Visit: June 20, 2023

🇪🇸 Cocina Hermanos Torres - โคซิน่า เฮอมาโนส โตเรส

👨🏻‍🍳 Chef Javier & Sergio Torres Martínez - เชฟฮาเวียร์ & เซร์ฆิโอ มาร์ติเนซ

Taquígraf Serra 20, Barcelona, 08029, Spain

Tel: (+34) 934 10 00 20

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Spain

MICHELIN Guide

3 MICHELIN Stars

Score

18/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] สเปนเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยห้องอาหารระดับสูงมากมายกระจายกันอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบห้องอาหารชั้นนำในนคร Barcelona ที่สามารถคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จในคู่มือปกแดงปีล่าสุดนั่นเอง

          
🎗 [THE PLACE] Cocina Hermanos Torres มีทำเลตั้งอยู่ใจกลางนคร Barcelona โดยเชฟสองพี่น้องตัดสินใจซื้อต่ออาคารอุตสาหกรรมขนาด 800 ตารางเมตรเพื่อสานต่อความฝันของพวกเขา พื้นที่ด้านหน้าเป็นห้องรับรองลูกค้าซึ่งโดดเด่นด้วยบาร์ขนาดใหญ่สำหรับชงเครื่องดื่ม โซฟาทรงโค้งสีส้มอ่อนช่วยช่วยเพิ่มเส้นสายให้กับพื้นที่ส่วนนี้ อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของร้านคือห้องรับประทานอาหารหลักซึ่งเชฟทั้งสองตั้งใจวางครัวแบบ Open Kitchen หรือที่เรียกว่า Central Island เอาไว้บริเวณกึ่งกลางร้านซึ่งประกอบไปด้วยสเตชั่นขนาดใหญ่สำหรับเตรียมอาหารถถึง 3 จุดคือ Cold Room Section, Meat and Poultry Section และ Fish and Seafood Section รอบ ๆ คือโต๊ะอาหารของลูกค้าทำให้มุมมองของลูกค้าทุกคนสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นการเสริมประสบการณ์ระหว่างมื้อให้มีความซับซ้อนและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับวัตถุดิบอีกด้วย ถึงพื้นที่ห้องอาหารจะค่อนข้างกว้างขวางแต่การตกแต่งภายในกลับมีความ Minimalism ลูกค้าสามารถสังเกตเห็นห้องเก็บไวน์ที่ได้รวบรวมไวน์คุณภาพดีจากทั้งในประเทศสเปนและทั่วทั้งยุโรปมาไว้รวมกัน เพดานสีดำสูงโปร่งมีไฟดวงเล็ก ๆ ประดับเรียงรายดูคล้ายกับดาวมากมายบนท้องฟ้าช่วยเติมแต่งบรรยากาศให้มีความโรแมนติคมากยิ่งขึ้น

🎗 [THE CHEF] Javier & Sergio Torres Martínez เป็นสองพี่น้องฝาแฝดมากพรสวรรค์ ทั้งคู่เกิดและเติบโตที่นคร Barcelona ในปี 1970 ทั้งยังเริ่มต้นเข้าครัวตั้งแต่มีอายุได้เพียง 14 ปีและสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนการอาหาร Arnadi Cookery School ของเชฟระดับตำนาน Mey Hofmann ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันไปสั่งสมประสบการณ์ของตัวเอง เชฟ Javier Torres ได้เข้าร่วมงานกับห้องอาหาร Girasol de Moraira (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Alicante, Neichel (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Barcelona, Reno (1 MICHELIN Star) ในเมือง Barcelona, El Racó de Can Fabes (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในเมือง Barcelona, Restaurant de l’Hotel de Ville (2 MCIHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก่อนจะย้ายกลับมาร่วมงานกับ El Racó de Can Fabes (3 MICHELIN Stars) อีกครั้งหนึ่ง ส่วนเชฟ Sergio Torres เคยร่วมงานกับห้องอาหาร Reno (1 MICHELIN Star) ในเมือง Barcelona, Neichel (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Barcelona, Akelaŕe (3 MICHELIN Stars) ใน San Sebastián, Le Jardin des Sens (2 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศส, Alain Ducasse (3 MICHELIN Stars) ในโรงแรม Le Parc – Sofitel Demeure Hôtels ณ กรุง Paris และ Plaza Athénée (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่กรุง Paris หลังจากนั้นเชฟฝาแฝดได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งที่ห้องอาหาร El Rodat ในปี 2002 ทั้งยังมีโอกาสเปิดห้องอาหาร Eñe ที่นคร Sao Paolo ประเทศบราซิลในปี 2007 ต่อมาในปี 2008 ทั้งคู่ได้เปิดห้องอาหาร Dos Cielos ขึ้นในนคร Barcelona จนสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งคู่ได้เข้าซื้อต่ออาคารซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหาร Cocina Hermanos Torres ในปี 2018 พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองและเลื่อนระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่สือปกแดงปี 2023 ล่าสุดนี้พ่วงด้วยรางวัล 🍀 MICHELIN Green Star อีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีโอกาสเดินทางไปยังกรุง Madrid ก็สามารถแวะชิมห้องอาหาร Dos Cielos Madrid (Selected by MICHELIN Guide) ของเชฟได้ในราคาสมเหตุสมผลเช่นกัน

🎗 [THE FOOD] เชฟ Javier และเชฟ Sergio Torres ตั้งใจซื้อวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นเลิศจากผู้ผลิตโดยไม่ผ่านคนกลางเพื่อสนับสนุนการค้าที่เป็นธรรม นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีฟาร์มเล็ก ๆ ในเมือง Extremadura ทางตะวันตกของประเทศสเปนเป็นของตัวเองพร้อมกับตั้งชื่อและนามสกุลให้กับสัตว์ทุกตัวในฟาร์มอีกด้วย อาหารที่นี่ออกแบบมาในเชิงสร้างสรรค์โดยมี Tasting Menu เพียงรูปแบบเดียวที่เรียกว่า Revolución (290 €) รายการไวน์มีให้เบือกอย่างหลากหลายในราคาที่สมเหตุสมผลตามมาตรฐานห้องอาหารระดับสูง จานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น

✨ MUSSELS ‘MOQUECA’, PRAWNS AND KING CRAB
Barcelona-Brazil
คอร์สนี้เชฟทั้งสองได้ผสมผสานวัฒนธรรมของนคร Barcelona และประเทศบราซิลโดยนำกุ้งไปสับละเอียดเป็น Tartare ก่อนจะท็อปด้านบนด้วยหอยแมลงภู่นุ่มหนึบและเนื้อปูคิงแครบหอมหวาน ทั้งยังสร้างมิติที่แตกต่างทางเนื้อสัมผัสได้อย่างน่าทึ่ง ตรงกลางคือ Moqueca ซอสซีฟู้ดจากทางตอนเหนือของประเทศบราซิลที่มีความหอมมันและความครีมมี่ของกะทิ (ชวนนึกถึงแกงปูใบชะพลูของบ้านเรา) จานนี้อร่อยมาก ๆ จนแทบหยุดชิมไม่ได้ (20/20)

✨ LOBSTER SALAD, CORAL EMULSION, SEAWEEDS AND HERBS.
Mediterranean
สลัดกุ้งล็อบสเตอร์จับคู่มากับผักและสมุนไพรหลากหลายชนิดอย่างเช่นแครอทและผักชีลาว ถ้ามองโดยละเอียดพบว่าองค์ประกอบของสาหร่ายมีความเหนียวไปเล็กน้อย องค์ประกอบด้านล่างสุดคือ Royale ใส ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากเครื่องในและมันของกุ้งล็อบสเตอร์ จากนั้นพนักงานจะเทราด Coral Emulsion มีลักษณะคล้ายซอส Bisque ให้รสชาติที่เข้มข้นและบางบอกถึงความเป็น Mediterranean ได้อย่างชัดเจน (19/20)

✨ WILD STRAWBERRIES, BASIL AND AGED VINEGAR.
Spring
ของหวานจานนี้คือผลสตรอว์เบอร์รี่ป่าเสิร์ฟมาทั้งผลสด ๆ และไอศกรีม ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลกรอบ ยังมีครีมสีเขียวที่มีอโรมาของโหระพาฝรั่งและสมุนไพร ด้านบนคือไข่มุกกลม ๆ รสเปรี้ยวที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากมะนาว หยดสีดำเตรียมมาจากน้ำสมสายชูบ่มให้ความเปรี้ยวหวาน จานนี้จัดเป็นของหวานที่มีความซับซ้อนและยังคงรสชาติที่เข้าถึงง่ายและเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (20/20)

🎗 [WHY GO] นอกจากอาหารชั้นเลิศที่เรียบเรียงกันมาต่อเนื่องไม่ขาดสายแล้วสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเราอย่างไม่รู้ลืมคือห้องครัวแบบเปิดขนาดใหญ่ที่เราสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารโดยมีเชฟ Javier หรือ Sergio คอยควบคุมราวกับวาทยากรที่กำลังชี้นำวงออเคสตร้าระดับแนวหน้า พนักงานให้บริการดีงามตามมาตรฐานแต่มีบางคนที่ดูจะเร่งรีบขณะเสิร์ฟไปสักนิด การบริการไวน์เป็นไปอย่างไร้ที่ติและมีราคาที่สมเหตุสมผล สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีโอกาสเดินทางมายังนครหลวงแห่งแคว้น Catalonia นี้ก็สามารถแวะมาลองชิมกัยได้ รับรองว่าคุ้มค่ากับเงินทุกยูโรอย่างแน่นอน

Price :

290 €

Parking :

จอดรถที่ Parking Ecuador สำหรับในมื้อค่ำหลังจากรับประทานเสร็จพนักงานจะพาลูกค้าไปเอารถออกจากโรงรถด้วยตัวเอง ราคาปัจจุบัน 15 €

Operating Time :

13:00-14:00, 20:00-21:00 ปิดอาทิตย์-จันทร์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารสุดสร้างสรรค์แห่งนคร Barcelona ที่สามารถนำเสนออาหารออกมาในรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร

อาหาร :

18

ราคา :

3/5

เทคนิค :

5/5

อัตลักษณ์ :

5/5

บรรยากาศ :

5/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

5/5

Map

📃 MENÚ REVOLUCIÓN (290 €)

          
CUCUMBER WITH PINE.
COLLSEROLA PINE NUTS ICE CREAM SANDWICH.
The season

‘PIPARRAS’ AND SMOKED ANCHOVY BONBON.
CRISPY GALICIAN BLONDE. LIME AND MUSTARD.
IBERIAN HAM WITH PICKLES AND GINGER.
Appetizers

CURED SQUID, POULTRY AND CAVIAR.
Sea and mountain

BREAD AND OIL.
Borges Blanques

MUSSELS ‘MOQUECA’, PRAWNS AND KING CRAB
Barcelona-Brazil

WHITE ASPARAGUS FROM NAVARRA, WITH SEA FENNEL BÉARNAISE SAUCE AND SEASONAL MUSHROOMS
Navarra

LOBSTER SALAD, CORAL EMULSION, SEAWEEDS AND HERBS.
Mediterranean

MARESME GREEN PEAS, IBERIAN HAM AND ‘MIGAS DE PASTOR’.
Fisan 1920

RED MULLET WITH DAIKON AND MEUNIERE SAUCE.
Arrom

SUCKLING LAMB, HERBS, GARLIC AND ANCHOVIES.
From our farm in Extremadura

WHITE VERMOUTH SNOW ICE, LEMON AND ROSEMARY.
Reus

WILD STRAWBERRIES, BASIL AND AGED VINEGAR.
Spring

THE COCOA AGE.
Cacao Barry

THE JEWEL.

Yuzu marshmellow
Lemon and poppy mini cake
Dark chocolate and cara crakine dragee
Crispy brioche with carquiñoli
Passionfruit profiterole
L’Or coffee caviar

🇪🇸 Cocina Hermanos Torres – โคซิน่า เฮอมาโนส โตเรส

🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars – 3 ดาวมิชลิน

🍀 MICHELIN Green Star – ดาวมิชลินรักษ์โลก

🔆🔆🔆 3 Soles Guía Repsol – 3 ดวงอาทิตย์เรปโซล

🍴 Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Javier & Sergio Torres Martínez – เชฟฮาเวียร์ & เซร์ฆิโอ มาร์ติเนซ

🎗 [INTRO] สเปนเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยห้องอาหารระดับสูงมากมายกระจายกันอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบห้องอาหารชั้นนำในนคร Barcelona ที่สามารถคว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จในคู่มือปกแดงปีล่าสุดนั่นเอง

CUCUMBER WITH PINE.
The season

เริ่มต้นด้วยคอร์สที่เปรียบเสมือน Welcome Drink เตรียมกันที่ข้าง ๆ โต๊ะโดยเชฟได้นำไวน์หวาน Jerez Xeres Sherry ไปผสมกับน้ำแตงกวาและเหล้า Yuzu จากประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมี Pine Oil หรือน้ำมันสนซึ่งเข้ากันได้กับอโรมาของแตงกวาที่โดดเด่นได้อย่างน่าประหลาด (17/20)

COLLSEROLA PINE NUTS ICE CREAM SANDWICH.
The season

ต่อกันด้วยไอศกรีมที่เตรียมขึ้นมาจากเมล็ดสนจาก Serra de Colosserola ซึ่งเป็นภูเขาในภูมิภาค Catalonia ชิ้นเสเฟอร์ด้านนอกบางกรอบ ในขณะที่ไอศกรีมตรงกลางมีความหอมของเมล็ดสนเบา ๆ (17/20)

‘PIPARRAS’ AND SMOKED ANCHOVY BONBON.
CRISPY GALICIAN BLONDE. LIME AND MUSTARD.
IBERIAN HAM WITH PICKLES AND GINGER.
Appetizers

ถัดมาคือเมนูเรียกน้ำย่อยเสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง

‘PIPARRAS’ AND SMOKED ANCHOVY BONBON.
Appetizers

Bonbon ที่เคลือบด้วยไวท์ช็อกโกแลตกรอบ ๆ ไร้รสชาติ ด้านในเป็นน้ำ Gazpacho ที่เตรียมมาจากมะเขือเทศช่วยเรียกความสดชื่นและมีความเผ็ดนิด ๆ ด้านบนคือปลา White Anchovy รมควันให้รสชาติเค็มอุมามิและพริก Piparras ทั้งหมดนี้สำหรับรับประทานแบบ One Bite (19/20)

CRISPY GALICIAN BLONDE. LIME AND MUSTARD.
Appetizers

คำที่สองคือเนื้อวัว Galician Blonde หรือที่เรารู้จักกันชื่อของ Rubia Gallega สับละเอียดเป็น Tartare ปรุงด้วยรสชาติเปรี้ยวของมะนาวและมัสตาร์ด (18/20)

IBERIAN HAM WITH PICKLES AND GINGER.
Appetizers

จบด้วยแผ่นกรอบที่บรรจุมะเขือเทศดองและแฮมเนื้อหมู Iberia สไลซ์มาบาง ๆ ส่งกลิ่นหอมเข้ากันกับอโรมาของขิงและให้ความหนึบที่ตัดกันกับความกรอบของแผ่นกรอบด้านนอกได้อย่างลงตัว (17/20)

CURED SQUID, POULTRY AND CAVIAR.
Sea and mountain

มาถึงคอร์ส Sea and Mountain ที่เชฟตั้งใจใช้สื่อถึงตำแหน่งของนคร Barcelona ซึ่งมีทั้งทะเลและภูเขาอยู่ด้วยกันโดยมีองค์ประกอบหลัก 3 อย่างคือหมึกที่ผ่านการหมักในสาเกญี่ปุ่นแล้วสับละเอียดเป็น Tartare ให้เนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างครีมมี่ รอบ ๆ คือซุปเย็นที่เตรียมมาจากเนื้อไก่ อย่างไรก็ตามตัวซุปมีรสชาติที่ค่อนข้างเบา สุดท้ายคือคาเวียร์คุณภาพดีที่ท็อปมาอยู่ด้านบน (17/20)

BREAD AND OIL.
Borges Blanques

นอกจากอาหารจานหลักแล้วสิ่งที่ทำให้เราประทับใจมาก ๆ ในมื้อนี้คือขนมปังที่เตรียมโดยใช้ยีสต์ที่มีอายุเท่ากันกับตัวร้าน ชั้นผิวมีความกรอบค่อนข้างมาก พนักงานนำเสนอมาคู่กับน้ำมันมะกอคุณภาพสูงของ Les Borges Blanques แคว้น Catalonia ซึ่งมีความเบา หอม และแทบไม่มีรสขมติดมาด้วยแม้แต่น้อย

MUSSELS ‘MOQUECA’, PRAWNS AND KING CRAB
Barcelona-Brazil

คอร์สนี้เชฟทั้งสองได้ผสมผสานวัฒนธรรมของนคร Barcelona และประเทศบราซิลโดยนำกุ้งไปสับละเอียดเป็น Tartare ก่อนจะท็อปด้านบนด้วยหอยแมลงภู่นุ่มหนึบและเนื้อปูคิงแครบหอมหวาน ทั้งยังสร้างมิติที่แตกต่างทางเนื้อสัมผัสได้อย่างน่าทึ่ง ตรงกลางคือ Moqueca ซอสซีฟู้ดจากทางตอนเหนือของประเทศบราซิลที่มีความหอมมันและความครีมมี่ของกะทิ (ชวนนึกถึงแกงปูใบชะพลูของบ้านเรา) จานนี้อร่อยมาก ๆ จนแทบหยุดชิมไม่ได้ (20/20)

WHITE ASPARAGUS FROM NAVARRA, WITH SEA FENNEL BÉARNAISE SAUCE AND SEASONAL MUSHROOMS
Navarra

หน่อไม้ฝรั่งขาวเป็นวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อของแคว้น Navarra ทางตอนเหนือของประเทศสเปน เชฟปรุงสุกให้ชั้นนอกนุ่มแต่ยังคงมีความกรึบตรงกลางแบบ Al Dente (16/20)

WHITE ASPARAGUS FROM NAVARRA, WITH SEA FENNEL BÉARNAISE SAUCE AND SEASONAL MUSHROOMS
Navarra

ข้าง ๆ กันคือเห็ดตามฤดูกาลเคี้ยวหนึบและซอส Béarnaise และซอสหยดที่เตรียมมาจากหน่อไม้ฝรั่งขาวเช่นกัน (16/20)

LOBSTER SALAD, CORAL EMULSION, SEAWEEDS AND HERBS.
Mediterranean

สลัดกุ้งล็อบสเตอร์จับคู่มากับผักและสมุนไพรหลากหลายชนิดอย่างเช่นแครอทและผักชีลาว ถ้ามองโดยละเอียดพบว่าองค์ประกอบของสาหร่ายมีความเหนียวไปเล็กน้อย องค์ประกอบด้านล่างสุดคือ Royale ใส ๆ ที่เตรียมขึ้นมาจากเครื่องในและมันของกุ้งล็อบสเตอร์ จากนั้นพนักงานจะเทราด Coral Emulsion มีลักษณะคล้ายซอส Bisque ให้รสชาติที่เข้มข้นและบางบอกถึงความเป็น Mediterranean ได้อย่างชัดเจน (19/20)

MARESME GREEN PEAS, IBERIAN HAM AND ‘MIGAS DE PASTOR’.
Fisan 1920

Green Peas หรือถั่วลูกไก่จาก Maresme ชุดสุดท้ายของฤดูกาลนี้คลุกเคล้าไปกับ Tapioca หรือเมล็ดแป้งมันนุ่มหนึบ รอบ ๆ คือเกล็ดขนมปังที่เชฟตั้งใจให้นึกถึงอาหารพื้นบ้านของประเทศสเปนอย่าง Migas de Pastor เชฟเชื่อมเนื้อสัมผัสของแต่ละองค์ประกอบด้วยครีมที่เตรียมขึ้นมาจากแฮมเนื้อหมู Iberia แบรนด์ Fisan ที่ผลิตแฮมขายอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1920 ถึงแม้ว่าอาหารจานนี้มีรสชาติที่เข้มข้นและความหนักท้องที่สูงกว่าจานอื่น ๆ ก่อนหน้าแต่เชฟยังคงรักษาสมดุลของเนื้อสัมผัสออกมาได้อย่างดีเยี่ยม (18/20)

RED MULLET WITH DAIKON AND MEUNIERE SAUCE.
Arrom

ปลา Red Mullet จากท้องทะเล Mediterranean ย่างจนสุกท็อปด้วยแผ่นขนมปังกรอบที่เตรียมมาจากดีหมึกซึ่งเชฟเตรียมออกมาได้ดีมาก ๆ ด้านล่างคือชิ้นผักกาดหัว ซอสสีเหลืองนวลรอบ ๆ คือ Muniere ให้ความหอม มัน และรสชาติเปรี้ยวที่พอเหมาะ (16/20)

SUCKLING LAMB, HERBS, GARLIC AND ANCHOVIES.
From our farm in Extremadura

เนื้อลูกแกะยังไม่หย่านมจากฟาร์มของเชฟในเมือง Extremadura ทางตะวันตกของปนะเทศสเปน เชฟเลือกใช้ส่วนหัวไหล่และซี่โครงนำไปปรุงให้สุกช้า ๆ เพื้อให้เนื้อยังคงความฉ่ำเอาไว้ได้มากที่สุด ด้านล่างคือซอส Jus รสชาติเข้มข้น องค์ประกอบฝั่งซ้ายมือคือถั่วอัลมอนด์, ดอกไม้เคียง, กระเทียม, บ๊วยแดง และองค์ประกอบของแองโชวี่ ส่วนซอสสีเขียวเตรียมมาจากสมุนไพร Aromatic Herbs ผสมกันกับโยเกิร์ต (18/20)

WHITE VERMOUTH SNOW ICE, LEMON AND ROSEMARY.
Reus

ล้างปากด้วยน้ำแข็งเกล็ดหิมะที่อโรมาของเหล้า White Vermouth เชฟเติมแต่งด้วยรสเปรี้ยวของเลมอนครีม ด้านล่างเป็นเค้กที่เตรียมมาจากมะกอกดำและส้ม (19/20)

WILD STRAWBERRIES, BASIL AND AGED VINEGAR.
Spring

ของหวานจานนี้คือผลสตรอว์เบอร์รี่ป่าเสิร์ฟมาทั้งผลสด ๆ และไอศกรีม ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลกรอบ ยังมีครีมสีเขียวที่มีอโรมาของโหระพาฝรั่งและสมุนไพร ด้านบนคือไข่มุกกลม ๆ รสเปรี้ยวที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากมะนาว หยดสีดำเตรียมมาจากน้ำสมสายชูบ่มให้ความเปรี้ยวหวาน จานนี้จัดเป็นของหวานที่มีความซับซ้อนและยังคงรสชาติที่เข้าถึงง่ายและเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (20/20)

THE COCOA AGE.
Cacao Barry

จานนี้เชฟตั้งใจนำเสนอช็อกโกแลตมาในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างตามแต่ละช่วงอายุทั้งช็อกโกแลตมูส ช็อกโกแลตกับถั่วฮาเซลนัท ช็อกโกแลตกับกาแฟ ไอศกรีมฝักช็อกโกแลต และองค์ประกอบจากเมล็ดโกโก้รองอยู่ที่ฐานด้านล่าง (20/20)

THE JEWEL.

จากนั้นพนักงานเสิร์ฟ The Jewel มาในกล่องทรงหกเหลี่ยม

THE JEWEL.

เมื่อเปิดออกมาจะพบกับ Chocolate Bonbon with Hazelnut

Yuzu marshmellow
Lemon and poppy mini cake

Dark chocolate and cara crakine dragee
L’Or coffee caviar

Passionfruit profiterole

Crispy brioche with carquiñoli

Petit Four ช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างน่าประทับใจ

รายการไวน์ในมื้อนี้

รายการไวน์ในมื้อนี้

💰 ราคา 745 €

🎗 [THE FOOD] เชฟ Javier และเชฟ Sergio Torres ตั้งใจซื้อวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นเลิศจากผู้ผลิตโดยไม่ผ่านคนกลางเพื่อสนับสนุนการค้าที่เป็นธรรม นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีฟาร์มเล็ก ๆ ในเมือง Extremadura ทางตะวันตกของประเทศสเปนเป็นของตัวเองพร้อมกับตั้งชื่อและนามสกุลให้กับสัตว์ทุกตัวในฟาร์มอีกด้วย อาหารที่นี่ออกแบบมาในเชิงสร้างสรรค์โดยมี Tasting Menu เพียงรูปแบบเดียวที่เรียกว่า Revolución (290 €) รายการไวน์มีให้เบือกอย่างหลากหลายในราคาที่สมเหตุสมผลตามมาตรฐานห้องอาหารระดับสูง

🎗 [THE CHEF] Javier & Sergio Torres Martínez เป็นสองพี่น้องฝาแฝดมากพรสวรรค์ ทั้งคู่เกิดและเติบโตที่นคร Barcelona ในปี 1970 ทั้งยังเริ่มต้นเข้าครัวตั้งแต่มีอายุได้เพียง 14 ปีและสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนการอาหาร Arnadi Cookery School ของเชฟระดับตำนาน Mey Hofmann ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันไปสั่งสมประสบการณ์ของตัวเอง เชฟ Javier Torres ได้เข้าร่วมงานกับห้องอาหาร Girasol de Moraira (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Alicante, Neichel (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Barcelona, Reno (1 MICHELIN Star) ในเมือง Barcelona, El Racó de Can Fabes (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ในเมือง Barcelona, Restaurant de l’Hotel de Ville (2 MCIHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก่อนจะย้ายกลับมาร่วมงานกับ El Racó de Can Fabes (3 MICHELIN Stars) อีกครั้งหนึ่ง ส่วนเชฟ Sergio Torres เคยร่วมงานกับห้องอาหาร Reno (1 MICHELIN Star) ในเมือง Barcelona, Neichel (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Barcelona, Akelaŕe (3 MICHELIN Stars) ใน San Sebastián, Le Jardin des Sens (2 MICHELIN Stars) ในประเทศฝรั่งเศส, Alain Ducasse (3 MICHELIN Stars) ในโรงแรม Le Parc – Sofitel Demeure Hôtels ณ กรุง Paris และ Plaza Athénée (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่กรุง Paris หลังจากนั้นเชฟฝาแฝดได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งที่ห้องอาหาร El Rodat ในปี 2002 ทั้งยังมีโอกาสเปิดห้องอาหาร Eñe ที่นคร Sao Paolo ประเทศบราซิลในปี 2007 ต่อมาในปี 2008 ทั้งคู่ได้เปิดห้องอาหาร Dos Cielos ขึ้นในนคร Barcelona จนสามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งคู่ได้เข้าซื้อต่ออาคารซึ่งได้กลายมาเป็นห้องอาหาร Cocina Hermanos Torres ในปี 2018 พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองและเลื่อนระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่สือปกแดงปี 2023 ล่าสุดนี้พ่วงด้วยรางวัล 🍀 MICHELIN Green Star อีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีโอกาสเดินทางไปยังกรุง Madrid ก็สามารถแวะชิมห้องอาหาร Dos Cielos Madrid (Selected by MICHELIN Guide) ได้ในราคาสมเหตุสมผลเช่นกัน

🎗 [THE PLACE] Cocina Hermanos Torres มีทำเลตั้งอยู่ใจกลางนคร Barcelona โดยเชฟสองพี่น้องตัดสินใจซื้อต่ออาคารอุตสาหกรรมขนาด 800 ตารางเมตรเพื่อสานต่อความฝันของพวกเขา เพดานสีดำสูงโปร่งมีไฟดวงเล็ก ๆ ประดับเรียงรายดูคล้ายกับดาวมากมายบนท้องฟ้าช่วยเติมแต่งบรรยากาศให้มีความโรแมนติคมากยิ่งขึ้น

ไฮไลท์ของร้านคือห้องรับประทานอาหารหลักซึ่งเชฟทั้งสองตั้งใจวางครัวแบบ Open Kitchen หรือที่เรียกว่า Central Island เอาไว้บริเวณกึ่งกลางร้านซึ่งประกอบไปด้วยสเตชั่นขนาดใหญ่สำหรับเตรียมอาหารถถึง 3 จุดคือ Cold Room Section, Meat and Poultry Section และ Fish and Seafood Section รอบ ๆ คือโต๊ะอาหารของลูกค้าทำให้มุมมองของลูกค้าทุกคนสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นการเสริมประสบการณ์ระหว่างมื้อให้มีความซับซ้อนและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับวัตถุดิบอีกด้วย

ถึงพื้นที่ห้องอาหารจะค่อนข้างกว้างขวางแต่การตกแต่งภายในกลับมีความ Minimalism

ลูกค้าสามารถสังเกตเห็นห้องเก็บไวน์ที่ได้รวบรวมไวน์คุณภาพดีจากทั้งในประเทศสเปนและทั่วทั้งยุโรปมาไว้รวมกัน

โซฟาทรงโค้งสีส้มอ่อนช่วยช่วยเพิ่มเส้นสายให้กับพื้นที่ส่วนนี้

พื้นที่ด้านหน้าเป็นห้องรับรองลูกค้าซึ่งโดดเด่นด้วยบาร์ขนาดใหญ่สำหรับชงเครื่องดื่ม

🎗 [WHY GO] นอกจากอาหารชั้นเลิศที่เรียบเรียงกันมาต่อเนื่องไม่ขาดสายแล้วสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับเราอย่างไม่รู้ลืมคือห้องครัวแบบเปิดขนาดใหญ่ที่เราสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารโดยมีเชฟ Javier หรือ Sergio คอยควบคุมราวกับวาทยากรที่กำลังชี้นำวงออเคสตร้าระดับแนวหน้า

พนักงานให้บริการดีงามตามมาตรฐานแต่มีบางคนที่ดูจะเร่งรีบขณะเสิร์ฟไปสักนิด การบริการไวน์เป็นไปอย่างไร้ที่ติและมีราคาที่สมเหตุสมผล สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีโอกาสเดินทางมายังนครหลวงแห่งแคว้น Catalonia นี้ก็สามารถแวะมาลองชิมกัยได้ รับรองว่าคุ้มค่ากับเงินทุกยูโรอย่างแน่นอน