean Cuisine - อาหารเมดิเตอร์เรเนียน
Country
Italy
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
15/20
Price
[INTRO] Pompei เป็นนครโบราณที่ถูกสร้างขึ้นราว ๆ ช่วง 700 ปีก่อนคริสตกาลเพื่อใช้เป็นสภานที่พักตากอากาศของชาวโรมันผู้มีฐานะ อย่างไรก็ตามจากการระเบิดของภูเขาไฟ Visuvius ในปี ค.ศ. 79 ทำให้เมืองแห่งนี้ถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านมาจนกระทั่งการขุดค้นพบในปี ค.ศ. 1748 และกลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค Campania นอกจากนี้บริเวณใจกลางเมืองไม่ไกลจากสถานีรถไฟยังเป็นที่ตั้งของห้องอาหารชั้นสูงนำทีมโดยเชฟมากฝีมืออย่าง Paolo Gramaglia ผู้ผันตัวจากการเป็นนักคณิตศาสตร์มาเป็นเชฟที่เก่งกาจและมีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในย่านนี้อีกด้วย
[THE PLACE] Ristorante President เป็นห้องอาหารชื่อดังที่ตั้งอยู่ใจกลางนครอันสาบสูญอย่าง Pompeii ห่างจากเมืองโบราณที่ถูกกลืนกินโดยภูเขาไฟ Visuvius ในช่วง 79 ปีก่อนคริสตกาลออกมาเพียง 500 เมตรเท่านั้น ตัวร้านเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1993 เพื่อใช้งานเป็นร้านอาหารธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กก่อนที่เชฟ Paolo Gramaglia จะเข้าซื้อกิจการต่อมาเป็นของตัวเองในปี 2006 ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้านเพื่อน ๆ จะพบกับคุณ Laila Buondonno คอยยืนต้อนรับลูกค้าพร้อมกับ Ciro Cirill ผู้รับหน้าที่เป็น Maitre ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหรา พื้นไม้สีเข้มตัดกันกับโทนสีขาวของผ้าปูโต๊ะ แสงสว่างจากเชิงเทียนช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศโดยรวมดูเรียบหรูมากยิ่งขึ้น
[THE CHEF] Paolo Gramaglia เกิดที่นครหลวงแห่งแคว้น Campania อย่าง Naples ในปี 1964 หลังจากจบการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Federico II ในนคร Naples เขาได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเช่นสหรัฐอเมริกา, สเปน, โปรตุเกส และอังกฤษก่อนที่จะพบรักและแต่งงานกับภรรยาคือคุณ Laila Buondonno ซึ่งแต่เดิมประกอบอาชีพเดิมเป็นทนายความนั่นเอง ทั้งคู่ตัดสินใจร่วมกันในการเดินตามความฝันคือการมีร้านอาหารเป็นของตัวเองโดยเชฟ Paolo Gramaglia ได้ซื้อต่อกิจการห้องอาหารขนาดเล็กเพื่อปรับปรุงมาเป็นห้องอาหาร President ในปี 2006 โดยมอบหมายให้คุณภรรยารับหน้าที่เป็น Restaurant Manager และ Sommelier ตัวร้านได้รับกระแสนอบรับอย่างดีจากคนท้องถิ่นพร้อมกับคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในเวลาต่อมาพ่วงด้วยการแนะนำจากคู่มืออาหารอื่น ๆ อีกมายมายทั้ง Espresso, Gamberro Rosso, Slow Food, Touring, Routard และ Globe Trotter Travel Guide นั่นเอง
[THE FOOD] ห้องอาหาร President นำเสนออาหารในสไตล์ Mediterranean โดยผสมผสานประสบการณ์ที่เชฟ Paolo Gramaglia เดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 แบบเริ่มต้นจาก “THE TRIP” (120 €) นำเสนอจำนวน 8 คอร์สพร้อมกับ Wine Pairing ในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 40 € ต่อ 4 แก้วหรือจะเป็น Set Menu ชุดเล็กที่ใช้ชื่อว่า “THE LAST MINUTE“ (100 €) จำนวน 7 คอร์สพร้อมกับ Wine Pairing ในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 35 € ต่อ 3 แก้วก็ได้เช่นกัน สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ
สำหรับคอร์สที่มีชื่อว่า The Trip นี้ไม่เพียงแต่เชฟจะพาเราเดินทางไปสัมผัสวัตถุดิบจากทุกมุมโลกแต่ยังเดินทางย้อนเวลาไปพบกับอาหารของ Le Matrone Romane หรือชาวโรมันโบราณช่วงก่อนเกิดการปะทุของภูเขาไฟ Visuvius อีกด้วยโดยเมนูนี้มีชื่อว่า Satura มีลักษณะเป็นเมนูซุปท้องถิ่นที่ประกอบขึ้นมาจากซีเรียลหลากหลายชนิดโดยอาศัยรากศัพท์มาจากคำในภาษาลาตินว่า Saturare หรือคำในภาษาอังกฤษคือ Satisfaction หรือความพึงพอใจนั่นเอง ในที่นี้เชฟนำเสนอสลัดเตรียมมาจากซีเรียลหลายชนิดเสริมด้วยความเปรี้ยวของเจลเสาวรสและเจลสตรอว์เบอร์รี่ ตรงกลางคือองค์ประกอบของไข่ของปลา Flying Fish (หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Mentaiko) ช่วยเชื่อมเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (15/20)
[WHY GO] สำหรับใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครโบราณแห่งนี้ห้ามพลาดที่จะแวะเวียนกันมาชิมห้องอาหาร President เพราะนอกจากอาหารที่ชวนให้เรานึกถึงรสชาติความเป็นเอเชียได้บ้างแล้วการจับคู่ไวน์ยังมีราคาคุ้มค่ามาก ๆ อีกด้วย
Price :
100-120 €
Parking :
จอดรถที่ Parcheggio Santuario di Pompei - Real Group sas
Operating Time :
12.00-15.30, 19.00-24.00 ปิดวันจันทร์
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารเมดิเตอร์เรเนียนสุดสร้างสรรค์ใจกลางเมืองโบราณอย่าง Pompei
อาหาร :
15
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 “THE TRIP” (120 €)
The President’s aperitif
Satura Pompeiana
Pieces of amberjack marinated with lime, passion fruit and fruity extra virgin olive oil
Smoked artichoke served with anchovies sauce and buffalo meat
Cube of black pig from Caserta, broccoli sauce and provola in a carriage
Raviolo stuffed with buffalo meat, green tea and orange
Fusilloni in bronze tray with savory custard, mullet bottarga, lemon air and prawns
Grouper fish fillet slowly cooked in salsify sauce with lemon and seaweed
Aloe
Sweet is the night of Dubai
President – เปรสิเดนต์
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
Mediterranean Cuisine – อาหารเมดิเตอร์เรเนียน
Chef Paolo Gramaglia – เชฟเปาโล กรามาเกลีย
The President’s aperitif
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Nepolitan Taco แป้งกลบางกรอบ ด้านในสอดไส้ Anchovies Cream หอมมันเสริมด้วยผงสีแดงที่เตรียมมาจาก Red Visuvius Tomato ซึ่งเป็นมะเขือเทศท้องถิ่นที่เจริญเติบโตบนดินภูเขาไฟ Visuvius ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิอย่างลงตัว (15/20)
The President’s aperitif
ตามมาด้วย Bonbon Salad เสิร์ฟมาในมินิทาร์ตกรอบ ๆ คู่กันกับ Lupine และครีมนมควายหอม ๆ ด้านบนคือ Sweet Visuvius Tomato และชิ้น Anchovies ซึ่งทั้งคู่คือวัตถุดิบขึ้นชื่อของภูมิภาคนี้ (15/20)
The President’s aperitif
หนึ่งในอาหารคำเดียวสุดสร้างสรรค์ที่เชฟตั้งใจรังสรรค์ให้เป็นรูปผลราสเบอร์รี่นี้ได้จากการเตรียมเนื้อวัว Chianina แบบเย็นจากแคว้น Tuscany นำเสนอมาในเนื้อสัมผัสละเอียดคล้ายมูส เชฟจับคู่กับกลิ่นหอมและรสชาติของราสเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่โดยมีรสเปรี้ยวจากเสาวรสชวนให้เราสงสัยระหว่างความเป็นอาหารหวานและอาหารคาวได้อย่างน่าประหลาดใจ (15/20)
Cheviche of amberjack
Pieces of amberjack marinated with lime, passion fruit and fruity extra virgin olive oil
คอร์สหลักอย่างเป็นทางการจานแรกคือปลา Amberjack เสิร์ฟมาในสไตล์ Ceviche โดยอาศัยความเปรี้ยวของเสาวรส เชฟเพิ่มมิติความหวานจากมะม่วงและใช้ความกรอบจากมะพร้าว องค์ประกอบสีแดงคือหัวหอมให้กลิ่นเฉพาะตัว ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์ที่มีความเค็มเบา ๆ ทั้งยังช่วยให้รสเปรี้ยวดูมีมิติมากยิ่งขึ้น (15/20)
Italian Bread
สำหรับขนมปังทางร้านนำเสนอ Grissini, Focaccia และ Trarallo
Satura Pompeiana
สำหรับคอร์สที่มีชื่อว่า The Trip นี้ไม่เพียงแต่เชฟจะพาเราเดินทางไปสัมผัสวัตถุดิบจากทุกมุมโลกแต่ยังเดินทางย้อนเวลาไปพบกับอาหารของ Le Matrone Romane หรือชาวโรมันโบราณช่วงก่อนเกิดการปะทุของภูเขาไฟ Visuvius อีกด้วยโดยเมนูนี้มีชื่อว่า Satura มีลักษณะเป็นเมนูซุปท้องถิ่นที่ประกอบขึ้นมาจากซีเรียลหลากหลายชนิดโดยอาศัยรากศัพท์มาจากคำในภาษาลาตินว่า Saturare หรือคำในภาษาอังกฤษคือ Satisfaction หรือความพึงพอใจนั่นเอง ในที่นี้เชฟนำเสนอสลัดเตรียมมาจากซีเรียลหลายชนิดเสริมด้วยความเปรี้ยวของเจลเสาวรสและเจลสตรอว์เบอร์รี่ ตรงกลางคือองค์ประกอบของไข่ของปลา Flying Fish (หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Mentaiko) ช่วยเชื่อมเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (15/20)
Italian Bread
นอกจากนี้ยังมีขนมปังสูตรพื้นบ้านของ Pompei เสิร์ฟมากับ Guacamole and Green Onion Butter
Artichoke to the sea
Smoked artichoke served with anchovies sauce and buffalo meat
Neapolitan Smoked จานนี้เชฟนำ Artichoke ไปรมควันจนหอมให้เนื้อสัมผัสไม่นุ่มและไม่กระด้างจนเกินไป องค์ประกอบตรงกลางคือเนื้อควายให้ความเค็มและหนึบที่ลงตัว ส่วนซอสสีขาวรอบ ๆ เตรียมมาจาก Anchovies ให้ความครีมมี่ผสมผสานเนื้อควายเข้ากับชิ้น Artichoke นั่นเอง (14/20)
Cubism
Cube of black pig from Caserta, broccoli sauce and provola in a carriage
Neapolitan Umami เป็นคอร์สที่เชฟเลือกใช้เนื้อหมูดำจากเมือง Caserta ในแคว้น Campania จับคู่กับซอสที่เตรียมมาจากเนื้อหมูผสมผสานกับ Soya Sauce ส่วนองค์ประกอบด้านบนคือหนังหมูกรอบ ๆ และบล็อคโคลี่ท้องถิ่นของภูมิภาคนี้ที่มีชื่อว่า Friariello เมื่อรับประทานแล้วชวนนึกถึงรสชาติของข้าวขาหมูบ้านเราอยู่พอสมควรเลยทีเดียว (15/20)
Dim Sum
Raviolo stuffed with buffalo meat, green tea and orange
สำหรับ Dim Sum จานนี้ได้จากการนำแป้งจากจีนมาเตรียมเป็น Raviolo จากนั้นนำไปต้มในน้ำชาเขียวที่มีส่วนผสมของส้ม Mandarin และ Ponzu Sauce ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบแต่ให้ความเปรี้ยวหวานเฉพาะตัว ทั้งนี้เชฟ Paolo Gramaglia ยังบรรจุเนื้อควายเอาไว้เป็นไส้ด้านในเพื่อบ่งบอกถึงตัวตนของเขาอีกด้วย (15/20)
The wide and curly fusillo
Fusilloni in bronze tray with savory custard, mullet bottarga, lemon air and prawns
จานนี้เชฟ Paolo Gramaglia ตั้งใจพาเราไปยังกรุง Paris โดยใช้ Fusilloni หรือพาสต้าเส้นเกลียวคลุกเคล้ามากับซอส Crème Jaune นอกจากนี้ยังมีความหวานจากเนื้อกุ้งผสมผสานเข้ากับความหอมมันของผง Bottarga ที่เตรียมมาจากปลา Mullet และรสเปรี้ยวจาก Lemon Air บางเบาที่ด้านบนอีกด้วย (15/20)
Mediterranean to Discover
Grouper fish fillet slowly cooked in salsify sauce with lemon and seaweed
สำหรับ Main Course ในวันนี้เชฟนำเสนอ Wild Local Grouper Fish หรือปลาในกลุ่มปลาเก๋าที่จับมาจากพื้นที่ระหว่าง Capri และ Sorrento นำไป Slow-cooked ในซอสสีเหลืองที่เตรียมขึ้นมาจากเลมอน, สาหร่าย และ Scorzonera ซึ่งเป็นพืชในกลุ่ม Salsify ท้องถิ่น เชฟปรุงมาดีมาก ๆ จนให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มจนเกือบจะละลายในปากแตกต่างไปจากปลาเก๋าบ้านเรา นอกจากนี้ยังมีพืนในกลุ่ม Radish ท้องถิ่นที่เรียกว่า Barbabietola นำเสนอมาใน 3 รูปแบบที่แตกต่างกันคือ Baby Barbabietola, Julienne Barbabietola และ Barbabietola Powder อีกด้วย (15/20)
Predessert
Aloe
คั่นกลางก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Predessert ที่มีชื่อว่า The Absolute of Aloe Vera โดยเชฟตั้งใจเตรียมขึ้นมาจากว่านหางจระเข้ในรูปแบบของ Snow โดยไม่มีนม น้ำแข็ง และน้ำตาลผสมอยู่เพื่อให้มีความเบาท้อง
Dessert
Sweet is the night of Dubai
Sweet is the night of Dubai เป็นขนมหวานที่เชฟ Paolo Gramaglia ได้แนวความคิดมาจากทริปการเดินทางไปยังนคร Dubai ครั้งล่าสุดโดยมีองค์ประกอบรูปเกลียวสีแดงตรงกลางเตรียมมาจาก Cherry ให้เนื้อสัมผัสเป็นมูสนุ่ม ๆ ช็อกโกแลตที่ผสมผสานรสชาติของผลอินทลัม ฝั่งบนและล่างคือครัมเบิ้ลกรอบ ส่วนองค์ประกอบสีขาวฝั่งขวาได้จากการผสมผสานผลสตรอว์เบอร์รี่เข้ากันกับราสเบอร์รี่และไวท์ช็อกโกแลตนั่นเอง (15/20)
Mignardises
ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมคำเล็ก ๆ เสิร์ฟมาในชิงช้าสวรรค์ขนาดจิ๋ว
ราคา 460 €
[INTRO] Pompei เป็นนครโบราณที่ถูกสร้างขึ้นราว ๆ ช่วง 700 ปีก่อนคริสตกาลเพื่อใช้เป็นสภานที่พักตากอากาศของชาวโรมันผู้มีฐานะ อย่างไรก็ตามจากการระเบิดของภูเขาไฟ Visuvius ในปี ค.ศ. 79 ทำให้เมืองแห่งนี้ถูกฝังอยู่ใต้เถ้าถ่านมาจนกระทั่งการขุดค้นพบในปี ค.ศ. 1748 และกลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค Campania
นอกจากนี้บริเวณใจกลางเมืองไม่ไกลจากสถานีรถไฟยังเป็นที่ตั้งของห้องอาหารชั้นสูงนำทีมโดยเชฟมากฝีมืออย่าง Paolo Gramaglia ผู้ผันตัวจากการเป็นนักคณิตศาสตร์มาเป็นเชฟที่เก่งกาจและมีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในย่านนี้อีกด้วย
[THE PLACE] Ristorante President เป็นห้องอาหารชื่อดังที่ตั้งอยู่ใจกลางนครอันสาบสูญอย่าง Pompeii ห่างจากเมืองโบราณที่ถูกกลืนกินโดยภูเขาไฟ Visuvius ในช่วง 79 ปีก่อนคริสตกาลออกมาเพียง 500 เมตรเท่านั้น
ตัวร้านเปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1993 เพื่อใช้งานเป็นร้านอาหารธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กก่อนที่เชฟ Paolo Gramaglia จะเข้าซื้อกิจการต่อมาเป็นของตัวเองในปี 2006
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้านเพื่อน ๆ จะพบกับคุณ Laila Buondonno คอยยืนต้อนรับลูกค้าพร้อมกับ Ciro Cirill ผู้รับหน้าที่เป็น Maitre ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหรา พื้นไม้สีเข้มตัดกันกับโทนสีขาวของผ้าปูโต๊ะ
แสงสว่างจากเชิงเทียนช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศโดยรวมดูเรียบหรูมากยิ่งขึ้น
[THE CHEF] Paolo Gramaglia เกิดที่นครหลวงแห่งแคว้น Campania อย่าง Naples ในปี 1964 หลังจากจบการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Federico II ในนคร Naples เขาได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเช่นสหรัฐอเมริกา, สเปน, โปรตุเกส และอังกฤษก่อนที่จะพบรักและแต่งงานกับภรรยาคือคุณ Laila Buondonno ซึ่งแต่เดิมประกอบอาชีพเดิมเป็นทนายความนั่นเอง ทั้งคู่ตัดสินใจร่วมกันในการเดินตามความฝันคือการมีร้านอาหารเป็นของตัวเองโดยเชฟ Paolo Gramaglia ได้ซื้อต่อกิจการห้องอาหารขนาดเล็กเพื่อปรับปรุงมาเป็นห้องอาหาร President ในปี 2006 โดยมอบหมายให้คุณภรรยารับหน้าที่เป็น Restaurant Manager และ Sommelier ตัวร้านได้รับกระแสนอบรับอย่างดีจากคนท้องถิ่นพร้อมกับคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในเวลาต่อมาพ่วงด้วยการแนะนำจากคู่มืออาหารอื่น ๆ อีกมายมายทั้ง Espresso, Gamberro Rosso, Slow Food, Touring, Routard และ Globe Trotter Travel Guide นั่นเอง
[THE FOOD] ห้องอาหาร President นำเสนออาหารในสไตล์ Mediterranean โดยผสมผสานประสบการณ์ที่เชฟ Paolo Gramaglia เดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 แบบเริ่มต้นจาก “THE TRIP” (120 €) นำเสนอจำนวน 8 คอร์สพร้อมกับ Wine Pairing ในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 40 € ต่อ 4 แก้วหรือจะเป็น Set Menu ชุดเล็กที่ใช้ชื่อว่า “THE LAST MINUTE“ (100 €) จำนวน 7 คอร์สพร้อมกับ Wine Pairing ในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 35 € ต่อ 3 แก้วก็ได้เช่นกัน
[WHY GO] สำหรับใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครโบราณแห่งนี้ห้ามพลาดที่จะแวะเวียนกันมาชิมห้องอาหาร President เพราะนอกจากอาหารที่ชวนให้เรานึกถึงรสชาติความเป็นเอเชียได้บ้างแล้วการจับคู่ไวน์ยังมีราคาคุ้มค่ามาก ๆ อีกด้วย
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
ทางเข้าจากฝั่งหลังร้าน
ทางเข้าจากฝั่งหน้าร้าน