หน้าแรก » 🇸🇬 Shisen Hanten – ชิเซ็น ฮันเท็น
Visit: October 23, 2022
🇸🇬 Shisen Hanten - ชิเซ็น ฮันเท็น
👨🏻🍳 Chef Chen Kentaro - เชฟเชน เคนทาโร่
Level 35, Hilton Singapore Orchard, 333 Orchard Rd, Singapore 238867
Tel: (+65) 6831 6262
Cuisine
🍴 Cantonese, Sichuan - อาหารจีนกวางตุ้ง, อาหารจีนเสฉวน
Country
Singapore
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
16.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารจีนที่ดีที่สุดในประเทศสิงคโปร์ทั้งยังครองตำแหน่งเป็นหนึ่งในห้องอาหารจีนเสฉวนที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย เชฟ Chen Kentaro ผู้เป็นหลานชายแท้ ๆ ของเชฟ Chen Kenmin ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นบิดาแห่งอาหารจีนเสฉวนในประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นลูกชายของเชฟ Chen Kenichi ผู้ดำรงตำแหน่ง Iron Chef อาหารจีนแห่งประเทศญี่ปุ่นได้ผสมผสานเทคนิคและรสชาติต้นตำรับเข้ากันกับวัตถุดิบระดับสูงจากประเทศบ้านเกิดจนได้ออกมาเป็นเมนูที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
[THE PLACE] Hilton Singapore Orchard เป็นโรงแรมสุดหรูบนถนน Orchard ที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1971 พร้อมกับห้องรับรองเกินกว่า 1,065 ห้อง บริเวณชั้น 35 เป็นที่ตั้งของห้องอาหารจีนชั้นสูงอย่าง Shisen Hanten โดยห้องรับประทานอาหารหลักนั้นจำเป็นต้องเดินลงบันไดไปอีกครึ่งชั้น ภายในตกแต่งด้วยงบประมาณหลายล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ฝั่งซ้ายมือคือ Bar Lounge ที่ตกแต่งแบบร่วมสมัยเพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเครื่องดื่มสักแก้วสองแก้ว เพดานยกสูงช่วยให้บรรยากาศโดยรวมมีความโปร่งไม่อึดอัดตา แสงสีส้มอ่อน ๆ จากแชนเดอเลียร์คลาสสิคที่ห้อยลงมาจากเพดานสะท้อนลงบนผ้าปูโต๊ะสีขาวเข้ากันกับโทนสีดำสลับทองของพื้นที่โดยรอบได้อย่างไร้ที่ติ หากสังเกตให้ดีจะพบกับงานฝีมือของชาวจีนยุคโบราณอย่างเช่นประตูสีแดงอายุกว่า 100 ปีจัดวางกลืนกันไปกับเครื่องตกแต่งแบบร่วมสมัย สำหรับใครที่โชคดีได้นั่งโต๊ะริมหน้าต่างสามารถมองผ่านกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานออกไปเห็นทัศนียภาพมุมสูงของโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่มากมายในย่าน Orchard ส่วนใครที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ทางร้านยังมีห้อง VIP เตรียมเอาไว้รับรองถึง 4 ห้องอีกด้วย
[THE CHEF] Chen Kenmin เจ้าของร้านรุ่นแรกเกิดและเติบโตมาในจังหวัด Yibin ซึ่งตั้งอยู่ ณ มณฑลเสฉวนของประเทศจีน หลังจากเลือกเส้นทางอาชีพสายพ่อครัวตัวเขามีโอกาสเดินทางไปค้นหาประสบการณ์ทั้งในไต้หวัน, ฮ่องกง และจีนก่อนจะอพยพมายังประเทศจังหวัด Yokohama ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1952 และถือสัญชาติญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์ในปี 1954 สำหรับสไตล์การปรุงนั้นเชฟ Chen Kenmin มีความถนัดในการเตรียมอาหารแบบ Chinese Imperial Cuisine (御膳) ซึ่งได้รับอิทธิพลต่อมาจาก Beijing Cuisine ซึ่งปกติจะจัดเสิร์ฟให้กับจักรพรรดิจีนก่อนที่จะก่อตั้งห้องอาหาร Akasaka Szechwan Restaurant หรือที่รู้จักกันในนามของ Shisen Hanten (四川飯店) สาขาแรกขึ้นในปี 1958 และปรับรูปแบบมานำเสนออาหาร Shanghai-Style Szechwan Cuisine ที่มีรสชาติอันหลากหลายซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นในทุก ๆ ช่วงอายุจนได้รับสมญานามว่าเป็น Japan’s “Father of Szechwan Cuisine” หรือบิดาแห่งอาหารจีนเสฉวนของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง กิจการห้องอาหารได้ถูกส่งต่อมายังลูกชายคนโตคือ Chen Kenichi ผู้ได้รับสมญานามว่าเป็น “The Szechwan Sage” หรือพ่อมดแห่งอาหารจีนเสฉวนโดยตัวเขาได้ขยับขยายสาขาเพิ่มเติมออกไปถึง 14 แห่งใน 6 เมืองสำคัญคือ Fukuoka, Matsuyama, Nagoya, Takamatsu, Tokyo, และ Yokohama ทั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นถึง Iron Chef อาหารจีนประจำรายการ Ryori No Tetsjin (Iron Chef Japan) ออกอากาศทาง Fuji TV และ Kyo No Ryori ซึ่งเป็นรายการยอดนิยมประจำช่อง NHK อีกด้วย ความหลงไหลในอาหารจีนสไตล์ Szechwan Cuisine ถูกส่งต่อมายังผู้สืบทอดรุ่นที่สามคือ Chen Kentaro โดยตัวเขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพเชฟเมื่อมีอายุ 20 ย่างเข้า 21 ปีก่อนจะเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากห้องอาหารจีนเสฉวนทั่วทั้งมณฑลเสฉวน ต่อมาในปี 2014 เขาได้ย้ายมายังประเทศสิงคโปร์เพื่อทำหน้าที่กุมบังเหียนห้องอาหาร Shisen Hanten สาขาแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ตัวร้านได้รับรางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars ใน MICHELIN Guide Singapore ฉบับแรกคือปี 2016 พร้อมกับรักษาดาวทั้งสองมาได้จนถึงปัจจุบัน
[THE FOOD] จุดเด่นของห้องอาหาร Shisen Hanten คือการนำเสนออาหารจีนสไตล์เสฉวนที่มีรสชาติเปรี้ยว, เผ็ด, หวาน, ขม รวมไปถึงกลิ่นฉุนและความอโรมาติคให้ออกมาบาลานซ์กันได้อย่างลงตัวโดยมีเมนูชูโรงอย่าง Chen’s Mapo Doufu (陈麻婆豆腐) ที่บรรดานักชิมทั่วโลกต่างยกย่องให้เป็นหนึ่งใน Mapo Tofu ที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะรับประทานเปล่า ๆ หรือจับคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ในสไตล์ที่เชฟเรียกว่า Mapo Don ก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีเมนูคลาสสิคอีกมากมายอย่างเช่น Laziji (辣子鸡) และ Hot and sour Soup (四川海鲜酸辣汤) รวมไปถึงอาหารจีนกวางตุ้งอีกบางส่วนซึ่งเมื่อรับประทานสลับกันพบว่าช่วยบาลานซ์รสชาติอันจัดจ้านของอาหารจีนเสฉวนได้อย่างพอเหมาะ ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูสุดคุ้มค่าที่จัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางวันอย่าง Executive Lunch Set (46 SGD++/5 Dishes, 55 SGD++/6 Dishes) สำหรับลูกค้าอย่างน้อย 2 คน หรือจะเป็นรายการแบบ À La Carte นำเสนอมาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนโดยมีจานเด็ดที่เราขอปักหมุดให้ทุกคนได้ลองชิมกันคือ
East-spotted Grouper Wok-fried with Shishito Pepper
ハタ濃厚煮込み 青山椒と獅子唐のせ
อีกหนึ่งเมนู Signature Dish ขึ้นหิ้งแห่งห้องอาหาร Shisen Hanten คือปลาเก๋าขนาด 1 กิโลกรัมที่เชฟนำไปผัดกับ Shishito Pepper จนได้เนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ ในด้านของรสชาติจะมีความเปรี้ยวนำและรสเผ็ดในระดับที่พอเหมาะ มีความหอมอโรมาติคค่อนข้างสูง จัดว่าเป็นเมนูที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใครทั้งยังผสมผสานรสชาติของวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นเข้ากันกับความเป็นเสฉวนได้อย่างสมบูรณ์แบบ (17/20)
เนื้อวัว Miyazaki Wagyu ชั้นดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไปจี่บนกระทะจนสุกได้ที่ ชิ้นเนื้อมีไขมันแทรกในปริมาณที่สูงขนาดว่าใช้ลิ้นดันเบา ๆ ก็พร้อมละลายในปาก ความมันของเนื้อวัวถูกเบรคด้วยพระรองของจานอย่าง Mala Radish Sauce ที่แม้หน้าตาจะดูไม่ซับซ้อนแต่ให้รสชาติอร่อยและเนื้อสัมผัสที่ดีชนิดที่ทุกคนบนโต๊ะต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียว (17/20)
[WHY GO] ผู้สืบทอดรุ่นที่สามอย่างเชฟ Chen Kentaro สามารถผสมผสานวัตถุดิบจากญี่ปุ่นบ้านเกิดเข้ากันกับอาหารจีนสไตล์เสฉวนจนออกมาเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร ราคาอาหารจัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับบรรยากาศและการบริการอย่างมืออาชีพของทีมบริกร รายการเครื่องดื่มโดยเฉพาะไวน์มีราคาสมเหตุสมผลซึ่งหาได้ยากยิ่งในประเทศสิงคโปร์ Shisen Hanten เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่เราตัดสินใจแวะกลับไปชิมซ้ำหลายครั้งพร้อมกับแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองตามไปชิมกันหลายต่อหลายคนโดยไม่มีใครที่รู้สึกผิดหวังแม้แต่คนเดียวอีกด้วย
Price :
46-150 SGD++/p
Parking :
จอดรถที่ Hilton Singapore Orchard
Operating Time :
จันทร์-พฤหัส 12.00-15.00 และ 18.00-22.00, ศุกร์-อาทิตย์ 11.00-15.00 และ 18.00-22.00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารที่ผสมผสานตำรับจีนเสฉวนเข้ากันกับวัตถุดิบชั้นสูงของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว
อาหาร :
16.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
鶏肉のサrクサク香り炒め〜朝天辣椒〜
四川飯店伝統のマーボードーフ。
ハタ濃厚煮込み 青山椒と獅子唐のせ
海鮮入りスーラータン
フォアグラの茶碗蒸し 蟹の旨味スープ
北京ダック
宮崎和牛のおろしマーラーソース
担々麺
本場汁なし担々麺
ココナッツファンタジー
マンゴープリン
パパイヤとミルクプリン
Shisen Hanten – ชิเซ็น ฮันเท็น
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
Cantonese, Sichuan – อาหารจีนกวางตุ้ง, อาหารจีนเสฉวน
Chef Chen Kentaro – เชฟเชน เคนทาโร่
辣子鸡 (34 SGD++)
Deep-fried Diced Chicken with Szechwan Chilli Peppers
鶏肉のサrクサク香り炒め〜朝天辣椒〜
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Laziji เมนูที่มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Geleshan ในนครฉงชิ่ง (Chongqing) โดยเชฟจะสับไก่เป็นชิ้น ๆ ขนาดพอดีคำก่อนจะนำลงทอดจนได้เนื้อสัมผัสที่กรอบนอกฉ่ำใน จากนั้นผัดในกระทะคลุกเคล้าไปกับพริกแห้งเสฉวนเสริมรสชาติเผ็ดชาลิ้นแทรกด้วยอโรม่าหอม ๆ ของโต้วป้านเจี้ยง (Doubanjiang) หรือซอสพริกเต้าเจี้ยวเสฉวนได้อย่างลงตัว (17/20)
陈麻婆豆腐 (26 SGD++)
Chen’s Mapo Doufu, Stir-fried Tofu in Hot Szechwan Pepper-flavoured Meat Sauce
四川飯店伝統のマーボードーフ。
สุดยอดเมนูแนะนำประจำร้านคือ Chen’s Mapo Doufu ที่เชฟใช้เต้าหู้ชั้นดีคลุกเคล้ากับ Doubanjiang หรือ Broad Bean Paste ที่ผ่านการหมักนานถึง 3 ปีนำเข้ามาจากมณฑล Sichuan-Pidu โดยตรง เชฟเสริมรสชาติเฉพาะตัวของพริกไทย, ซีอิ๊วนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และ Miso นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นอีกเช่นกัน จากนั้นใส่เนื้อสับที่ผ่านการผัดมาอย่างดีจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสกับความนุ่มจนแทบละลายในปากของเต้าหู้เคล้ากันไปกับความเผ็ดชาของพริกเสฉวนได้อย่างไร้ที่ติ เชฟยังได้แนะนำให้รับประทานคู่กันกับข้าวญี่ปุ่นนำเข้าจาก Hokkaido ในสไตล์ที่เรียกว่า Mapo Don อีกด้วย (17/20)
东星斑锅炒狮子唐 (22 SGD++/100 g, 220 SGD++/1 kg, Additional 30 SGD++)
East-spotted Grouper Wok-fried with Shishito Pepper
ハタ濃厚煮込み 青山椒と獅子唐のせ
อีกหนึ่งเมนู Signature Dish ขึ้นหิ้งแห่งห้องอาหาร Shisen Hanten คือปลาเก๋าขนาด 1 กิโลกรัมที่เชฟนำไปผัดกับ Shishito Pepper จนได้เนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ ในด้านของรสชาติจะมีความเปรี้ยวนำและรสเผ็ดในระดับที่พอเหมาะ มีความหอมอโรมาติคค่อนข้างสูง จัดว่าเป็นเมนูที่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใครทั้งยังผสมผสานรสชาติของวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นเข้ากันกับความเป็นเสฉวนได้อย่างสมบูรณ์แบบ (17/20)
四川海鲜酸辣汤 (15 SGD++)
Szechwan Hot and Sour Soup with Seafood
海鮮入りスーラータン
มาห้องอาหารจีนเสฉวนต้องไม่พลาดซุปสไตล์เสฉวนขนานแท้ที่มีความเปรี้ยวเค็มและเผ็ดชาลิ้นเสิร์ฟมาร้อน ๆ กับอาหารทะเลต่าง ๆ รับประทานง่ายและคล่องคอมาก ๆ (16/20)
蟹黄鹅肝汤 (36 SGD++)
Foie Gras Chawanmushi with Crab Roe Soup
フォアグラの茶碗蒸し 蟹の旨味スープ
สุดยอดเมนู Signature Dish ในที่นี้คือ Chawanmushi หรือไข่ตุ๋นญี่ปุ่นซึ่งปกติจะมีความนุ่มและครีมมี่อยู่แล้วแต่เชฟเพิ่มวัตถุดิบอย่างฟัวกราส์ลงไปเพื่อให้มีความละมุนมากยิ่งเข้ากันดีกับความหอมมันของซุปไข่ปูร้อน ๆ และความหวานของเนื้อปูฉีกได้อย่างน่าทึ่ง (17/20)
蟹黄鹅肝汤 (36 SGD++)
Foie Gras Chawanmushi with Crab Roe Soup
フォアグラの茶碗蒸し 蟹の旨味スープ
ที่สำคัญอย่าลืมตักให้ลึกลงไปถึง Chawanmushi ที่ก้นถ้วยกันด้วย (17/20)
北京烤鸭 (全只) (80 SGD++)
Classic Peking Duck (Whole)
北京ダック
ถึงแม้ว่าอาหารจีนกวางตุ้งอาจจะดูเป็นจะเป็นพระรองของห้องอาหาร Shisen Hanten แต่การสั่งเป็ดปักกิ่งมาทานเพื่อตัดรสเผ็ดของเมนูอื่น ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนัก เชฟนำเป็ดตัวโตไปย่างด้วยไฟแรงจนหนังกรอบก่อนจะนำมาจัดแสดงพร้อมกับแล่หนังให้ลูกค้าดูที่ข้างโต๊ะ ส่วนใครที่มากันน้อยคนก็สามารถเบือกสั่งเป็ดครึ่งตัวที่ราคา 42 SGD++ ก็ได้เช่นกัน (15/20)
北京烤鸭 (全只) (80 SGD++)
Classic Peking Duck (Whole)
北京ダック
แผ่นแป้งที่นี่ดีงามตามท้องเรื่องโดยมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มพอเหมาะ (15/20)
北京烤鸭 (全只) (80 SGD++)
Classic Peking Duck (Whole)
北京ダック
เชฟเสิร์ฟมาคู่กับต้นหอม แตงกวา และซอสฮอยซินแบบมาตรฐาน (15/20)
北京烤鸭 (全只) (80 SGD++)
Classic Peking Duck (Whole)
北京ダック
พนักงานจะห่อเป็ดให้พร้อมรับประทาน แน่นอนว่าเป็ดปักกิ่งความดีงามอยู่ที่การแล่ชิ้นเป็ดไม่ให้มีชั้นไขมันติดมาด้วย หนังเป็ด, แตงกวา และต้นหอมกรอบตัดกับความนุ่มของแผ่นแป้ง สำหรับซอสฮอยซินรสชาติหวานกลมกล่อมตามมาตาฐานห้องอาหารจีนชั้นดี (15/20)
北京烤鸭 (全只) (80 SGD++)
Classic Peking Duck (Whole)
北京ダック
ส่วนเนื้อเป็ดพนักงานจะแล่แล้วเสิร์ฟมาเป็นชิ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่สำหรับใครที่ต้องการนำไปประกอบอาหารอีก 1 เมนูจะมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมอยู่ที่ 26 SGD++ นั่นเอง (15/20)
麻辣煎宫崎和牛 (88 SGD++)
Pan-fried Miyazaki Wagyu Beef with Mala Radish Sauce
宮崎和牛のおろしマーラーソース
เนื้อวัว Miyazaki Wagyu ชั้นดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไปจี่บนกระทะจนสุกได้ที่ ชิ้นเนื้อมีไขมันแทรกในปริมาณที่สูงขนาดว่าใช้ลิ้นดันเบา ๆ ก็พร้อมละลายในปาก ความมันของเนื้อวัวถูกเบรคด้วยพระรองของจานอย่าง Mala Radish Sauce ที่แม้หน้าตาจะดูไม่ซับซ้อนแต่ให้รสชาติอร่อยและเนื้อสัมผัสที่ดีชนิดที่ทุกคนบนโต๊ะต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียว (17/20)
担担面 (14 SGD++)
Chen’s Original Spicy Noodle Soup
担々麺
ปิดท้ายด้วยเมนูเส้นแนะนำประจำร้านอย่าง Dan Dan Noodle เวอร์ชั่นซุปเสิร์ฟมาร้อน ๆ เช่นกัน ตัวซุปมี Body ที่พอเหมาะ รับประทานง่าย ไม่เข้มข้นมากจนเกินไปแต่ก็ยังคงให้รสชาติของเนื้อสับและคงความเป็นอาหารจีนเสฉวนได้อย่างชัดเจน (16/20)
正宗担担面 (14 SGD++)
Chen’s Original Spicy Dry Noodle
本場汁なし担々麺
นอกจากเมนูแบบน้ำแล้วยังมี Dan Dan Noodles แบบแห้งสูตรพิเศษที่ผ่านการลวกเส้นมาได้อย่างไร้ที่ติคลุกเคล้ากับน้ำซอสสูตรเข้มข้นให้รสชาติหวานจากเนื้อสับและความเผ็ดชาของพริกเสฉวนชนิดหาใครเทียบได้ยาก (17/20)
อย่าลืมสั่งข้าวสวยญี่ปุ่นนำเข้าจากฮอกไกโดเพื่อมาจับคู่กับ Chen’s Mapo Doufu ในสไตล์ Mapo Don
ซอส X.O.
燕窝椰子布丁 (38 SGD++)
Coconut Fantasy, Almond Pudding topped with Bird’s Nest served in Young Coconut
ココナッツファンタジー
เริ่มต้นเมนูขนมหวานด้วย Signature Dessert ประจำร้านที่เชฟนำเสนอเป็นพุดดิ้งถั่วอัลมอนด์ที่มีความครีมมี่ หอม มัน เลเยอร์ด้านบนด้วยรังนกชั้นดีที่พร้อมละลายในปากเพียงแค่เคี้ยวเบา ๆ ไม่กี่คำเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเมล็ดเก๋ากี้ช่วยเพิ่มความเปรี้ยวอีกเล็กน้อย ทั้งนี้การนึ่งแล้วเสิร์ฟมาในลูกมะพร้าวยังช่วยเพิ่มเติมกลิ่นของมะพร้าวให้แทรกมาอยู่ในตัวพุดดิ้งอีกด้วย ข้างกันคือไอศกรีมมะพร้าวท็อปด้วยแผ่นไวท์ช็อกโกแลต ตัดด้วยรสชาติเปรี้ยวของไข่มุกเสาวรสที่พร้อมจะแตกระเบิดออกในปากนั่นเอง (17/20)
芒果布丁 (9 SGD++)
Chilled Mango Pudding
マンゴープリン
พุดดิ้งมะม่วงสุกรสชาติหวานอร่อยเป็นของหวานง่าย ๆ ที่จบท้ายมื้ออาหารช่วยดับรสชาติเผ็ดจัดจ้านของอาหารจีนเสฉวนได้เป็นอย่างดี (14/20)
万寿果炖奶 (9 SGD++)
Double-boiled Papaya with Milk Pudding
パパイヤとミルクプリン
ขนมหวานจานสุดท้ายได้จากการนำพุดดิ้งนมและมะละกอไปนึ่งจนสุกได้ที่ ถึงหน้าตาจะดูไม่ซับซ้อนแต่รสชาติที่ได้มีความหอมมันและครีมมี่ อร่อยเกินกว่าที่เราคาดเอาไว้จริง ๆ (15/20)
ราคา 1,199.95 สำหรับ 6 คนและไวน์อีก 2 ขวด
[INTRO] บทความในวันนี้เราตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารจีนที่ดีที่สุดในประเทศสิงคโปร์ทั้งยังครองตำแหน่งเป็นหนึ่งในห้องอาหารจีนเสฉวนที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย เชฟ Chen Kentaro ผู้เป็นหลานชายแท้ ๆ ของเชฟ Chen Kenmin ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นบิดาแห่งอาหารจีนเสฉวนในประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นลูกชายของเชฟ Chen Kenichi ผู้ดำรงตำแหน่ง Iron Chef อาหารจีนแห่งประเทศญี่ปุ่นได้ผสมผสานเทคนิคและรสชาติต้นตำรับเข้ากันกับวัตถุดิบระดับสูงจากประเทศบ้านเกิดจนได้ออกมาเป็นเมนูที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
บริเวณชั้น 35 เป็นที่ตั้งของห้องอาหารจีนชั้นสูงอย่าง Shisen Hanten โดยห้องรับประทานอาหารหลักนั้นจำเป็นต้องเดินลงบันไดไปอีกครึ่งชั้น
ภายในตกแต่งด้วยงบประมาณหลายล้านดอลลาร์สิงคโปร์
แสงสีส้มอ่อน ๆ จากแชนเดอเลียร์คลาสสิคที่ห้อยลงมาจากเพดานสะท้อนลงบนผ้าปูโต๊ะสีขาวเข้ากันกับโทนสีดำสลับทองของพื้นที่โดยรอบได้อย่างไร้ที่ติ หากสังเกตให้ดีจะพบกับงานฝีมือของชาวจีนยุคโบราณอย่างเช่นประตูสีแดงอายุกว่า 100 ปีจัดวางกลืนกันไปกับเครื่องตกแต่งแบบร่วมสมัย
เพดานยกสูงช่วยให้บรรยากาศโดยรวมมีความโปร่งไม่อึดอัดตา
สำหรับใครที่โชคดีได้นั่งโต๊ะริมหน้าต่างสามารถมองผ่านกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานออกไปเห็นทัศนียภาพมุมสูงของโรงแรมและห้างสรรพสินค้าที่มีอยู่มากมายในย่าน Orchard ส่วนใครที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ทางร้านยังมีห้อง VIP เตรียมเอาไว้รับรองถึง 4 ห้องอีกด้วย
[THE CHEF] Chen Kenmin เจ้าของร้านรุ่นแรกเกิดและเติบโตมาในจังหวัด Yibin ซึ่งตั้งอยู่ ณ มณฑลเสฉวนของประเทศจีน หลังจากเลือกเส้นทางอาชีพสายพ่อครัวตัวเขามีโอกาสเดินทางไปค้นหาประสบการณ์ทั้งในไต้หวัน, ฮ่องกง และจีนก่อนจะอพยพมายังประเทศจังหวัด Yokohama ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1952 และถือสัญชาติญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์ในปี 1954 สำหรับสไตล์การปรุงนั้นเชฟ Chen Kenmin มีความถนัดในการเตรียมอาหารแบบ Chinese Imperial Cuisine (御膳) ซึ่งได้รับอิทธิพลต่อมาจาก Beijing Cuisine ซึ่งปกติจะจัดเสิร์ฟให้กับจักรพรรดิจีนก่อนที่จะก่อตั้งห้องอาหาร Akasaka Szechwan Restaurant หรือที่รู้จักกันในนามของ Shisen Hanten (四川飯店) สาขาแรกขึ้นในปี 1958 และปรับรูปแบบมานำเสนออาหาร Shanghai-Style Szechwan Cuisine ที่มีรสชาติอันหลากหลายซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นในทุก ๆ ช่วงอายุจนได้รับสมญานามว่าเป็น Japan’s “Father of Szechwan Cuisine” หรือบิดาแห่งอาหารจีนเสฉวนของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง
กิจการห้องอาหารได้ถูกส่งต่อมายังลูกชายคนโตคือ Chen Kenichi ผู้ได้รับสมญานามว่าเป็น “The Szechwan Sage” หรือพ่อมดแห่งอาหารจีนเสฉวนโดยตัวเขาได้ขยับขยายสาขาเพิ่มเติมออกไปถึง 14 แห่งใน 6 เมืองสำคัญคือ Fukuoka, Matsuyama, Nagoya, Takamatsu, Tokyo, และ Yokohama ทั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นถึง Iron Chef อาหารจีนประจำรายการ Ryori No Tetsjin (Iron Chef Japan) ออกอากาศทาง Fuji TV และ Kyo No Ryori ซึ่งเป็นรายการยอดนิยมประจำช่อง NHK อีกด้วย
ความหลงไหลในอาหารจีนสไตล์ Szechwan Cuisine ถูกส่งต่อมายังผู้สืบทอดรุ่นที่สามคือ Chen Kentaro โดยตัวเขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพเชฟเมื่อมีอายุ 20 ย่างเข้า 21 ปีก่อนจะเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากห้องอาหารจีนเสฉวนทั่วทั้งมณฑลเสฉวน ต่อมาในปี 2014 เขาได้ย้ายมายังประเทศสิงคโปร์เพื่อทำหน้าที่กุมบังเหียนห้องอาหาร Shisen Hanten สาขาแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ตัวร้านได้รับรางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars ใน MICHELIN Guide Singapore ฉบับแรกคือปี 2016 พร้อมกับรักษาดาวทั้งสองมาได้จนถึงปัจจุบัน
แจกันดอกไม้บนโต๊ะ
ฝั่งซ้ายมือคือ Bar Lounge ที่ตกแต่งแบบร่วมสมัยเพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการเริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเครื่องดื่มสักแก้วสองแก้ว
[THE FOOD] จุดเด่นของห้องอาหาร Shisen Hanten คือการนำเสนออาหารจีนสไตล์เสฉวนที่มีรสชาติเปรี้ยว, เผ็ด, หวาน, ขม รวมไปถึงกลิ่นฉุนและความอโรมาติคให้ออกมาบาลานซ์กันได้อย่างลงตัวโดยมีเมนูชูโรงอย่าง Chen’s Mapo Doufu (陈麻婆豆腐) ที่บรรดานักชิมทั่วโลกต่างยกย่องให้เป็นหนึ่งใน Mapo Tofu ที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะรับประทานเปล่า ๆ หรือจับคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ ในสไตล์ที่เชฟเรียกว่า Mapo Don ก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีเมนูคลาสสิคอีกมากมายอย่างเช่น Laziji (辣子鸡) และ Hot and sour Soup (四川海鲜酸辣汤) รวมไปถึงอาหารจีนกวางตุ้งอีกบางส่วนซึ่งเมื่อรับประทานสลับกันพบว่าช่วยบาลานซ์รสชาติอันจัดจ้านของอาหารจีนเสฉวนได้อย่างพอเหมาะ ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูสุดคุ้มค่าที่จัดเสิร์ฟเฉพาะช่วงกลางวันอย่าง Executive Lunch Set (46 SGD++/5 Dishes, 55 SGD++/6 Dishes) สำหรับลูกค้าอย่างน้อย 2 คน หรือจะเป็นรายการแบบ À La Carte นำเสนอมาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน
[WHY GO] ผู้สืบทอดรุ่นที่สามอย่างเชฟ Chen Kentaro สามารถผสมผสานวัตถุดิบจากญี่ปุ่นบ้านเกิดเข้ากันกับอาหารจีนสไตล์เสฉวนจนออกมาเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร ราคาอาหารจีดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับบรรยากาศและการบริการอย่างมืออาชีพของทีมบริกร รายการเครื่องดื่มโดยเฉพาะไวน์มีราคาสมเหตุสมผลซึ่งหาได้ยากยิ่งในประเทศสิงคโปร์ Shisen Hanten เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่เราตัดสินใจแวะกลับไปชิมซ้ำหลายครั้งพร้อมกับแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองตามไปชิมกันหลายต่อหลายคนโดยไม่มีใครที่รู้สึกผิดหวังแม้แต่คนเดียวอีกด้วย
Hilton Singapore Orchard เป็นโรงแรมสุดหรูบนถนน Orchard ที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1971 พร้อมกับห้องรับรองเกินกว่า 1,065 ห้อง