Visit: February 3, 2024

🇹🇭 Alegria - อลีเกรียร์

👨🏻‍🍳 Chef David Aparicio Martin - เชฟเดวิด อาปริซิโอ มาร์ติน

K-Village Project Room A218, 2nd Fl ซอยสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน กรุงเทพมหานคร 10110

Tel: 093-274-8999

Cuisine

🍴 Spanish - อาหารสเปน

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

13/20

Price

3/5
          

🎗 Alegria เป็นห้องอาหารสเปนสไตล์ทาปาสบาร์ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโครงการณ์ K Village ซอยสุขุมวิท 26 ด้วยพื้นที่จอดรถอันกว้างขวางและทำเลที่อยู่ใจกลางเมืองทำให้ตัวร้านได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมที่มองหาเมนูทางเลือกที่แตกต่างไปจากร้านอาหารยุโรปแบบดั้งเดิม ภายในตกแต่งแบบแคชวลเพื่อให้มีบรรยากาศที่เข้าถึงได้ง่าย ไฮไลท์คือเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่พร้อมกับที่นั่งหันเข้าหาครัวเปิดเหมาะสำหรับการรับชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารให้แบบจานต่อจาน ส่วนใครที่ต้องการพูดคุยกับเพื่อน ๆ สามารถเลือกนั่งบริเวณริมหน้าต่างหรือแม้กระทั่งห้องส่วนตัวก็ยังได้

          

🎗 เชฟผู้ออกแบบเมนูให้กับร้านคือ David Aparicio เกิดและเติบโตขึ้นมาในแถบนคร Bilbao ภูมิภาค Basque Country ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมาแล้วหลากหลายแห่ง เขาตั้งใจรังสรรค์เมนูที่มีความเข้าถึงง่ายประกอบกันกับวัตถุดิบนำเข้าสุดพรีเมี่ยมจนได้ออกมาเป็นอาหารในแต่ละหมวดหมู่ที่มีความร่วมสมัยไม่ซ้ำใคร จานที่เราขอปักหมุดให้ลองสั่งตามคือ Beef Cheek หรือแก้มวัวที่ผ่านกระบวนการตุ๋นนานถึง 6 ชั่วโมงจนนุ่มระดับที่เคี้ยวเบา ๆ ก็กลืนไปกับซอส เชฟจับคู่มากับซอสรากูเห็ดและมันฝรั่งบดที่มีกลิ่นหอมเบา ๆ ของทรัฟเฟิล จานถัดมาคือ Arroz Negro หรือข้าวดำที่เชฟนำข้าวสายพันธุ์บอมบาไปหุงกับหมึกดำในกระทะจนสุก ทั้งยังเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยชิ้นหมึกขนาดจิ๋ว ด้านบนท็อปด้วยกุ้งแดง หอยตลับ รวมไปถึงซอสกระเทียมเผาอีกด้วย สุดท้ายและท้ายสุดห้ามพลาด Homemade Basque Burnt Cheesecake ชีสเค้กที่เตรียมออกมาได้ในสไตล์ Basque แท้ ๆ สังเกตจากเนื้อสัมผัสที่ครีมมี่นุ่มละลายตรงกลางละมุนไปกับครีมหอม ๆ รายการไวน์มีให้เลือกอยู่พอประมาณ พนักงานบริการอย่างยิ้มแย้มและทั่วถึง เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถติดต่อไปจองได้ที่เบอร์ติดต่อ 093-074-8999 หรือผ่านทาง Line: @alegriatapasbar กันได้เลย

Price :

800-2,000 THB

Parking :

จอดที่โครงการณ์ K Village

Operating Time :

12.00-15.00, 17.00-23.00 ปิดวันจันทร์

Dress Code :

Casual

Score

👍 ร้านอาหารสเปนที่หยิบยกวัตถุดิบพรี่เมี่ยมมานำเสนอในรูปแบบร่วมสมันได้อย่างน่าสนใจ

อาหาร :

13

ราคา :

3/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Á LA CARTE

          
Jamón Croquettas (260++/2 pcs)
Iberian ham croquette, spicy tomato sauce

Beef Tartar with Caviar (520++/2 pcs)
Beef tartar, millefeuille crispy potato with caviar on top

Octopus Tentacles (690++)
Whole grilled octopus tentacles, baby potatoes, roasted bell pepper mayo and salsa verde

Red Prawn Gambas al Ajillo (490++)
Red prawns, pickled chilli paste, roasted garlic vinaigrette, crispy garlic

Beef Cheek (1,250++)
6 hours slow cooked beef check with truffle mash potato and seasonal mushroom ragout

Seafood Paella (1,090++)
Spanish bomba rice, seafood sofrito sauce with red prawns, clams and roasted garlic vinaigrette

Arroz Negro (1,190++)
Spanish bomba rice, black ink sofrito sauce with squid, clams and red prawns

Homemade Basque Burnt Cheesecake (290++)

Churros (260++)

🇹🇭 Alegria – อลีเกรียร์

🍴 Spanish – อาหารสเปน

👨🏻‍🍳 Chef David Aparicio Martin – เชฟเดวิด อาปริซิโอ มาร์ติน

🎗 Alegria เป็นห้องอาหารสเปนสไตล์ทาปาสบาร์ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโครงการณ์ K Village ซอยสุขุมวิท 26 ด้วยพื้นที่จอดรถอันกว้างขวางและทำเลที่อยู่ใจกลางเมืองทำให้ตัวร้านได้รับการยอมรับจากเหล่านักชิมที่มองหาเมนูทางเลือกที่แตกต่างไปจากร้านอาหารยุโรปแบบดั้งเดิม

Jamón Croquettas (260++/2 pcs)
Iberian ham croquette, spicy tomato sauce

เริ่มต้นคำแรกด้วยโครเก็ตกรอบ ๆ ด้านบนท็อปด้วยแฮมเนื้อหมูดำอิเบริโก้เคี้ยวหนึบ เชฟยังปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศรสเปรี้ยวอุมามิและเผ็ดเบา ๆ มาอีกด้วย (13/20)

Beef Tartar with Caviar (520++/2 pcs)
Beef tartar, millefeuille crispy potato with caviar on top

มันฝรั่งวางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นมิลเฟย ด้านบนท็อปด้วยทาทาร์เนื้อสับเนียนละมุน เมื่อเคี้ยวไปจะพบความกรอบขอฝเมล็ดมัสตาร์ดดองและความเค็มของคาเวียร์นั่นเอง (13/20)

Octopus Tentacles (690++)
Whole grilled octopus tentacles, baby potatoes, roasted bell pepper mayo and salsa verde

หนวดหมึกยักษ์ชิ้นโตย่างจนนุ่มหนึบแล้วหั่นมาในขนาดพอดีคำ ข้างกันคือมันฝรั่งติดผิวกรอบ ๆ รอวด้านล่างด้วยซอสพริกหวานเผาและซอสเขียวที่มีความหอมของกระเทียมนั่นเอง (13/20)

Red Prawn Gambas al Ajillo (490++)
Red prawns, pickled chilli paste, roasted garlic vinaigrette, crispy garlic

กุ้งแดงนำเข้าจากสเปนให้เนื้อสัมผัสที่โดดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เชฟผัดมากับซอสพริกดองหอม ๆ เชฟราดด้วยซอสกระเทียมเผาทั้งยังมีความกรอบที่ได้จากแผ่นกระเทียมบาง ๆ อีกด้วย (13/20)

Red Prawn Gambas al Ajillo (490++)
Red prawns, pickled chilli paste, roasted garlic vinaigrette, crispy garlic

\อย่าลืมนำขนมปัง Ciabatta ย่างมาจุ่มลงในซอสก็เข้ากันได้ดีเช่นกัน (13/20)

Beef Cheek (1,250++)
6 hours slow cooked beef check with truffle mash potato and seasonal mushroom ragout

จานที่ดีที่สุดในวันนี้คือแก้มวัวที่ผ่านกระบวนการตุ๋นนานถึง 6 ชั่วโมงจนนุ่มระดับที่เคี้ยวเบา ๆ ก็กลืนไปกับซอส เชฟจับคู่มากับซอสรากูเห็ดและมันฝรั่งบดที่มีกลิ่นหอมเบา ๆ ของทรัฟเฟิล (13/20)

Seafood Paella (1,090++)
Spanish bomba rice, seafood sofrito sauce with red prawns, clams and roasted garlic vinaigrette

จานนี้คือข้าวสายพันธุ์บอมบาจากประเทศสเปนที่เชฟนำไปหุงในซอสโซฟริโต้ให้กลิ่นหอมกำลังดีของสมุนไพรและพริกหวาน เมล็ดข้าวมีความกรอบและ Socarrat ใช้ได้ จากนั้นเติมแต่งด้วยซอสกระเทียมเผาสีขาว ส่วนโปรตีนหลักนั้นคือกุ้งแดงและหอยตลับล้วนสุกกำลังดี (13/20)

Arroz Negro (1,190++)
Spanish bomba rice, black ink sofrito sauce with squid, clams and red prawns

อีกจานหนึ่งคือ Arroz Negro หรือข้าวดำที่เชฟนำข้าวสายพันธุ์บอมบาไปหุงกับหมึกดำในกระทะจนสุก ทั้งยังเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยชิ้นหมึกขนาดจิ๋ว ด้านบนท็อปด้วยกุ้งแดง หอยตลับ รวมไปถึงซอสกระเทียมเผาอีกด้วย (13/20)

Homemade Basque Burnt Cheesecake (290++)

เราขอปักหมุดของหวานอย่างชีสเค้กที่เตรียมออกมาได้ในสไตล์ Basque แท้ ๆ สังเกตจากเนื้อสัมผัสที่ครีมมี่นุ่มละลายตรงกลางละมุนไปกับครีมหอม ๆ (13/20)

Churros (260++)

ปิดท้ายด้วยขนมชูโรสกรอบนอกนุ่มใน ม่กลิ่นหอมเนย รอบ ๆ โรยด้วยน้ำตาลไม่มากจนเกินไป จุ่มลงในซอสช็อกโกแลตเข้ากันดีสุด ๆ (13/20)

เชฟผู้ออกแบบเมนูให้กับร้านคือ David Aparicio เกิดและเติบโตขึ้นมาในแถบนคร Bilbao ภูมิภาค Basque Country ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับสูงมาแล้วหลากหลายแห่ง

เขาตั้งใจรังสรรค์เมนูที่มีความเข้าถึงง่ายประกอบกันกับวัตถุดิบนำเข้าสุดพรีเมี่ยมจนได้ออกมาเป็นอาหารในแต่ละหมวดหมู่ที่มีความร่วมสมัยไม่ซ้ำใคร

ภายในตกแต่งแบบแคชวลเพื่อให้มีบรรยากาศที่เข้าถึงได้ง่าย ไฮไลท์คือเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่พร้อมกับที่นั่งหันเข้าหาครัวเปิดเหมาะสำหรับการรับชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารให้แบบจานต่อจาน

ใครที่ต้องการพูดคุยกับเพื่อน ๆ สามารถเลือกนั่งบริเวณริมหน้าต่างหรือแม้กระทั่งห้องส่วนตัวก็ยังได้