Visit: December 13, 2020

🇹🇭 Paii - พาย

106 ถนน สาทรเหนือ แขวง สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Tel: 02-344-4025

Cuisine

🍴 Thai - อาหารไทย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

12.5/20

Price

3/5
          

🎗 รีวิวฉบับนี้ได้รับสปอนเซอร์จากแอปพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง Hungry Hub เพื่อนำเสนอแพคเกจ Party Pack ในราคาสุดคุ้มค่า แม้จะเป็น Sponsored Review แต่เช่นเคยว่าเพจเราจะรีวิวและลงคะแนนตามจริงกับอาหารทุกจานอย่างแน่นอน … เพื่อความแฟร์ ก่อนจะขายของหรือแปะลิ้งจองแอดอยากให้เพื่อนๆลองอ่านประวัติและรีวิวเบื้องต้นของอาหารในร้านกันก่อน

          

🎗 The House On Sathorn เป็นบ้านเก่าประวัติศาสตร์สุดล้ำค่าอายุกว่า 130 ปีที่ตั้งอยู่บนถนนสาทรเหนือ อาคารดั้งเดิมถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เพื่อใช้งานเป็นบ้านของหลวงสาทรราชายุกต์หรือเจ้าสัวยมเศรษฐี ผู้รับเหมาขุดคลองสายต่างๆในพระนครรวมถึงคลองบนนถนนสาทรในช่วงเวลานั้น การออกแบบใช้สถาปัตยกรรมแบบ Neoclassic สังเกตได้จากโถงทางเข้าเป็นห้องเพดานสูงรูปหกเหลี่ยม ประตูและหน้าต่างชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งบานยาวตกแต่งด้วยขอบไม้เนื้อแข็งแกะสลักอย่างปราณีต ในปี พ.ศ. 2467 ตัวอาคารถูกแปลงสภาพเป็นโฮเต็ลรอแยล (หรือโรงแรมไทยแลนด์ในเวลาต่อมา) ทั้งยังเคยถูกใช้งานเป็นสถานเอกอัครราชทูตสหภาพแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตในช่วงปี 2491-2542 อีกด้วย ก่อนที่จะถูกเช่าโดยโรงแรม W Hotel Bangkok เพื่อปรับปรุงเป็น The House On Sathorn จนถึงปัจจุบัน ห้องอาหาร Paii หรือ พาย ได้ชื่อมาจากไม้พายสำหรับพายเรือ เพื่อนำเสนอคอนเซ็ปอาหารไทยที่เลือกใช้วัตถุดิบทั้งท้องถิ่นและนำเข้าคุณภาพสูง การตกแต่งภายในทำออกมาได้งดงามสมกับมาตรฐานห้องอาหารระดับ Fine Dining ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณ The Dining Room ซึ่งถูกจัดให้เป็นห้องทานอาหารหลัก ฝั่งตรงข้ามเป็นส่วนของ The Bar สำหรับชงเครื่องดื่มต่างๆ สุดท้ายคือ The Courtyard ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตัวบ้านโดดเด่นสวนสีเขียวอันร่มรื่นเหมาะกับการนั่งจิบน้ำชาในยามบ่ายมากๆ

🎗 เซ็ทเมนู Party Pack ที่เรานำเสนอในวันนี้ถูกตั้งราคาเอาไว้ที่ 1,599 บาทเน็ทต่อคน โดยลูกค้าสามารถเลือกทาน Main Course ได้ทั้งหมด 3 อย่าง Side Dish 1 อย่าง รวมไปถึงไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ Unlimited Mocktail สั่งได้แบบไม่จำกัดจำนวนแก้ว ! ฉะนั้นเพื่อความคุ้มค่าแนะนำให้สั่งเมนูที่มีวัตถุดิบราคาแพงอย่างกุ้งแม่น้ำ, กุ้งลายเสือ และปลาหิมะตามเมนูที่ยกขึ้นมาด้านล่างนี้

✨ ยำมะม่วงกุ้งแม่น้ำย่าง
Grilled Blue River Prawn – Mango Salad, Prawn Tomalley, Roast Coconut

เมนู Signature Dish ของทางร้าน Paii เป็นกุ้งแม่น้ำตัวโต ย่างถ่านมาจนเนื้อนุ่มเด้ง สุกพอดี ส่วนมันหัวกั้งสีส้มเยิ้มน่าทานเป็นที่สุด ปกติทางร้านจะเสิร์ฟมากับยำส้มโอแต่วันนี้เปลี่ยนมาเสิร์ฟกับยำมะม่วงแทน (13/20)

✨ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ
River Prawns – Thick “Tom Yam” Broth

หนึ่งในจานที่ดีและคุ้มค่าที่สุดต้องยกให้ต้มยำกุ้งที่ใช้กุ้งแม่น้ำไซซ์ใหญ่ถึง 3 ตัวใส่มาในต้มยำสูตรชาววัง ตัวซุปมีความหอมมันจากมันส่วนหัวกุ้งไม่ใช่นมข้น รสชาติกลมกล่อม ไม่มีรสใดโดดมากจนเกินไป ขนาดของชามใหญ่พอสำหรับทานได้ถึง 3-4 คน เมนูนี้ขอเน้นว่ายังไงก็ต้องสั่ง (13/20)

✨ ปลาหิมะราดพริก
Snow Fish – Baked, Sweet & Sour Sauce

Chilean Sea Bass หรือปลาหิมะถูกนำไปอบจนนุ่ม เชฟสามารถชูเนื้อสัมผัสอันเป็นจุดเด่นของปลาหิมะออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เสิร์ฟมากับซอสเปรี้ยวหวานสูตรพิเศษที่บาลานซ์รสชาติออกมาได้ดีมากๆ แนะนำให้ตักทานกับข้าวหอมร้อนๆ อร่อยไม่เบาเลยล่ะ (13/20)

🎗 รสชาติโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีตามมาตรฐานห้องอาหารโรงแรม 5 ดาว พูดกันตามตรงเมนู À La Carte ดั้งเดิมแต่ละจานถือว่าราคาค่อนข้างสูงมาก แต่เมื่อทาง Hungry Hub นำมาจัดเซ็ตราคาพิเศษถือว่าคุ้มค่าไม่เบา … Paii น่าเป็นร้านที่เหมาะกับการพาเพื่อนๆหรือครอบครัวมานั่งทานอาหารไทยพร้อมจิบเครื่องดื่มชิวๆแบบไม่จำกัดจำนวนแก้ว พร้อมทั้งเสพย์บรรยากาศคฤหาสถ์หรูใจกลางเมือง นับรองว่าได้ประสบการณ์ไม่ซ้ำใครกลับไปแน่นอน

Price :

1,599 THB NET/p

Parking :

จอดรถที่โรงแรม W Hotel Bangkok (มี Mercedes Hybrid Car Charging)

Operating Time :

12.00-24.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารไทยในบรรยากาศคฤหาสถ์สไตล์ Neoclassic สุดหรู รสชาติดี ราคาเซ็ตเมนูจัดว่าคุ้มค่าไม่เบา

อาหาร :

12.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Hungry Hub Party Pack (1,599 NET/p) 3 Main Dish, 1 Side dish, Unlimited Mixology

          
ยำตะไคร้กุ้งลายเสือย่าง

Tiger Prawn – Char-Grilled, Lemongrass Salad, Kaffir Lime Rub

ชูโทโร่ย่างซีอิ๊ว

Chutoro Tuna – Slightly Sear, Ginger, Soy Sauce, Thai Celery

ยำมะม่วงกุ้งแม่น้ำย่าง

Grilled Blue River Prawn – Mango Salad, Prawn Tomalley, Roast Coconut

ต้มยำกุ้งแม่น้ำ

River Prawns – Thick “Tom Yam” Broth

พะแนงหมูย่าง

Pork Shoulder – Grilled, Panang Curry

ปลาหิมะราดพริก

Snow Fish – Baked, Sweet & Sour Sauce

🥄 Side Dish

ข้าวหอม

Organic Jasmine Rice

กะหล่ำปลีอบน้ำปลา

Cabbage – Baked in Clay Pot, Fish Sauce

ผัดคะน้าน้ำมันหอย

Kale – Stir-fried, Oyster Sauce, Crispy Garlic

🥄 Virgin Mixology

คลาวด์ ไนน์

Cloud 9 – Fresh Passionfruit, Apple Juice, Rosemary Syrup

เร้ด เวลเวท

Red Velvet – Wild Berry, Grape Juice, Cranberry Juice, Cucumber

ไทย เฮอริเทจ

Thai Heritage – Tangerine Juice, Pineapple Juice, Grenadine

คอร์ทยาร์ด ฟิซ

Courtyard Fizz – Grapefruit Juice, Lychee Juice, Perrier Pine Grapefruit, Sparkling Mineral Water

🇹🇭 Paii – พาย

🍴 Thai – อาหารไทย

เซ็ทเมนู Party Pack ที่เรานำเสนอในวันนี้ถูกตั้งราคาเอาไว้ที่ 1,599 บาทเน็ทต่อคน โดยลูกค้าสามารถเลือกทาน Main Course ได้ทั้งหมด 3 อย่าง Side Dish 1 อย่าง รวมไปถึงไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ Unlimited Mocktail สั่งได้แบบไม่จำกัดจำนวนแก้ว ! ฉะนั้นเพื่อความคุ้มค่าแนะนำให้สั่งเมนูที่มีวัตถุดิบราคาแพงอย่างกุ้งแม่น้ำ, กุ้งลายเสือ และปลาหิมะ

ยำตะไคร้กุ้งลายเสือย่าง
Tiger Prawn – Char-Grilled, Lemongrass Salad, Kaffir Lime Rub

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูยำตะไคร้เสิร์ฟมาบนกุ้งลายเสือไซซ์กลาง 3 ตัวที่ผ่านการย่างถ่านมาจนหอมพร้อมทั้งผ่ากลางหลังมาเพื่อให้ใช้มีดหรือส้อมตัดทานได้ง่าน เนื้อกุ้งแน่นดีแต่ระดับความสุกมากเกินไปเล็กน้อย ยำตะไคร้รสชาติจัดจ้านครบทั้งเปรี้ยวหวานเค็มทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวนิดเข้ากันได้ดีกับเนื้อกุ้ง (12/20)

ชูโทโร่ย่างซีอิ๊ว
Chutoro Tuna – Slightly Sear, Ginger, Soy Sauce, Thai Celery

ถัดมาคือส่วนท้องปลาทูน่าส่วนชูโทโร่ที่ผ่านการเซียบนกระทะจนผิวด้านบนสุกนิดๆแต่ตรงกลางยังคงนุ่มอยู่ ทานคู่กับซอสซีอิ๊วรสหวานเค็มกลมกล่อม มีกลิ่นหอมจากขิงเพียงเบาๆ ถือเป็นการนำวัตถุดิบจากญี่ปุ่นมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ (13/20)

ยำมะม่วงกุ้งแม่น้ำย่าง
Grilled Blue River Prawn – Mango Salad, Prawn Tomalley, Roast Coconut

เมนู Signature Dish ของทางร้าน Paii เป็นกุ้งแม่น้ำตัวโต ย่างถ่านมาจนเนื้อนุ่มเด้ง สุกพอดี ส่วนมันหัวกั้งสีส้มเยิ้มน่าทานเป็นที่สุด ปกติทางร้านจะเสิร์ฟมากับยำส้มโอแต่วันนี้เปลี่ยนมาเสิร์ฟกับยำมะม่วงแทน (13/20)

ยำมะม่วงกุ้งแม่น้ำย่าง
Grilled Blue River Prawn – Mango Salad, Prawn Tomalley, Roast Coconut

จานอื่นไม่สั่งไม่เป็นไร แต่จานนี้ต้องสั่ง ไม่งั้นเดี๋ยวไม่คุ้มค่าแพคเกจเอานา 😅 (13/20)

ต้มยำกุ้งแม่น้ำ
River Prawns – Thick “Tom Yam” Broth

หนึ่งในจานที่ดีและคุ้มค่าที่สุดต้องยกให้ต้มยำกุ้งที่ใช้กุ้งแม่น้ำไซซ์ใหญ่ถึง 3 ตัวใส่มาในต้มยำสูตรชาววัง กล่าวคือตัวซุปมีความหอมมันจากมันส่วนหัวกุ้งไม่ใช่นมข้น รสชาติกลมกล่อม ไม่มีรสใดโดดมากจนเกินไป ขนาดของชามใหญ่พอสำหรับทานได้ถึง 3-4 คน เมนูนี้ขอเน้นว่ายังไงก็ต้องสั่ง (13/20)

ต้มยำกุ้งแม่น้ำ
River Prawns – Thick “Tom Yam” Broth

ชามใหญ่แค่ไหนลองเทียบกับขนาดมือดู อันนี้ก็เป็นอีกจานต้องสั่ง หากทานเหลือก็ขอพนักงานแพคกลับบ้านได้น้า เพราะทานสองคนไม่น่าจะหมดแน่ๆ 😅 (13/20)

พะแนงหมูย่าง
Pork Shoulder – Grilled, Panang Curry

จานนี้คือเนื้อหมูที่ผ่านการย่างถ่านมาจนหอม เชฟนำไปแล่สไลด์เป็นชิ้นบางๆแล้ววางมาบนซอสพะแนงสุดครีมมี่ หอม มัน จัดเป็นจานที่เข้าถึงง่ายและน่าจะถูกใจใครหลายๆคน (12/20)

ปลาหิมะราดพริก
Snow Fish – Baked, Sweet & Sour Sauce

สุดท้ายคือปลาหิมะที่นำไปอบจนนุ่ม เชฟสามารถชูเนื้อสัมผัสอันเป็นจุดเด่นของปลาหิมะออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เสิร์ฟมากับซอสเปรี้ยวหวานสูตรพิเศษที่บาลานซ์รสชาติออกมาได้ดีมากๆ แนะนำให้ตักทานกับข้าวหอมร้อนๆ อร่อยไม่เบาเลยล่ะ (13/20)

ข้าวหอม
Organic Jasmine Rice

แน่นอนว่าอาหารไทยต้องทานคู่กับข้าวหอมมะลิร้อนๆ 1 ถ้วยขนาดพอทานสำหรับ 2 คน

กะหล่ำปลีอบน้ำปลา
Cabbage – Baked in Clay Pot, Fish Sauce

เมนูธรรมดาที่รสชาติไม่ธรรมดาคือกะหล่ำปลีที่อบมาในหม้อดินจนขอบไหม้ เคี้ยวแล้วมีความกรอบ รสชาติออกเค็มนิดๆแต่ไม่โดดเเทรกด้วยรสชาติหวานกลมกล่อมจากน้ำปลาชั้นดี ที่สำคัญคือกลิ่นหอมโดดเด่นมากๆ จัดเป็น Side Dish ที่แนะนำให้สั่งมาชิมกันดู (13/20)

ผัดคะน้าน้ำมันหอย
Kale – Stir-fried, Oyster Sauce, Crispy Garlic

เมนูที่ดูออกจะธรรมดาที่สุดในมื้อคือผัดคะน้าน้ำมันหอย ผักคะน้านุ่มมากไปนิด กระเทียมกรอบดี รสชาติไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก (10/20)

ข้าวเกรียบและน้ำจิ้มซีฟู้ด (Complimentary)

ระหว่างรออาหารพนักงานจะนำข้าวเกรียบกุ้งมาเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ

คลาวด์ ไนน์
Cloud 9 – Fresh Passionfruit, Apple Juice, Rosemary Syrup

ส่วนม็อกเทลที่ดีที่สุดต้องยกให้ Cloud 9 ที่มีรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเสาวรสและน้ำแอปเปิ้ลผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว

เร้ด เวลเวท
Red Velvet – Wild Berry, Grape Juice, Cranberry Juice, Cucumber

อันดับสองยกให้ Red Velvet เป็นน้ำมิกซ์เบอร์รี่ผสมกับน้ำองุ่นจึงให้รสหวานที่นุ่มลึกและกลิ่นที่ซับซ้อน

ไทย เฮอริเทจ
Thai Heritage – Tangerine Juice, Pineapple Juice, Grenadine

Thai Heritage แก้วนี้เป็นน้ำส้มเขียวหวานที่ผสมผสานเข้ากันกับน้ำสับปะรด มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ลงตัว

คอร์ทยาร์ด ฟิซ
Courtyard Fizz – Grapefruit Juice, Lychee Juice, Perrier Pine Grapefruit, Sparkling Mineral Water

ใครชอบความซ่าต้องลอง Courtyard Fizz ทีเน้นกลิ่นหอมจากลิ้นจี่ ตอนยกดื่มดื่มจะได้รสเค็มที่ติดอยู่บริเวณรอบแก้ว สดชื่นมากๆ

ห้องอาหาร Paii หรือ พาย ได้ชื่อมาจากไม้พายสำหรับพายเรือ เพื่อนำเสนอคอนเซ็ปอาหารไทยที่เลือกใช้วัตถุดิบทั้งท้องถิ่นและนำเข้าคุณภาพสูง

การตกแต่งภายในทำออกมาได้งดงามสมกับมาตรฐานห้องอาหารระดับ Fine Dining ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณ The Dining Room ซึ่งถูกจัดให้เป็นห้องทานอาหารหลัก

ฝั่งตรงข้ามเป็นส่วนของ The Bar สำหรับชงเครื่องดื่มต่างๆ

ด้านหลังเป็นบริเวณ The Courtyard ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตัวบ้านโดดเด่นสวนสีเขียวอันร่มรื่นเหมาะกับการนั่งจิบน้ำชาในยามบ่ายมากๆ

The House On Sathorn เป็นบ้านเก่าประวัติศาสตร์สุดล้ำค่าอายุกว่า 130 ปีที่ตั้งอยู่บนถนนสาทรเหนือ อาคารดั้งเดิมถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เพื่อใช้งานเป็นบ้านของหลวงสาทรราชายุกต์หรือเจ้าสัวยมเศรษฐี ผู้รับเหมาขุดคลองสายต่างๆในพระนครรวมถึงคลองบนนถนนสาทรในช่วงเวลานั้น

ปัจจุบันตัวอาคารถูกเช่าโดยโรงแรม W Hotel Bangkok เพื่อปรับปรุงเป็น The House On Sathorn จนถึงปัจจุบัน

การออกแบบใช้สถาปัตยกรรมแบบ Neoclassic สังเกตได้จากโถงทางเข้าเป็นห้องเพดานสูงรูปหกเหลี่ยม ประตูและหน้าต่างชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งบานยาวตกแต่งด้วยขอบไม้เนื้อแข็งแกะสลักอย่างปราณีต ในปี พ.ศ. 2467 ตัวอาคารถูกแปลงสภาพเป็นโฮเต็ลรอแยล (หรือโรงแรมไทยแลนด์ในเวลาต่อมา) ทั้งยังเคยถูกใช้งานเป็นสถานเอกอัครราชทูตสหภาพแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตในช่วงปี 2491-2542 อีกด้วย