Visit: July 19, 2023

🇹🇭 Keller - เคลเลอร์

👨🏻‍🍳 Chef Mirco Keller - เชฟเมอร์โค เคลเลอร์

31 ซ.สวนพลู 2 ถ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร, Bangkok, 10120, ประเทศไทย

Tel: 064-839-5563

Cuisine

🍴 European Contemporary - อาหารยุโรปร่วมสมัย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

14.5/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราได้มีโอกาสแวะไปชิมฝีมือของเชฟชาวเยอรมันมากความสามารถผู้เคยฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารชั้นนำทั้งยังเป็นเชฟชาวต่างชาติคนแรก ๆ ที่ยกระดับอาหารยุโรประดับสูงในประเทศไทยไปอีกระดับหนึ่ง นั่นก็คือร้าน Keller ของเชฟ Mirco Keller นั่นเอง

          
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Keller ตั้งอยู่ใน Baan Turtle คฤหาสถ์สไตล์ยุโรปโมเดิร์นหลังใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคารมาเป็นคอมเพล็กซ์เพื่อรวบรวมห้องอาหารและบาร์ชั้นดีเข้ามาไว้ด้วยกัน พื้นที่ด้านหน้าเรียกว่า The Lounge ตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์โมเดิร์นโดยมีเคาน์เตอร์บาร์ที่ออกมาแบบมาอย่างสวยหรูสำหรับชงเครื่องดื่มให้กับผู้ที่สนใจ ส่วนใครที่เป็นคอไวน์ทางร้านได้ร่วมมือกับ Cloud Wine เพื่อนำเสนอรายการไวน์กว่า 100 Lebels ดังจะเห็นได้ในห้องจัดแสดงที่เรียกว่า The Wine Room ถัดเข้ามาคือห้องรับประทานอาหารหลักที่ตกแต่งให้ดูหรูหราและอบอุ่นด้วยโทนสีชมพู-ขาว ใครที่มาเป็นกลุ่มใหญ่เราขอแนะนำให้เลือกจองโต๊ะริมกระจกซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ ตรงกลางเป็นโซฟากำมะหยี่ที่จัดให้หันหลังเข้าหากันเพื่อให้พื้นที่ดูโปร่งมากยิ่งขึ้น

🎗 [THE CHEF] Mirco Keller เกิดและเติบโตขึ้นมาในกรุง Berlin เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหาร The Janusz Korczak School เขาได้เริ่มต้นฝึกงานกับโรงแรม The Ritz-Carlton, Berlin ทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับโลกอย่าง Tim Raue และ Markus Semmler อีกด้วย ต่อมาเขาตัดสินใจเดินทางเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Water Library (Chamchuri Square) ในปี 2011 จนสร้างชื่อเสียงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากเหล่านักชิมชาวไทย ด้วยประสบการณ์เกือบ 8 ปีทำให้เขาเริ่มต้นเปิดร้านอาหารในชื่อของตัวเองคือ Keller Bangkok ในปี 2018 และมีชื่อเข้ามาติดใน MICHELIN Guide เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้นั่นเอง

🎗 [THE FOOD] Keller นำเสนออาหารยุโรปร่วมสมัยโดยมีกลิ่นอายและตัวตนของความเป็นชาวเยอรมันแฝงอยู่อย่างชัดเจน เราขอแนะนำ Keller Journey (3,600++) เซ็ตเมนูชุดใหญ่ที่ได้รวบรวมเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ล่าสุดเอาไว้ด้วยกัน ส่วนใครที่อยากลิ้มลองเมนูคลาสสิคประจำร้านสามารถเลือกสั่ง Prix Fixe Menu นำเสนอมาที่ 3 Courses (2,250++) และ 4 Courses (3,250++) เท่านั้น รายการไวน์มีให้เลือกอย่างหลากหลายแต่ไฮไลท์ของร้านคือการที่ลูกค้าสามารถนำไวน์ของตัวเองเข้าไปเปิดได้โดยไม่มี Corkage Charge เพื่อดึงดูดให้เหล่านักจิบไวน์แวะเวียนมาชิมกันมากขึ้น ส่วนจานที่โดดเด่นในมื้อนี้คือ

✨ Canadian Scallop
Sunchoke Dumpling, Foie Gras Emulsion, Truffle Sauce, Morels
จานที่โดดเด่นที่สุดในวันนี้คือหอยเชลล์นำเข้าจากประเทศแคนาดา เชฟนำไปจี่บนกระทะจนเนื้อนุ่มฉ่ำและมีรสหวานจากธรรมชาติตัดกันกับความหนึบของเห็ดโมเรลด้านบน ข้างกันคือเกี๊ยวแป้งหนาแต่เคี้ยวง่าย ตรงกลางบรรจุแก้นตะวันที่ให้ทั้งความหวานและครีมมี่พอเหมาะลงตัว รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมมาจากฟัวกราส์ ตักเข้าปากแล้วทั้งหอมและละมุนลิ้นมาก ๆ (15/20)

✨ Hokkaido Wagyu Tenderloin A3
Garlic Puree, Seasonal Salad, Gremolata Sauce
เนื้อวัวฮอกไกโดวากิวระดับ A3 เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ข้างกันคือเพียวเรกระเทียมหอม ๆ และพัฟมันฝรั่งกรอบ ๆ นอกจากนี้ยังมีสลัดผักตามฤดูกาลราดด้วย Truffle Vinaigrette หอม ๆ ให้รับประทานสลับกันไปอีกด้วย (15/20)

✨ Chocolate Ganache (350++)
Hazelnut, White Chocolate Soy Ice Cream, Brownie, Passion Fruit
ของหวานที่เราชอบมาก ๆ คือช็อกโกแลตกานาซ ตรงกลางคือไอศกรีมที่ผสมผสานถั่วเหลืองเข้ากันกับไวท์ช็อกโกแลต อีกฝั่งหนึ่งคือเค้กบราวนี่ท็อปด้านบนด้วยถั่วฮาเซลนัทพร้อมกับความเปรี้ยวที่ได้จากเสาวรส พนักงานแนะนำให้ดื่มนมถั่วฮาเซลนัทอุ่น ๆ ตามกันไปได้เลย (15/20)

🎗 [WHY GO] เชฟ Mirco Keller ยังคงรักษามาตรฐานของคุณภาพของวัตถุดิบประกอบไปกับเทคนิคการปรุงที่ไม่เรียบง่ายแต่ก็ไม่ซับซ้อนจนเกินไป รสชาติอาหารโดยรวมจัดว่าน่าประทับใจและมีมาตรฐานสูงกว่าห้องอาหารยุโรปทั่วไปอย่างชัดเจนและคุ้มค่าที่จะแวะมาลองชิมกันสักครั้ง

Price :

2,250-3,600++ THB

Parking :

จอดรถใน Baan Turtle

Operating Time :

17.30-21.00 ปิดวันอาทิตย์-จันทร์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารยุโรปร่วมสมัยที่มีกลิ่นรสชาติและตัวตนความเป็นชาวเยอรมันแสดงออกมาอย่างชัดเจน

อาหาร :

14.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

3/5

Map

📃 KELLER JOURNEY (3,600++)

          
Snacks
•••
Potato Bread, Crab Soup
Hijiki Seaweed Butter
•••
Blue Crab Meat
Bacon, Potatoes, Caper
•••
Canadian Scallop
Sunchoke Dumpling, Foie Gras Emulsion, Truffle Sauce, Morels
•••
Granita
Granny Smith Apple, Celery, Lime
•••
Boston Lobster
Asparagus, Green Peas, Sauce Mousseline
or
Hokkaido Wagyu Tenderloin A3
Garlic Puree, Seasonal Salad, Gremolata Sauce
•••
Quark Ice cream
Elderflower, Pomelo, Lemon, “Berliner”
•••
Sweet Treat

📃 À LA CARTE

Chocolate Ganache (350++)
Hazelnut, White Chocolate Soy Ice Cream, Brownie, Passion Fruit

Keller’s French Toast (350++)
Strawberries, Vanilla sauce, Apricot Jam

🇹🇭 Keller – เคลเลอร์

🍽 Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์

🍴 European Contemporary – อาหารยุโรปร่วมสมัย

👨🏻‍🍳 Chef Mirco Keller – เชฟเมอร์โค เคลเลอร์

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราได้มีโอกาสแวะไปชิมฝีมือของเชฟชาวเยอรมันมากความสามารถผู้เคยฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารชั้นนำทั้งยังเป็นเชฟชาวต่างชาติคนแรก ๆ ที่ยกระดับอาหารยุโรประดับสูงในประเทศไทยไปอีกระดับหนึ่ง นั่นก็คือร้าน Keller ของเชฟ Mirco Keller นั่นเอง

Snacks

เริ่มต้นด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยเสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่างคือเนื้อกุ้งดิบที่ผ่านการดองในแองโชวี่ เชฟเสิร์ฟมากับน้ำกีวี่แล้วท็อปด้านบนด้วยคาเวียร์ (14/20)

Snacks

ถัดมาคือทาร์ตเล็ตขนาดจิ๋ว ตรงกลางบรรจุมูสปลาแซบมอนและไข่ปลาเทร้าต์ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ ด้านบนคือผักและสมุนไพรตามฤดูกาล (14/20)

Snacks

ปิดท้ายด้วยปลาไหลรมควันจนหอมท็อปด้านบนด้วยเจลรสเปรี้ยวและความกรอบจากและเมล็ดฟักทอง (14/20)

Potato Bread, Crab Soup
Hijiki Seaweed Butter

Berliner ขนมปังมันฝรั่งนุ่มฟูเสิร์ฟมากับเนยที่มีความหอมของสาหร่ายฮิจิกิ หลังจากนั้นเชฟตัดรสชาติด้วยความเค็มและเข้มข้นของน้ำซุปปูร้อน ๆ (14/20)

Blue Crab Meat
Bacon, Potatoes, Caper

เนื้อปูม้าหวาน ๆ เนื้อนุ่ม ๆ ท็อปด้านบนด้วยโฟมมันฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีซอสน้ำส้มสายชูรสเปรี้ยว ตัดด้วยความเปรี้ยวและความฉุนของใบพาสลีย์และเคเปอร์ ชั้นบนสุดคือเบคอนและชิ้นมันฝรั่งกรอบนอกนุ่มใน (14/20)

Canadian Scallop
Sunchoke Dumpling, Foie Gras Emulsion, Truffle Sauce, Morels

จานที่โดดเด่นที่สุดในวันนี้คือหอยเชลล์นำเข้าจากประเทศแคนาดา เชฟนำไปจี่บนกระทะจนเนื้อนุ่มฉ่ำและมีรสหวานจากธรรมชาติตัดกันกับความหนึบของเห็ดโมเรลด้านบน ข้างกันคือเกี๊ยวแป้งหนาแต่เคี้ยวง่าย ตรงกลางบรรจุแก้นตะวันที่ให้ทั้งความหวานและครีมมี่พอเหมาะลงตัว รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมมาจากฟัวกราส์ ตักเข้าปากแล้วทั้งหอมและละมุนลิ้นมาก ๆ (15/20)

Granita
Granny Smith Apple, Celery, Lime

ล้างปากด้วยกรานิต้าแอปเปิ้ลเขียวแกรนนี่ สมิธโดยมีความเปรี้ยวจากมะนาสและความฉุนเยา ๆ ของเซเลอรี่ (14/20)

Boston Lobster
Asparagus, Green Peas, Sauce Mousseline

เมนคอร์สจานแรกคือกุ้งบอสตั้นล็อบสเตอร์เนื้อเด้งเสิร์ฟมาคู่กันกับถั่ว Green Pea ทั้งในรูปแบบของชิ้นถั่วและเพียวเรให้รสชาติหวานกำลังดี (15/20)

Boston Lobster
Asparagus, Green Peas, Sauce Mousseline

นอกจากนี้ในจานยังมีหน่อไม้ฝรั่งขาวที่ผ่านจี่บนกระทะจับคู่มาให้รับประทานกับซอส Mousseline รสเปรี้ยวเข้ากันได้ดีมาก ๆ (15/20)

Hokkaido Wagyu Tenderloin A3
Garlic Puree, Seasonal Salad, Gremolata Sauce

เนื้อวัวฮอกไกโดวากิวระดับ A3 เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ข้างกันคือเพียวเรกระเทียมหอม ๆ และพัฟมันฝรั่งกรอบ ๆ (15/20)

Hokkaido Wagyu Tenderloin A3
Garlic Puree, Seasonal Salad, Gremolata Sauce

นอกจากนี้ยังมีสลัดผักตามฤดูกาลราดด้วย Truffle Vinaigrette หอม ๆ ให้รับประทานสลับกันไปอีกด้วย (15/20)

Quark Ice cream
Elderflower, Pomelo, Lemon, “Berliner”

ของหวานในเซ็ตเมนูคือไอศกรีม Quark ท็อปด้านบนด้วยเลมอนเชื่อม รอบ ๆ คือดอก Elderflower จากนั้นพนักงานจะเทราด Elderflower Syrup หอม ๆ ลงไปรอบ ๆ จาน พนักงานแนะนำให้รับประทานกับ Berliner หรือขนมปังโดนัทสไตล์เยอรมนีนั่นเอง (14/20)

Chocolate Ganache (350++)
Hazelnut, White Chocolate Soy Ice Cream, Brownie, Passion Fruit

ของหวานที่เราชอบมาก ๆ คือช็อกโกแลตกานาซ ตรงกลางคือไอศกรีมที่ผสมผสานถั่วเหลืองเข้ากันกับไวท์ช็อกโกแลต อีกฝั่งหนึ่งคือเค้กบราวนี่ท็อปด้านบนด้วยถั่วฮาเซลนัทพร้อมกับความเปรี้ยวที่ได้จากเสาวรส พนักงานแนะนำให้ดื่มนมถั่วฮาเซลนัทอุ่น ๆ ตามกันไปได้เลย (15/20)

Keller’s French Toast (350++)
Strawberries, Vanilla sauce, Apricot Jam

ของหวานอีกจานหนึ่งคือ French Toast สูตรซิกเนเจอร์ของทางร้านให้เนื้อสัมผัสกรอบนอก ตรงกลางมีความนุ่มพอประมาณ ด้านบนท็อปด้วยผลเชอร์รี่และเจลแอปริคอต ข้าวกันคือซอสครีมวานิลลาและสตรอว์เบอร์รี่ซอเบท์รสเลิศ (15/20)

Sweet Treat

ปิดท้ายด้วยขนม Chocolate Bonbon with Passionfruit, Pistachio Macaron และ Chocolate Ganache with Miso and Lemon-Banana Curd นั่นเอง

💰 ราคา 16,631/4 คน

🎗 [THE CHEF] Mirco Keller เกิดและเติบโตขึ้นมาในกรุง Berlin เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหาร The Janusz Korczak School เขาได้เริ่มต้นฝึกงานกับโรงแรม The Ritz-Carlton, Berlin ทั้งยังเคยร่วมงานกับเชฟระดับโลกอย่าง Tim Raue และ Markus Semmler อีกด้วย ต่อมาเขาตัดสินใจเดินทางเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Water Library (Chamchuri Square) ในปี 2011 จนสร้างชื่อเสียงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากเหล่านักชิมชาวไทย ด้วยประสบการณ์เกือบ 8 ปีทำให้เขาเริ่มต้นเปิดร้านอาหารในชื่อของตัวเองคือ Keller Bangkok ในปี 2018 และมีชื่อเข้ามาติดใน MICHELIN Guide เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้นั่นเอง

🎗 [THE FOOD] Keller นำเสนออาหารยุโรปร่วมสมัยโดยมีกลิ่นอายและตัวตนของความเป็นชาวเยอรมันแฝงอยู่อย่างชัดเจน เราขอแนะนำ Keller Journey (3,600++) เซ็ตเมนูชุดใหญ่ที่ได้รวบรวมเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ล่าสุดเอาไว้ด้วยกัน ส่วนใครที่อยากลิ้มลองเมนูคลาสสิคประจำร้านสามารถเลือกสั่ง Prix Fixe Menu นำเสนอมาที่ 3 Courses (2,250++) และ 4 Courses (3,250++) เท่านั้น

ห้องรับประทานอาหารหลักที่ตกแต่งให้ดูหรูหราและอบอุ่นด้วยโทนสีชมพู-ขาว

ภายในห้องรับประทานอาหาร

ภายในห้องรับประทานอาหาร

รายการไวน์มีให้เลือกอย่างหลากหลายแต่ไฮไลท์ของร้านคือการที่ลูกค้าสามารถนำไวน์ของตัวเองเข้าไปเปิดได้โดยไม่มี Corkage Charge เพื่อดึงดูดให้เหล่านักจิบไวน์แวะเวียนมาชิมกันมากขึ้น

ใครที่มาเป็นกลุ่มใหญ่เราขอแนะนำให้เลือกจองโต๊ะริมกระจกซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ

🎗 [WHY GO] เชฟ Mirco Keller ยังคงรักษามาตรฐานของคุณภาพของวัตถุดิบประกอบไปกับเทคนิคการปรุงที่ไม่เรียบง่ายแต่ก็ไม่ซับซ้อนจนเกินไป รสชาติอาหารโดยรวมจัดว่าน่าประทับใจและมีมาตรฐานสูงกว่าห้องอาหารยุโรปทั่วไปอย่างชัดเจนและคุ้มค่าที่จะแวะมาลองชิมกันสักครั้ง

พื้นที่ด้านหน้าเรียกว่า The Lounge ตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์โมเดิร์นโดยมีเคาน์เตอร์บาร์ที่ออกมาแบบมาอย่างสวยหรูสำหรับชงเครื่องดื่มให้กับผู้ที่สนใจ ส่วนใครที่เป็นคอไวน์ทางร้านได้ร่วมมือกับ Cloud Wine เพื่อนำเสนอรายการไวน์กว่า 100 Lebels ดังจะเห็นได้ในห้องจัดแสดงที่เรียกว่า The Wine Room

ห้องอาหาร Keller ตั้งอยู่ใน Baan Turtle คฤหาสถ์สไตล์ยุโรปโมเดิร์นหลังใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคารมาเป็นคอมเพล็กซ์เพื่อรวบรวมห้องอาหารและบาร์ชั้นดีเข้ามาไว้ด้วยกัน