Visit: June 13, 2023

🇪🇸 Angle - แองเกิ้ล

👨🏻‍🍳 Chef Jordi Cruz - เชฟยอดี้ ครูซ

Aragó 214, Barcelona, 08011, Spain

Tel: (+34) 932 16 77 77

Cuisine

🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น

Country

Spain

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

18/20

Price

4/5
          

🎗 [INTRO] หลังจากมื้อค่ำที่ห้องอาหาร ABaC (🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars) เมื่อราว ๆ 2 ปีก่อน เราเกิดความสงสัยว่าห้องอาหาร Angle (🌟🌟 2 MICHELIN Stars) ซึ่งมี Executive Chef ผู้คิดค้นเมนูคนเดียวกัน ทั้งยังมีทำเลอยู่ในเมืองเดียวกันและจัดเสิร์ฟอาหารที่มีความคล้ายคลึงกันจะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราจึงตั้งใจมาหาคำตอบกัน

          

🎗 [THE PLACE] Hotel Cram Barcelona ตั้งอยู่ในเขต Eixample ใจกลาง Barcelona นครหลวงแห่งแคว้น Catalonia นอกจากห้องพักที่ตกแต่งอย่างสวยหรูแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถดึงดูดเหล่านักชิมจากทั่วทุกมุมโลกคือห้องอาหาร Angle ซึ่งมีทางเข้าแยกฝั่งกันกับโรงแรมอย่างชัดเจน หลังจากตรวจสอบการจองลูกค้าจะเริ่มต้นที่ห้องรับรองชั้นล่างเพื่อจัดเสิร์ฟค็อกเทลล์สูตรพิเศษของทางร้านอย่าง Bloody Mary on The Rocks รวมไปถึง Welcome Appetizers อีก 2 อย่างที่เตรียมโดยเชฟแล้วจัดเสิร์ฟในสไตล์ Finger Food ที่เคาน์เตอร์บาร์ หลังจากนั้นพนักงานจะนำเราขึ้นลิฟต์สู่ห้องรับประทานอาหารหลักที่ชั้น 1 ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยให้บรรยากาศที่หรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบง่าย โคมไฟตั้งพื้นสีดำโค้งห้อยลงมาเพื่อส่องแสงสว่างลงสู่ใจกลางโต๊ะคล้ายกันกับห้องอาหาร ABaC พนักงานทุกคนคอยดูแลเราเป็นอย่างดีตลอดมื้ออาหารลบภาพจำของการบริการที่เราเคยพบเจอที่ ABaC ไปได้จนหมดสิ้น

🎗 [THE CHEF] Jordi Cruz Mas เกิดในเดือนมิถุนายน 1978 ณ เมือง Manresa ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน หลังจากจบการศึกษาจาก Escuela Superior de Hostelería de Manresa เขาได้เริ่มต้นเดินทางในสายอาชีพเชฟกับห้องอาหาร Estany Clar ตั้งแต่อายุ 14 ปีก่อนที่จะไต่ขึ้นไปคว้าตำแหน่ง Head Chef ในขณะทะที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ความอัจฉริยะของเขาฉายแววเด่นชัดเมื่อ Estany Clar ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในเดือนพฤศจิกายน 2002 และด้วยวัยเพียง 24 ปีในตอนนั้นทำให้ Jordi Cruz กลายเป็นเชฟที่มีอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ของโลกที่สามารถคว้ารางวัล MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จพ่วงด้วยรางวัลชนะเลิศ Young Chef’s Spanish Championchip ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง San Sebastían ในปีเดียวกันยังไม่นับรวมรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ต่อมาในเดือนธันวาคม 2007 เชฟ Jordi Cruz ได้ลาออกจากห้องอาหาร Estany Clar และย้ายมารับงานควบคุมห้องอาหาร Angle ใน Món Sant Benet เมือง Barcelona พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในเดือนพฤศจิกายน 2008 ตัวร้านย้ายตำแหน่งมายัง Hotel Cram Barcelona ในช่วงเดือนมิถุนายน 2013 และยังคงรักษาดาวเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาตัวร้านได้รับการเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2019 นอกจากนี้ยังมีห้องอาหาร Ten’s (Selected by MICHELIN Guide) และอีกหนึ่งห้องอาหารเรือธงอย่าง ABaC ซึ่งตัวเชฟ Jordi Cruz เองเริ่มต้นเข้าไปดูแลตั้งแต่ปี 2010 ทั้งยังการันตีด้วยรางวัล Best Restaurant of Catalonia ในปี 2011, 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2012, 🔆🔆🔆 3 Soles Guía Repsol ในปี 2013 ก่อนที่จะเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2017 ในปัจจุบัน Jordi Cruz ถือเป็นเชฟมากพรสวรรค์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในประเทศสเปน เขาผลิตงานเขียนออกมาหลากหลายเล่มทั้งยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการประจำรายการ MasterChef España แห่งช่อง TVE1 อีกด้วย

🎗 [THE FOOD] Angle นำเสนออาหารที่มีครบทั้งความโมเดิร์นและความสร้างสรรค์โดยอาศัยวัตถุดิบตามฤดูกาลประกอบขึ้นเป็น Tasting Menu (185 €) เพียงชุดเดียว รายการอาหารบางส่วนเชฟได้หยิบยกมาจากห้องอาหาร ABaC และมีบางส่วนที่ประกอบขึ้นเองเพื่อเสิร์ฟให้กับห้องอาหาร Angle เท่านั้น อย่างไรก็ตามในแง่ของรสชาติเราคิดว่า Angle จะมีความเข้าถึงง่ายและรับประทานได้อร่อยโดยไม่ต้องตีความอย่างที่ ABaC ซึ่งมีเทคนิคและรสชาติที่ซับซ้อนกว่า จานที่เตรียมออกมาได้ดีมาก ๆ ในวันนี้อย่างเช่น

✨ Foie-gras flakes with mole sauce in a sweetcorn taco

มินิทาโก้ชิ้นจิ๋วที่เชฟเตรียมมาจากข้าวโพดหวานด้านล่างเชฟใส่ซอสโมเล่สไตล์เม็กซิกัน ด้านบนคือฟัวกราส์ที่เตรียมมาในรูปแบบของหิมะเบาละมุนส่งกลิ่นหอมและพร้อมจะละลายไปในปากเสริมด้วยรสชาติของกาแฟและโกโก้ (18/20)

✨ Scarlet shrimp with soft, toasted almonds, tarragon and kumquat

หนึ่งในคอร์สที่ดีที่สุดในวันนี้คือกุ้ง Scarlet Shrimp เชฟแบ่งออกมาเป็นส่วนหัวและหางเพื่อให้รับประทานได้ง่าย ส่วนหางได้รับการแกะเปลือกมาอย่างดี รสชาติมีความหวานละมุน ด้านบนท็อปด้วย Tarragon Spaghetti ที่เซ็ตตัวจนให้เนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายหลายชนิดรวมไปถึงสาหร่ายที่เคลือบด้านนอกด้วยข้าวเกรียบกุ้ง ซอสด้านล่างคือทำมาจากกุ้งเช่นกันให้รสชาติที่เข้มข้น รอบ ๆ ถือถั่วอัลมอนด์คั่วช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว ไฮไลท์คือส่วนหัวกุ้งที่มีความหอมมันเสริมด้วยความขมเบา ๆ อร่อยมากจริง ๆ (19/20)

✨ Thai-style Galician hake with razor clams, celeriac, plankton and caviar

คอร์สนี้เชฟนำปลา Hake แล่เป็นชิ้นแล้วนำมานึ่งกับสมุนไพรต่าง ๆ เช่นสาหร่าย ตะไคร้ ขิง และเกลือชวนนึกถึงกลิ่นอายของความเป็นไทยอยู่พอสมควร จากนั้นพนักงานจะนับถอยหลังตามเวลานาฬิกาทราย 7 นาทีเพื่อให้เนื้อปลาสุกได้ระดับ เนื้อปลามีความเฟิร์ม เคี้ยวสู้ฟันเล็กน้อยตามธรรมชาติของวัตถุดิบซึ่งตัดกันอย่างลงตัวกับกอยหลอดนุ่มเด้งที่ท็อปอยู่ด้านบน ด้านล่างรองด้วยซอสรวมไปถึงองค์ประกอบจากแพลงก์ตอนและคาเวียร์ (19/20)

🎗 [WHY GO] สำหรับเราแล้วห้องอาหาร Angle ให้ประสบการณ์ที่คล้ายคลึงและแทบจะไม่แตกต่างจากห้องอาหาร ABaC ไม่ว่าจะในแง่ของเทคนิคการเตรียมอาหาร รสชาติ และรูปแบบการนำเสนอในแต่ละจาน ทั้งยังมีราคา Tasting Menu ที่เข้าถึงง่ายกว่าอีกด้วย (Angle 185 € และ ABaC 295 €) รายการไวน์มีให้เลือกหลายหลายเริ่มต้นในช่วง 30 € ขึ้นไปเรื่อย ๆ ในราคาสมเหตุสมผล พนักงานให้บริการดีและตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารได้อย่างตรงไปตรงมา จากที่กล่าวมาจึงไม่แปลกนักหากเราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองแวะมาชิมที่ Angle แทนที่ ABaC นั่นเอง

Price :

185 €

Parking :

จอดรถฟรีหน้า Hotel Cram Barcelona

Operating Time :

13.00-14.00, 20.00-21.00 ปิดวันอังคาร-พุธ

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารสุดสร้างสรรค์ของเชฟ Jordi Cruz นำเสนออาหารระดับสูงในราคาที่คุ้มค่ากว่าห้องอาหาร ABaC

อาหาร :

18

ราคา :

4/5

เทคนิค :

5/5

อัตลักษณ์ :

5/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

4/5

Map

TASTING MENU (185 €)

          

Welcome appetizers prepared by our chefs at the bar

Bloody Mary on the rocks

Sea Appetizers:
Galician mussels with smoke piquillo pepper
Tuna niguiri with katsuobushi

Shiso cured scampi

Foie-gras flakes with mole sauce in a sweetcorn taco

White asparagus, grilled Maitake, soft pickled mushroom cream and sobrasada

Scarlet shrimp with soft, toasted almonds, tarragon and kumquat

Thai-style Galician hake with razor clams, celeriac, plankton and caviar

Kimchi ravioli with smoked aubergine, grilled wagyu and black garlic

Lamb shoulder, seasonal mushrooms, roasted garlic and anticuchero ribs

Matcha tea textures, bergamot ice cream and yuzu

Our carrot cake version, chai tea, eucalyptus and spiced carrot

Madagascar: Vanilla, cocoa beans, salted caramel and macadamia nuts

Petit fours

🇪🇸 Angle – แองเกิ้ล

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🔆🔆 2 Soles Guía Repsol – 2 ดวงอาทิตย์เรปโซล

🍴 Modern Cuisine – อาหารโมเดิร์น

👨🏻‍🍳 Chef Jordi Cruz – เชฟยอดี้ ครูซ

🎗 [INTRO] หลังจากมื้อค่ำที่ห้องอาหาร ABaC (🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars) เมื่อราว ๆ 2 ปีก่อน เราเกิดความสงสัยว่าห้องอาหาร Angle (🌟🌟 2 MICHELIN Stars) ซึ่งมี Executive Chef ผู้คิดค้นเมนูคนเดียวกัน ทั้งยังมีทำเลอยู่ในเมืองเดียวกันและจัดเสิร์ฟอาหารที่มีความคล้ายคลึงกันจะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง วันนี้เราจึงตั้งใจมาหาคำตอบกัน

Welcome appetizers prepared by our chefs at the bar

ของว่างเรียกน้ำย่อยคำนี้เชฟได้นำ Bloody Mary มาแยกองค์ประกอบหรือ Deconstruction และนำเสนอมาเป็นมาการองมะเขือเทศ ตรงกลางคือมะเขือเทศดอง (Pickled Tomaot) สับมาเป็น Tartare ควบคู่ไปกับหัวหอมดอง (Pickled Onion) และเซเลอรี่ เมื่อเคี้ยวจะได้รสชาติเปรี้ยวอุมามิและเนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุนของชิ้นมาการอง (17/20)

Welcome appetizers prepared by our chefs at the bar

ถัดมาคือทาร์ตเล็ตขนาดพอดีคำจับคู่มากับบัลซามิคเจลลี่และเชอร์รี่ให้รสเปรี้ยว ตรงกลางคือไอศกรีม Cava และ St Germain ซึ่งเป็น Sparking-Cocktail ยอดนิยม ส่วนด้านบนท็อปด้วยใบบีทรูทนั่นเอง (17/20)

Bloody Mary on the rocks

ค็อกเทลล์ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Bloody Mary แต่เชฟนำไปผ่านกระบวนการกรอง 5-6 ครั้งเพื่อลดสีแดงลงแต่ก็แลกมาด้วยรสชาติที่ค่อนข้างแปลก (15/20)

Sea Appetizers:
Galician mussels with smoke piquillo pepper
Tuna niguiri with katsuobushi
Shiso cured scampi

หลังจากพนักงานพาเรามาที่โต๊ะทางร้านจะนำเสิร์ฟของว่างที่เรียกว่า Sea Appetizers มาพร้อมกัน 3 อย่าง (17/20)

Sea Appetizers:
Shiso cured scampi

เริ่มต้นด้วยกุ้ง Crayfish ที่ผ่านการดองในใบชิโสะ รอบ ๆ คือเจลลี่สีใสที่เตรียมมาจากมะนาวให้รสเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานจากเนื้อกุ้งได้อย่างลงตัว ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์ วิธีรับประทานให้ใช้ใบชิโสะพันห่อตัวกุ้งอีกทีหนึ่งเพื่อให้มีกลิ่นฉุนเบา ๆ หลังจากจึงค่อยดื่มซุปใสอุ่น ๆ ที่เตรียมมาจากหัวกุ้ง Crayfish ตามไปอีกทีหนึ่ง (17/20)

Sea Appetizers:
Galician mussels with smoke piquillo pepper

ถัดมาคือหอยแมลงภู่จากแคว้น Galicia นุ่มหนึบ เชฟเสิร์ฟมากับพริก Piquilo รมควันให้อโรมาเฉพาะตัวและรสขมเบา ๆ เสริมด้วยความอุมามิของสาหร่าย Salicornia (17/20)

Sea Appetizers:
Tuna niguiri with katsuobushi

สุดท้ายคือ Niguiri ที่เชฟเปลี่ยนจากการใช้ข้าวมาเป็น Pani Puri กรอบ ๆ ท็อปด้านบนด้วยเนื้อปลาทูน่าและคัทซึโอะบุชิเสริมด้วยความฉุนของวาซาบิ คำนี้บอกเลยว่าโดดเด่นที่สุดในสามอย่างที่เสิร์ฟมาด้วยกัน (17/20)

Foie-gras flakes with mole sauce in a sweetcorn taco

มินิทาโก้ชิ้นจิ๋วที่เชฟเตรียมมาจากข้าวโพดหวานด้านล่างเชฟใส่ซอสโมเล่สไตล์เม็กซิกัน ด้านบนคือฟัวกราส์ที่เตรียมมาในรูปแบบของหิมะเบาละมุนส่งกลิ่นหอมและพร้อมจะละลายไปในปากเสริมด้วยรสชาติของกาแฟและโกโก้ (18/20)

Poppy seed and pumpkin seed bread

จากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังเมล็ดธัญพืชมาคู่กับเนย 3 อย่างคือ French Butter, Smoked Butter และ Toasted Butter นอกจากนี้ยังมีน้ำมันมะกอก EVO อีกด้วย

White asparagus, grilled Maitake, soft pickled mushroom cream and sobrasada

หน่อไม้ฝรั่งขาวทั้งส่วนต้นและส่วนยอดวางมาเคียงข้างกันกับเห็ดไมทาเกะ องค์ประกอบทั้งคู่ผ่านการย่างจนสุกพอดีแล้วเสิร์ฟมากับครีมนุ่ม ๆ ที่เตรียมมาจากเห็ดดอง ถั่วฮาเซลนัท ด้านบนคือโฟมสีเขียวที่เตรียมมาจากพาสลีย์ ยังมีสเฟียร์สีส้มแดงที่เตรียมมาจาก Sobrasada หรือไส้กรอกหมูหมักท้องถิ่นให้รสเปรี้ยวที่โดดเด่นนั่นเอง (18/20)

Scarlet shrimp with soft, toasted almonds, tarragon and kumquat

หนึ่งในคอร์สที่ดีที่สุดในวันนี้คือกุ้ง Scarlet Shrimp เชฟแบ่งออกมาเป็นส่วนหัวและหางเพื่อให้รับประทานได้ง่าย ส่วนหางได้รับการแกะเปลือกมาอย่างดี รสชาติมีความหวานละมุน ด้านบนท็อปด้วย Tarragon Spaghetti ที่เซ็ตตัวจนให้เนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายหลายชนิดรวมไปถึงสาหร่ายที่เคลือบด้านนอกด้วยข้าวเกรียบกุ้ง ซอสด้านล่างคือทำมาจากกุ้งเช่นกันให้รสชาติที่เข้มข้น รอบ ๆ ถือถั่วอัลมอนด์คั่วช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว ไฮไลท์คือส่วนหัวกุ้งที่มีความหอมมันเสริมด้วยความขมเบา ๆ อร่อยมากจริง ๆ (19/20)

Thai-style Galician hake with razor clams, celeriac, plankton and caviar

คอร์สนี้เชฟนำปลา Hake แล่เป็นชิ้นแล้วนำมานึ่งกับสมุนไพรต่าง ๆ เช่นสาหร่าย ตะไคร้ ขิง และเกลือชวนนึกถึงกลิ่นอายของความเป็นไทยอยู่พอสมควร จากนั้นพนักงานจะนับถอยหลังตามเวลานาฬิกาทราย 7 นาทีเพื่อให้เนื้อปลาสุกได้ระดับ (19/20)

Thai-style Galician hake with razor clams, celeriac, plankton and caviar

เนื้อปลามีความเฟิร์ม เคี้ยวสู้ฟันเล็กน้อยตามธรรมชาติของวัตถุดิบซึ่งตัดกันอย่างลงตัวกับกอยหลอดนุ่มเด้งที่ท็อปอยู่ด้านบน ด้านล่างรองด้วยซอสรวมไปถึงองค์ประกอบจากแพลงก์ตอนและคาเวียร์ (19/20)

Kimchi ravioli with smoked aubergine, grilled wagyu and black garlic

ราวิโอลีชิ้นโต ด้านในสอดไส้มะเขือรมควันและกิมจิให้รสชาติออกเปรี้ยว ด้านบนท็อปด้วยขนมปังกระเทียมดำเตรียมมาให้มีลักษณะคล้ายถ่าน ยังมีเนื้อวัววากิวแล่เป็นชิ้นเล็ก ๆ ช่วยเพิ่มความมันให้กับจานอีกด้วย (18/20)

Lamb shoulder, seasonal mushrooms, roasted garlic and anticuchero ribs

เนื้อลูกแกะส่วนหัวไหล่ปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำเพื่อให้มีความนุ่มและฉ่ำ เชฟผสมผสานเข้ากันกับรสชาติของกระเทียมย่าง ข้างกันคือสลัดผัก Chard ขนมปังเห็ดตามฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีเนื้อส่วนซี่โครงของลูกแกะเสิร์ฟมาอีกด้วย (19/20)

Matcha tea textures, bergamot ice cream and yuzu

ของหวานจานนี้เชฟนำเสนอชาเขียวมัทฉะมาในหลายหลายเนื้อสัมผัสดังที่เราเห็นได้จากองค์ประกอบสีเขียวมากมายในภาพ ตรงกลางคือไอศกรีมเบอร์กามอทที่มีอโรมาหอม ๆ เฉพาะตัว ส่วนแผ่นกรอบสีขาวเตรียมมาจากยูซุนั่นเอง (18/20)

Our carrot cake version, chai tea, eucalyptus and spiced carrot

เค้กแครอทที่เชฟตั้งใจนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ ตรงกลางคือไอศกรีมแครอทและยูคาลิปตัส ครีมชามสาลาจาย ด้านล่างคือแรรอทเค้กและครัมเบิ้ลที่มีอโรมาหอม ๆ ของซินนามอน สุดท้ายคือ Crispy Carrot กรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (19/20)

Madagascar: Vanilla, cocoa beans, salted caramel and macadamia nuts

ของหวานที่แสดงถึงวัตถุดิบขึ้นชื่อของมาดากัสการ์ประกอบไปด้วยช็อกโกแลต ตรงกลางคือเค้กช็อกโกแลตและช็อกโกแลตมูส ตัดรสชาติขมด้วยความเค็มของ Salted Caramel ด้านบนคือไอศกรีมวานิลลา แผ่น Crispy Chocolate และถั่วมาคาดาเมียนั่นเอง (18/20)

Petit fours

ปิดท้ายด้วย Chocolate Bonbon with Hazelnut, Tarte Tatin, Lemon Pie with Meringue and Cinnamon Flovour, Black Truffle with Sherry Wine และ Red Fruit Sorbet Lipstick แบบเดียวกับที่เราพบที่ห้องอาหาร ABaC นั่นเอง

รายการเครื่องดื่มในมื้อนี้

💰 ราคา 462.5 €

🎗 [THE FOOD] Angle นำเสนออาหารที่มีครบทั้งความโมเดิร์นและความสร้างสรรค์โดยอาศัยวัตถุดิบตามฤดูกาลประกอบขึ้นเป็น Tasting Menu (185 €) เพียงชุดเดียว รายการอาหารบางส่วนเชฟได้หยิบยกมาจากห้องอาหาร ABaC และมีบางส่วนที่ประกอบขึ้นเองเพื่อเสิร์ฟให้กับห้องอาหาร Angle เท่านั้น อย่างไรก็ตามในแง่ของรสชาติเราคิดว่า Angle จะมีความเข้าถึงง่ายและรับประทานได้อร่อยโดยไม่ต้องตีความเท่ากับ ABaC ซึ่งมีเทคนิคและรสชาติที่ซับซ้อนกว่า

🎗 [THE CHEF] Jordi Cruz Mas เกิดในเดือนมิถุนายน 1978 ณ เมือง Manresa ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน หลังจากจบการศึกษาจาก Escuela Superior de Hostelería de Manresa เขาได้เริ่มต้นเดินทางในสายอาชีพเชฟกับห้องอาหาร Estany Clar ตั้งแต่อายุ 14 ปีก่อนที่จะไต่ขึ้นไปคว้าตำแหน่ง Head Chef ในขณะทะที่มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ความอัจฉริยะของเขาฉายแววเด่นชัดเมื่อ Estany Clar ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในเดือนพฤศจิกายน 2002 และด้วยวัยเพียง 24 ปีในตอนนั้นทำให้ Jordi Cruz กลายเป็นเชฟที่มีอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ของโลกที่สามารถคว้ารางวัล MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จพ่วงด้วยรางวัลชนะเลิศ Young Chef’s Spanish Championchip ซึ่งจัดขึ้นที่เมือง San Sebastían ในปีเดียวกันยังไม่นับรวมรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ต่อมาในเดือนธันวาคม 2007 เชฟ Jordi Cruz ได้ลาออกจากห้องอาหาร Estany Clar และย้ายมารับงานควบคุมห้องอาหาร Angle ใน Món Sant Benet เมือง Barcelona พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในเดือนพฤศจิกายน 2008 ตัวร้านย้ายตำแหน่งมายัง Hotel Cram Barcelona ในช่วงเดือนมิถุนายน 2013 และยังคงรักษาดาวเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาตัวร้านได้รับการเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2019 นอกจากนี้ยังมีห้องอาหาร Ten’s (Selected by MICHELIN Guide) และอีกหนึ่งห้องอาหารเรือธงอย่าง ABaC ซึ่งตัวเชฟ Jordi Cruz เองเริ่มต้นเข้าไปดูแลตั้งแต่ปี 2010 ทั้งยังการันตีด้วยรางวัล Best Restaurant of Catalonia ในปี 2011, 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2012, 🔆🔆🔆 3 Soles Guía Repsol ในปี 2013 ก่อนที่จะเลื่อนขั้นสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2017 ในปัจจุบัน Jordi Cruz ถือเป็นเชฟมากพรสวรรค์ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในประเทศสเปน เขาผลิตงานเขียนออกมาหลากหลายเล่มทั้งยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการประจำรายการ MasterChef España แห่งช่อง TVE1 อีกด้วย

พนักงานจะนำเราขึ้นลิฟต์สู่ห้องรับประทานอาหารหลักที่ชั้น 1 ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยให้บรรยากาศที่หรูหราแต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบง่าย

โคมไฟตั้งพื้นสีดำโค้งห้อยลงมาเพื่อส่องแสงสว่างลงสู่ใจกลางโต๊ะคล้ายกันกับห้องอาหาร ABaC

พนักงานทุกคนคอยดูแลเราเป็นอย่างดีตลอดมื้ออาหารลบภาพจำของการบริการที่เราเคยพบเจอที่ ABaC ไปได้จนหมดสิ้น

🎗 [WHY GO] สำหรับเราแล้วห้องอาหาร Angle ให้ประสบการณ์ที่คล้ายคลึงและแทบจะไม่แตกต่างจากห้องอาหาร ABaC ไม่ว่าจะในแง่ของเทคนิคการเตรียมอาหาร รสชาติ และรูปแบบการนำเสนอในแต่ละจาน ทั้งยังมีราคา Tasting Menu ที่เข้าถึงง่ายกว่าอีกด้วย (Angle 185 € และ ABaC 295 €)

รายการไวน์มีให้เลือกหลายหลายเริ่มต้นในช่วง 30 € ขึ้นไปเรื่อย ๆ ในราคาสมเหตุสมผล พนักงานให้บริการดีและตอบคำถามเกี่ยวกับอาหารได้อย่างตรงไปตรงมา จากที่กล่าวมาจึงไม่แปลกนักหากเราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองแวะมาชิมที่ Angle แทนที่ ABaC นั่นเอง

หลังจากตรวจสอบการจองลูกค้าจะเริ่มต้นที่ห้องรับรองชั้นล่างเพื่อจัดเสิร์ฟค็อกเทลล์สูตรพิเศษของทางร้านอย่าง Bloody Mary on The Rocks รวมไปถึง Welcome Appetizers อีก 2 อย่างที่เตรียมโดยเชฟแล้วจัดเสิร์ฟในสไตล์ Finger Food ที่เคาน์เตอร์บาร์

บริเวณห้องรับรองชั้นล่าง

พื้นที่ห้องรับรอง

ภายในห้องรับรองชั้นล่าง

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🔆🔆 2 Soles Guía Repsol – 2 ดวงอาทิตย์เรปโซล

Hotel Cram Barcelona ตั้งอยู่ในเขต Eixample ใจกลาง Barcelona นครหลวงแห่งแคว้น Catalonia

นอกจากห้องพักที่ตกแต่งอย่างสวยหรูแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถดึงดูดเหล่านักชิมจากทั่วทุกมุมโลกคือห้องอาหาร Angle ซึ่งมีทางเข้าแยกฝั่งกันกับโรงแรมอย่างชัดเจน