หน้าแรก » 🇹🇭 Tense – กาล
Visit: February 4, 2024
🇹🇭 Tense - กาล
252 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 5, ถนนสมเด็จเจ้าพระยา, คลองสาน, กรุงเทพ 10600
Tel: 096-916-3957
Cuisine
🍴 Contemporary - อาหารร่วมสมัย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
12.5/20
Price
Tense หรือกาล เป็นอาหารสไตล์ Casual Dining ที่ตั้งใจนำเสนออาหารแบบไร้สัญชาติภายใต้คอนเซปของกาลเวลา ตัวร้านเป็นหนึ่งใน Hidden Gem ของย่านหลังตลาดท่าดินแดงมีจุดเด่นคือพื้นที่จอดรถกว้างขวาง อาคารมีลักษณะเป็นบ้านเก่า 2 ชั้นที่ได้รับการตกแต่งเสียใหม่ ภายในได้รับการออกแบบโดยหนึ่งในหุ้นส่วนซึ่งเป็นสถาปนิคและแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว รอบ ๆ เต็มไปด้วยหน้าต่างสุดวินเทจเสริมให้เรารู้สึกถึงความโปร่งไม่อึดอัดตา โต๊ะและเก้าอี้ไม้ไร้ซึ่งผ้าปูทำให้เรารู้สึกถึงความแคชวลไม่เป็นทางการมากจนเกินไป
Price :
800-2,500 THB
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
10.00-15.00, 17.00-22.00 ปิดวันจันทร์
Dress Code :
Casual
Score
👍 ร้านอาหาร Hidden Gem ย่านท่าดินแดงเหมาะกับไปกินดื่มกับคนรู้ใจในทุก ๆ โอกาส
อาหาร :
12.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 Á LA CARTE
Tense – กาล
Contemporary – อาหารร่วมสมัย
Tense หรือกาล เป็นอาหารสไตล์ Casual Dining ที่ตั้งใจนำเสนออาหารแบบไร้สัญชาติภายใต้คอนเซปของกาลเวลา
TWAS 252 (1 pc) (180++)
Dry-aged wagyu beef | Northern – Nua spices | Red quinoa
Twas 252 เป็นเมนูที่ได้ชื่อมาจากคำว่า Twas และเลขที่บ้าน 252 องค์ประกอบแรกคือลาบเหนือที่เตรียมมาจากเนื้อวัววากิวผสมผสานกัยมันเนื้อวัวแองกัส เมื่อแรกเคี้ยวเราสามารถสัมผัสได้ถึงพริกลาบเหนือที่ทางร้านทำขึ้นมาเอง ด้านบนท็อปด้วยผักแพ้ว ผักชี และหอมแดง นอกจากนี้ยังมีถ้วยทค่เตรียมมาจากควินัวแดงที่บรรจุผักดองทั้งกระเทียมต้น แครอท แรดิชแดงตัดรสชาติกันได้อย่างพอเหมาะ (13/20)
TART NAMPHRIK ONG CRISPY PORK (2 pcs) (190++)
Homemade Northern chili sauce | Crispy pork | Savory tart
หนึ่งในคอร์สที่เราประทับใจที่สุดในวันนี้คือ Savory Tart แป้งกรอบ ตรงกลางบรรจุน้ำพริกอ่องแบบไทยแท้ ๆ ตามสูตรคุณยายของเชฟ นอกจากนี้ยังมีความกรอบของมะเขือเปราะและชิ้นหมูกรอบสร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสกับหมูสับในน้ำพริกได้อย่างลงตัว (13/20)
KRATONG THONG – TOM YUM KUNG (2 pcs) (280++)
Tiger prawn | Herb kratong thong I Tom Yum cream sauce
กระทงทองต้มยำกุ้งเป็นเมนูยอดนิยมประจำร้าน ด้านล่างเป็นกระทงทองแป้งบางกรอบ ด้านในบรรจุเครื่องต้มยำแห้งอย่างไทย เชฟเพิ่มิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความสู้ฟันของกุ้งลายเสือ ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Tuile ที่มีรสชาติและอโรมาหอม ๆ ของพริกนั่นเอง (13/20)
CROQUETTE DUCK BOMB (2 pcs) (280++)
Duck thighs dice | Sweet potato | Tense hot sauce
จานนี้เชฟได้อาศัยแรงบันดาลใจมาจากลูกชิ้นปลาระเบิด ด้านในบรรจุเนื้อเป็ดส่วนน่องและสะโพกหั่นเต๋า ด้านล่างรองด้วยมันม่วงและซอสพริกทำเองและเจลซอสพริก จากนั้นทางร้านจะราดน้ำที่เตรียมมาจากกระดูกเป็ดลงไปด้วย (13/20)
TEMPURA YENTAFO (390++)
Tempura banana shrimp I Tense Yentafo Cream sauce I Jellyfish with chili sauce I Tremella Mushroom pickled
จานนี้คือเย็นตาโฟที่เชฟนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่โดยมีจุดเด่นคือกุ้งแชบ๊วยเตรียมมาในลักษณะของเทมปุระกรอบ ๆ ด้านล่างรองด้วยแมงกะพรุนผัดงาและพริก ยังมีองค์ประกอบของน้ำพริกหนุ่มดอง ทั้งหมดช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี เชฟเสิร์ฟมาคู่กับซอสเย็นตาโฟ หยดสีเขียวคือเจลขึ้นฉ่าย น้ำมันสีเขียวเตรียมมาจากใบเบซิล สุดท้ายคือเจลน้ำมันพริกสีส้ม (11/20)
ROASTED TOMATOES (370++)
Burrata cheese | Tomato on vine | Cherry tomato | Wild Rocket
มะเขือเทศเผาเป็นเมนูสลัดที่เราทุกคนอาจนึกรสชาติออกจากหน้าตาเพราะมีความคล้ายคลึงกับสลัดบูราต้าของอิตาลีนั่นเอง ทางร้านได้ประยุกต์โดยการเสิร์ฟชีสบูราต้าที่มีคสามหอม มัน ครีมมี่ มาคู่กันกับมะเขือเทศทั้งอบ เซีย และอบ ข้างกันคือมะเขือเทศเถาว์ให้ความฉ่ำและรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์ เชฟตัดด้วยการใส่ความฉุนที่พอเหมาะจากน้ำมันใบเบซิลและความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูบัลซามิคลงไปด้วย (13/20)
TENSE SALAD (370++)
Chicken breast | Feta cheese | Watercress | Masala dressing
Tense Salad เป็นเมนูสลัดที่อยู่คู่กับรายการเมนูของร้านมาอย่างยาวนาน เชฟเสิร์ฟ Watercress หรือผักน้ำมาคู่กันกับแตงกวากรอบ ๆ เชฟเติมแต่งความฉุนโดยใส่ Feta Cheese ลงไปด้วย นอกจากนี้ยังมีความกรอบของมันฝรั่งทอด ด้านล่างคืออกเป็ดที่ผ่านการเซียมาแล้ว จานนี้จบด้วยการเทราด Masala Dressing ลงไปที่ด้านบน (12/20)
POCKET ROCKETS (650++)
Fresh pasta I Banana prawn I Cream sauce | Basil oil
จานนี้คือพาสต้าเส้นสดแบบแผ่นที่นำมาพันห่อกุ้งแชบ๊วย เชฟราดด้วยซอสครีมหอมมัน ทั้งยังมีรสชาติออกเค็มนิด ๆ ด้านบนคือไข่ปลาแซลมอน นอกจากนี้เชฟยังใส่น้ำมันใบเบซิลลงไปด้วย อย่างไรก็ตามองค์ประกอบของมะเขือเทศแห้ง ครีมซอส และน้ำมันใบเบซิลยังไม่ผสานกันอย่างกลมกลืนนัก (12/20)
CALLING FROM SOUTH (1,550++)
River prawn (Surat Thani) I Spaghetti | Sun-dried tomatoes | Butter garlic oil | Black olive
พาสต้าเส้นสปาเก็ตตี้ผัดกับน้ำมันมะกอกและมะกอกดำ เชฟใส่มะเขือเทศแห้งลงไปด้วย ด้านบนท็อปด้วยกุ้งแม่น้ำตัวโตจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีย่างจนสุกกำลังดีนั่นเอง (12/20)
CHICKEN PLA (420++)
Leg chicken thigh I Tomato pickled | Tense sauce 301
น่องไก่ติดสะโพกชิ้นโตที่ผ่านการซูวีแล้วอบต่อจนสุก เชฟราดมาด้วยซอสพล่าแบบไทย ๆ ด้านบนคือเครื่องสมุนไพรอบแห้งและถั่วอัลมอนด์สไลด์ ข้างกันคือมะเขือเทศเถาว์ดองให้รสชาติที่เปรี้ยว ฉ่ำ อุมามิ (12/20)
SALTED YOLKY (Black cod fillet with salted egg yolk sauce) (870++)
Black cod fillet | Ginger juice | Salted egg yolk Sauce
ปลาแบล็คค็อดเสิร์ฟมาเป็นฟิเลท์ขนาดใหญ่ ทางร้านนำไปผ่านการ Brine ในน้ำขิงและนึ่งต่อจนสุก ด้านบนท็อปด้วยพริกหวานสองสี จากนั้นจับคู่กับซอสไข่เค็ม น้ำมันพริกสูตรเฉพาะของทางร้าน และไข่เค็มดองขูดฝอยมานั่นเอง (12/20)
BREAD SET
Sourdough Ciabatta ที่ทางร้านเลี้ยงยีสต์เองทั้งหมดจับคู่กับน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชูบัลซามิค อีกชิ้นข้าง ๆ กันคือ Provençal Herb Choux นุ่ม ๆ
WATERMELON GRANITA (220++)
Watermelon | Lemon | Pear syrup | Mint
กรานิต้าแตงโมเย็นชื่นใจเสิร์ฟมากัยบชิ้นแตงโม เชฟปรุงแต่งด้วยความเปรี้ยวของเลมอนและความหอมของไซรัปลูกแพร์ (13/20)
UNDER THE SEA (420++)
Macadamia sponge cake and mousse | Strawberry caviar | Strawberry sorbet
สปองเค้กและมูสถั่วมาคาเดเมียจับคู่มากับสตรอว์เบอร์รี่เคลือบด้วย Coating ที่เตรียมมาจากไวท์ช็อกโกแลตเรียกความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหารได้ดีมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีสตรอว์เบอร์รี่ที่เตรียมมาในรูปแบบของคาเวียร์และซอร์เบท์อีกด้วย (13/20)
ราคา 9,614 บาท
ตัวร้านเป็นหนึ่งใน Hidden Gem ของย่านหลังตลาดท่าดินแดงมีจุดเด่นคือพื้นที่จอดรถกว้างขวาง
อาคารมีลักษณะเป็นบ้านเก่า 2 ชั้นที่ได้รับการตกแต่งเสียใหม่
ภายในได้รับการออกแบบโดยหนึ่งในหุ้นส่วนซึ่งเป็นสถาปนิคและแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว
โต๊ะและเก้าอี้ไม้ไร้ซึ่งผ้าปูทำให้เรารู้สึกถึงความแคชวลไม่เป็นทางการมากจนเกินไป
รอบ ๆ เต็มไปด้วยหน้าต่างสุดวินเทจเสริมให้เรารู้สึกถึงความโปร่งไม่อึดอัดตา
อาหารที่นี่ได้รับการออกแบบโดยหนึ่งในหุ้นส่วนร้านและทีมเชฟมากประสบการณ์โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ย่อยมากมาย ลูกค้าสามารถเลือกชิมเมนูได้แบบ À La Carte ตามใจชอบ เจ้าของร้านเล่าว่าการสัมผัสถึงอาหารในแต่ละจานจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ส่วนตัวของลูกค้าโดยใครที่เคยชิมอาหารมามากอาจจะรู้สึกว่าเคยชิมรสชาติอาหารที่คุ้นเคยมาแล้วในอดีต (Past) แต่ใครที่ไม่ค่อยออกนอกกรอบจากการชิมอาหารในชีวิตประจำวันอาจรู้สึกได้ว่าอาหารมื้อนี้คืออนาคต (Future) นั่นเอง