หน้าแรก » 🇸🇬 Imperial Treasure Fine Teochew Cuisine (Orchard) – อิมพีเรียล เทรเชอร์ ไฟน์ แต้จิ๋ว คูซีน (ออร์ชาร์ด)
Visit: October 2, 2022
🇸🇬 Imperial Treasure Fine Teochew Cuisine (Orchard) - อิมพีเรียล เทรเชอร์ ไฟน์ แต้จิ๋ว คูซีน (ออร์ชาร์ด)
ION Orchard 03-05, 2 Orchard Turn, Singapore 238801
Tel: (+65) 6736 2118
Cuisine
🍴 Teochew - อาหารจีนแต้จิ๋ว
Country
Singapore
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
14.5/20
Price
[INTRO] Imperial Treasure เป็นเครือร้านอาหารจีน Fine Dining ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ทั่วโลก ในปี 2004 คุณ Alfred Leung ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ตัดสินใจเลือกทำเลในห้างสรรพสินค้า Ngee Ann City เป็นที่ตั้งของร้านอาหารสาขาแรกในประเทศสิงคโปร์โดยใช้ชื่อว่า Imperial Treasure Teochew Cuisine ก่อนจะขยับขยายไปยังอีกหลายหลากประเทศทั้ง Imperial Treasure Fine Chinese Cuisine (![]()
2 MICHELIN Stars, Shanghai), Imperial Treasure Fine Chinese Cuisine (![]()
2 MICHELIN Stars, Guangzhou), Imperial Treasure Fine Chinese Cuisine (
1 MICHELIN Star, Hong Kong) รวมไปถึงสาขาในประเทศเกาหลี, อังกฤษ และฝรั่งเศสอีกด้วย
[THE PLACE] สำหรับสาขาเรือธงที่ดีที่สุดในประเทศสิงคโปร์นั้นใช้ชื่อว่า Imperial Treasure Fine Teochew Cuisine (Orchard) หรือชื่อภาษาจีนคือ 御宝阁潮州酒家 (爱雍•乌节) มีทำเลตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้า ION Orchard การันตีด้วยรางวัล
1 MICHELIN Star มาตั้งแต่ปี 2017 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถึงหน้าร้านจะมีพื้นที่ต้อนรับค่อนข้างเล็กและตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ภายในกลับมีพื้นที่รับประทานอาหารกว้างขวางมากอย่างน่าตกใจ เมื่อเดินผ่านทางเดินแคบ ๆ เข้ามาจะพบกับบริเวณครัวที่กั้นด้วยกระจกใส ฝั่งตรงข้ามคือห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองทองดูโอ่อ่า ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของตึกสูงในย่าน Orchard อย่างไรก็ตามพื้นที่บางส่วนมีฉากกั้นช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
[THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่เตรียมออกมาในสไตล์อาหารจีนแต้จิ๋วคล้ายกันกับร้านอาหารจีนส่วนมากในบ้านเราทำให้เมื่อเปิดรายการเมนูแบบ À La Carte ออกมาจะพบกับอาหารที่คนไทยคุ้นเคยเช่นเป็ดพะโล้, ต้มจืดกระเพาะปลาหมูสับ, ลูกชิ้นกุ้งทอด, หอยทอด, ถั่วแขกผัดหมูสับ, หมี่ซั่ว, เต้าส่วน และเผือกหิมะ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นจานแนะนำของทางร้านทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามถึงอาหารจะมีหน้าตาดูเรียบง่ายแต่ทุกจานได้ถูกยกระดับไปอีกขั้นให้สมกับการเป็นห้องอาหารระดับ 1 MICHELIN Star นอกจากนี้ยังมีรายการ Dim Sum แบบแต้จิ๋วจัดเสิร์ฟเฉพาะมื้อกลางวันซึ่งแตกต่างจาก Dim Sum แบบกวางตุ้งที่เราคุ้นเคยกันกัน สุดท้ายคืออาหารชุด Set Menu A (88 SGD++), Set Menu B (138 SGD++), Set Menu C (158 SGD++), Vegetarian Set Menu (98 SGD++) และ Chef’s Recommendation Set Menu (98 SGD++) นั่นเองโดยเมนูที่เราขอปักหมุดแนะนำคือ
[WHY GO] นับจากเวลาที่เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2016 ห้องอาหาร Imperial Treasure Fine Teochew Cuisine (Orchard) ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอาหารแต้จิ๋วที่หลาย ๆ คนอาจมองว่าเป็นเมนูง่าย ๆ และไม่มีความซับซ้อนโดยใช้เทคนิคของครัวจีนระดับสูงยกระดับให้ทุกจานมีรสชาติดียิ่งขึ้นไปกว่าร้านอาหารทั่ว ๆ ไปจนสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ บรรยากาศโดยรวมดูโปร่งและไม่อึดอัดตา ราคาอาหารค่อนข้างสูงแต่ก็ไม่แพงไปกว่าห้องอาหารจีนในโรงแรม 5 ดาวในบ้านเรา พนักงานบริการดีและเป็นกันเองจนเราขอยกให้เป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่ควรค่าแก่การเดินทางมาชิมกัน
Price :
88-158 SGD++
Parking :
จอดรถที่ห้างสรรพสินค้า ION Orchard
Operating Time :
11.30-14.00, 18.00-21.30
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารจีนที่ยกระดับเมนูแต้จิ๋วพื้นบ้านไปสู่ระดับ MICHELIN Star ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Marinated Combination (Two Kinds; Marinated Cuttlefish, Marinated Duck)
Deep-fried Minced Prawn Ball
Double-boiled Chicken Soup with 10 Head Fresh Abalone & Sea Whelk
Fish Maw Soup with Chinese Herbs & Minced Pork
Deep-fried Marble Goby ‘Soon Hock’ Fish
Pan-fried Flour Omelette with Baby Oyster
Smoked Chicken
Sautéed String Bean with Minced Pork & Preserved Black Olives
Crispy E-Fu Noodle Served with Sugar & Vinegar
Wok-fried ’Mee Sua‘ with Shredded Pork
Deep-fried Taro with Sugar
Mashed Taro with Gingko and Almond Cream
‘Tao Suan’ Soup Green Bean & Chestnut
Imperial Treasure Fine Teochew Cuisine (Orchard) – อิมพีเรียล เทรเชอร์ ไฟน์ แต้จิ๋ว คูซีน (ออร์ชาร์ด)
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
卤水拼盘 (两拼; 卤水墨鱼, 卤水鸭) (28 SGD++)
Marinated Combination (Two Kinds; Marinated Cuttlefish, Marinated Duck)
เมนูเรียกน้ำย่อยแนะนำของทางร้านคือจานพะโล้ต่าง ๆ ที่มีให้เลือกมากมายทั้งหมึก, ลิ้นเป็ด, ตับและกึ๋นเป็ด, ไส้หมู, ขาหมู, หูหมู, หมูสามชั้น, ตีนและปีกห่าน รวมไปถึงเนื้อเป็ด ลูกค้าจะสั่งแยกเป็นจาน ๆ หรือสั่งแบบรวม 2 ชนิด 28 SGD++, 3 ชนิด 34 SGD++ และ 4 ชนิด 42 SGD++ ก็ได้ ในที่นี้เราเลือกชิมเนื้อเป็ดพะโล้ที่หมักเครื่องเทศมาได้ดีสังเกตจากระดับความนุ่มของเนื้อเป็ดที่แตกต่างจากหนังที่ยังคงความกรึบ ไม่นุ่มจนเละเหมือนเป็ดพะโล้ทั่วไป อีกอย่างคือหมึกพะโล้ที่แม้จะผ่านการหมักมาพักหนึ่งแต่เนื้อสัมผัสยังคงนุ่มเด้ง อร่อยอย่างน่าตกใจ (15/20)
干炸虾枣 (36 SGD++)
Deep-fried Minced Prawn Ball
ลูกชิ้นกุ้งสับสไตล์แต้จิ๋วอาจเป็นเมนูที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีตามร้านก๋วยเตี๋ยวในกรุงเทพแต่ในที่นี้เชฟเลือกใช้เนื้อกุ้งสด ๆ มาเป็นวัตถุดิบหลักแล้วนำลงทอดจนได้สีเหลืองทอง ผิวชั้นนอกกรอบ ส่วนข้างในเป็นเนื้อกุ้งเด้ง ๆ ราชาติหวานละมุน จะรับประทานเปล่า ๆ หรือจับคู่กับซีอิ๊วรสเลิศก็ได้เช่นกัน (15/20)
十头汤鲍螺头炖鸡汤 (45 SGD++)
Double-boiled Chicken Soup with 10 Head Fresh Abalone & Sea Whelk
ถัดมาคือเมนูซุปไก่ที่ผ่านการต้ม 2 ครั้งหรือ Double-boiled จนได้น้ำซุปรสชาติเข้มข้น มีกลิ่นหอมทะเบจากหอยเป่าฮื้อ ชิ้นหอยนุ่มหนึบ เสริมด้วยรสเปรี้ยวเบา ๆ ของเมล็ดเก๋ากี๊ (หรือโกลจิเบอร์รี่) นอกจากนี้เนื้อไก่และตีนไก่ที่ใส่มาก็ยังละมุนไม่แพ้กัน (14/20)
珍珠菜鱼鳔汤 (20 SGD++/p)
Fish Maw Soup with Chinese Herbs & Minced Pork
จานที่เตรียมออกมาได้น่าตกใจที่สุดในวันนี้คือเมนูบ้าน ๆ อย่างแกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่สาหร่าย ตัวแกงให้รสชาติเข้มข้นอุมามิ มีกลิ่นหอมของแต่ละองค์ประกอบบาลานซ์กันได้อย่างน่าทึ่ง สาหร่ายเคี้ยวง่ายไม่เหนียวจนเกินไป หมูสับนุ่มละมุนแตกต่างจากกระเพาะปลาที่มีความหนึบนิด ๆ (15/20)
珍珠菜鱼鳔汤 (20 SGD++/p)
Fish Maw Soup with Chinese Herbs & Minced Pork
จานนี้บอกเลยว่าอร่อยจนกลายจานที่เราขอปักหมุดให้ทุกคนตามมาลองชิมกัน (15/20)
珍珠菜鱼鳔汤 (20 SGD++/p)
Fish Maw Soup with Chinese Herbs & Minced Pork
จานนี้บอกเลยว่าอร่อยจนกลายจานที่เราขอปักหมุดให้ทุกคนตามมาลองชิมกัน (15/20)
潮州蚝仔烙 (32 SGD++)
Pan-fried Flour Omelette with Baby Oyster
ไข่เจียวหอยนางรมทอดออกมาฟูกรอบไม่อมน้ำมัน ชิ้นหอยนางรมนุ่มละลายในปากและมีกลิ่นเฉพาะตัวเล็กน้อย แนะนำให้รับประทานกับซอสพริกรสเลิศที่เสิร์ฟมาคู่กัน (14/20)
烟熏鸡 (半只) (40 SGD++)
Smoked Chicken
จานนี้เรียกเสียงฮือฮาจากเราได้ตั้งแต่ที่พนักงานยกมาเสิร์ฟอันเนื่องมาจากกลิ่นหอมของการรมควันที่ลอยแตะจมูกมาแต่ไกล เนื้อไก่นุ่มละมุน หนังชั้นนอกกรอบ ในขณะที่กลิ่นควันแทรกอยู่ในทุกอณูของชิ้นไก่ได้อย่างน่าทึ่งถึงแม้เวลาจะผ่านมาสักพักแล้วก็ตาม (15/20)
榄菜肉碎炒四季豆 (26 SGD++)
Sautéed String Bean with Minced Pork & Preserved Black Olives
จานผักที่เตรียมออกมาได้อย่างน่าประทับใจคือถั่วแขกที่ยังคงความกรอบเอาไว้ได้มาก เชฟผัดมาในไฟแรงจนมีกลิ่นหอมกระทะติดมาด้วย เนื้อหมูสับยังคงความนุ่มตัดกันจนเกิดเป็นมิติทางเนื้อสัมผัสขณะเคี้ยว ทั้งยังมีความหอมเฉพาะตัวของหนำเลี๊ยบช่วยเชื่อมแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (15/20)
香煎糖醋伊面 (28 SGD++)
Crispy E-Fu Noodle Served with Sugar & Vinegar
เมนูแนะนำประจำร้านที่ใช้ระยะเวลาการทำประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งคือเส้นหมี่ E-Fu ที่เชฟนำไปนึ่งต่อด้วยการทอดจนกรอบให้สีเหลืองทองสวยงาม เนื้อสัมผัสกรอบนอก นุ่มใน (14/20)
香煎糖醋伊面 (28 SGD++)
Crispy E-Fu Noodle Served with Sugar & Vinegar
วิธีรับประทานให้แบ่งออกเป็นชิ้น ๆ เติมน้ำส้มสายชูและน้ำตาลราดลงไปเป็นอันพร้อมชิม (14/20)
家乡炒面线 (28 SGD++)
Wok-fried ’Mee Sua‘ with Shredded Pork
เส้นหมี่ซั่วผัดกับเนื้อหมูฉีกและเนื้อกุ้งด้วยไฟแรงจนมีกลิ่นหอมกระทะ เชฟใส่ผักต่าง ๆ ลงไปโดยผักทุกชนิดสุกกรอบได้ระดับพอดิบพอดี (15/20)
พริกเผาและผักกาดดอง
反沙芋条 (22 SGD++)
Deep-fried Taro with Sugar
ของหวานที่ดีที่สุดในวันนี้ขอยกให้กับเมนูเผือกหิมะที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเรา ชิ้นเผือกหั่นและทอดมาอย่างดี เนื้อสัมผัสมีความเฟิร์ม เคี้ยวง่ายและไม่อมน้ำมัน น้ำตาลที่โรยล้อมมาด้านนอกละลายในปากได้โดยง่ายให้รสชาติอันหวานพอเหมาะ ถึงราคาจะค่อนข้างสูงสักนิดแต่ก็คุ้มค่าที่จะลองสั่งมาชิมกัน (15/20)
杏汁福果芋泥 (12 SGD++)
Mashed Taro with Gingko and Almond Cream
เมนูเผือกกวนเนื้อเนียนละเอียดเสิร์ฟมาคู่กับเมล็ดแปะก๊วย ปกติแล้วด้านบนจะมีอัลมอนด์ครีมราดมาด้วยเล็กน้อยแต่ด้วยปัญหาการสื่อสารทำให้พนักงานได้ไม่ราดมาให้ (13/20)
马蹄绿豆爽 (8 SGD++)
‘Tao Suan’ Soup Green Bean & Chestnut
ปิดท้ายด้วยเต้าส่วนที่สามารถเซ็ตมาตรฐานให้กับนักชิมได้ทราบถึงเต้าส่วนคุณภาพดี เมล็ดถั่วเหลืองมีความกรึบแต่ไม่กระด้าง น้ำซุปรสชาติหวานกลมกล่อมโดยมีความหนา (Thick Body) พอประมาณแต่ไม่ถึงกับเหนียวจนยืดออกอย่างที่พบเจอได้ในบ้านเรา (14/20)
ก่อนมื้ออาหารพนักงานจะนำเสิร์ฟน้ำชากันคนละแก้ว
ราคา 794.24 SGD/6 คน
[INTRO] Imperial Treasure เป็นเครือร้านอาหารจีน Fine Dining ที่มีสาขากระจายตัวอยู่ทั่วโลก ในปี 2004 คุณ Alfred Leung ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ตัดสินใจเลือกทำเลในห้างสรรพสินค้า Ngee Ann City เป็นที่ตั้งของร้านอาหารสาขาแรกในประเทศสิงคโปร์โดยใช้ชื่อว่า Imperial Treasure Teochew Cuisine ก่อนจะขยับขยายไปยังอีกหลายหลากประเทศทั้ง Imperial Treasure Fine Chinese Cuisine (![]()
2 MICHELIN Stars, Shanghai), Imperial Treasure Fine Chinese Cuisine (![]()
2 MICHELIN Stars, Guangzhou), Imperial Treasure Fine Chinese Cuisine (
1 MICHELIN Star, Hong Kong) รวมไปถึงสาขาในประเทศเกาหลี, อังกฤษ และฝรั่งเศสอีกด้วย
[THE PLACE] สำหรับสาขาเรือธงที่ดีที่สุดในประเทศสิงคโปร์นั้นใช้ชื่อว่า Imperial Treasure Fine Teochew Cuisine (Orchard) หรือชื่อภาษาจีนคือ 御宝阁潮州酒家 (爱雍•乌节) มีทำเลตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้า ION Orchard
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักมีพื้นที่รับประทานอาหารกว้างขวางมากอย่างน่าตกใจ ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของตึกสูงในย่าน Orchard
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองทองดูโอ่อ่า
อาหารที่นี่เตรียมออกมาในสไตล์อาหารจีนแต้จิ๋วคล้ายกันกับร้านอาหารจีนส่วนมากในบ้านเราทำให้เมื่อเปิดรายการเมนูแบบ À La Carte ออกมาจะพบกับอาหารที่คนไทยคุ้นเคยเช่นเป็ดพะโล้, ต้มจืดกระเพาะปลาหมูสับ, ลูกชิ้นกุ้งทอด, หอยทอด, ถั่วแขกผัดหมูสับ, หมี่ซั่ว, เต้าส่วน และเผือกหิมะ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นจานแนะนำของทางร้านทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามถึงอาหารจะมีหน้าตาดูเรียบง่ายแต่ทุกจานได้ถูกยกระดับไปอีกขั้นให้สมกับการเป็นห้องอาหารระดับ 1 MICHELIN Star นอกจากนี้ยังมีรายการ Dim Sum แบบแต้จิ๋วจัดเสิร์ฟเฉพาะมื้อกลางวันซึ่งแตกต่างจาก Dim Sum แบบกวางตุ้งที่เราได้ลิ้มลองกัน
นอกจากนี้ยังมี Set Menu A (88 SGD++), Set Menu B (138 SGD++), Set Menu C (158 SGD++), Vegetarian Set Menu (98 SGD++) และ Chef’s Recommendation Set Menu (98 SGD++) นั่นเอง
[WHY GO] นับจากเวลาที่เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2016 ห้องอาหาร Imperial Treasure Fine Teochew Cuisine (Orchard) ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอาหารแต้จิ๋วที่หลาย ๆ คนอาจมองว่าเป็นเมนูง่าย ๆ และไม่มีความซับซ้อนโดยใช้เทคนิคของครัวจีนระดับสูงยกระดับให้ทุกจานมีรสชาติดียิ่งขึ้นไปกว่าร้านอาหารทั่ว ๆ ไปจนสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จ บรรยากาศโดยรวมดูโปร่งและไม่อึดอัดตา ราคาอาหารค่อนข้างสูงแต่ก็ไม่แพงไปกว่าห้องอาหารจีนในโรงแรม 5 ดาวในบ้านเรา พนักงานบริการดีและเป็นกันเองจนเราขอยกให้เป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่ควรค่าแก่การเดินทางมาชิมกัน
พื้นที่บางส่วนมีฉากกั้นช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
ทางร้านยังมีห้องส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่
เมื่อเดินผ่านทางเดินแคบ ๆ เข้ามาจะพบกับบริเวณครัวที่กั้นด้วยกระจกใส
ป้ายร้าน
ตัวร้านการันตีด้วยรางวัล
1 MICHELIN Star มาตั้งแต่ปี 2017 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
หน้าร้านจะมีพื้นที่ต้อนรับค่อนข้างเล็กและตกแต่งอย่างเรียบง่าย