หน้าแรก » 🇹🇭 Juksunchae – จุกซุนแช
Visit: February 10, 2024
🇹🇭 Juksunchae - จุกซุนแช
👨🏻🍳 Chef Henry Lee - เชฟเฮนรี่ ลี
ชั้น 5 Woodberry Common 15/3 ซ.ร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน, กรุงเทพ, 10330, ประเทศไทย
Tel: 098-333-4498 (ติดต่อช่วงเย็น)
Cuisine
🍴 Korean, Contemporary - อาหารเกาหลี, ร่วมสมัย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
15/20
Price
ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Juksunchae ซึ่งเป็นร้านที่ได้ชื่อว่าเป็นห้องอาหารเกาหลีระดับ Fine Dining แห่งแรกของประเทศไทย ในส่วนของการเดินทางนั้นลูกค้าสามารถเดินทางมาลงที่สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตหรือขับรถมาจอดได้ที่โครงการณ์ Woodberry Common จากนั้นกดลิฟต์ขึ้นมายังชั้น 5 จะพบกับห้องรับประทานอาหารหลัก ภายในโดดเด่นด้วยเคาน์เตอร์ที่หินสีดำเสริมบรรยากาศให้แลดูเรียบหรูพร้อมกับห้องครัวแบบ Open Kitchen เป็นฉากหลัง ตู้ Dry-aged ได้รับการติดตั้งเอาไว้สำหรับใช้บ่มปลาและสัตว์ทะเลต่าง ๆ ข้างกันคือพื้นที่รับรองพร้อมกับเคาน์เตอร์สำหรับชงเครื่องดื่ม รอบ ๆ ตกแต่งด้วยตู้และหน้าต่างไม้สไตล์เกาหลี ในบางช่วงเวลาทางร้านจะรูดม่านเผยให้เห็นทัศนียภาพมุมสูงและตึกน้อยใหญ่โดยรอบอีกด้วย
Henry Lee เกิดและเติบโตที่นคร Toronto ประเทศแคนาดา เขาเรียนจบการศึกษาเกี่ยวกับการอาหารจาก George Brown College ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่ออาศัยอยู่กับภรรยาเป็นระยะเวลากว่า 8 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามตลอดเส้นทางชีวิตเขามีความคุ้นเคยและเชี่ยวชาญการทำอาหารเกาหลีพื้นบ้านก่อนจะถูกชักชวนให้ย้ายมาควบคุมโปรเจคห้องอาหารเกาหลีร่วมสมัยแห่งแรกของประเทศไทย ห้องอาหาร Juksunchae ได้หยิบยกเมนูเกาหลีที่เราคนไทยอาจคุ้นหูกันดีอย่างเช่นคิมบับ, กิมจิ, ฮเว และบิบิมบับมาปรับรูปแบบหน้าตาและการนำเสนอเสียใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งวัตถุดิบหลักสำคัญของทุก ๆ จานได้อย่างน่าประทับใจในราคาเพียง 3,900++ ต่ออาหาร 11 คอร์ส นอกจากนี้ทางร้านยังนำเสนอการจับคู่ไวน์มาในราคาเพียง 1,700++ เท่านั้น สำหรับเมนูที่เราประทับใจในวันนี้อย่างเช่น
Kimbap เป็นโรลข้าวสไตล์เกาหลีที่มีต้นกำเนิดมาจากซูชิโรลของญี่ปุ่น เชฟนำเสนอมาถึง 3 รูปแบบในจานเดียวเริ่มจากคำแรกประกอบไปด้วยทาร์ตเล็ตที่บรรจุกิมจิที่เตรียมมาจากแครอทและซูคินี่ ด้านบนคือ Juk Espuma หรือโฟมข้าวที่มีความเบาละมุน ถัดมาคือทาร์ตเล็ตที่บรรจุ Lobster Jang หรือล็อบสเตอร์ซึ่งผ่านการดองในน้ำซีอิ๊วจนได้เนื้อสัมผัสที่กรอบและรสชาติที่เปรี้ยว เค็ม และอุมามิ ด้านในมีข้าวปรุงสุก ด้านบนคือแยมล็อบสเตอร์ นอกจากนี้ยังมีแรดิชดองช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสและ Myeongnanjeot หรือไข่ปลากระบอกใส่มาอีกด้วย สุดท้ายคือทาร์ตเล็ตที่บรรจุ Yukke หรือเนื้อดิบสไตล์เกาหลีเสิร์ฟมาคล้ายกันกับ Tartare ที่เราคุ้นเคยกัน ด้านในมีข้าวปรุงสุก ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์นั่นเอง (15/20)
เชฟตั้งใจนำเสนอ Miyeok-guk หรือซุปสาหร่ายที่นิยมรับประทานกันในประเทศเกาหลีโดยเฉพาะในช่วงวันเกิดเพื่อระลึกถึงคุณแม่ เชฟนำเสนอมาในลักษณะของซุปใสรสชาติกลมกล่อมอุมามิ เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความแตกต่างของสาหร่ายและเห็ดหอม ด้านบนท็อปด้วยหอยเชลล์ที่ผ่านการ Dry-aged นาน 5 วันก่อนจะนำมาเซียร์มาจนสุกกำลังดี เนื้อหอยมีความเฟิร์มมากกว่าปกติ จากนั้นเพิ่มความหอมด้วยการหยดน้ำมันงาเกาหลีลงไปในช่วงที่จัดเสิร์ฟ (15/20)
Bibambap หรือข้าวยำเกาหลีเป็นเมนูที่สร้างชื่อให้กับห้องอาหาร Juksunchae ตรงกลางคือ Uni Egg Custard มีลักษณะเป็นไข่ตุ๋นเนื้อเนียนบะมุน มีกลิ่นหอมและความครีมมี่โดดเด่น ข้าง ๆ กันคือ Prunier Caviar จากประเทศฝรั่งเศส, Uni สด ๆ จากจังหวัด Hokkaido, ข้าวปรุงรส, ข้าวพองกรอบ, กิมจิโฮมเมด และเห็ดชิทาเกะตุ๋น ด้านบนท็อปด้วย Perilla Leaf หรือใบชิโสะซอยมาบาง ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Kimchi Buerre Blanc ลงไปตรงกลาง วิธีรับประทานให้คลุกเคล้าทุกอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสัมผัสถึงความหลากหลายของกลิ่นและรสชาติที่มีอยู่ในจาน ๆ เดียว (15/20)
Price :
3,900++ THB
Parking :
จอดรถที่โครงการณ์ Woodberry Common
Operating Time :
18.00-23.00 ปิดวันจันทร์-อังคาร
Dress Code :
Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารเกาหลีร่วมสมัยที่หยิบยกเมนูที่เราคุ้นเคยกันดีมาปรับรูปแบบการนำเสนอเสียใหม่ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
อาหาร :
15
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 COURSE (3,900++)
KIMCHI BOMB 김치봄
SQUID YUZA MANDU 오징어 유자만두
KIMBAP 김밥
OYSTER KIMCHI 글 김치
SCALLOP MIYEOK CONSOMME 가리비 미역 큰소메
HWE 회
BIBIMBAP 비빔밥
SAMGYEOPSAL 삼겹살
SMOKED GALBI 스모그 갈비
PEAR & PLUM 배와 자두
SESAME OIL & SOY SAUCE 참기름 & 간장
Juksunchae – จุกซุนแช
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์
Korean, Contemporary – อาหารเกาหลี, ร่วมสมัย
Chef Henry Lee – เชฟเฮนรี่ ลี
WELCOME DRINK
ทางร้านยังมอบน้ำขิงและเกรปฟรุตให้ลูกค้ากันคนละแก้วอีกด้วย
KIMCHI BOMB 김치봄
เริ่มต้นคอร์สแรกด้วย Kimchi Bomb โดยเชฟได้เตรียมซอสกิมจิโฮมเมดที่ผ่านกระบวนการดองนานกว่า 14-18 อาทิตย์เสิร์ฟมาในรูปแบบของเจลลี่ด้านล่าง ด้านบนคือเมอแรงก์กิมจิแดง จากนั้นโรยผงพริกเกาหลีลงไปทั่ว ๆ จานให้อโรมาหอม ๆ ลอยแตะจมูกทันทีที่สัมผัส (14/20)
SQUID YUZA MANDU 오징어 유자만두
Mandu โดยปกติเป็นเกี๊ยวแป้งนุ่มหนึบสไตล์เกาหลีแต่ในที่นี้เชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟเสียใหม่มาเป็น Open Dumpling ที่เตรียมมาจาก Yuza หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อภาษาญี่ปุ่นว่ายูสุ ด้านล่างคือหมึกดองเต็มที่เชฟนำไปซูวีต่อจนได้เนื้อสัมผัสที่หนึบแต่ไม่เหนียว ทั้งยังมีรสชาติที่อร่อยลงตัวมาก ๆ จากนั้นตกแต่งด้วยดอกไม้ต่าง ๆ จนได้หน้าตาที่ดูน่าชิมเป็นที่สุด (15/20)
KIMBAP 김밥
Kimbap เป็นโรลข้าวสไตล์เกาหลีที่มีต้นกำเนิดมาจากซูชิโรลของญี่ปุ่น เชฟนำเสนอมาถึง 3 รูปแบบในจานเดียวเริ่มจากคำแรกประกอบไปด้วยทาร์ตเล็ตที่บรรจุกิมจิที่เตรียมมาจากแครอทและซูคินี่ ด้านบนคือ Juk Espuma หรือโฟมข้าวที่มีความเบาละมุน ถัดมาคือทาร์ตเล็ตที่บรรจุ Lobster Jang หรือล็อบสเตอร์ซึ่งผ่านการดองในน้ำซีอิ๊วจนได้เนื้อสัมผัสที่กรอบและรสชาติที่เปรี้ยว เค็ม และอุมามิ ด้านในมีข้าวปรุงสุก ด้านบนคือแยมล็อบสเตอร์ นอกจากนี้ยังมีแรดิชดองช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสและ Myeongnanjeot หรือไข่ปลากระบอกใส่มาอีกด้วย สุดท้ายคือทาร์ตเล็ตที่บรรจุ Yukke หรือเนื้อดิบสไตล์เกาหลีเสิร์ฟมาคล้ายกันกับ Tartare ที่เราคุ้นเคยกัน ด้านในมีข้าวปรุงสุก ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์นั่นเอง (15/20)
OYSTER KIMCHI 글 김치
Gul Kimchi เป็นกิมจิเพียงไม่กี่รูปแบบที่มีโปรตีนหลักอย่างหอยนางรมใส่ลงไปกับผักดองด้วย อย่างไรก็ตามเชฟ Henry เล่าว่าตั้งแต่เขาเดินทางมายังประเทศไทยเขาไม่สามารถหาชิม Gul Kimchi ได้เลย เชฟ Henry จึงตั้งใจนำเสนอออกมาในรูปแบบของตัวเองโดยใช้หอยนางรม Majestic Oyster นำเข้าจากประเทศไอร์แลนด์ดองกับกิมจินานถึง 6 วัน ด้านล่างรองด้วยผัก Baby Cos กรอบ ๆ ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี นอกจากนี้ยังมีความฉุนของ Perilla Leaf หรือที่คนไทยคุ้นหูในชื่อของใบชิโสะคลุกเคล้ากับน้ำมันงา ด้านบนท็อปด้วย Danmuji หรือแรดิชดองคล้ายกันกับ Takuan ของประเทศญี่ปุ่นโดยเชฟใช้ระยะเวลาการดองนานถึง 1 เดือนแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นกลมเล็ก ๆ จำนวน 3 ชิ้นนั่นเอง (14/20)
Dongchimi Granita 동치미그라니타
ล้างปากด้วย Dongchimi หรือแรดิชขาวดองสไตล์เกาหลีหั่นเป็นชิ้นเต๋า นอกจากนี้ยังมีน้ำดองที่เสิร์ฟมาในลักษณะของกรานิต้าช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านบนท็อปด้วยแรดิชดอง ผิวมะนาว ดอกโบราจ และองค์ประกอบสีแดงที่เตรียมมาจากลูกแพร์เกาหลีที่ผ่านการเคี่ยวในน้ำทับทิม (15/20)
SCALLOP MIYEOK CONSOMME 가리비 미역 큰소메
เชฟตั้งใจนำเสนอ Miyeok-guk หรือซุปสาหร่ายที่นิยมรับประทานกันในประเทศเกาหลีโดยเฉพาะในช่วงวันเกิดเพื่อระลึกถึงคุณแม่ เชฟนำเสนอมาในลักษณะของซุปใสรสชาติกลมกล่อมอุมามิ เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความแตกต่างของสาหร่ายและเห็ดหอม ด้านบนท็อปด้วยหอยเชลล์ที่ผ่านการ Dry-aged นาน 5 วันก่อนจะนำมาเซียร์มาจนสุกกำลังดี เนื้อหอยมีความเฟิร์มมากกว่าปกติ จากนั้นเพิ่มความหอมด้วยการหยดน้ำมันงาเกาหลีลงไปในช่วงที่จัดเสิร์ฟ (15/20)
HWE 회
Hwe หรือปลาดิบสไตล์เกาหลีโดยในวันนี้เชฟเสิร์ฟมาเป็น Domi 도미 หรือปลา Sea Bream ที่ผ่านกระบวนการ Dry-Aged นาน 4 วันจากนั้นนำมาดองกับ Ganjang หรือซีอิ๊วเกาหลี ด้านล่างรองด้วยพูเรผักปวยเล้งและหน่อไม้ฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีแครอทดองและมะเขือเทศแห้ง ด้านบนท็อปด้วยใบ Clover 3 แฉกและดอกชิโสะแดงอ่อน ไฮไลท์คือซอส Chojang ที่เตรียมมาจากซอส Gochujang ให้รสชาติที่เข้มข้น (14/20)
BIBIMBAP 비빔밥
Bibambap หรือข้าวยำเกาหลีเป็นเมนูที่สร้างชื่อให้กับห้องอาหาร Juksunchae ตรงกลางคือ Uni Egg Custard มีลักษณะเป็นไข่ตุ๋นเนื้อเนียนบะมุน มีกลิ่นหอมและความครีมมี่โดดเด่น ข้าง ๆ กันคือ Prunier Caviar จากประเทศฝรั่งเศส, Uni สด ๆ จากจังหวัด Hokkaido, ข้าวปรุงรส, ข้าวพองกรอบ, กิมจิโฮมเมด และเห็ดชิทาเกะตุ๋น ด้านบนท็อปด้วย Perilla Leaf หรือใบชิโสะซอยมาบาง ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Kimchi Buerre Blanc ลงไปตรงกลาง วิธีรับประทานให้คลุกเคล้าทุกอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสัมผัสถึงความหลากหลายของกลิ่นและรสชาติที่มีอยู่ในจาน ๆ เดียว (15/20)
SAMGYEOPSAL 삼겹살
Samyeopsal หรือหมูสามชั้นในภาษาเกาหลีเป็นส่วนขอวหมูที่ได้รับความนิยมมากในประเทศเกาหลี เชฟนำหมูสามชั้นไปผ่านกระบวนการซูวีนาน 12 ชั่วโมงก่อนจะนำมาย่างต่อจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม ฉ่ำ สู้ฟันเล็กน้อย ข้าง ๆ กันคือกะหล่ำม่วงย่าง ตรงกลางคือซอส Ssamjang หรือซอสบาร์บีคิวสไตล์เกาหลีที่อร่อยจนเราปาดชิมจนหมด (14/20)
SMOKED GALBI 스모그 갈비
Galbi หรือเนื้อวัวส่วน Striploin Marble Score 4-5 เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare จากนั้นราดด้วยซอส Red Kimchi Beef Jus เข้มข้น ข้าง ๆ กันคือองค์ประกอบเคียง 5 ชนิดและ Bun หรือขนมปังนุ่ม ๆ ให้ฉีกหรือปาดไปควบคู่กัน (15/20)
จากนั้นพนักงานจะมอบชาพีชอุ่น ๆ ให้ดื่มล้างปากคนละ 1 แก้ว
PEAR & PLUM 배와 자두
ของหวานจานแรกเชฟนำเสนอลูกแพร์ในรูปแบบเจลลี่มาคู่กับกรานิต้าแอปเปิ้ลเขียว แอปเปิ้ลคอมโพต รอบ ๆ คือโฟมที่มีความสดชื่นของขิงและ Yuja หรือยูซุที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง (15/20)
SESAME OIL & SOY SAUCE 참기름 & 간장
จานนี้เชฟตั้งใจนำเสนอของหวานจานใหม่ประกอบไปด้วยน้ำมันงาและซีอิ๊วในหลากหลายรูปแบบและเนื้อสัมผัสตั้งแต่สปองเค้กงา, แผ่น Tuile งา, ไอศกรีมน้ำมันงา, ครีมซีอิ๊ว, แยมส้ม และส้มไหม้ ทุกองค์ประกอบให้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่แรกต่างและซับซ้อนออกมาได้อย่างน่าประทับใจ (15/20)
ปิดท้ายด้วยขนมหวาน 4 อย่างเริ่มต้นจาก Makgeolli Marshmallow นุ่มหนึบโดย Makgeolli เผ็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศเกาหลี ถัดไปคือ Matcha Financier ที่มีเนื้อสัมผัสถูกต้องตามตำรา ยังมี Banana-Passion Fruit Tart ที่ผ่านการทอร์ชไฟจนผิวด้านบนกรอบ สุดท้ายคือ Chestnut and Apricot Moji วางมาอยู่บนสุด
ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Juksunchae ซึ่งเป็นร้านที่ได้ชื่อว่าเป็นห้องอาหารเกาหลีระดับ Fine Dining แห่งแรกของประเทศไทย
Henry Lee เกิดและเติบโตที่นคร Toronto ประเทศแคนาดา เขาเรียนจบการศึกษาเกี่ยวกับการอาหารจาก George Brown College ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่ออาศัยอยู่กับภรรยาเป็นระยะเวลากว่า 8 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามตลอดเส้นทางชีวิตเขามีความคุ้นเคยและเชี่ยวชาญการอาหารเกาหลีพื้นบ้านก่อนจะถูกชักชวนให้ย้ายมาควบคุมโปรเจคห้องอาหารเกาหลีร่วมสมัยแห่งแรกของประเทศไทย
ห้องอาหาร Juksunchae ได้หยิบยกเมนูเกาหลีที่เราคนไทยอาจคุ้นหูกันดีอย่างเช่นคิมบับ, กิมจิ, ฮเว และบิบิมบับมาปรับรูปแบบหน้าตาและการนำเสนอเสียใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งวัตถุดิบหลักสำคัญของทุก ๆ จานได้อย่างน่าประทับใจในราคาเพียง 3,900++ ต่ออาหาร 11 คอร์ส นอกจากนี้ทางร้านยังนำเสนอการจับคู่ไวน์มาในราคาเพียง 1,700++ เท่านั้น
ภายในโดดเด่นด้วยเคาน์เตอร์ที่หินสีดำเสริมบรรยากาศให้แลดูเรียบหรูพร้อมกับห้องครัวแบบ Open Kitchen เป็นฉากหลัง
ตู้ Dry-aged ได้รับการติดตั้งเอาไว้สำหรับใช้บ่มปลาและสัตว์ทะเลต่าง ๆ
ข้างกันคือพื้นที่รับรองพร้อมกับเคาน์เตอร์สำหรับชงเครื่องดื่ม
รอบ ๆ ตกแต่งด้วยตู้และหน้าต่างไม้สไตล์เกาหลี ในบางช่วงเวลาทางร้านจะรูดม่านเผยให้เห็นทัศนียภาพมุมสูงและตึกน้อยใหญ่โดยรอบอีกด้วย
ในส่วนของการเดินทางนั้นลูกค้าสามารถเดินทางมาลงที่สถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตหรือขับรถมาจอดได้ที่โครงการณ์ Woodberry Common จากนั้นกดลิฟต์ขึ้นมายังชั้น 5 จะพบกับห้องรับประทานอาหารหลัก
Juksunchae เป็นห้องอาหารเกาหลี Fine Dining ที่ไม่เพียงแต่หยิบยกเมนูพื้นบ้านเกาหลีมายกระดับโดยอาศัยเทคนิคสมัยใหม่เท่านั้นแต่อาหารทุกจานยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่เข้าถึงง่ายอีกด้วย ราคาเทียบกับจำนวนคอร์สจัดว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมและเข้าถึงได้ไม่ยากนัก สำหรับใครที่สนใจเราแนะนำให้ทักไปจองผ่านช่องทาง Line: @juksunchae เนื่องจากทางร้านจะเริ่มตอบและตรวจรับการจองในช่วงบ่าย ๆ ของแต่ละวันนั่นเอง