หน้าแรก » 🇹🇭 Steaktory – สเต๊กทอรี่
Visit: September 26, 2022
🇹🇭 Steaktory - สเต๊กทอรี่
👨🏻🍳 Chef Thirat Vatanaputi (Chef Bun) - เชฟธีรัช วรรธนะภูติ (เชฟบุ้น)
40/1 ถนน เปรมใจราษฎร์ ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ชลบุรี 20130
Tel: 087-557-9449
Cuisine
🍴 Contemporary - อาหารร่วมสมัย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
Price
Steaktory เป็นร้านอาหารยูโรเปี้ยนและร้านสเต๊กเฮ้าส์ที่เปิดทำการมานานกว่า 8 ปีจนกลายมาเป็นที่นิยมของคนท้องถิ่น ตัวร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเลบางแสนและตลาดหนองมนมองจากด้านหน้าเห็นเป็นกำแพงสีดำ-แดง ภายในตกแต่งด้วยความเรียบง่าย โต๊ะและเก้าอี้ไม้รวมไปถึงพื้นที่บริเวณเคาน์เตอร์บาร์ช่วยเสริมให้บรรยากาศดูอบอุ่น ปกติแล้วตัวร้าน Steaktory นำเสนออาหารยูโรเปี้ยนอย่างง่ายจำพวกพาสต้า สเต๊ก รวมไปถึงเครื่องดื่มชั้นดีแต่ในช่วงท้ายของแต่ละเดือนเชฟบุ้นผู้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านจะรังสรรค์ Set Menu จำนวน 5 คอร์ส (แต่จัดเสิร์ฟมาจริง ๆ กว่า 10 คอร์ส) นำเสนอมาที่ราคา 2,300 บาทต่อคนโดยในรอบนี้เชฟบุ้นให้ชื่อเซ็ตว่า Winter is Coming ประกอบไปด้วยอาหารหาชิมยากอย่างเช่น Pithivier, Sea Bass en Papillote, Hare À La Royale ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมหวานสุดคลาสสิคอย่าง Burnt Fall Fruit with Cream นั่นเอง
Price :
2,300 THB
Parking :
จอดรถในร้าน
Operating Time :
จันทร์-ศุกร์ 16.00-22.00 และเสาร์-อาทิตย์ 11.00-22.00
Dress Code :
Casual
Score
อาหาร :
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 WINTER IS COMING (2,300 THB)
Amuse Bouche
Fall Vegetable Tart / Veloute Sauce
Guinea Fowl Confit / Smoked Breast / Roasted Jus Sauce / Papaya Kimchi / Pommes Purée
Sea Bass en Papillote in Dashi / Green Herbs / Mushroom Duxelle / Coconut Sauce
Various Parts of Duck / Duck Stuffing / Foie Gras Torchon / Blood Sauce
Burnt Fruits / Whipped Cream
Steaktory – สเต๊กทอรี่
Contemporary – อาหารร่วมสมัย
Chef Thirat Vatanaputi (Chef Bun) – เชฟธีรัช วรรธนะภูติ (เชฟบุ้น)
Amuse Bouche
เริ่มต้นด้วยคอร์สเล็ก ๆ ด้วยข้าวผัดมันหมูเสิร์ฟมากับชัทนีย์และซอสชิมิชูรีหอมกลิ่นสมุนไพรช่วยกระตุ้นน้ำย่อยระหว่างรออาหาร
Pumpkin Soup
ตามมาด้วยเมนูคลาสสิคอย่างซุปครีมฟักทอง รสชาติหวานกำลังดี ตรงกลางคือ Pumpkin Purèe เนื้อละมุนเบรครสชาติด้วยหอมดองและพริกหวานดอง จากนั้นตัดเนื้อสัมผัสด้วย Fried Pumpkin หรือฟักทองทอดกรอบ
Fall
Fall Vegetable Tart / Veloute Sauce
เริ่มต้นคอร์สแรกอย่างเป็นทางการด้วยทาร์ตผักนานาชนิดมีทั้งฟักทองอบ พริกหวานแดงหมัก พริกหวานสีเหลืองรมควัน ข้าวโพดย่าง ข้างกันคือโฟมข้าวโพดหวาน ๆ ท็อปด้วยใบคะน้าที่ผ่านการ Poached ในน้ำดาชิแล้วโรยเกลือที่ด้านบน เสริมด้วยรสชาติของ Veloute Sauce ที่ได้จากการเคี่ยวน้ำสต๊อกผักจนข้น
Pithivier
คั่นกลางด้วยเมนูคลาสสิคหาชิมยากอย่าง Pithivier องค์ประกอบด้านนอกคือแป้งพัฟแพสทรี่ทรงกลม เนื้อสัมผัสกรอบเบา ตรงกลางสอดไส้ด้วยเห็ดหลากหลายชนิดและหัวหอมผัดให้รสหวานที่พอดี รอบ ๆ คือซอสที่ผสมผสานเห็ดและฟัวกราส์เข้าด้วยกัน
Hibernation
Guinea Fowl Confit / Smoked Breast / Roasted Jus Sauce / Papaya Kimchi / Pommes Purée
เมนูคอร์สหลักจานที่ 2 มีชื่อว่า Hibernation แปลตรงตัวได้ว่าการนำศีลเนื่องจากเชฟตั้งใจสื่อถึงกระบวนการถนอมอาหารอันหลากหลาย วัตถุดิบหลักในจานคือ Guinea Fowl หรือไก่ต๊อกนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสเสิร์ฟมา 3 รูปแบบเริ่มจากส่วนเครื่องในนำเสนอมาเป็น Pate จับคู่กับ Pommes Purée เนื้อเนียนละมุน ถัดมายังมีส่วนอกที่เชฟนำมารมควันแล้วค่อย Pan-Seared ต่อจนสุกตัดด้วยรสชาติของ Papaya Kimchi หรือมะละกอดิบที่มีรสเปรี้ยวของกิมจิ สุดท้ายคือส่วนสะโพกที่นำไป Confit แล้วค่อย Deep-Fried จนหนังกรอบจับคู่กับ Blueberries Compote รสเปรี้ยว ตรงกลางคือ Roasted Jus ช่วยเพิ่มความเข้มข้นทางรสชาตินั่นเอง
Tomato Variations
คอร์สคั่นกลางจานนี้เชฟนำเสนอมะเขือเทศท้อและมะเขือเทศเชอร์รี่หลากหลายส่วนโดยนำเนื้อมะเขือเทศส่วนหนึ่งไปหมักและอีกส่วนหนึ่งนำไป Confit ในน้ำมันให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิ ยังมีส่วนเปลือกที่ผ่านการอบแห้งจนเคี้ยวหนึบ สุดท้ายคือส่วนที่เหลือจากการเตรียมเชฟนำมาทำเป็น Tomato Gel มองเห็นเป็นสีแดงรอบ ๆ จาน
First Snow
Sea Bass en Papillote in Dashi / Green Herbs / Mushroom Duxelle / Coconut Sauce
จานนี้เชฟให้ชื่อว่า First Snow ได้จากการนำปลากะพงไปอบกับสมุนไพรในกระดาษไขหรือที่เรียกกันว่า en Papillote รอบ ๆ คือครัมเบิ้ลผักกรอบ ๆ และ Duxelle เห็ด จากนั้นเชฟจึงเทราด Coconut Cream Sauce ที่มีอโรมาของขิง ข่า ตะไคร้ชวนนึกถึงเมนูปลาเผาอย่างไทยอยู่เหมือนกัน
Duck À La Royale
Various Parts of Duck / Duck Stuffing / Foie Gras Torchon / Blood Sauce
จานนี้ปกติแล้วเชฟตั้งใจนำเสนอเมนูกระต่ายแต่เราขอเปลี่ยนมาเป็นเป็ดแทนโดยเชฟนำเสนอมาในหลากหลายรูปแบบ องค์ประกอบฝั่งขวามือคือไอศกรีมที่ได้ความครีมมี่ของฟัวกราส์เคลือบด้านนอกด้วยซอส À La Royale ฝั่งซ้ายมือคือ Duck Roulade ที่พันม้วน Foie Gras Torchon สุดครีมมี่มาอย่างสวยงาม สุดท้ายคือ Duck Stuffing ที่ใช้ส่วนอกเป็ดสอดไส้องค์ประกอบของเห็ดและเครื่องในท็อปด้านบนด้วยทรัฟเฟิล ตรงกลางคือ Blood Sauce รสชาติเข้มข้น
Pre-Dessert
ล้างปากด้วย Apple Granita ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้าสู่ของหวานจานหลัก
Burnt Fall Fruit with Cream
Burnt Fruits / Whipped Cream
สำหรับเมนูของหวานคือผลไม้ต่าง ๆ เริ่มจากลูกแพร์ที่ผ่านการ Poached ใน Rose Wine ข้าง ๆ กันคือชิ้นส้มและสาลี่ที่ Torched มาจนได้รสชาติเข้มข้นเสิร์ฟมาคู่กับ Whipped Cream หอมมัน
Madeleine
ขนม Madeleine ราดด้วยน้ำผึ้ง
Steaktory เป็นร้านอาหารยูโรเปี้ยนและร้านสเต๊กเฮ้าส์ที่เปิดทำการมานานกว่า 8 ปีจนกลายมาเป็นที่นิยมของคนท้องถิ่น
ปกติแล้วตัวร้าน Steaktory นำเสนออาหารยูโรเปี้ยนอย่างง่ายจำพวกพาสต้า สเต๊ก รวมไปถึงเครื่องดื่มชั้นดีแต่ในช่วงท้ายของแต่ละเดือนเชฟจะรังสรรค์ Set Menu จำนวน 5 คอร์ส (แต่จัดเสิร์ฟมาจริง ๆ กว่า 10 คอร์ส) นำเสนอมาที่ราคา 2,300 บาทต่อคน
ภายในตกแต่งด้วยความเรียบง่าย
โต๊ะและเก้าอี้ไม้รวมไปถึงพื้นที่บริเวณเคาน์เตอร์บาร์ช่วยเสริมให้บรรยากาศดูอบอุ่น
Counter Bar
ในรอบนี้เชฟให้ชื่อเซ็ตว่า Winter is Coming ประกอบไปด้วยอาหารหาชิมยากอย่างเช่น Pithivier, Sea Bass en Papillote, Hare À La Royale ก่อนจะปิดท้ายด้วยขนมหวานสุดคลาสสิคอย่าง Burnt Fall Fruit with Cream นั่นเอง
ตัวร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากทะเลบางแสนและตลาดหนองมนมองจากด้านหน้าเห็นเป็นกำแพงสีดำ-แดง
ภาพจากหน้าร้าน
ป้ายร้าน