หน้าแรก » 🇹🇭 Hybrid Restaurant – ไฮบริด เรสโตรองต์
Visit: June 19, 2024
🇹🇭 Hybrid Restaurant - ไฮบริด เรสโตรองต์
👨🏻🍳 Chef Yodying Phoomcharoen (Chef Sasha) - เชฟยอดหญิง ภูมิเจริญ (เชฟซาช่า)
876, 878 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
Tel: 081-101-2500
Cuisine
🍴 Thai Contemporary, Creative - อาหารไทยร่วมสมัย, อาหารเชิงสร้างสรรค์
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
14/20
Price
บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับเซ็ตเมนูชุดใหม่ของห้องอาหาร Hybrid ที่ออกแบบมาให้มีความเข้าถึงง่ายทั้งในแง่ของรสชาติและราคา ตัวร้านเป็นอาคารขนาด 2 คูหาที่ตั้งอยู่ในโครงการณ์มหาทุน พลาซ่า ผู้ที่เดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า BTS สามารถลงที่สถานีเพลินจิตแล้วเดินมาเพียง 100 เมตร ส่วนใครที่มาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถที่หน้าร้านได้โดยตรง ภายในร้านตกแต่งในรูปแบบ Industrial Design สังเกตได้จากผนังอิฐเปลือยและโต๊ะไร้ผ้าปูช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเป็นกันเองและเข้าถึงได้ง่าย ครัวแบบเปิดขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ช่วยให้เราสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถเดินขึ้นบนชั้นสองเพื่อชมพื้นที่บาร์และเลือกไวน์คุณภาพดีจากห้องเก็บไวน์ได้โดยตรง
Price :
3,200-4,200++
Parking :
จอดหน้าร้านพร้อมกับประตับตราได้ฟรี 1 ชั่วโมง
Operating Time :
18.00-22.00 ปิดวันอาทิตย์-จันทร์
Dress Code :
Casual
Score
อาหาร :
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 SIAM AMORE (3,200++)
Hybrid Restaurant – ไฮบริด เรสโตรองต์
Thai Contemporary, Creative – อาหารไทยร่วมสมัย, อาหารเชิงสร้างสรรค์
Chef Yodying Phoomcharoen (Chef Sasha) – เชฟยอดหญิง ภูมิเจริญ (เชฟซาช่า)
บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับเซ็ตเมนูชุดใหม่ของห้องอาหาร Hybrid ที่ออกแบบมาให้มีความเข้าถึงง่ายทั้งในแง่ของรสชาติและราคา ตัวร้านเป็นอาคารขนาด 2 คูหาที่ตั้งอยู่ในโครงการณ์มหาทุน พลาซ่า ผู้ที่เดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า BTS สามารถลงที่สถานีเพลินจิตแล้วเดินมาเพียง 100 เมตร ส่วนใครที่มาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถที่หน้าร้านได้โดยตรง
AMUSE-BOUCHE
homemade ricotta curry | coconut gorgonzola | chicken liver pate mango | blood orange fish crumble
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยเริ่มต้นที่แกงรีคอตต้าที่เชฟได้นำชีสรีคอตต้ามาผสมผสานกับอโรมาของพริกแกง จากท๊อปด้านบนด้วยเจลบ๊วยรสเปรี้ยว ถัดมาคือมูสตับไก่จับคู่บิสกิต พูเรมะม่วง และขิงซอย คำที่สามเชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมสาคูอย่างไทยแต่เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหลักเป็นบลูชีสของประเทศอิตาลีผสมผสานเข้ากันกับเผือกและสาคู สุดท้ายคือบลัดออเร้นจ์เสิร์ฟมาในลักษณะของเจลลี่ท็อปด้วยปลาแห้งและไข่ปลาแซลมอน
I
SUMMER BREAK | หอยหอมร้อนรัก
scallop | spicy pink guava | caviar | seabite | basil flower
คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงปิดเทอมในวัยเด็กของเชฟที่มีโอกาสคอยช่วยคุณแม่ทำอาหารโดยการนำเสนอหอยเชลล์จากท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล่เป็นชิ้นบาง ๆ ตรงกลางคือน้ำจิ้มซีฟู้ดที่ได้สีมาจากฝรั่งสีชมพู ด้านบนคือเบลูก้าคาเวีย ดอกโหระพา และใบชะครามให้อโรมาของทะเลและความฉุนเฉพาะตัว ข้าง ๆ กันคือโฟมที่เตรียมมาจาก Limoncello
II
SEASON CHANGE | ไก่ดำพลัดฤดู
black chicken | porcini ravioli | winter melon | fermented lime
ซุปไก่มะนาวดองเสิร์ฟมาเป็นราวิโอลียัดไส้ด้วยเห็ดพอร์ชินี่จากประเทศอิตาลี ข้าง ๆ คือไก่ดำที่สอดไส้ด้วยมูสไก่และฟักนุ่ม ๆ ท็อปด้วยแผ่นกรอบชาโคล จากนั้นพนักงานจะเทซุปมะนาวดองลงไปแล้วตัดด้วยความฉุนของน้ำมันพาสลีย์
III
SUNRISE IN PHUKET | ยามเช้า ณ ภูเก็ต
crab | potato spaghetti | spicy curry | pineapple
คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูขนมจีนน้ำยาปูโดยเปลี่ยนจากเส้นขนมจีนมาเป็นมันฝรั่งฝานบางแทน ด้านบนท็อปด้วยมันฝรั่งทอดกรอบช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส ในด้านรสชาติเราสามารถสัมผัสได้ถึงแกงปูต้นตำรับเสริมด้วยความเปรี้ววหวานของสับปะรดภูเก็ตและความหวานโดยธรรมชาติของเนื้อปู
IV
FISH IN A CAN | ข้าวยำปลากระป๋อง
risotto tomato | sardine | lemongrass | parmigiano reggiano
คอร์สนี้เชฟได้หยิบยกเมนูที่ตัวเองคุ้นเคยในวัยเด็กอย่างข้าวยำปลากระป๋องแต่ผสมผสานวัฒนธรรมของอิตาลีลงไปด้วย องค์ประกอบด้านล่างคือข้าวรีซอตโต้ที่คลุกเคล้ากับน้ำสต๊อกมะเขือเทศซานมาซาโน่ จากนั้นท็อปด้านบนด้วยชิ้นปลาซาร์ดีนให้อโรมาของทะเล ยังมีความกรอบที่ได้จากแผ่นชีสเมซาน 24 เดือน
V
WILD THAILAND | แกงป่าแม่กวางสาว
Italia venison | polenta | sweet corn | olive | farro
สำหรับเมนคอร์สเชฟเลือกใช้เนื้อกวางนำเข้าจากประเทศอิตาลีจับคู่มากับซอสแกงป่าอย่างไทย ด้านล่างรองด้วยข้าวบาเลย์ ยังมีองค์ประกอบของโปเลนต้าข้าวโพดท๊อปด้านบนด้วยพูเรถั่วลันเตาและข้าวโพดหวาน
VI
REFRESHMENT | แตงชื่นรื่นใจ
cucumber | rosemary | fish sauce candy | gin
ล้างปากด้วยกรานิต้าแตงกวาโรสแมรี่ ด้านบนท็อปด้วยเจลลี่ที่ทำมาจาก Gin ควบคู่ไปกับแผ่นน้ำปลาหวานที่มีความกระด้างมากไปนิด จากนั้นตกแต่งด้วยดอกแตงกวาจนสวยงาม
VII
SMILEY MONKEY | ชะนีน้อย
coconut mousse | banana confit | amaretto caramel
มูสกะทิและกล้วยกงฟีเสิร์ฟมาในรูปกล้วย ข้าง ๆ คือไอศกรีมวานิลลาจับคู่กับอัลมอนด์ครัมเบิ้ลกรอบ ๆ ด้านบนท็อปด้วยอมาเร็ตโต้คาราเมล
VIII
HYBRID CHOCOLATE SELECTION
Cocoa Husk Tea
ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตไทยจากจังหวัดตราดเสิร์ฟมาหลายรูปแบบเริ่มต้นที่ชิ้นสีเขียวคล้ายหยกเตรียมาจากข่าและโรสแมรี่ ชิ้นกลางเตรียมมาจากพะโล้และชะเอม และชิ้นสุดท้ายเตรียมมาจากถั่วฮาเซลนัท ข้าง ๆ คือชาที่มีอโรมาหอม ๆ ของเปลือกช็อกโกแลต
Cocoa Husk Tea
ในเซ็ตได้รวมชาโกโก้เอาไว้แล้ว
Cocoa Husk Tea
นอกจากนี้เชฟยังมอบชาติดไม้ติดมือกลับบ้านมาอีกด้วย
ภายในร้านตกแต่งในรูปแบบ Industrial Design สังเกตได้จากผนังอิฐเปลือยและโต๊ะไร้ผ้าปูช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเป็นกันเองและเข้าถึงได้ง่าย
เชฟยอดหญิง ภูมิเจริญ หรือเชฟซาช่า เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในกรุง Rome อยู่นานเกือบ 10 ปี เธอจบการศึกษาจาก Italian Chef Academy และเริ่มต้นสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารอิตาลีที่ควบคุมโดยเชฟชาวญี่ปุ่นชื่อว่า Bistrot 64 (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) อยู่ราว 2 ปี ต่อมาเธอได้ย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Zuma สาขากรุง Rome เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นจนกระทั่งวันหนึ่งเธอมีโอกาสย้ายไปทำงานในโรงแรมชั้นนำอย่าง Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel ทั้งยังได้ร่วมงานกับเชฟ Heinz Beck ที่ห้องอาหาร La Pergola (3 MICHELIN Stars) อีกด้วย ในที่สุดเธอจึงเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อสานต่อความฝันของตัวเองโดยการเปิดห้องอาหาร Hybrid ที่ผสมผสานอาหารไทยโดยอาศัยเทคนิคและประสบการณ์การเดินทางในประเทศอิตาลีของเชฟซาช่าเข้าไว้ด้วยกัน
ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซตเมนูชุดเริ่มต้นที่ใช้ชื่อว่า Siam Amore (3,200++) นำเสนอมาจำนวน 8 คอร์สและ Hybrid’s Degustation (4,200++) นำเสนอมาจำนวน 10 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีการจับคู่ไวน์ในราคา 1,900++ และ 2,400++ ตามลำดับ
ครัวแบบเปิดขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ช่วยให้เราสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา
สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถเดินขึ้นบนชั้นสองเพื่อชมพื้นที่บาร์และเลือกไวน์คุณภาพดีจากห้องเก็บไวน์ได้โดยตรง
Hybrid Restaurant เป็นร้านที่นำเสนออาหารออกมาในรูปแบบ Tasting Menu แต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศที่แคชวลเป็นกันเอง รสชาติอาหารแต่ละจานจัดว่าเข้าถึงง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม
บริเวณชั้นสอง
สำหรับใครที่สนใจก็สามารถแวะมายังร้าน Hybrid กันได้โดยเราขอแนะนำให้โทรมาจองก่อนเพื่อที่เชฟจะได้จัดเตรียมอาหารและโต๊ะเอาไว้ให้ล่วงหน้านั่นเอง
ครัวแบบเปิดขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ช่วยให้เราสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา