หน้าแรก » 🇹🇭 Paella House – ปาเอญ่า เฮ้าส์
Visit: October 9, 2023
🇹🇭 Paella House - ปาเอญ่า เฮ้าส์
👨🏻🍳 Chef Alberto Izard - เชฟอัลแบร์โต้ อิซาร์ด
61/52 ซ. สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
Tel: 090-263-9624
Cuisine
🍴 Spanish - อาหารสเปน
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
13.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะขอพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่นำเสนออาหารสเปนพื้นบ้านออกมาได้ตรงตามต้นตำรับของประเทศสเปนที่สุดในประเทศไทย เจ้าของร้านคือคุณ Alberto เป็นเชฟมากความสามารถผู้เคยผ่านงานในห้องอาหารระดับ MICHELIN Star มาแล้วหลายแห่งเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 10 ปีทั้งยังเคยได้รับความไว้วางใจให้เตรียมอาหารเพื่อเสิร์ฟให้กับท่านเอกอัครราชทูตสเปนอีกด้วย
[THE PLACE] Paella House เป็นห้องอาหารสเปนเปิดใหม่ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 มองจากภายนอกเป็นอาคารขนาด 2 คูหา ด้านหน้าโดดเด่นด้วยเก้าอี้รูปวัวกระทิงและกระเบื้องเซรามิคแบบสเปน เมื่อเดินเข้าไปในร้านจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ขนาดย่อมสำหรับชงเครื่องดื่ม บนผนังตกแต่งด้วยกระทะที่ใช้จัดเสิร์ฟเมนูปาเอญ่าและขวดไวน์จำนวนมากให้บรรยากาศที่เป็นกันเองคล้ายกันกับ Taberna หรือสถานที่ที่มีลักษณะเป็นทั้งบาร์และร้านอาหารในประเทศสเปน บริเวณบันไดที่เดินขึ้นไปยังชั้น 2 ยังมีเครื่องดื่มจำนวนมากวางเอาไว้ให้ลูกค้าได้เลือกสรร เราประทับใจภาพวาดของสถานที่และเมืองต่าง ๆ ทั้ง Madrid, Toledo, Orvieto, Cordoba, Sevilla และ Barcelona ชวนให้เรานึกถึงทริปการเดินทางรอบ ๆ ประเทศสเปนในปี 2019 ส่วนใครที่ต้องการนั่งชิลรับลมภายนอกทางร้านก็มีพื้นที่นอกห้องปรับอากาศเตรียมเอาไว้ให้อีกเช่นกัน
[THE CHEF] เจ้าของร้านคือเชฟ Alberto Izard เป็นหนึ่งในเชฟผู้มีประสบการณ์ในห้องอาหารสเปนชั้นสูงมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย เขาเริ่มต้นช่วยเหลือคุณแม่เตรียมอาหารในห้องครัวเฉกเช่นเดียวกับเด็ก ๆ ชาวสเปนคนอื่น ๆ จนกระทั่งเมื่อมีอายุได้ 14 ปีเขาได้เข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหารชั้นนำในกรุง Madrid อย่าง Escuela de Hosteleria y Turismo อยู่นาน 5 ปี สำหรับเส้นทางเชฟมืออาชีพเขาเริ่มต้นทำงานที่ห้องอาหาร Castello 9 ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมกับห้องอาหาร Cenador de Salvador (1 MICHELIN Star) เพื่อฝึกฝนฝีมือกับห้องอาหารระดับสูง ต่อมาเขาย้ายมาทำงานเป็นเชฟที่โรงแรม Hotel Melia Madrid Princesa อยู่นานถึง 10 ปีควบคู่ไปกับการรับงานเสริมที่ห้องอาหาร Santceloni (2 MICHELIN Stars) อยู่ 3 ปีและห้องอาหาร Coque (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) อีก 5 ปี เมื่อถึงจุดอิ่มตัวเชฟ Alberto ตัดสินใจเปลี่ยนมาร่วมงานกับบริษัท Catering ชื่อดังในเครือ Pastelerias Mallorca ทั้งยังมีส่วนร่วมในการออกแบบอาหารแบบพร้อมรับประทานเพื่อวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของประเทศสเปนอย่าง Mercadona อีกด้วย หลังจากนั้้นเชฟ Alberto เลือกที่จะเดินทางมายังเอเชียและสิ้นสุดการเดินทางที่ประเทศไทยโดยเขารับงานเป็นเชฟให้กับห้องอาหารและโรงแรมชั้นนำมากมายทั้งในกรุงเทพและเชียงใหม่ก่อนจะเดินตามความฝันในการเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองขึ้นและใช้ชื่อว่า El Tapeo ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมเป็นเหตุให้เชฟ Alberto ตัดสินใจเปิดอีกหนึ่งร้านเพิ่มเติมคือ Paella House แห่งนี้นั่นเอง
[THE FOOD] เชฟ Alberto มีความถนัดและเชี่ยวชาญในอาหาร Mediterranean นอกจากนี้เขายังชื่นชอบอาหารสเปนท้องถิ่นจากหลากหลายภูมิภาคอันเป็นที่มาของรายการเมนูแบบ À La Carte ของห้องอาหาร Paella House แห่งนี้ อย่างไรก็ตามแลปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไฮไลท์ของร้านตกอยู่ที่รายการข้าวต่าง ๆ ทั้ง Arroces หรือข้าวที่หุงมาในน้ำจนดูคล้ายกันกับข้าวต้มบ้านเราและ Paella ที่เสิร์ฟมาในกระทะเหล็กและมีเอกลักษณ์ที่เรียกว่า Socarrat หรือส่วนขอบที่กรอบหอมมาก ๆ และทำให้ออกมาไร้ที่ติได้ยากหากไม่มีประสบการณ์ที่มากพอนั่นเอง รายการเครื่องดื่มต่าง ๆ จากสเปนได้รับการคัดสรรมาอย่างดีนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผล ส่วนเมนูที่เราขอปักหมุดให้ตามมาชิมกันในวันนี้อย่างเช่น
ส่วนเมนูที่เราประทับใจที่สุดในวันนี้คือหมึกไซซืกลาง เชฟเตรียมมาสุกพอดีสังเกตจากความเนื้อเด้งสู้ฟัน เนื้อไม่หด เมื่อคลุกเคล้าไปกับซอสหมึกดำให้ความครีมมี่ที่พอเหมาะและกลิ่นหอมแตะจมูก ด้านบนคือหนวดหมึกชุบแป้งทอดกรอบตัดเนื้อสัมผัสกันได้อย่างลงตัว
สำหรับเมนูข้าวลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่าง Arroces ที่มีลักษณะคล้ายกันกับข้าวต้มบ้านเราโดยตัวข้าวจะมีความครีมมี่และนุ่มละมุน ในจานนี้ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากพริกหวาน Piquillo ให้อโรมาหอม ๆ เฉพาะตัวและมีโปรตีนหลักคือเนื้อส่วนขาหน้าของหมูดำอิเบริโก้จากสเปนนั่นเอง
แน่นอนว่าเมนูเด็ดประจำร้าน Paella House คงหนีไม่พ้นข้าวผัดสเปนที่ผัดมาตามสูตรต้นตำรับ เมล็ดข้าวมีความแห้ง กรอบ มีความเกรียบบริเวณขอบหรือที่เรียกว่า Socarrat อันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเมนูนี้ ส่วนโปรตีนหลักจานนี้คือหอยลายและหอยกาบนุ่มหนึบ ไร้ซึ่งกลิ่นคาวใด ๆ อร่อยจนรับประทานได้หมดกระทะ
Price :
500-1,000 THB
Parking :
จอดรถที่ The Four Wings Hotel Bangkok (มีค่าใช้จ่ายชั่วโมงละ 40 บาท)
Operating Time :
11.30-23.30 ปิดวันอังคาร
Dress Code :
Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารสเปนท้องถิ่นที่รสชาติตรงตามต้นฉบับมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ
อาหาร :
13.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Platter including Iberian jamón, chorizo, salchichón, Manchego and blue cheese
Chistorra skewers
Ham croquettes
Our creammy rice with pork shoulder and piquillo peppers
Paella with clams and razor clams
Chocolate churros
Coffee la a with our famous licor 43
Paella House – ปาเอญ่า เฮ้าส์
Spanish – อาหารสเปน
Chef Alberto Izard – เชฟอัลแบร์โต้ อิซาร์ด
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะขอพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่นำเสนออาหารสเปนพื้นบ้านออกมาได้ตรงตามต้นตำรับของประเทศสเปนที่สุดในประเทศไทย เจ้าของร้านคือคุณ Alberto เป็นเชฟมากความสามารถผู้เคยผ่านงานในห้องอาหารระดับ MICHELIN Star มาแล้วหลายแห่งเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า 10 ปีทั้งยังเคยได้รับความไว้วางใจให้เตรียมอาหารเพื่อเสิร์ฟให้กับท่านเอกอัครราชทูตสเปนประจำประเทศอีกด้วย
Tabla mixta (Ibérico y queso) 150 g (895++)
Platter including Iberian jamón, chorizo, salchichón, Manchego and blue cheese
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Mixed Platter ประกอบไปด้วยแฮมเนื้อหมูดำอิเบริโก้ โชริโซ่และซาลชิชงซึ่งเป็นชนิดของไส้กรอกสเปน นอกจากนี้ยังมีชีสมันเชโก้และบลูชีสที่รับประทานง่ายและมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่แรงมากจนเกินไป ขอแนะนำให้จับคู่กับไวน์แดงน่าจะเข้ากันได้ดี (13/20)
Gambas al ajillo (275++)
Garlic prawns
สุดยอดเมนูยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของร้านคือเมนูกุ้งกระเทียมสไตล์สเปนเสิร์ฟมาในกระทะร้อน ๆ โดยเนื้อกุ้งมีความเด้งสู้ฟัน มีกลิ่นหอมของน้ำมันมะกอกและกระเทียม รสชาติมีความเผ็ดพอเหมาะของพริก ข้างกันคือขนมปังที่สามารถใช้จิ้มลงในน้ำมันมะกอกหรือรับประทานไปพร้อม ๆ กับเนื้อกุ้งก็ได้ (14/20)
Sepia en su tinta (295++)
Squid in ink
ส่วนเมนูที่เราประทับใจที่สุดในวันนี้คือหมึกไซซืกลาง เชฟเตรียมมาสุกพอดีสังเกตจากความเนื้อเด้งสู้ฟัน เนื้อไม่หด เมื่อคลุกเคล้าไปกับซอสหมึกดำให้ความครีมมี่ที่พอเหมาะและกลิ่นหอมแตะจมูก ด้านบนคือหนวดหมึกชุบแป้งทอดกรอบตัดเนื้อสัมผัสกันได้อย่างลงตัว (14/20)
Pintxos de chistorra con milho ja de patata (350++)
Chistorra skewers
ส่วนใครที่เป็นสายดื่มและไม่อยากรับประทานเมนูหนักท้องสามารถเลือกสั่ง Pintxo (หรือ Tapas) ที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด ในที่นี้มันฝรั่งวางเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จับคู่กับพริก Padron Pepper ซึ่งจะมีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว ด้านบนคือ Chistorra ซึ่งเป็นไส้กรอกสไตล์สเปนให้ความเปรี้ยวและเนื้อสัมผัสหนึบสู้ฟัน เมนูนี้พบได้ทั่วไปตาม Taberna ในประเทศสเปนมีความเรียบง่ายและอร่อยสุด ๆ (13/20)
Croquetas de jamón (225++)
Ham croquettes
โครเก็ตที่มีผิวชั้นนอกบางกรอบ ตรงกลางคือแฮมที่บดละเอียดให้เนื้อสัมผัสละมุนลิ้น ขอแนะนำให้จิ้มลงในซอส Aioli จะเข้ากันได้ดี (13/20)
Nuestros arroces melosos con plema de cerdo y piquillos (1,795++)
Our creammy rice with pork shoulder and piquillo peppers
สำหรับเมนูข้าวลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่าง Arroces ที่มีลักษณะคล้ายกันกับข้าวต้มบ้านเราโดยตัวข้าวจะมีความครีมมี่และนุ่มละมุน ในจานนี้ซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากพริกหวาน Piquillo ให้อโรมาหอม ๆ เฉพาะตัวและมีโปรตีนหลักคือเนื้อส่วนขาหน้าของหมูดำอิเบริโก้จากสเปนนั่นเอง (14/20)
Nuestros arroces melosos con plema de cerdo y piquillos (1,795++)
Our creammy rice with pork shoulder and piquillo peppers
ไฮไลท์ของจานคือความครีมมี่ของข้าวท่่ผสานกันไปกับความนุ่มของเนื้อหมูดำแห่งคาบสมุทรไอบีเรีย (14/20)
Paella con almejas y navajas (1,795++)
Paella with clams and razor clams
แน่นอนว่าเมนูเด็ดประจำร้าน Paella House คงหนีไม่พ้นข้าวผัดสเปนที่ผัดมาตามสูตรต้นตำรับ เมล็ดข้าวมีความแห้ง กรอบ มีความเกรียบบริเวณขอบหรือที่เรียกว่า Socarrat อันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเมนูนี้ ส่วนโปรตีนหลักจานนี้คือหอยลายและหอยกาบนุ่มหนึบ ไร้ซึ่งกลิ่นคาวใด ๆ อร่อยจนรับประทานได้หมดกระทะ (14/20)
Churros con cholate (245++)
Chocolate churros
ของหวานจานแรกคือชูโรสกรอบ ๆ โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งเสิร์ฟมาคู่กับช็อกโกแลตรสชาติเข้มข้น (13/20)
Bomba de café con licor 43 (295++)
Coffee la a with our famous licor 43
อย่างไรก็ตามของหวานจานเด็ดของร้านคือ Bomba หรือโดนัทสไตล์สเปน ตรงกลางสอดไส้ครีมกาแฟหอมกรุ่น (14/20)
Bomba de café con licor 43 (295++)
Coffee la a with our famous licor 43
จากนั้นเชฟ Alberto จะใส่เหล้า Licor 43 แล้วทอร์ชด้วยไฟเพื่อไล่แอลกอฮออล์ออกห่อนจะเทราดลงไปบน Bomba จนชุ่มเป็นอันพร้อมชิม (14/20)
[THE CHEF] เจ้าของร้านคือเชฟ Alberto Izard เป็นหนึ่งในเชฟผู้มีประสบการณ์ในห้องอาหารสเปนชั้นสูงมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย เขาเริ่มต้นช่วยเหลือคุณแม่เตรียมอาหารในห้องครัวเฉกเช่นเดียวกับเด็ก ๆ ชาวสเปนคนอื่น ๆ จนกระทั่งเมื่อมีอายุได้ 14 ปีเขาได้เข้ารับการศึกษาต่อที่โรงเรียนการอาหารชั้นนำในกรุง Madrid อย่าง Escuela de Hosteleria y Turismo อยู่นาน 5 ปี สำหรับเส้นทางเชฟมืออาชีพเขาเริ่มต้นทำงานที่ห้องอาหาร Castello 9 ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมกับห้องอาหาร Cenador de Salvador (1 MICHELIN Star) เพื่อฝึกฝนฝีมือกับห้องอาหารระดับสูง ต่อมาเขาย้ายมาทำงานเป็นเชฟที่โรงแรม Hotel Melia Madrid Princesa อยู่นานถึง 10 ปีควบคู่ไปกับการรับงานเสริมที่ห้องอาหาร Santceloni (2 MICHELIN Stars) อยู่ 3 ปีและห้องอาหาร Coque (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) อีก 5 ปี เมื่อถึงจุดอิ่มตัวเชฟ Alberto ตัดสินใจเปลี่ยนมาร่วมงานกับบริษัท Catering ชื่อดังในเครือ Pastelerias Mallorca ทั้งยังมีส่วนร่วมในการออกแบบอาหารแบบพร้อมรับประทานเพื่อวางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของประเทศสเปนอย่าง Mercadona อีกด้วย
หลังจากนั้้นเชฟ Alberto เลือกที่จะเดินทางมายังเอเชียและสิ้นสุดการเดินทางที่ประเทศไทยโดยเขารับงานเป็นเชฟให้กับห้องอาหารและโรงแรมชั้นนำมากมายทั้งในกรุงเทพและเชียงใหม่ก่อนจะเดินตามความฝันในการเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองขึ้นและใช้ชื่อว่า El Tapeo ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมเป็นเหตุให้เชฟ Alberto ตัดสินใจเปิดอีกหนึ่งร้านเพิ่มเติมคือ Paella House แห่งนี้นั่นเอง
เราประทับใจภาพวาดของสถานที่และเมืองต่าง ๆ ทั้ง Madrid, Toledo, Orvieto, Cordoba, Sevilla และ Barcelona ชวนให้เรานึกถึงทริปการเดินทางรอบ ๆ ประเทศสเปนในปี 2019
ภายในให้บรรยากาศที่เป็นกันเองคล้ายกันกับ Taberna หรือสถานที่ที่มีลักษณะเป็นทั้งบาร์และร้านอาหารในประเทศสเปน บริเวณบันไดที่เดินขึ้นไปยังชั้น 2 ยังมีเครื่องดื่มจำนวนมากวางเอาไว้ให้ลูกค้าได้เลือกสรร
[THE FOOD] เชฟ Alberto มีความถนัดและเชี่ยวชาญในอาหาร Mediterranean นอกจากนี้เขายังชื่นชอบอาหารสเปนท้องถิ่นจากหลากหลายภูมิภาคอันเป็นที่มาของรายการเมนูแบบ À La Carte ของห้องอาหาร Paella House แห่งนี้ อย่างไรก็ตามแลปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไฮไลท์ของร้านตกอยู่ที่รายการข้าวต่าง ๆ ทั้ง Arroces หรือข้าวที่หุงมาในน้ำจนดูคล้ายกันกับข้าวต้มบ้านเราและ Paella ที่เสิร์ฟมาในกระทะเหล็กและมีเอกลักษณ์ที่เรียกว่า Socarrat หรือส่วนขอบที่กรอบหอมมาก ๆ และทำให้ออกมาไร้ที่ติได้ยากหากไม่มีประสบการณ์ที่มากพอนั่นเอง รายการเครื่องดื่มต่าง ๆ จากสเปนได้รับการคัดสรรมาอย่างดีนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผล
เมื่อเดินเข้าไปในร้านจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์ขนาดย่อมสำหรับชงเครื่องดื่ม บนผนังตกแต่งด้วยกระทะที่ใช้จัดเสิร์ฟเมนูปาเอญ่าและขวดไวน์จำนวนมาก
ส่วนใครที่ต้องการนั่งชิลรับลมภายนอกทางร้านก็มีพื้นที่นอกห้องปรับอากาศเตรียมเอาไว้ให้อีกเช่นกัน
[WHY GO] เรากล้ารับประกันเลยว่า Paella House รวมไปถึงร้าน El Tapeo ที่เราเคยแวะไปชิมมาแล้วเป็นห้องอาหารสเปนพื้นบ้านที่มีรสชาติตรงตามต้นฉบับมาที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่จะหาได้ในประเทศไทย วัตถุดิบต่าง ๆ เตรียมออกมาได้อย่างดีเยี่ยมสังเกตได้จากโปรตีนทุกชนิดและข้าวที่ปรุงสุกพอดี เมนู Pella ที่นี่มี Socarrat บริเวณขอบกระทะให้ความกรอบและหอมเฉกเช่นเดียวกับที่พบเจอได้ที่ห้องอาหารชั้นดีในประเทศสเปน เพื่อน ๆ ที่สนใจจองมาก่อนล่วงหน้าหรือจะลองโทรมาสอบถามเพื่อ Walk In เข้ามาก็ได้เช่นกัน
Paella House เป็นห้องอาหารสเปนเปิดใหม่ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 มองจากภายนอกเป็นอาคารขนาด 2 คูหา ด้านหน้าโดดเด่นด้วยเก้าอี้รูปวัวกระทิงและกระเบื้องเซรามิคแบบสเปน