Visit: June 22, 2023

🇫🇷 Relais de la Poste - เรอเล เดอ ลา เปิส

👨🏻‍🍳 Chef Jean Coussau - เชฟฌอง คูซโซ

24 avenue de Maremne, Magescq, 40140, France

Tel: (+33) 5 58 47 70 25

Cuisine

🍴 Classic Cuisine - อาหารคลาสสิค

Country

France

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16/20

Price

4/5
          

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานของจังหวัด Landes ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส Relais de la Poste ผ่านการสืบทอดในตระกูล Coussau มาอย่างยาวนานถึง 4 รุ่นทั้งยังถือครองรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาได้อย่างต่อเนื่องถึง 52 ปีอีกด้วย

          

🎗 [THE PLACE] เรื่องราวของตระกูล Coussau ต้องเล่าย้อนไปไกลถึงรุ่นคุณทวดซึ่งตัดสินใจเข้าซื้อต่อโรงแรมขนาดเล็กในปี 1850 โดยมีทำเลตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศสระหว่างเส้นทางนักบุญ Camino de Santiago มุ่งหน้าสู่เมือง Santiago de Compostela ในประเทศสเปนซึ่งในขณะนั้นเป็นเส้นทางที่เหล่าผู้แสวงบุญใช้สัญจรผ่านตลอดเวลา กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่ง Bernard และ Jeanne Coussau ซึ่งก็คือคุณพ่อและคุณแม่ของเชฟ Jean Coussau เข้าควบคุมกิจการและเล็งเห็นว่าการเดินทางด้วยรถยนต์กำลังเข้ามาแทนที่ ทั้งคู่จึงตัดสินใจย้ายโรงแรมมายังเมือง Magescq ในปี 1952 พร้อมกับเปิดห้องอาหารขึ้นเนื่องจากเมืองนี้มีตำแหน่งตั้งอยู่ติดกันกับถนนหลวงหมายเลข 10 (Nationale 10) นั่นเอง ห้องอาหารซึ่งปัจจุบันก็คือ Relais de la Poste ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1968 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1972 ทั้งยังรักษาดาวทั้งสองเอาไว้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับใครที่สนใจห้องหารแห่งนี้เราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกจอง 1 ใน 16 ห้องพักที่โรงแรมระดับ 4 ดาวซึ่งเป็นสมาชิกของ Relais & Chateaux มาตั้งแต่ปี 1999 ทั้งยังมีราคาต่อห้องที่สมเหตุสมผล ส่วนห้องรับประทานอาหารหลักอย่าง Maison Coussau นั้นตั้งอยู่ฝั่งขวามือของโถงทางเดินหลัก ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายของความคลาสสิคเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ผนังฝั่งหนึ่งกั้นด้วยประตูกระจกใสมองออกไปเห็นสวนสีเขียวขนาดใหญ่ดูแล้วร่มรื่นสายตา ส่วนใครที่อยากสัมผัสอาหารสไตล์ของเชฟ Jean Coussau ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นสามารถเลือกชิมอีกหนึ่งห้องอาหารในโรงแรมอย่าง L’auberge Côté Quillier นำเสนอมาจำนวน 3 คอร์สที่ราคาเพียง 39 € เท่านั้น

🎗 [THE CHEF] เชฟ Jean Coussau เกิดห่างออกไปจากเมือง Magesq เพียงไม่กี่กิโลเมตร เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในนคร Toulouse ทั้งยังสั่งสมประสบการณ์จากโรงแรมและห้องอาหารระดับสูงหลายแห่งในทวีปยุโรปนานกว่า 10 ปีไม่ว่าจะเป็นโรงแรม Plaza Athénée ในกรุง Paris, โรงแรม The Savoy ในกรุง London และ The Ritz (ปัจจุบันคือ Mandarin Oriental Ritz, Madrid) ในกรุง Madrid ก่อนที่เขาและภรรยาคือคุณ Annick จะย้ายกลับมาทำงานร่วมกับคุณพ่อที่ห้องอาหาร Relais de la Poste และเข้าควบคุมห้องครัวอย่างเต็มตัวในปี 1996 นอกจากนี้ปัจจุบันคุณ Clémentine เชฟหญิงรุ่นใหม่ผู้มีศักดิ์เป็นหลานของเชฟ Jean Coussau ได้เริ่มเข้ามาช่วยงานในห้องครัวเพื่อเตรียมสืบทอดกิจการต่อในอนาคต

🎗 [THE FOOD] Relais de la Poste เป็นห้องอาหารที่กลายมาเป็นความภาคภูมิใจและสัญลักษณ์ของ Landes Gastronomy เชฟ Jean Coussau สามารถผสมผสานวัตถุดิบจากมหาสมุทร Atlantic จากฝั่งตะวันออกของตัวร้านเข้ากันกับวัตถุดิบจากป่าสนทางตะวันตกของตัวร้านได้อย่างไร้ที่ติ เรายังพบเจอกับวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อมากมายของจังหวัด Landes โดยเฉพาะหน่อไม้ฝรั่ง เนื้อวัวสายพันธุ์ Chalosse และฟัวกราส์นำเสนอออกมาในสไตล์คลาสสิคได้อย่างน่าสนใจ ในช่วงกลางวันลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Menu Saison (119 €) นำเสนออาหารจำนวน 4 คอร์สและ Le Grand Menu (159 €) นำเสนออาหารจำนวน 6 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีรายการ À La Carte ที่น่าสนใจอีกมากมายเช่นกัน รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะไวน์จากแถบ Bordeaux ทั้งเก่าและใหม่ในราคาที่รับได้สำหรับห้องอาหารระดับสูง เราขอแนะนำเมนูเด็ดห้ามพลาดอย่าง

✨ CIVET DE HOMARD DORÉ AU SAUTOIR,
Myrtilles de Magescq, Jus de Presse au Jerez.

คอร์สถัดมาคือซุปกุ้งล็อบสเตอร์ องค์ประกอบตรงกลางคือเนื้อกุ้งและก้ามกุ้งเตรียมมาสุกกำลังดี จากนั้นพนักงานจะเทราดซุปครีมล็อบสเตอร์ที่มีส่วนผสมของ Jerez หรือไวน์หวานจากประเทศสเปนลงไปในจาน องค์ประกอบสีดำคือครีมแบล็คเชอร์รี่ท้องถิ่นของเมือง Magescq ที่ให้รสเปรี้ยวมาช่วยเบรคความหอมมันของซุปครีมได้อย่างพอเหมาะ (16/20)

✨ FOIE GRAS DE CANARD DES LANDES AU POÊLON ET PREMIÈRES CERISES

ห้ามพลาดสุดยอดวัตถุดิบขึ้นชื่อระดับโลกของเมือง Landes นั่นก็คือฟัวกราส์ตับเป็ดไซซ์ใหญ่ยักษ์ เชฟจี่บนกระทะมาสุกกำลังดี ตรงกลางละมุน ครีมมี่ หอม มัน ตัดด้วยความเปรี้ยวของเชอร์รี่สด ๆ นอกจากนี้ยังมีทาร์ตเล็ตขนาดจิ๋วที่ใส่องค์ประกอบของเชอร์รี่ไว้ข้างใน (16/20)

✨ PIGEONNEAU DE CHEZ DUBLANC AU FOUR, LES CUISSES LAQUÉES AUX TRUFFES,
Premières Girolles d’Ici, Pommes Fondantes Persillées, Sauce au Vin Rouge de la Petite Lagune

ลูกนกพิราบจากฟาร์มในเมือง Dublanc ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Magescq เสิร์ฟมาทั้งส่วนอกและขาที่ความสุกระดับ Medium Rare ผิวชั้นนอกของนกเคลือบด้วยซอสทรัฟเฟิล จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอส Pigeon Jus ที่มีส่วนผสมของไวน์แดง Petite Lagune ให้รสชาติที่เข้มข้นลงไปในจาน ข้าง ๆ กันคือครีมเห็ดและชิ้นเห็ด Chanterelles วางมาขนาบข้างกันกับมันฝรั่งฟองดองท์ที่เคลือบผิวชั้นนอกด้วยสีเขียวของพาสลีย์ (17/20)

✨ FRAISES CRUES ET EN CRÉMEUX
Bavarois aux Olives Noires, Sorbet Fraise et Poivre Confit

สตรอว์เบอร์รี่เสิร์ฟมาทั้งแบบผลและครีม ยังมีองค์ประกอบของสตรอว์เบอร์รี่ซอร์เบท์เย็นสดชื่น เชฟตัดด้วยครีม Bavarois ที่มีอโรมาหอม ๆ ของมะกอกดำเข้ากันกับอโรมาของพริกไทย ส่วนแผ่นกรอบด้านบนก็เตรียมมาจากมะกอกดำเช่นกัน (17/20)

🎗 [WHY GO] เราขอแนะนำอย่างมากให้เลือกสั่งเมนูชุดใหญ่เพื่อลิ้มลองวัตถุดิบสำคัญของพื้นที่แถบนี้กันแบบครบถ้วน การบริการภายใต้การควบคุมของคุณ Jacque Coussau และทีม Sommelier เป็นไปอย่างราบรื่นไร้ที่ติ จากที่เล่ามาเราจึงพูดได้เต็มปากว่า Relais de la Poste คือความภาคภูมิใจของเมือง Magescq และเป็นตัวแทนในการนำเสนอ Landes Gastronomy ให้ทั่วโลกได้รู้จัก

Price :

119-159 €

Parking :

จอดที่โรงแรม Relais de la Poste

Operating Time :

12.00-13.30, 19.30-21.p0 ปิดวันจันทร์-อังคาร

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารคลาสสิคที่เป็นความภาคภูมิใจของจังหวัด Landes

อาหาร :

16

ราคา :

4/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

5/5

Map

📃 LE GRAND MENU DE PRINTEMPS (159 €)

          
HUÎTRES GILLARDEAU ET CAVIAR D’AQUITAINE,

L’une Froide en Gelée de Cresson, L’autre Tiède en Bouillon de Cresson

CIVET DE HOMARD DORÉ AU SAUTOIR,

Myrtilles de Magescq, Jus de Presse au Jerez.

FOIE GRAS DE CANARD DES LANDES AU POÊLON ET PREMIÈRES CERISES

PIGEONNEAU DE CHEZ DUBLANC AU FOUR, LES CUISSES LAQUÉES AUX TRUFFES,

Premières Girolles d’Ici, Pommes Fondantes Persillées, Sauce au Vin Rouge de la Petite Lagune

PLATEAU DE FROMAGES AFFINÉS
ou
PRÉ-DESSERT

Opaline Framboise, Mousseux Petits Pois et Sorbet Coriandre

RHUBARBE EN MARMELADE, CONFITE ET CUITE DANS SON JUS,

Croustillant aux Baies Roses, Sorbet Betterave

📃 SUBSTITUTION

FRAISES CRUES ET EN CRÉMEUX

Bavarois aux Olives Noires, Sorbet Fraise et Poivre Confit

TRADITIONNEL SOUFFLÉ AU GRAND MARNIER,
Dessouflé à l’Orange Sanguine

🇫🇷 Relais de la Poste – เรอเล เดอ ลา เปิส

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🏵️🏵️🏵️ 15/20 Gault&Millau – 15/20 โก&มีโย

🍴 Classic Cuisine – อาหารคลาสสิค

👨🏻‍🍳 Chef Jean Coussau – เชฟฌอง คูซโซ

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานของจังหวัด Landes ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส Relais de la Poste ผ่านการสืบทอดในตระกูล Coussau มาอย่างยาวนานถึง 4 รุ่นทั้งยังถือครองรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาได้อย่างต่อเนื่องถึง 52 ปีอีกด้วย

AMUSE-BOUCHE

เริ่มต้นด้วยคอร์สเรียกน้ำย่อยอย่างเนื้อปบา Black Mullet ที่ผ่านการหมักกับขิงจนหอม เชฟเสิร์ฟมากับสาหร่ายด้านล่าง (15/20)

HUÎTRES GILLARDEAU ET CAVIAR D’AQUITAINE,
L’une Froide en Gelée de Cresson, L’autre Tiède en Bouillon de Cresson

หอยนางรม Gillardeau เสิร์ฟมากับผัก Watercress ที่เตรียมมา 2 รูปแบบคือเจลลี่เย็น ๆ และซุปครีมอุ่น ๆ ยังมีองค์ประกอบของ Aquitane Caviar คุณภาพดีเสริมรสเค็มได้อย่างกลมกล่อม (15/20)

CIVET DE HOMARD DORÉ AU SAUTOIR,
Myrtilles de Magescq, Jus de Presse au Jerez.

คอร์สถัดมาคือซุปกุ้งล็อบสเตอร์ องค์ประกอบตรงกลางคือเนื้อกุ้งและก้ามกุ้งเตรียมมาสุกกำลังดี (16/20)

CIVET DE HOMARD DORÉ AU SAUTOIR,
Myrtilles de Magescq, Jus de Presse au Jerez.

จากนั้นพนักงานจะเทราดซุปครีมล็อบสเตอร์ที่มีส่วนผสมของ Jerez หรือไวน์หวานจากประเทศสเปนลงไปในจาน องค์ประกอบสีดำคือครีมแบล็คเชอร์รี่ท้องถิ่นของเมือง Magescq ที่ให้รสเปรี้ยวมาช่วยเบรคความหอมมันของซุปครีมได้อย่างพอเหมาะ (16/20)

FOIE GRAS DE CANARD DES LANDES AU POÊLON ET PREMIÈRES CERISES

ห้ามพลาดสุดยอดวัตถุดิบขึ้นชื่อระดับโลกของเมือง Landes นั่นก็คือฟัวกราส์ตับเป็ดไซซ์ใหญ่ยักษ์ เชฟจี่บนกระทะมาสุกกำลังดี ตรงกลางละมุน ครีมมี่ หอม มัน ตัดด้วยความเปรี้ยวของเชอร์รี่สด ๆ นอกจากนี้ยังมีทาร์ตเล็ตขนาดจิ๋วที่ใส่องค์ประกอบของเชอร์รี่ไว้ข้างใน (16/20)

PIGEONNEAU DE CHEZ DUBLANC AU FOUR, LES CUISSES LAQUÉES AUX TRUFFES,
Premières Girolles d’Ici, Pommes Fondantes Persillées, Sauce au Vin Rouge de la Petite Lagune

ลูกนกพิราบจากฟาร์มในเมือง Dublanc ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Magescq เสิร์ฟมาทั้งส่วนอกและขาที่ความสุกระดับ Medium Rare ผิวชั้นนอกของนกเคลือบด้วยซอสทรัฟเฟิล จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอส Pigeon Jus ที่มีส่วนผสมของไวน์แดง Petite Lagune ให้รสชาติที่เข้มข้นลงไปในจาน ข้าง ๆ กันคือครีมเห็ดและชิ้นเห็ด Chanterelles วางมาขนาบข้างกันกับมันฝรั่งฟองดองท์ที่เคลือบผิวชั้นนอกด้วยสีเขียวของพาสลีย์ (17/20)

ส่วนใครที่ไม่อยากชิมเนื้อนกพิราบสามารถขอให้ทางร้านเปลี่ยนเป็น Beef Tournedos มีบักษณะเป็นเนื้อวัวชิ้นโตจับคู่กับซอสทรัฟเฟิลแทนก็อร่อยเช่นกัน องค์ประกอบด้านล่างคือซอส Béarnaise ส่วนองค์ประกอบอื่น ๆ ก็มีความคล้ายคลึงกับจานนกพิราบ (16/20)

BREAD

สำหรับขนมปังมีให้เลือก 3 ชนิดคือ Corn Bread, Traditional Baguette และ Cereal Bread

BREAD

เนยของทางร้าน

BREAD

ขนมปังสามารถขอเติมได้เรื่อย ๆ ตลอดมื้อ

PLATEAU DE FROMAGES AFFINÉS

ลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่างคอร์สชีสหรือ Pré-dessert สำหรับชีสก็มีให้เลือกหลากหลายตามใจชอบ

PLATEAU DE FROMAGES AFFINÉS

พนักงานจะจัดชีสแต่ละชนิดลงจานให้อย่างสวยงามโดยเราได้ลองชิม Roquefort ซึ่งเข้ากันกับไวน์หวานสุด ๆ

PRÉ-DESSERT
Opaline Framboise, Mousseux Petits Pois et Sorbet Coriandre

ล้างปากด้วย Opraline ที่เตรียมมาจากราสเบอร์รี่จับคู่กับถั่ว Green Peas ด้านบนคือซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากผักชี ทุกองค์ประกอบเข้ากันได้อย่างน่าแปลก (16/20)

RHUBARBE EN MARMELADE, CONFITE ET CUITE DANS SON JUS,
Croustillant aux Baies Roses, Sorbet Betterave

ของหวานในเซ็ตเมนูหลักประกอบไปด้วยการผสมผสานของบีทรูทและรูบาร์บ องค์ประกอบแรกคือแยม Marmalade ที่เตรียมมาจากรูบาร์บนอกจากนี้ยังมีรูบาร์บแคนดี้หวาน ๆ ดอกไม้สีแดง ๆ เตรียมมาจากบีทรูทดอง นอกจากนี้ยังมีซอร์เบท์บีทรูทเย็นชิ่นใจอีกด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อรับประทานครบทุกองค์ประกอบพบกว่า Earthy Aroma ของทั้งบีทรูทและรูบาร์บดูจะแสดงออกมาชัดเจนและเด่นมากเกินไป (15/20)

FRAISES CRUES ET EN CRÉMEUX
Bavarois aux Olives Noires, Sorbet Fraise et Poivre Confit

ของหวานอีกจานหนึ่งคือสตรอว์เบอร์รี่เสิร์ฟมาทั้งแบบผลและครีม ยังมีองค์ประกอบของสตรอว์เบอร์รี่ซอเบท์เย็นสดชื่น เชฟตัดด้วยครีม Bavarois ที่มีอโรมาหอม ๆ ของมะกอกดำเข้ากันกับอโรมาของพริกไทย ส่วนแผ่นกรอบด้านบนก็เตรียมมาจากมะกอกดำเช่นกัน (17/20)

TRADITIONNEL SOUFFLÉ AU GRAND MARNIER,
Dessouflé à l’Orange Sanguine

สุดท้ายคือของหวานสุดคลาสสิคอย่าง Grand Marnier Soufflé เนื้อซูเฟล่นุ่ม ฟู เบา และครีมมี่ เข้ากันกับความเปรี้ยวของซอร์เบท์ Blood Orange ได้อย่างน่าประทับใจ (17/20)

PETIT FOUR

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Honey Cream, Peanuts with Caramel and Dulce Chocolate และ Raw Strawberry with Strawberry Cream

PETIT FOUR

ปิดท้ายด้วย Chocolate with Butternut Squash อีกคนละชิ้น

รายการเครื่องดื่มในมื้อนี้

รายการเครื่องดื่มในมื้อนี้

รายการเครื่องดื่มในมื้อนี้

Tea

และตามธรรมเนียมเราได้สั่งชามาจับคู่กับ Petit Four ด้วย

🎗 [THE PLACE] เรื่องราวของตระกูล Coussau ต้องเล่าย้อนไปไกลถึงรุ่นคุณทวดซึ่งตัดสินใจเข้าซื้อต่อโรงแรมขนาดเล็กในปี 1850 โดยมีทำเลตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศสระหว่างเส้นทางนักบุญ Camino de Santiago มุ่งหน้าสู่เมือง Santiago de Compostela ในประเทศสเปนซึ่งในขณะนั้นเป็นเส้นทางที่เหล่าผู้แสวงบุญใช้สัญจรผ่านตลอดเวลา

กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่ง Bernard และ Jeanne Coussau ซึ่งก็คือคุณพ่อและคุณแม่ของเชฟ Jean Coussau เข้าควบคุมกิจการและเล็งเห็นว่าการเดินทางด้วยรถยนต์กำลังเข้ามาแทนที่ ทั้งคู่จึงตัดสินใจย้ายโรงแรมมายังเมือง Magescq ในปี 1952 พร้อมกับเปิดห้องอาหารขึ้นเนื่องจากเมืองนี้มีตำแหน่งตั้งอยู่ติดกันกับถนนหลวงหมายเลข 10 (Nationale 10) นั่นเอง

ห้องอาหารซึ่งปัจจุบันก็คือ Relais de la Poste ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1968 ก่อนจะเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 1972 ทั้งยังรักษาดาวทั้งสองเอาไว้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ห้องรับประทานอาหารหลักอย่าง Maison Coussau นั้นตั้งอยู่ฝั่งขวามือของโถงทางเดินหลัก

ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายของความคลาสสิคเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน

ผนังฝั่งหนึ่งกั้นด้วยประตูกระจกใสมองออกไปเห็นสวนสีเขียวขนาดใหญ่ดูแล้วร่มรื่นสายตา

ส่วนใครที่อยากสัมผัสอาหารสไตล์ของเชฟ Jean Coussau ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นสามารถเลือกชิมอีกหนึ่งห้องอาหารในโรงแรมอย่าง L’auberge Côté Quillier นำเสนอมาจำนวน 3 คอร์สที่ราคาเพียง 39 € เท่านั้น

🎗 [THE CHEF] เชฟ Jean Coussau เกิดห่างออกไปจากเมือง Magesq เพียงไม่กี่กิโลเมตร เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนการโรงแรมในนคร Toulouse ทั้งยังสั่งสมประสบการณ์จากโรงแรมและห้องอาหารระดับสูงหลายแห่งในทวีปยุโรปนานกว่า 10 ปีไม่ว่าจะเป็นโรงแรม Plaza Athénée ในกรุง Paris, โรงแรม The Savoy ในกรุง London และ The Ritz (ปัจจุบันคือ Mandarin Oriental Ritz, Madrid) ในกรุง Madrid ก่อนที่เขาและภรรยาคือคุณ Annick จะย้ายกลับมาทำงานร่วมกับคุณพ่อที่ห้องอาหาร Relais de la Poste และเข้าควบคุมห้องครัวอย่างเต็มตัวในปี 1996 นอกจากนี้ปัจจุบันคุณ Clémentine เชฟหญิงรุ่นใหม่ผู้มีศักดิ์เป็นหลานของเชฟ Jean Coussau ได้เริ่มเข้ามาช่วยงานในห้องครัวเพื่อเตรียมสืบทอดกิจการต่อในอนาคต

🎗 [THE FOOD] Relais de la Poste เป็นห้องอาหารที่กลายมาเป็นความภาคภูมิใจและสัญลักษณ์ของ Landes Gastronomy เชฟ Jean Coussau สามารถผสมผสานวัตถุดิบจากมหาสมุทร Atlantic จากฝั่งตะวันออกของตัวร้านเข้ากันกับวัตถุดิบจากป่าสนทางตะวันตกของตัวร้านได้อย่างไร้ที่ติ

เรายังพบเจอกับวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อมากมายของจังหวัด Landes โดยเฉพาะหน่อไม้ฝรั่ง เนื้อวัวสายพันธุ์ Chalosse และฟัวกราส์นำเสนอออกมาในสไตล์คลาสสิคได้อย่างน่าสนใจ

ในช่วงกลางวันลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Menu Saison (119 €) นำเสนออาหารจำนวน 4 คอร์สและ Le Grand Menu (159 €) นำเสนออาหารจำนวน 6 คอร์ส

นอกจากนี้ยังมีรายการ À La Carte ที่น่าสนใจอีกมากมายเช่นกัน รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะไวน์จากแถบ Bordeaux ทั้งเก่าและใหม่ในราคาที่รับได้สำหรับห้องอาหารระดับสูง

จุดจำหน่ายของที่ระลึก

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🏵️🏵️🏵️ 15/20 Gault&Millau – 15/20 โก&มีโย

สำหรับใครที่สนใจห้องหารแห่งนี้เราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกจอง 1 ใน 16 ห้องพักที่โรงแรมระดับ 4 ดาวซึ่งเป็นสมาชิกของ Relais & Chateaux มาตั้งแต่ปี 1999 ทั้งยังมีราคาต่อห้องที่สมเหตุสมผล

บริเวณลานจอดรถ

🎗 [WHY GO] เราขอแนะนำอย่างมากให้เลือกสั่งเมนูชุดใหญ่เพื่อลิ้มลองวัตถุดิบสำคัญของพื้นที่แถบนี้กันแบบครบถ้วน การบริการภายใต้การควบคุมของคุณ Jacque Coussau และทีม Sommelier เป็นไปอย่างราบรื่นไร้ที่ติ จากที่เล่ามาเราจึงพูดได้เต็มปากว่า Relais de la Poste คือความภาคภูมิใจของเมือง Magescq และเป็นตัวแทนในการนำเสนอ Landes Gastronomy ให้ทั่วโลกได้รู้จัก