หน้าแรก » 🇮🇹 Arnolfo – อาร์โนลโฟ่
Visit: November 17, 2023
🇮🇹 Arnolfo - อาร์โนลโฟ่
👨🏻🍳 Chef Gaetano Trovato - เชฟเกตาโน่ โทรวาโต้
viale della Rimembranza 24, Colle di Val d'Elsa, 53030, Italy
Tel: (+39) 0577 920549
Cuisine
🍴 Creative, Country cooking - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารประจำชาติ
Country
Italy
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
18.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานแห่งแคว้น Tuscany โดยตัวร้านเพิ่งย้ายจากทำเลเก่ามาเปิดใหม่ในพื้นที่ที่สวยงามและอลังการกว่าเดิม เชฟ Gaetano Trovato เจ้าของร้านในวัย 63 ปีเป็นหนึ่งในเชฟชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดผู้ซึ่งหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นมายกระดับนำเสนอออกมาในเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างน่าประทับใจ
[THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จกับห้องอาหารแห่งเดิมบนถนน Via XX Settembre เดิมเชฟ Gaetano Trovato ตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Arnolfo มายังทำเลใหม่ไม่ไกลจากร้านเดิม ความหลงไหลในสถาปัตกรรมของเชฟเริ่มต้นแสดงออกตั้งแต่ชื่อร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปนิคชื่อดังในช่วงยุคศตวรรษที่ 13 อย่าง Arnolfo Di Cambio ตัวอาคารโดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบโมเดิร์นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพมุมกว้างของเมือง Colle di Val d’Elsa ในช่วงเวลากลางวัน ผนังฝั่งอื่น ๆ ตกแต่งด้วยรูปวาดของศิลปินชาวอิตาลีชื่อดัง Nicola Bertellotti ครัวเปิด Open Kitchen ช่วยให้ลูกค้าสามารถมองเห็นการจัดเตรียมอาหารของทีมเชฟเปรียบได้กับการชมละครเวทีอันยิ่งใหญ่ พื้นที่โดยรอบรวมไปถึงโต๊ะอาหารทุกตัวตกแต่งด้วยดอกไม้สดที่รับมาแบบวันต่อวันเพื่อเป็นการแสดงออกถึงตัวตนของพี่ชายร่วมสายเลือดของเชฟอย่างคุณ Giovanni Trovato ผู้รับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในห้องอาหารและเคยอาศัยอยู่ในประเทศเนเธอแลนด์อยู่นานถึง 22 ปีนั่นเอง
[THE CHEF] Gaetano Trovato เกิดในปี 1960 และเติบโตขึ้นมาในเมือง Scicli แห่งหมู่เกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟด้วยการเป็นเชฟฝึกหัดในเมือง St. Moritz ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากนั้นเขามีโอกาสร่วมงานกับเชฟชั้นนำมากมายอย่างเช่นห้องอาหาร Locanda dell’Angelo ในเมือง Ameglia ของเชฟ Angelo Paracucchi (ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วย Moulin de Mougins ของเชฟ Roger Vergé (ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ทั้งยังเคยเดินทางสู่กรุง Paris เพื่อร่วมงานกับเชฟอาหารหวานระดับตำนานอย่าง Gaston Lenôtre อีกด้วย หลังจากนั้นในปี 1982 เชฟ Gaetano ตัดสินใจเดินทางมายัง Colle di Val d’Elsa ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Tuscany มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการผลิตคริสตัล เขาเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Arnolfo และสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 1986 ส่งผลให้เชฟ Gaetano กลายเป็นเชฟอายุน้อยที่สุดในประเทศอิตาลีในยุคนั้นที่สามารถพาห้องอาหารคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้สำเร็จ ต่อมาในปี 1997 ห้องอาหาร Arnolfo ได้รับการเลื่อนสู่ระดับ ![]()
2 MICHELIN Stars ทั้งยังรักษาดาวทั้งสองมาได้จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้เชฟ Gartano ยังได้รับการยกย่องจากสื่อกระแสหลักมากมายรวมไปถึงรางวัล 2024 MICHELIN Chef Mentor AWARD จากคู่มือปกแดงในปีล่าสุดบ่งบอกถึงการเป็นครูเชฟที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของประเทศอิตาลีอีกด้วย
[THE FOOD] เชฟ Gaetano Trovato รวมไปถึงลูกสาวอย่างเชฟ Alice Trovato นำเสนออาหารในรูปแบบ Tasting Menu ทั้งสิ้น 3 รูปแบบที่แตกต่างกัน เริ่มต้นด้วย The Courst of Laura Peri (200 €) นำเสนอคอร์สที่เตรียมมาจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นไก่ขาว ไก่ต็อก เป็ด รวมไปถึงนกพิราบ ถัดมาคือ Tuscan Arcipelago (200 €) ที่ได้รวบรวมอาหารทะเลทั้งกุ้งแดง ปลาต่าง ๆ และหมึกเข้าไว้ด้วยกัน สุดท้ายคือ Vegetable Cubism (200 €) สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ ส่วนใครที่อยากชิมรายการแบบ À La Carte ดูจะไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไหร่เนื่องจากทางร้านนำเสนอมาที่ราคา 2 Courses – 160 € และ 3 Courses – 190 € รายการไวน์มีให้เลือกสรรค์มากมายทั้ง Chianti ซึ่งเป็นไวน์ท้องถิ่นของภูมิภาคนี้และไวน์จากแหล่งอื่น ๆ ทั่วโลกในราคาที่สูงขึ้นมาจากร้านค้าทั่วไปพอประมาณ ส่วนเมนูที่เราประทับใจมาก ๆ ในวันนี้อย่างเช่น
เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยไก่ขาวจากเมือง Valdarno ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางของ Chianti เชฟนำเสนอส่วนอก Pressed จนแบนและม้วนมาเป็นทรงกระบอกให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ถัดมาคือส่วนขาที่มีผิวหนังกรอบมาก ๆ ในขณะที่เนื้อยังคงฉ่ำ ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากปีกที่ผ่านการ Reduction หรือเคี่ยวจนงวด น้ำมันสีเขียวเตรียมมาจากผัก Watercress ผงสีแดงรอบ ๆ เตรียมมาจากมะเขือเทศให้ความอุมามิ ยังมีมะเขือเทศที่ผ่านการ Candied จนเคี้ยวหนึบ ผงสีดำเตรียมมาจากมะกอกดำให้อโรมาหอมเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีครีมและแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากถั่วลูกไก่จาก Poggio Sorbello สุดท้ายเชฟตกแต่งด้วยดอกแซฟรอนสีม่วงช่วยเสริมให้จานนี้มีความสมบูรณ์แบบทั้งรสชาติและการจัดจาน (20/20)
นกพิราบที่คัดส่วนอกเสิร์ฟมาในแป้งพัฟแพสทรี่ เนื้ออกของนกยังคงไว้ซึ่งความฉ่ำ ชั้นตรงกลางคือที่สับจนละเอียด นอกจากนี้ยังมีชั้นของฟัวกราส์ให้ความครีมมี่และละมุน รอบ ๆ คือซอสสีแดงที่เกิดจากการ Reduction เนื้อส่วนปีกและอกของนกพิราบจนงวดและมีรสชาติเข้มข้นผสมผสานไปกับความเปรี้ยวของแครนเบอร์รี่ เชฟเสริมด้วย Cranberry Marmalade มีเนื้อสัมผัสเกาะตัวกันไม่เหลวจนเกินไป สุดท้ายคือเห็ด Cardoncello ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเห็ดนางรมหลวงที่เราคุ้นเคยกัน (20/20)
จานนี้ทีมเชฟอาหารหวานได้แสดงออกถึงความสามารถสมกับรางวัล PASSION DESSERT โดยการนำเสนอลูกแพร์ออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน องค์ประกอบตรงกลางคือ Tarte Tatin ที่เตรียมมาจากลูกแพร์ให้เนื้อสัมผัสกรอบพอเหมาะรวมไปถึงรสชาติที่ออกเปรี้ยวและมีกลิ่นหอม ข้าง ๆ กับคือลูกแพร์ที่ผ่านการตุ๋นในไวน์แดงจนนั่มละมุนและให้รสชาติที่เข้มข้น เชฟเชื่อมด้วยรสชาติเค็มของ Salted Caramel Ice Cream อีกฝั่งหนึ่งคือมูส Sabayon ที่เตรียมมาจากไข่แดง น้ำตาล และเหล้ารัมก่อนจะท็อปด้านบนด้วยซอร์เบท์ลูกแพร์อีกทีหนึ่ง สุดท้ายคือแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากฝักโกโก้ให้กลิ่นหอมเสริมกันกับทุกองค์ประกอบได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)
Price :
160-200 €
Parking :
จอดในร้าน
Operating Time :
Lunch 13.00-14.30, Dinner 20.00-22.30 ปิดวันอังคาร-พุธ
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอิตาลีโดดเด่นด้วยทัศนียภาพโดยรอบอันสวยงามในราคาที่สมเหตุสมผล
อาหาร :
18.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 THE COURT OF LAURA PERI (200 €)
Arnolfo – อาร์โนลโฟ่
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
Passion Dessert – อาหารหวานโดดเด่นโดยเชฟมากฝีมือ
Creative, Country cooking – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารประจำชาติ
Chef Gaetano Trovato – เชฟเกตาโน่ โทรวาโต้
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานแห่งแคว้น Tuscany โดยตัวร้านเพิ่งย้ายจากทำเลเก่ามาเปิดใหม่ในพื้นที่ที่สวยงามและอลังการกว่าเดิม เชฟ Gaetano Trovato เจ้าของร้านในวัย 63 ปีเป็นหนึ่งในเชฟชาวอิตาลีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดผู้ซึ่งหยิบยกวัตถุดิบท้องถิ่นมายกระดับนำเสนอออกมาในเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างน่าประทับใจ
Bread Selections
ทางร้านเสิร์ฟขนมปังมาให้เลือกชิมหลากหลายชนิดทั้ง Schiacciatine (Flat Grissini) with Olive Oil, Torinese, Tomato Crackers, Focaccia with Cherry Tomato and Thyme, Focaccia with Red Onion, Cereal Baguette
Amuse-bouche
ของว่างเรียกน้ำย่อยเสิร์ฟมาทั้งหมด 5 ชนิด (18/20)
Amuse-bouche
เริ่มต้นด้วยมินิทาโก้ที่เตรียมมาจากดอกของถั่วลูกไก่ ตรงกลางคือ Espuma สีเหลืองนวลของถั่วลูกไก่ขนาบข้างด้วย Espuma สีเขียวอ่อนของกัวคาโมเล่หรืออโวคาโด้ เชฟตัดด้วยรสชาติเปรี้ยวและความฉ่ำของราสเบอร์รี่ (18/20)
Amuse-bouche
ถัดมาคือใบชิโสะจับคู่มากับกลิ่นอายทะเลที่ได้จากปลาแมคเคอเรลย่าง ทั้งยังมีเนื้อสัมผัสสู้ฟันพอเหมาะ นอกจากนี้ยังมีรสชาติของส้มและความกรอบของถั่วฮาเซลนัทอีกด้วย เชฟแนะนำให้ห่อรับประทานทั้งหมดในคำเดียว (18/20)
Amuse-bouche
ปลา John Dory จับคู่กับความกรอบของแผ่น Jerusalem Artichoke รอบ ๆ คือซอสรสชาติละมุนที่เตรียมมาจากปลา John Dory เช่นกัน (18/20)
Amuse-bouche
ปลาแองโชวี่ทอดออกมาได้อย่างไร้ที่ติเสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวจากเพสต์เลมอน ด้านบนท็อปด้วยครีมมะเขือเทศและเจลของน้ำส้มสายชู (18/20)
Amuse-bouche
สุดท้ายคือดาร์คช็อกโกแลตที่สอดไส้ครีมตับเป็ดเนื้อเนียนละมุนไร้ซึ่งกลิ่นคาวตัดด้วยความหวานที่ได้จากเพสต์อัลมอนด์ (18/20)
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
Homemade Bread
นอกจากนี้ยังมีขนมปังโฮมเมดเป็นซาวโดชิ้นโต ผิวด้านนอกกรอบ ตรงกลางนุ่มและหอมในแบบที่ควรจะเป็น
White Chicken from Valdarno • Candied Tomato • Watercress • Chickpeas from Poggio Sorbello
เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยไก่ขาวจากเมือง Valdarno ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางของ Chianti เชฟนำเสนอส่วนอก Pressed จนแบนและม้วนมาเป็นทรงกระบอกให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ถัดมาคือส่วนขาที่มีผิวหนังกรอบมาก ๆ ในขณะที่เนื้อยังคงฉ่ำ ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากปีกที่ผ่านการ Reduction หรือเคี่ยวจนงวด น้ำมันสีเขียวเตรียมมาจากผัก Watercress ผงสีแดงรอบ ๆ เตรียมมาจากมะเขือเทศให้ความอุมามิ ยังมีมะเขือเทศที่ผ่านการ Candied จนเคี้ยวหนึบ ผงสีดำเตรียมมาจากมะกอกดำให้อโรมาหอมเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีครีมและแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากถั่วลูกไก่จาก Poggio Sorbello (20/20)
White Chicken from Valdarno • Candied Tomato • Watercress • Chickpeas from Poggio Sorbello
สุดท้ายเชฟตกแต่งด้วยดอกแซฟรอนสีม่วงช่วยเสริมให้จานนี้มีความสมบูรณ์แบบทั้งรสชาติและการจัดจาน (20/20)
Red Prawn • Zolfino Bean • Lemon
กุ้งแดงย่างให้รสชาติหวานโดยธรรมชาติ เนื้อสัมผัสเด้งที่ผิวนอกแต่ตรงกลางยังคงไว้ซึ่งความละมุน รอบ ๆ คือครีมสีขาวที่เตรียมมาจากถั่ว Zolfino รวมไปถึงชิ้นถั่วเองให้เนื้อสัมผัสที่สู้ฟัน ถั่วชนิดนี้เจริญเติบโตได้ทั่วไปในแถบ Tuscany นอกจากนี้ยังมีซอส Bisque สีส้มช่วยแต่งแต้มรสชาติและความเข้มข้น ทั้งนี้เรายังสามารถได้ถึงรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมของเลมอน ด้านบนคือ Tapioca Chip กรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (18/20)
Cappelletti Fresh Pasta • Black Rooster • Broth • Celeriac
พาสต้าเส้นสด Cappelletti มีรูปร่างเป็นเกี๊ยววงแหวนคล้ายหมวก ด้านในสอดไส้เนื้อส่วนอกและขาของไก่ดำให้รสชาติเค็มนำ รอบ ๆ คือลูกชิ้นที่เตรียมมาจากอกไก่ดำและแป้งคลุกเคล้าเข้าด้วยกันให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างนุ่ม ตรงกลางคือไข่ที่พร้อมจะแตกเยิ้มออกมาทันทีที่ใช้ช้อนหรือมีดตัดเพียงเบา ๆ รองด้านล่างด้วย Celeriac อีกทีหนึ่ง (18/20)
Cappelletti Fresh Pasta • Black Rooster • Broth • Celeriac
จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซุปใสร้อน ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากกระดูกไก่ดำลงไปรอบ ๆ ให้รสชาติอันแสนกลมกล่อม (18/20)
Sole • Savoy Cabbage • Herring Caviar
จานนี้เชฟนำปลาโซลมาพันม้วนด้วยกะหล่ำปลีซาวอยและนึ่งจนสุกเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่มีมิติความกรอบของผักที่ชั้นนอกในขณะที่ตรงกลางมีความนุ่มละมุนของเนื้อปลา รอบ ๆ คือซอส Acid-Butter Reduction ที่ผ่านการเคี้ยวจนงวดให้รสเปรี้ยวนำ ด้านบนท็อปด้วยไข่ปลาเฮร์ริงและหนังปลาโซลทอดกรอบนั่นเอง (17/20)
Tortello Fresh Pasta • Guinea Fowl • Cibreo • Chestnut from Amiata
Tortello พาสต้าทรงเกี๊ยวที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเองสด ๆ ด้านในสอดไส้เนื้อไก่ต๊อกส่วนปีกและขา ตรงกลางคือเนื้อส่วนอกวางมาคู่กันกับทับทิมช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส ไฮไลท์คือ Cibreo หรือซอส Ragout สไตล์ Florence ที่ผสมผสานตับและหัวใจของไก่ต๊อกเข้าด้วยกันจนได้รสชาติที่เข้มข้น เชฟเตรียมออกมาอย่างดีสังเกตได้จากรสชาติที่ละมุนไร้ซึ่งกลิ่นคาว นอกจากนี้ยังมีความหวานของครีมเกาลัดจาก Amiata เสริมอยู่รอบ ๆ อีกด้วย (17/20)
Raviolo Fresh Pasta • Squid • Broccoli • Aglione from Valdichiana
Raviolo เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเองสด ๆ ตรงกลางสอดไส้หมึก ด้านบนท็อปด้วยชิ้นหมึกดิบให้เนื้อสัมผัสหนึบสู้ฟันสลับกันไปกับชิ้นบล็อคโคลี่และบล็อคโคลี่ครีม นอกจากนี้ยังมี Aglione หรือพืชในตระกูลกระเทียมขนาดใหญ่จาก Valdichiana (19/20)
Muscovy Duck • Apple • Parsnip • Bitter Herbs
เป็ด Moscovy ส่วนอกเสิร์ฟมาคู่กันกับชิ้นแอปเปิ้ลจาก Valdichiana ที่มีความกรอบและความฉ่ำ (18/20)
Muscovy Duck • Apple • Parsnip • Bitter Herbs
ข้าง ๆ กันคือพาสนิปครีมและแอปเปิ้ลจาก Valdichiana เชฟตัดด้วยรสชาติของของสมุนไพรท้องถิ่นของภูมิภาค Tuscany (18/20)
Blue Lobster • Beetroot • Chives • Grapefruit
กุ้งบลูล็อบสเตอร์นุ่มเด้งเสิร์ฟมากับซอสบิสก์เข้มข้นตัดด้วยความฉุนเบา ๆ ของน้ำมันต้นหอม เชฟจับคู่รสชาติกับครีมบีทรูทที่มี Earthy Aroma พอเหมาะไม่หนักจนเกินไป ข้าง ๆ กันคือชิ้นเกรปฟรุต ยังมีราวิโอลีที่เตรียมมาจากบีทรูท ตรงกลางสอดไส้ล็อบสเตอร์ ต้นหอม และผลไม้จำพวก Red Fruits ให้รสชาติออกเปรี้ยวมาตัดกันกับความมันของซอสบิสก์และความหวานของเนื้อล็อบสเตอร์ได้อย่างลงตัว (19/20)
Pigeon in Crust • Cardoncello Mushroom • Foie Gras • Cranberry
นกพิราบที่คัดส่วนอกเสิร์ฟมาในแป้งพัฟแพสทรี่ เนื้ออกของนกยังคงไว้ซึ่งความฉ่ำ ชั้นตรงกลางคือที่สับจนละเอียด นอกจากนี้ยังมีชั้นของฟัวกราส์ให้ความครีมมี่และละมุน รอบ ๆ คือซอสสีแดงที่เกิดจากการ Reduction เนื้อส่วนปีกและอกของนกพิราบจนงวดและมีรสชาติเข้มข้นผสมผสานไปกับความเปรี้ยวของแครนเบอร์รี่ (20/20)
Pigeon in Crust • Cardoncello Mushroom • Foie Gras • Cranberry
เชฟเสริมด้วย Cranberry Marmalade มีเนื้อสัมผัสเกาะตัวกันไม่เหลวจนเกินไป สุดท้ายคือเห็ด Cardoncello ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเห็ดนางรมหลวงที่เราคุ้นเคยกัน (20/20)
Snapper • Saffron • Roots • Tuber
ปลา Snapper ย่างเฉพาะด้านติดหนังจนได้เนื้อสัมผัสที่โดดเด่นไร้ที่ติ ด้านบนโรยด้วยเกบือเล็กน้อยแล้วท็อปด้วยผิวของเยรูซาเล็มอาร์ติโชคให้ความกรอบมาช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส เชฟยังเสิร์ฟมากับครีมสีเหลืองที่มีอโรมาหอม ๆ ของแซฟฟรอน ข้าง ๆ กันคือพืชตระกูลหัวหรือ Tuber กรอบ ๆ และพืชจำพวก Root Vegetables ซึ่งมีรสชาติของดินและความหวานที่เข้ากันได้กับอโรมาของแซฟฟรอนนั่นเอง (19/20)
Verdello Lemon from Sicily
ล้างปากด้วย Vardello Lemon ซึ่งเป็นเลมอนที่มีผิวสีเขียวคล้ายมะนาว (แต่ไม่ใช่มะนาว) จากหมู่เกาะ Sicily แถบบ้านเกิดของเชฟ Gaetano Trovato โดยนำเสนอมาในหลากหลาบรูปแบบที่แตกต่างกันคือซอร์เบท์ ไซรัป เมงแรงก์ และครีมที่ผสมผสานไปกับมัสคาโปเน่ชีส (18/20)
Gin Tonic
Gin Tonic เป็นคอร์สล้างปากเชฟอาหารหวานเตรียมขึ้นมาจาก Senensis ซึ่งเป็น Gin ท้องถิ่นนำเสนอมาเป็นไซรัปให้รสขมเพียงเบา ๆ แต่มีกลิ่นหอมชนิดที่หาใครเทียบได้ยาก เชฟยังเตรียม Granite ทรงกลมขึ้นมาจาก Tonic Water ให้ความกรอบขณะเคี้ยวอีกด้วย (19/20)
Pumpkin • Orange • Hazelnut PGI
ของหวานจานนี้เชฟนำเสนอฟักทองนำเข้าจาก Hokkaido ประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบของการ Candied หรือเชื่อมและ Roasted หรือเผา ตรงกลางคือไซรัปส้ม เชฟเพิ่มมิติคสามกรอบด้วยถั่วฮาเซลนัทคุณภาพสูง นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมที่จับคู่มากับครัมเบิ้ลของถั่วฮาเซลนัทอีกด้วย (18/20)
Pear • Caramel • Spices • Cocoa Bean
จานนี้ทีมเชฟอาหารหวานได้แสดงออกถึงความสามารถสมกับรางวัล PASSION DESSERT โดยการนำเสนอลูกแพร์ออกมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน องค์ประกอบตรงกลางคือ Tarte Tatin ที่เตรียมมาจากลูกแพร์ให้เนื้อสัมผัสกรอบพอเหมาะรวมไปถึงรสชาติที่ออกเปรี้ยวและมีกลิ่นหอม ข้าง ๆ กับคือลูกแพร์ที่ผ่านการตุ๋นในไวน์แดงจนนั่มละมุนและให้รสชาติที่เข้มข้น เชฟเชื่อมด้วยรสชาติเค็มของ Salted Caramel Ice Cream อีกฝั่งหนึ่งคือมูส Sabayon ที่เตรียมมาจากไข่แดง น้ำตาล และเหล้ารัมก่อนจะท็อปด้านบนด้วยซอร์เบท์ลูกแพร์อีกทีหนึ่ง สุดท้ายคือแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมมาจากฝักโกโก้ให้กลิ่นหอมเสริมกันกับทุกองค์ประกอบได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)
Dolci e Dolcezze
ปิดท้ายด้วยของหวานหลายชนิดเริ่มต้นด้วยขนมเสิร์ฟมาในถาดยาว
Dolci e Dolcezze
ในภาพเรียงจากซ้ายไปขวาคือ Beignet with Caramel Chantilly and Blueberry, White Chocolate and Mango, Fake Marshmallow with Pistachio and Raspberry
Dolci e Dolcezze
ถัดมาคือจานทรงกลมประกอบไปด้วย Apple Tart with Vin Santo and Chantilly Mousse และ Honey, Biscuit and Ricotta Cheese Cream Cube with Lemon from Sorrento
Dolci e Dolcezze
สุดท้ายคือ Truffle with Sour Cherry and Dark Chocolate และ Cocoa from Criollo (Ecuador) and Voltera Salt เสิร์ฟมาในภาชนะรูปฝักโกโก้
ราคา 487 €
[THE PLACE] หลังจากประสบความสำเร็จกับห้องอาหารแห่งเดิมบนถนน Via XX Settembre เดิมเชฟ Gaetano Trovato ตัดสินใจย้ายห้องอาหาร Arnolfo มายังทำเลใหม่ไม่ไกลจากร้านเดิม ความหลงไหลในสถาปัตกรรมของเชฟเริ่มต้นแสดงออกตั้งแต่ชื่อร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปนิคชื่อดังในช่วงยุคศตวรรษที่ 13 อย่าง Arnolfo Di Cambio
ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพมุมกว้างของเมือง Colle di Val d’Elsa ในช่วงเวลากลางวัน
พื้นที่โดยรอบรวมไปถึงโต๊ะอาหารทุกตัวตกแต่งด้วยดอกไม้สดที่รับมาแบบวันต่อวันเพื่อเป็นการแสดงออกถึงตัวตนของพี่ชายร่วมสายเลือดของเชฟอย่างคุณ Giovanni Trovato ผู้รับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในห้องอาหารและเคยอาศัยอยู่ในประเทศเนเธอแลนด์อยู่นานถึง 22 ปีนั่นเอง
[THE CHEF] Gaetano Trovato เกิดในปี 1960 และเติบโตขึ้นมาในเมือง Scicli แห่งหมู่เกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟด้วยการเป็นเชฟฝึกหัดในเมือง St. Moritz ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากนั้นเขามีโอกาสร่วมงานกับเชฟชั้นนำมากมายอย่างเช่นห้องอาหาร Locanda dell’Angelo ในเมือง Ameglia ของเชฟ Angelo Paracucchi (ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วย Moulin de Mougins ของเชฟ Roger Vergé (ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ทั้งยังเคยเดินทางสู่กรุง Paris เพื่อร่วมงานกับเชฟอาหารหวานระดับตำนานอย่าง Gaston Lenôtre อีกด้วย หลังจากนั้นในปี 1982 เชฟ Gaetano ตัดสินใจเดินทางมายัง Colle di Val d’Elsa ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Tuscany มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการผลิตคริสตัล เขาเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า Arnolfo และสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 1986 ส่งผลให้เชฟ Gaetano กลายเป็นเชฟอายุน้อยที่สุดในประเทศอิตาลีในยุคนั้นที่สามารถพาห้องอาหารคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้สำเร็จ ต่อมาในปี 1997 ห้องอาหาร Arnolfo ได้รับการเลื่อนสู่ระดับ ![]()
2 MICHELIN Stars ทั้งยังรักษาดาวทั้งสองมาได้จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้เชฟ Gartano ยังได้รับการยกย่องจากสื่อกระแสหลักมากมายรวมไปถึงรางวัล 2024 MICHELIN Chef Mentor AWARD จากคู่มือปกแดงในปีล่าสุดบ่งบอกถึงการเป็นครูเชฟที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของประเทศอิตาลีอีกด้วย
ผนังฝั่งอื่น ๆ ตกแต่งด้วยรูปวาดของศิลปินชาวอิตาลีชื่อดัง Nicola Bertellotti
[THE FOOD] เชฟ Gaetano Trovato รวมไปถึงลูกสาวอย่างเชฟ Alice Trovato นำเสนออาหารในรูปแบบ Tasting Menu ทั้งสิ้น 3 รูปแบบที่แตกต่างกัน เริ่มต้นด้วย The Courst of Laura Peri (200 €) นำเสนอคอร์สที่เตรียมมาจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นไก่ขาว ไก่ต็อก เป็ด รวมไปถึงนกพิราบ ถัดมาคือ Tuscan Arcipelago (200 €) ที่ได้รวบรวมอาหารทะเลทั้งกุ้งแดง ปลาต่าง ๆ และหมึกเข้าไว้ด้วยกัน สุดท้ายคือ Vegetable Cubism (200 €) สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ ส่วนใครที่อยากชิมรายการแบบ À La Carte ดูจะไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไหร่เนื่องจากทางร้านนำเสนอมาที่ราคา 2 Courses – 160 € และ 3 Courses – 190 € รายการไวน์มีให้เลือกสรรค์มากมายทั้ง Chianti ซึ่งเป็นไวน์ท้องถิ่นของภูมิภาคนี้และไวน์จากแหล่งอื่น ๆ ทั่วโลกในราคาที่สูงขึ้นมาจากร้านค้าทั่วไปพอประมาณ
ครัวเปิด Open Kitchen ช่วยให้ลูกค้าสามารถมองเห็นการจัดเตรียมอาหารของทีมเชฟเปรียบได้กับการชมละครเวทีอันยิ่งใหญ่
บริเวณทางเข้าร้าน
ตัวอาคารโดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบโมเดิร์นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
[WHY GO] เชฟ Gaetano Trovato สามารถยกระดับมาตรฐานของห้องอาหารระดับสูงในพื้นที่ชนบทของประเทศอิตาลีจนสามารถเทียบเคียงได้กับห้องอาหารระดับเดียวกันได้เมืองใหญ่ ๆ ทั่วโลก ราคาอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและค่อนข้างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน
รายการไวน์บางส่วนอาจมีราคาที่สูงเกินไปบ้างแต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ พนักงานบริการเป็นกันเองและสื่อสารภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี สำหรับใครที่ต้องการการพักผ่อนทันทีก่อนและหลังมื้ออาหาร Arnolfo ยังมีห้องพักแบบ Double Room จำนวน 4 ห้องให้ได้จับจองกันในราคาที่จับต้องได้อีกด้วย