Visit: September 29, 2019

🇭🇺 Onyx - โอนิกซ์

👨🏻‍🍳 Chef Ádám Mészáros

Cuisine

🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น

Country

Hungary

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16/20

Price

3/5
          

⚫️ โอนิกซ์ เป็นห้องอาหารที่แรกและที่เดียวในประเทศฮังการีที่ได้รับการยกระดับให้เป็นร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินในมิชลินไกด์เมืองหลักในทวีปยุโรปปี 2018 และยังคงรักษาดาวสองดวงมาได้จนถึงมิชลินไกด์ฉบับปีปัจจุบัน ตัวร้านตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองฝั่ง Pest บริเวณ Vörösmarty tér ติดกันกับคาเฟ่ชื่อดัง Gerbeaud confectionary ภายในตกแต่งด้วย “แร่โอนิกซ์ หรือ แร่นิล” ชนิดเดียวกับชื่อร้านทำให้ทั่วทั้งร้านมีสีดำขลับตัดด้วยลวดลายสีทอง เพดานของห้องอาหารถูกประดับด้วยแกรนด์แชนเดอเลียร์ทำจากคริสตัลขนาดใหญ่ เก้าอี้สีดำขลับตัดกับโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าสีขาวดูหรูหราสวยงามสมกับเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดของประเทศ และเป็นหนึ่งในระดับทอปของยุโรปตะวันออก

          
♟ อาหารที่นี่กำกับโดยทีมงานหลายคนนำโดยหัวหน้าเชฟ Ádám Mészáros ผู้อยู่เบื้องหลังอาหารจานหลักทั้งหมด มีเชฟผู้ช่วยหนึ่งคนคือ Péter Mikulás และมีเชฟอาหารหวานประจำร้านคือเชฟ Róbert Mártha สร้างสรรค์เมนูอาหารหวานรสเลิศในคอร์สต่างๆ เมนูที่นี่มีให้เลือกสองแบบคือ „WITHIN OUR BORDERS…” ที่เน้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและเมนูอาหารพื้นบ้านในประเทศฮังการีมาปรับแต่งเป็นอาหารจานหรู อีกแบบคือ „BEYOND OUR BORDERS…” เป็นอาหารครีเอทีฟที่ไม่มีกรอบและกฎเกณฑ์ของเมนูและสัญชาติ โดยเลือกใช้วัตถุดิบชั้นยอดจากทั่วมุมโลกมาปรับแต่งเป็นอาหารรสเลิศ

🍴 สำหรับคอร์ส „BEYOND OUR BORDERS…” ที่เราเลือกทานในวันนี้ราคา 33900 HUF หรือประมาณ 3900 บาทต่อคน (ราคายังไม่รวมภาษี 15%) เป็นเซ็ตเมนูที่สร้างสรรค์ที่สุดของทางร้าน โดยได้รับแรงบันดาลใจและไอเดียจากวัตถุดิบและอาหารทั่วทุกมุมโลก แต่ยังคงเคารพคัดสรรค์สุดยอดวัตถุดิบท้องถิ่นมทประกอบกัน นอกจากนี้ยังสั่งอาหารจานพิเศษที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นซึ่งมีมห้เลือกเป็น Extra Course คือ “ตับเป็ดฮังการี” หรือ “Duck liver, coffee, almond” ในราคา 4700 HUF โดยทางร้านใช้สุดยอดตับเป็ดจาก Duck Liver, Aszu & Top Chef Co. เช่นเดียวกับกับร้าน Borkonyha ระดับหนึ่งดาวมิชลินที่เราทานในวันก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในตับเป็ดที่ดีที่สุดในประเทศฮังการี และต้องบอกเลยว่าสำหรับคอร์สนี้ทางร้านทำรสชาติออกมาได้เหนือจินตนาการเลยจริงๆ แต่ในทางกลับกันอาหารจานอื่นในคอร์สหลักจัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยังไม่ถึงกับว้าว และบางจานรสชาติอาจต่ำกว่ามาตรฐานของร้าน 2 ดาวมิชลินไปบ้าง ในด้านเครื่องดื่มทางร้านมีไวน์ท้องถิ่นให้เลือกมากมาย รวมถึงไวน์นำเข้า และยังมีเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอร์ให้บริการอีกด้วย

😋 กล่าวโดยสรุปคือ โอนิกซ์เป็นร้านอาหารที่ออกแบบตรงตามคอนเซปชื่อร้าน ภายในหรูหรา บรรยากาศดี อาหารอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ส่วนตัวคิดว่ารสชาติก้ำกึ่งระหว่างหนึ่งดาวกับสองดาว ราคาสูงหากเทียบกับมาตรฐานร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งในฮังการีและประเทศแถบยุโรปตะวันออก แต่ยังต่ำกว่าร้านอาหารระดับเดียวกันในยุโรปตะวันตก

Price :

33900+ HUF/p

Parking :

Operating Time :

20.30-23.00 ปิดวันอังคาร-พุธ

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 อาหารคุณภาพดี ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวในยุโรปตะวันออก ราคาสูง ยังไม่ถึงกับต้องเดินทางไกลเพื่อมาชิม

อาหาร :

16

ราคา :

3/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 „BEYOND OUR BORDERS…” Tasting Menu (33900+ HUF/p)

          
– Amuse-bouche

– Pickled asparagus, parsley, wild garlic

– Cod, sturgeon caviar, buttermilk, dill

– Duck liver, coffee, almond (4700+ HUF)

– Trout roll, shrimp, mushroom

– „Stuffed paprika”, lamb, tomato

– Pigeon, pumpkin, golden raisins

– Pre-dessert

– Hazelnut-chocolate tart, bergamot, baguette ice cream

– Petit fours

🇭🇺 Onyx – โอนิกซ์

⭐️⭐️ 2 Michelin Star – 2 ดาวมิชลิน

👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳 17/20 Gault Millau (3 Toques) – 17/20 โกท มิโย (หมวก 3ใบ)

ภายในตกแต่งด้วย “แร่โอนิกซ์ หรือ แร่นิล” ชนิดเดียวกับชื่อร้านจนทั่วทั้งร้านมีสีดำขลับตัดด้วยลวดลายสีทอง เพดานของห้องอาหารถูกประดับด้วยแกรนด์แชนเดอเลียร์ทำจากคริสตัลขนาดใหญ่

– Amuse-bouche
Pea puree flavored with mint and parsley
Fried Hungarian cheese
Squid ink pasta
Tuna tartare

🍴 อมูสบูชสี่อย่างเสิร์ฟมาในแผ่นหินขนาดเล็ก รสชาติไม่แย่ เเต่ยังไม่ว้าวพอสำหรับร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลิน

– Amuse-bouche
Fried Hungarian cheese

🧀 ชีสฮังกาเรียนทอดจนผิวด้านนอกกรอบ เนื้อชีสข้างในนุ่ม รสชาติอร่อยใช้ได้ เเต่อาจดูธรรมดาไปสักหน่อย

– Amuse-bouche
Tuna tartare

🐟 ทาทาร์ปลาทูน่าทานกับพาสต้าเป็นแป้งบางกรอบ จานนี้ถือว่าอร่อยที่สุดในอมูสบุชทั้งหมด เพราะมีรสหวานธรรมชาติของเนื้อปลาสดเข้ากันได้ดีกับซอสหวานด้านบน

– Amuse-bouche
Squid ink pasta

◾️ แผ่นกรอบที่ทางร้านบอกว่าเป็นพาสต้าทำจากหมึกดำทานกับซอสสีส้มรสหวาน ไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นสักเท่าไหร่

– Amuse-bouche
Pea puree flavored with mint and parsley

🌾 เพียวเรถั่ว ทานกับมิ้นท์และพาสลีย์ สีขาวด้านบนคือ rice chip หรือแผ่นกรอบทำจากข้าว มี mushroom powder หรือผงเห็ด และ mushroom velute

– Pickled asparagus, parsley, wild garlic

🥗 สำหรับจานแรกคือ Variation of asparagus เริ่มจากเพียวเรหน่อไม้ฝรั่งผสมกับรสชาติของใบมะกรูด สีดำด้านบนคือผงทำจากหมึกดำและเห็ด แผ่นกรอบทำจากกระเทียมป่า และซอสพาสลีย์สีเขียว ลูกเล่นของจานนี้คือรสเปรี้ยวของหน่อไม้ฝรั่งดองที่ตัดกับรสหวานของเพียวเรพาสลีย์เนื้อเนียน แม้ว่ารสชาติออกมาอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่ยังไม่ว้าวมากนักสำหรับร้านระดับสองดาว

– Cod, sturgeon caviar, buttermilk, dill

🐟 ปลาค็อดที่นำไปม้วนเป็นโรลำลมสวยงาม ทานเข้าไปจะมีเนื้อสัมผัสนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ธรรมชาติของปลาเนื้อขาว ทอปด้านบนด้วยไข่ปลาสเตอร์เจียนคาเวียเพื่อเพิ่มรสเค็ม ด้านบนมี Tapioca pearl เข้าใจว่าเชฟต้องการทำให้เกิด contrast ทางเนื้อสัมผัสของไข่มุกกลมที่ทำจากบุกกับไข่ปลาคาเวียเคี้ยวหนึบ เเต่เรามองว่าตัวบุกมันลดทอนเนื้อสัมผัสที่ดีและแพงของคาเวียออกไป ข้างๆมี Rice crouton กรอบๆ นอกจากนี้ยังมีเเตงกวากรอบม้วนเป็นทรงกระบอก ทอปด้านบนอีกทีด้วยเจลสีขาวทำจากบัตเตอร์มิลค์ ซอสสีขาวเช่นกันมีรสมันเค็มทำจากบัตเตอร์มิลค์และน้ำมันสีเขียวของผักชีลาว

– Duck liver, coffee, almond (4700+ HUF)

🦆 สุดยอดเมนูที่เสิร์ฟเป็น Extra course คู่กับ Wine paring 1 แก้ว คือตับเป็ดฮังการี สุดยอดวัตถุดิบเลอค่าจาก Duck Liver, Aszu & Top Chef Co. ทางร้านทำออกมาเป็นอาเต๊ะ เเต่มีการทวิสต์โดยการเพิ่มผงกาแฟเข้าไป ด้านบนเป็น Tonic base coffee gel หรือเเผ่นเจลกาแฟรสขม นอกจากนี้ยังมีเพียวเรรสเปรี้ยวหวานทำจากแอปเปิ้ลเขียว มี Marinated green apple cube หรือแอปเปิ้ลเขียวหั่นเต๋า แผ่นกรอบเเละมูสตับเป็ดสีเหลืองนวล โดยปาเต๊ะตับเป็ดที่ทางร้านทำออกมาได้สมกับเป็นวัตถุดิบระดับโลกจริงๆ เนื้อเนียน นุ่ม ไร้ซึ่งกลิ่นคาวเครื่องใน มีรสหวานอ่อน ตัดด้วยรสขมอ่อนๆ และกลิ่นของกาแฟเข้ากันดีมากๆ รสเปรี้ยวขององค์ประกอบของแอปเปิ้ลเขียวก็มีรสออกมาพอดีๆ ไม่กลบรสเเละเนื้อสัมผัสของตับเป็ด จานนี้ทุกอย่างถือว่าดีงามสุดๆจริงๆ และโดยรวมถือเป็นจานที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้

– Duck liver, coffee, almond (4700+ HUF)

🍷 เสิร์ฟมาพร้อมกับ Wine pairing เป็น Noble sweet wine มีรสหวานน้ำผึ้งและผลไม้แห้งขึ้นจมูก หอม เข้ากันกับตับเป็ดจริงๆ

– Trout roll, shrimp, mushroom

🐟 จานนี้จัดเป็นอีกคอมโบที่เด่นที่สุดในมื้อ คือโรลปลาแซลมอนเทร้าท์เนื้อนุ่ม หอม สอดไส้ตรงกลางด้วยสุดยอดวัตถุดิบอย่างกุ้งแดง Carabineros ที่หั่นออกมาสุกพอดี กัดเเล้วนุ่มเด้ง ทานกับเห็ดชนิดต่างๆ ราดด้วยซอสเนยเบลอบล็องรสหวานอ่อนๆเข้ากันได้ดีมากๆ

– „Stuffed paprika”, lamb, tomato

🌶 ปาปริก้าสอดไส้ด้วยเนื้อแกะ จานนี้มีลูกเล่นคือกลิ่นหอมแรงของเนื้อแกะกับกลิ่นเฉพาะของปาปริก้าเข้ากันได้อย่างดี เเต่อาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบทานอาหารไม่มีกลิ่น ด้านข้างเป็นซอสสีส้มทำจากมะเขือเทศ โคลราบี และเซเลอรีรสเปรี้ยวหวาน

– Pigeon, pumpkin, golden raisins

🕊 สำหรับจานถัดไปคืออาหารจานแนะนำของทางร้าน มีโปรตีนหลักคือนกพิราบ โดยทางร้านใช้ส่วนอกและส่วนน่องเสิร์ฟมาแบบหนังกรอบ เนื้อด้านในนุ่มมากๆ ราดด้วยซอสกาแฟ ส่วนสีเหลืองรอบๆคือเพียวเรฟักทอง และเจลฟักทอง และผักสีเขียวในจานคือคะน้าทอด ทานคู่กับปาเต๊ะเนื้อเนียนที่มีองค์ประกอบของเป็ดป่า นกกระทา และไก่ฟ้ารวมกัน ส่วนแผ่นกรอบด้านบนคือหนังนกทอดกรอบทานตัดกันกับเนื้อรสนุ่ม

– Pre-dessert

🍫 คอร์สก่อนของหวานเสิร์ฟมาเป็นสปอนเค้กเนื้อนุ่ม ไอศกรีมรูบี้ช็อกโกแลตสีชมพูพร้อมด้วยมูสเดียวกัน มีรสหวาน ทานกับเจลแบล็คเคอแรนท์รสเปรี้ยว และเจลดรอปคาโมมาย

– Hazelnut-chocolate tart, bergamot, baguette ice cream

🍫 สำหรับของหวานวันนี้คือทาร์ตช็อกโกแลตและถั่วฮาเซลนัทจากปิเยมอนเต้ ประเทศอิตาลี โดยทางร้านจะนำไปคั่วแล้วเสิร์ฟมาร้อนๆ วางบนช็อกโกแลตจนละลายต่อหน้าลูกค้าดูน่าทาน ด้านข้างมีเจลเบอร์กามอต ผงเบอร์กามอต และไอศกรีมขนมปังบาเก็ตทอปด้วยทองคำเปลวทานได้และครัมเบิ้ลกรอบ

– Bread Basket

🍞 ขนมปังมีให้เลือกหลากหลายมาก Black baguette, Rye bread, Hungarian baguette selection ขนมปังสีดำทำจากหมึกของปลาหมึกคืออันที่เราชอบที่สุด ทานกับเนยธรรมดาหรือเนยชีสผสมกับน้ำมันเมล็ดฟักทอง

– Petit fours

🍬 สำหรับเปอตีโฟว์ปิดท้ายมื้ออาหารประกอบไปด้วย โฮมเมดช็อกโกแลตสอดไส้ราสเบอร์รี่รูปหมวกเชฟ แมนดารินเจลลี่สีส้ม มาร์ชแมลโล่ทานกับโกโก้ มะพร้าวช็อกโกแลต

– Petit fours

🍰 ปิดท้ายก่อนกลับด้วยเค้กรสอร่อยใส่กล่องสีขาวติดมือกลับบ้าน

น้ำเบอร์รี่นำเข้าจากประเทศออสเตรีย

ราคา 85,652 HUF หรือประมาณ 9,000 บาท

สำหรับคอร์ส „BEYOND OUR BORDERS…” ที่เราเลือกทานในวันนี้ราคา 33,900 HUF หรือประมาณ 3,500 บาทต่อคน (ราคายังไม่รวมภาษี 15%)

เก้าอี้สีดำขลับตัดกับโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าสีขาวดูหรูหราสวยงามสมกับเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดของประเทศ และเป็นหนึ่งในระดับทอปของยุโรปตะวันออก

ในด้านเครื่องดื่มทางร้านมีไวน์ท้องถิ่นให้เลือกมากมาย รวมถึงไวน์นำเข้า และยังมีเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอร์ให้บริการอีกด้วย

สมุดบิล

รูปภายในห้องอาหาร

รูปภายในห้องอาหาร

⭐️⭐️ 2 Michelin Star – 2 ดาวมิชลิน

👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳 17/20 Gault Millau (3 Toques) – 17/20 โกท มิโย (หมวก 3ใบ)