หน้าแรก » 🇮🇹 The Cook – เดอะ คุค
Visit: November 22, 2023
🇮🇹 The Cook - เดอะ คุค
👨🏻🍳 Chef Ivano Ricchebono - เชฟอีวานโน ริคเคโบโน่
vico Falamonica 9r, Genoa, 16123, Italy
Tel: (+39) 375 500 4773
Cuisine
🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น
Country
Italy
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
14.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่ของนคร Genoa ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญในประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล Mediterranean ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ภายในโดดเด่นด้วยภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังโบราณอันแสนตระการตาทั้งยังนำเสนออาหารในสไตล์โมเดิร์นออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
Price :
120-200 €
Parking :
จอดนอกเขต ZTL ของนคร Genoa โดยเราขอแนะนำลานจอดหน้า Porto Antico di Genova
Operating Time :
Lunch Fri-Sun 12:30-14:00, Dinner Wed-Sun 19.30-21.30, Closed On Mon-Tue
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในนคร Genoa
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MENÙ DEGUSTAZIONE BERNARDO STROZZI (6 PORTATE - 150 €)
The Cook – เดอะ คุค
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
Modern Cuisine – อาหารโมเดิร์น
Chef Ivano Ricchebono – เชฟอีวานโน ริคเคโบโน่
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่ของนคร Genoa ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญในประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล Mediterranean ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ภายในโดดเด่นด้วยภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังโบราณอันแสนตระการตาทั้งยังนำเสนออาหารในสไตล์โมเดิร์นออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
Amuse-bouche
เริ่มต้นด้วยของว่าง 3 อย่าง ฝั่งขวามือคือ Cheese Ball ทอดภายในบรรจุ 36-Month Parmigiano Reggiano ด้านบนท็อปด้วยซอสมะเขือเทศแห้งให้ความเปรี้ยวอุมามิและ Tropea Onion ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ชูรสหวานได้อย่างลงตัว ถัดมาคือ Carasau Bread กรอบ ๆ ด้านบนคือ Guacamole Sauce เตรียมมาจากอโวคาโด สุดท้ายคือแผ่น Cracker กรอบที่เตรียมมาจาก Venere Black Rice ท็อปด้วยเจลหัวหอมนั่นเอง (14/20)
Acciuga su tela
Anchovy on Canvas มีลักษณะเป็นปลาแองโชวี่วางเรียงกับเป็นบล็อกสี่เหลี่ยม ด้านบนท็อปด้วยซอส 3 ชนิดคือ Pepperoni Sauce สีดำ, Star Anise Sauce สีขาวและ Cinque Terre Lemon ให้รสชาติและอโรมาที่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีความกรอบที่ได้จาก Crumble สีขาวและ Celery Air (15/20)
ก่อนชิมปลาเชฟแนะนำให้ลองดื่มซุปร้อน ๆ ที่เตรียมมาจากขิง, มะกอก Taggiasca และ Cime de Rapa ซึ่งเป็นผักในตระกูลของบล็อคโคลี่ (15/20)
Cappuccino di Patate มีลักษณะเป็นซุปที่เตรียมมาจากหมึกกระดองหรือ Cuttlefish ด้านบนท็อปด้วยครีมมันฝรั่งเนื้อเนียนสีเหลืองอ่อน อวค์ประกอบของดีหมึกสีดำ จากนั้นเติมแต่งสีสันอันหลากหลายทั้ง Sea Lettuce, หอยเม่น, Coriander ส่วนโปรตีนหลักของจานคือหนวดหมึก จานนี้จบด้วยการเทราด Aromatic Olive Oil ลงไปด้านบน โดยรวมถือเป็นจานที่มีมิติและหลากหลายแต่อาจยังไม่ดีเท่าห้องอาหารต้นตำรับผู้คิดค้นจานนี้อย่าง La Calandre (15/20)
ข้าว Risotto ที่เชื่อมองค์ประกอบจาก 2 ภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกัน องค์ประกอบแรกคือ Caciucco Sauce ซึ่งเป็นตัวแทนของแคว้น Tuscany เตรียมมาจากสตูว์ปลาท้องถิ่นของเมือง Livorno ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล Mediterranean ถัดมาคือ Pinoli Milk หรือนมที่เตรียมมาจากเมล็ดสนและองค์ประกอบของ Basilico หรือใบเบซิลซึ่งเป็นตัวแทนของแคว้น Liguria ผสมผสานรสชาติกันมาได้อย่างลงตัว ด้านบนท็อปด้วย Olive Dust ช่วยเติมแต่งกลิ่นให้หอมมากยิ่งขึ้น (15/20)
ในช่วงฤดูหนาวทางร้านได้ White Truffle คุณภาพสูงมานำเสนอให้อับเกรดจากคอร์สปกติ (15/20)
เชฟจะนำ White Truffle มาฝานให้ลูกค้าด้วยตัวเองที่ข้างโต๊ะ (15/20)
ในจานคือพาสต้าเส้น Tagliolini ปรุงกับเนยรมควัน ด้านบนท็อปด้วย White Truffle คุณภาพสูงสไลซ์บาง นอกจากนี้ยังมีความสดชื่นของ Mint Reduction อีกด้วย (15/20)
Ricciola หรือปลา Amberjack พันห่อด้านนอกด้วย Lardo di Colonnata ให้ความเค็มที่กลมกล่อมลงตัว นอกจากนี้ยังมีครีมฟักทองเผา เห็ดพอชินี่และ Valeriana Salad (14/20)
คอร์สนี้คือหอยเชลล์ย่างสไตล์บาร์บีคิวเนื้อนุ่มหวาน ข้างกันคือปลา Dentice หรือ Red Snapper เสิร์ฟมาในสไตล์ Ceviche เพื่อให้ความซิตรัสมาตัดกันกับความครีมมี่ของซอง Coconut Laksa จานนี้จบด้วยการขูด Katsuobushi ลงไปให้เนื้อสัมผัสเฉพาะตัวและองค์ประกอบของ Cime de Rapa ในลักษณะขอวแผ่นชิปส์กรอบ ๆ จานนี้เชฟตั้งใจนำเสนอวัตถุดิบและกลิ่นอายของอาหารฝั่งเอเชียผสมผสานกับวัตถุดิบท้อวภิ่นของฝั่งอิตาลีนั่นเอง (14/20)
Focaccia alla Genovese ขนมปังท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Genoa แคว้น Liguria, Bread with Caper and Tomato และ Grissini ที่เตรียมมาจากเนย อย่างไรก็ตามไฮไลท์คือ Pesto ที่เตรียมมาได้อย่างไร้ที่ติ เนื้อสัมผัสเนียน ละมุน หอม โดดเด่นมาก ๆ
ล้างปากด้วยซอร์เบท์ที่ผสมรสชาติของส้มและบ๊วยเข้าด้วยกัน
ของหวานจานหลักคือแครอทเสิร์ฟมาในลักษณะขอว Ganache ตรงกลางคือ Purée แครอทหวาน ๆ ข้าง ๆ กันคือช็อกโกแลตครัมเบิ้ลและอัลมอนด์ครีม (14/20)
TiramiCook เป็นของหวาน Signature ประจำร้านที่เราขอให้เชฟเตรียมมาให้ลองชิมด้วย เชฟรองด้วย Pan di Spagna มีลักษณะเป็นขนมปังหวาน ๆ ที่มีกลิ่นหอมของกาแฟแทนที่ Lady Finger แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมอัลมอนด์หอมสดชื่น (15/20)
ด้านบนท็อปด้วยขนมสายไหมหวาน ๆ และผงโกโก้เติมแต่งรสชาติขมได้อย่างลงตัว (15/20)
ปิดท้ายด้วยขนมบนชิงช้าสวรรค์คือ Taretelette จิ๋วและขนม Waffle
[THE CHEF] Ivano Ricchebono เกิดที่นคร Genoa แห่งนี้ในปี 1972 เขาจบการศึกษาจาก Istituto alberghiero “Nino Bergese” และเริ่มต้นฝึกงานในห้องอาหารชั้นนำในแถบนคร Genoa หลายแห่งก่อนจะมีโอกาสย้ายไปร่วมงานกับเชฟ Stefano Giorgi ที่โรงแรม Alleanza ที่เมือง Forte dei Marmi อยู่นาน 5 ฤดูกาลต่อด้วยการรับงานเป็นเชฟผู้ช่วยที่ห้องอาหาร Matahari และการควบคุมห้องครัวที่โรงแรม Melograno หนึ่งในโอกาสสำคัญที่สุดในชีวิตคือการที่ผู้จัดการ Adriano Lovati ดึงตัวเขาไปร่วมงานเครือ Accor Hotel Group โดยมีเป้าหมายให้เขาเดินทางไปดูแลคุณภาพของห้องอาหารประจำโรงแรม Novotel ทั่วประเทศอิตาลีทั้งยังเคยร่วมมือกับเชฟระดับตำนานอย่าง Alessandro Serni และ Giovanni Parlati อีกด้วย หลังจากเดินทางมาถึงถึงจุดอิ่มตัวเชฟ Ivano Ricchebono และภรรยา Elisa Arduoni ได้เริ่มต้นมองหาความท้าทายครั้งใหม่โดยการเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองและใช้ชื่อว่า The Cook โดยมีทำเลแห่งแรกตั้งอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Nervi ห่างออกมาจากใจกลางนคร Genoa ทางทิศตะวันออกราว 10 กิโลเมตร ตัวร้านได้รับความนิยมอย่างมากจนสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2010 ทั้งตัวเขายังมีคิวออกรายการโทรทัศน์ La Prova del Cuoco di Antonella Clerici อยู่เป็นประจำอีกด้วย ในปี 2016 เชฟ Ivano Ricchebono ตัดสินใจย้ายห้องอาหารมายัง Palazzo di Branca Doria ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนคร Genoa ห่างจาก Piazza De Ferraris ออกมาเพียงราว ๆ 220 เมตรเท่านั้นและใช้ชื่อใหม่เพื่อป้องกันการสับสนว่า The Cook al Cavo มาจนถึงปัจจุบัน
[THE PLACE] Palazzo di Branca Doria เป็นอาคารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในย่าน Vico di San Matteo ใจกลางนคร Genoa โดยหากอ้างอิงการประวัติการปรับปรุงโบสถ์ Chiesa di San Matteo ซึ่งมีการออกแบบใหม่ในสไตล์ Gothic แทนที่สไตล์ Romanesque แบบดั้งเดิมและตั้งอยู่ติดกันทำให้เชื่อกันว่า Palazzo di Branca Doria เริ่มต้นก่อสร้างในช่วงราว ๆ ปี 1276 ทั้งยังได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งภายในและภายนอกหลายต่อหลายครั้ง
สำหรับห้องบริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร The Cook นั้นได้รับการตกแต่งจิตรกรรมฝาผนังอย่างละเอียดปราณีตโดยจิตรกรชื่อดังชาว Genoa นามว่า Bernardo Strozzi
โต๊ะอาหารทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวตัดกันกับเก้าอี้สีแดงนั่งสบาย
บริเวณฝั่งผนังเป็นภาพที่ได้รับการบำรุงรักษามาอย่างต่อเนื่อง
[THE FOOD] ห้องอาหาร The Cook นำเสนออาหารมาในรูปแบบโมเดิร์นโดยมี Tasting Menu หลัก ๆ อยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบคือ Menù Degustazione Bernardo Strozzi นำเสนอรายการอาหารทะเลต่าง ๆ จากฟากฝั่งทะเล Mediterranean ถัดมาคือ Menù Degustazione Entroterra นำเสนออาหารจำพวกเนื้อสัตว์ โดยลูกค้าสามารถเลือกชิมได้ในหลากหลายระดับราคาคือ 4 Portate – 120 €, 5 Portate – 130 € และ 6 Portate – 150 € สุดท้ายคือ Menù Degustazione Vegetariano นำเสนออาหารแบบมังสวิรัติที่ 2 ระดับราคาคือ 4 Portate – 120 €, 5 Portate – 130 € นั่นเอง
ใครที่มาในช่วงปลายปีทางยังนำเสนอเมนูตามฤดูกาลอย่าง Menù Tartufo Bianco มาที่ราคา 5 Portate – 200 € อีกด้วย รายการไวน์มีให้เลือกมากพอสมควรในราคาที่เหมาะสม
Table Settings
โคมไฟตั้งพื้นขนาดใหญ่โค้งห้อยลงมาเพื่อส่องแสงสว่างมายังใจกลางโต๊ะ
ในขณะที่ภาพบนเพดานที่มีสีซีดและจางกว่าเป็นภาพต้นตำรับที่ถูกวาดครั้งแรกในปี 1618
[WHY GO] สำหรับใครที่มีโอกาสเดินทางไปยังนคร Genoa แล้วอยากสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากร้านอาหารดั้งเดิมภายใต้บรรยากาศของอาคารและภาพวาดผนังเก่าแก่ก็สามารถแวะชิม The Cook al Cavo กันได้
ราคาอาหารอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การบริการอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ทั้งตัวร้านยังมีตำแหน่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองอีกด้วย
บริเวณทางเข้าร้าน