หน้าแรก » 🇨🇭 IGNIV Zürich by Andreas Caminada – อิกนิฟ ซูริค บาย แอนเดรียส คามินาดา
Visit: November 20, 2023
🇨🇭 IGNIV Zürich by Andreas Caminada - อิกนิฟ ซูริค บาย แอนเดรียส คามินาดา
👨🏻🍳 Chef Daniel Zeindlhofer - เชฟแดเนียล ไซน์เดิลฮอฟเฟอร์
Marktgasse 17, 8001 Zürich, Switzerland
Tel: (+41) 44 266 10 10
Cuisine
🍴 Sharing, Modern Cuisine - อาหารสำหรับหลายท่าน, อาหารโมเดิร์น
Country
Switzerland
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
14/20
Price
[INTRO] IGNIV แปลตรงตัวได้ว่า Nest หรือรังนกโดยคำนี้เป็นภาษา Romansh ซึ่งก็คือภาษาถิ่น ณ เมืองบ้านเกิดของเชฟ Andreas Caminada นั่นเอง นอกจากจะเป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่มีคอนเซปแบบใหม่คือ Sharing Set Menu แล้วตัวร้านสาขา Zürich ยังมีทำเลที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย
Price :
82-182 CHF
Parking :
จอดบริเวณลานจอดรถหน้า Zentralbibliothek Zürich
Operating Time :
Lunch Wed-Fri 11.30-14.00, Dinner Tue-Sat 18.00-24.00, Closed on Sun-Mon
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารโมเดิร์นที่นำเสนอมาในรูปแบบของการแชร์และมีราคาที่เข้าถึงง่ายเทียบกับค่าครองชีพของนคร Zürich
อาหาร :
17
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 IGNIV 4-COURSE SHARING EXPERIENCE (170 CHF)
IGNIV Zürich by Andreas Caminada – อิกนิฟ ซูริค บาย แอนเดรียส คามินาดา
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
![]()
![]()
![]()
17/20 Gault&Millau – 17/20 โก&มีโย
Sharing, Modern Cuisine – อาหารสำหรับหลายท่าน, อาหารโมเดิร์น
Chef Daniel Zeindlhofer – เชฟแดเนียล ไซน์เดิลฮอฟเฟอร์
[INTRO] IGNIV แปลตรงตัวได้ว่า Nest หรือรังนกโดยคำนี้เป็นภาษา Romansh ซึ่งก็คือภาษาถิ่น ณ เมืองบ้านเกิดของเชฟ Andreas Caminada นั่นเอง นอกจากจะเป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่มีคอนเซปแบบใหม่คือ Sharing Set Menu แล้วตัวร้านสาขา Zürich ยังมีทำเลที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย
SMALL APPETIZER
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยคอร์สที่ 1 เสิร์ฟมาพร้อมกัน 4 อย่าง
IGNIV Ei: Beurre Blanc – Tarragon
เมนู Signature Item อย่าง IGNIV Egg เสิร์ฟมาเป็น Tarragon Lard โดยไขมันหมูจะให้ความหอม มัน และครีมมี่ตัดกันกับความเปรี้ยวของซอส Buerre Blanc และความสดชื่นของแตงกวา (18/20)
Meringue – Foie Gras – Lemon
เมอแรงก์หวานกรอบ ด้านในบรรจุครีมฟัวกราส์ท็อปด้านบนด้วยผิวเลมอนช่วยตัดรสเปรี้ยว (17/20)
Sfogliatelle – Cauliflower – Truffle
คำนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจจาก Sfogliatelle มีลักษณะเป็นขนมปังกรอบของอิตาลีตอนใต้ ด้านในบรรจุมูสกะหล่ำดอกหวานหอมและเห็ดทรัฟเฟิลให้อโรมาที่เด่นชัด (15/20)
Chicory – BBQ – Mushroom
ชิโครี่ทอดกรอบจับคู่กับ Earthy Flavor ของเห็ดและซอสบาร์บีคิว (17/20)
BREAD
จากนั้นพนักงานจะจัดเสิร์ฟขนมปัง Homemade Sourdough มาคู่กันกับ Fluer del Sel Butter หรือเนยดอกเกลือ
STARTERS
จากนั้นเป็นของว่างเรียกน้ำย่อยชุดแรกเสิร์ฟมา 4 อย่าง
Pork – Beetroot – Yuzu
เนื้อหมูเสิร์ฟมากับองค์ประกอบอันหลากหลายของบีทรูทซึ่งก็คือ Beetroot Cream, Beetroot Chip รวมไปถึง Beetroot Crumble เนื้อหมูนุ่มมาก ๆ ตัดกันกับความกรอบของบีทรูท ทั้งนี้ Earthy Aroma ของบีทรูทยังแสดงออกมาอย่างพอดิบพอดีไม่เด่นชัดจนเกินไป (18/20)
Ceviche – Hamachi – Kristal Kaviar
คอร์สถัดมาคือปลา Hamachi เสิร์ฟมากับซุปสไตล์ Ceviche ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ด้านบนท็อปด้วย Kristal Caviar ให้กลิ่นอายของทะเลและรสชาติเค็มอันกลมกล่อม (16/20)
Poultry Terrine – Peach – Rooibos
Poultry Terrine เนื้อเนียนล้อมรอบด้วยขนมปังกรอบ ๆ รสชาติมีความหวานเบา ๆ กลมกล่อมเชฟจับคู่กันกับความสดชื่นของลูกพีชและ Rooibos (17/20)
Poultry Terrine – Peach – Rooibos
คอร์สเทอร์รีนยังเสิร์ฟมาคู่กันกับขนมปังบริยอชฟูกรอบ (17/20)
Kohlrabi – Apple – Sour Cream
จานนี้เชฟเสิร์ฟมาเป็นองค์ประกอบของแอปเปิ้ลเขียว ด้านบนท็อปด้วยครีมแอปเปิ้ลเขียว ด้านล่างคือซาวครีมให้รสเปรี้ยวและครีมมี่มาสร้างมิติทางรสชาติ นอกจากนี้ยัง Kohlrabi ล้อมรอบช่วยเพิ่มมิติความกรอบอีกด้วย (17/20)
STARTERS
ของว่างเรียกน้ำย่อยชุดที่ 2 เสิร์ฟมา 4 อย่าง เช่นกัน
Char – Lovage – Kale
ปลาชาร์เตรียมมาอย่างดีเนื้อสัมผัสแทบจะละลายในปาก เชฟจับคู่มากับซอส Lovage ให้รสชาติที่มีเอกลักษณ์และต้องคิดและเข้าใจมากพอสมควร นอกจากนี้ยัวมีความเขียวของผัก Kale อีกด้วย (17/20)
Grill: Scampi – Nori
กุ้งล็องกูสทีนย่างจนสุก มีกลิ่นหอมของการย่าง เนื้อกุ้งมีความนุ่มหวานตัดกันกับความกรอบและเขียวของผัก Kale เชฟยังใส่ด้วยอโรมาของสาหร่ายโนริมาอีกด้วย (17/20)
Beef – Ginger – Radish
เนื้อวัวเสิร์ฟมาในรูปแบบของ Tartare เนื้อเนียนละมุน เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยผักแรดิช รอบ ๆ คือซอส Ginger Dashi สไตล์เอเชีย (16/20)
Pumpkin – Kimchi – Buckwheat
ปิดท้ายของว่างด้วยฟักทองเสิร์ฟมาคู่กันกับกิมจิให้รสออกเปรี้ยวอย่างมีมิติ เชฟยังใส่บัควีทมาเพื่อให้ความกรอบ มิติทางรสชาติและเนื้อสัมผัสของจานนี้ถือว่าดีกว่าหน้าตามาก ๆ (18/20)
IGNIV Chicken Nuggets (24 CHF)
ห้ามพลาดที่จะลองสั่ง IGNIV Chicken Nuggets โดยเชฟใช้เนื้อไก่ท้องถิ่นของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แป้งด้านนอกบางกรอบตัดกันกับเนื้อไก่ที่มีความนุ่มลิ้นและฉ่ำ ตรงกลางคือซอสบาร์บีคิวรสเลิศ ถึงจะมีเพียง 3 ชิ้นแต่ด้วยขนาดของนักเกตก็เพียงพอที่จะแบ่งกันชิมได้ 2-3 คน (17/20)
Beef x 3 – Crunchy Salat
Beef x 3 คือเนื้อวัว 3 ส่วนคือหางวัว, ฟิลเลท์ และไขกระดูก เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับสลัดที่ประกอบขึ้นมาจากผักกรอบ ๆ รอบ ๆ ราดด้วยซอส Jus ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้กับจาน (17/20)
Potato Crêpe – Cep
จานนี้คือเครปมันฝรั่ง ตรงกลางสอดไส้เห็ด Cep ให้เนื้อสัมผัสสู้ฟันต่างกันกับความนุ่มของแผ่นเครปด้านนอก (16/20)
Celery – Dried Pear – Fermented Garlic
ผัก Celery ฝานเป็นแผ่นบาง ๆ เสิร์ฟมากับซอสลูกแพร์แห้งและกระเทียมดอง (17/20)
Lettuce – “Paprikakraut”
ผักกาด Lettuce กรอบ ๆ เสิร์ฟมากับ Paprikakraut ซึ่งก็คือผักกะหล่ำปลีที่มีอโรมาเฉพาะตัวของปาปริก้านั่นเอง (15/20)
DESSERT
มาถึงคอร์สของหวานเสิร์ฟมามากถึง 5 อย่าง
IGNIV Ei: Blueberry – Cheesecake
ของหวานจานแรกคือ IGNIV Egg อีกเช่นกัน ด้านล่างเป็น Cheesecake Cream หวานมันจับคู่กับความเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่และโยเกิร์ตโฟม นอกจากนี้ยังมีความหวานกรอบที่ได้จากเมอแรงก์ด้านบน (18/20)
Apple – Muscovado – Fleur de Sel
Muscovado ที่ผ่านกระบวนการ Caramelized ให้ความหวานที่พอเหมาะ เชฟจับคู่มากับ Cooked Apple Cream และองค์ประกอบของดอกเกลือหรือ Fleur de Sel (17/20)
Peach – Black Tea – Verbena
ในแก้วประกอบไปด้วยลูกพีชหมักจับคู่มากับซอร์เบท์ชาดำและอโรมาหอม ๆ ของเวอร์บีน่า (16/20)
Quince – Bay Leaf – Honey
Bay Leaf เสิร์ฟมาในลักษณะของมูสนองอยู่ด้านล่าง ด้านบนท็อปด้วยลูก Quince ฝานมาเป็นชิ้นบางกรอบ จากนั้นเพิ่มเติมความหอมด้วยไอศกรีมน้ำผึ้ง อร่อยไร้ที่ติมาก ๆ (18/20)
Curd Soufflé
ปิดท้ายด้วย Curd Soufflé นุ่ม ฟู หอม โรยด้านบนด้วยน้ำตาลไอซิ่ง อร่อยมาก ๆ (16/20)
CANDY STORE
และแน่นอนว่าประสบการณ์ที่ IGNIV จะต้องปิดท้ายด้วย Candy Store โดยลูกค้าสามารถเลือกเป็นของฝากใส่กล่องกลับบ้านไปด้วยได้เลย
CANDY STORE
ในชั้นประกอบไปด้วย Chocolates, Fruit Jellys, Chocolate Nuts, Caramel, Montélimar, Panforte และอื่น ๆ อีกมากมาย
รายการไวน์ในวันนี้
ราคา 438.5 CHF
[THE CHEF] Andreas Caminada เป็นเชฟผู้ทรงอิทธิพลทางอาหารมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เขาเกิดในปี 1977 ณ เมือง Ilanz ทางทิศตะวันออกของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารประจำ Hotel Signina ในเมือง Laax ต่อด้วยห้องอาหารประจำโรงแรม Hotel Walserhof in Klosters สำหรับประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงเขาเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Wirtschaft zum Wiesengrund (2 MICHELIN Stars – ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วย Restaurant Bareiss (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Andreas Caminada จึงตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Schloss Schauenstein ขึ้นเป็นของตัวเองทั้งยังสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ต่อด้วย ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 2008 แและเลื่อนระดับสู่ ![]()
![]()
3 MICHELIN Stars ในปี 2010 รวมไปถึงรางวัล
MICHELIN Green Star นอกจากนี้ตัวร้านยังได้รับคะแนนสูงถึง 19/20 จาก Gault&Millau อีกด้วย ต่อมาในปี 2015 เชฟ Andreas ได้มีแนวคิดในการผลักดัน IGNIV แบรนด์ห้องอาหาร Fine Dining ภายใต้คอนเซปใหม่คือ Sharing Set Menu โดยก่อตั้งร้านสาขาแรกคือ IGNIV by Andreas Caminada ขึ้นที่ Grand Resort Bad Ragaz (![]()
2 MICHELIN Stars) ตามมาด้วย IGNIV by Andreas Caminada (![]()
2 MICHELIN Stars – ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ในเมือง Saint Moritz และ IGNIV Zürich by Andreas Caminada (![]()
2 MICHELIN Stars) ก่อนจะบรรลุข้อตกลงกับโรงแรม The St. Regis Bangkok ในการเปิดห้องอาหาร IGNIV สาขาแรกนอกประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ประเทศไทยในช่วงปลายปี 2020 พร้อมกับคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จอีกเช่นกัน สำหรับห้องอาหาร IGNIV Zürich by Andreas Caminada เขาได้มอบหมายงานให้เชฟหนุ่มากฝีมือนามว่า Daniel Zeindlhofer เป็นผู้ควบคุมงานครัวทั้งหมดโดยเขานั้นเป็นชาวออสเตรียโดยกำเนิดทั้งยังมีประสบการณ์ในร่วมงานกับเชฟ Thomas Dorfer ที่ห้องอาหาร Landhaus Bacher นานกว่า 2 ปี ก่อนจะย้ายมายัง Schloss Schauenstein และไต่มาถึงตำแหน่ง Sous Chef หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปควบคุมห้องอาหาร Vista ที่เมือง Sagogn อยู่นาน 4 ปีก่อนจะถูกดึงตัวกลับมาเป็น Head Chef ให้กับห้องอาหาร IGNIV Zürich by Andreas Caminada ในที่สุด
[THE FOOD] IGNIV Zürich by Andreas Caminada สืบทอดปรัชญาการนำเสนออาหารแบบ Sharing ซึ่งได้กลายมาเป็น DNA หลักของห้องอาหาร IGNIV ทุกสาขา ทางร้านนำเสนอ Set Menu ที่ใช้ชื่อว่า IGNIV 4-Course Sharing Experience มาในราคาปัจจุบันคือ 182 CHF โดยลูกค้าสามารถสั่งอาหารเพิ่มเติมได้อีกคือ Additional 3 Surprise Components (40 CHF), IGNIV Soup (24 CHF), Cheese-Chutneys (26 CHF) รวมไปถึงรายการแบบ À La Carte ที่กลายมาเป็น Signature Dish อย่างเช่น IGNIV Chicken Nuggets (24 CHF) ก็ๆด้เช่นกัน อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่พอมีเวลาว่างในช่วงกลางวันสามารถแวะไปลิ้มลอง The Business Sharing-Lunch ในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 82 CHF เท่านั้นซึ่งนับว่าหาใครเทียบเคียวได้ยากสำหรับมาตรฐานค่าครองชีพในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รายการไวน์มีให้เลือกมากมายในราคาสมเหตุสมผลโดยเราขอแนะนำใฟ้ลองสอบถาม Sommelier ซึ่งสามารถแนะนำไวน์ท้องถิ่นคุณภาพดีได้ถูกใจเรามาก ๆ
[THE PLACE] IGNIV Zürich by Andreas Caminada เปิดทำการเป็นครั้งแรกในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2020 โดยหากไล่ลำดับแล้วจัดว่าเป็นห้องอาหาร IGNIV แห่งที่ 3 ต่อจากสาขา Bad Ragaz และ Saint Moritz (ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว)
ตัวร้านตั้งอยู่ในโรงแรม Marktgasse Hotel ใจกลางนคร Zürich ห่างจากสถานีรถไฟ Zürich HB เพียง 750 เมตรเท่านั้น
ห้องรับประทานอาหารหลักออกแบบโดยนักออกแบบภายในชื่อดังคือคุณ Patricia Urquiola ชาวสเปนเช่นเดียวกับสาขาในกรุงเทพสังเกตได้จากความแคชวลและเป็นกันเองแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา
เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับ IGNIV Bar ด้านหน้ามีลักษณะเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่มโดยมีที่นั่งให้ลูกค้าได้นั่งคุยกันพร้อม ๆ ไปกับการนำเสนออาหารที่เข้าถึงง่ายอย่างเช่น Beef Tartare with Potato Foam and Truffle, Spare Ribs with Cucumber Salad, Asian Buns และอื่น ๆ อีกมากมาย
ภายในมีไฟส่องสว่างโทนสีแดงสบายตา ป้ายนีออนขนาดใหญ่เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ”Miniskirts Forever“ กลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาสำคัญประจำร้าน
ภายในห้องอาหาร
ผนังฝั่งหนึ่งมีบักษณะเป็นกระจกมองออกไปเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนนถนน Marktgasse ช่วยให้บรรยากาศภายในแลดูโปร่งไม่อึดอัดตา
[WHY GO] IGNIV Zürich by Andreas Caminada เป็นห้องอาหารระดับ ![]()
2 MICHELIN Stars ที่มีราคาเข้าถึงง่ายที่สุดแห่งหนึ่งในนคร Zürich รวมไปถึงในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยคอนเซปการนำเสนอแบบ Sharing ทำให้เชฟสามารถคุมราคาและปริมาณของทีมเชฟในห้องครัวได้อย่างน่าสนใจ อาหารทุกจานมีคุณภาพสูงมาก พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง โดยรวมถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุ้มค่าและอยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้แวะมาลิ้มลองกัน