Visit: October 20, 2020

🇹🇭 Pizzeria Limoncello - พิซเซอเรีย เลม่อนเชลโล่

17 Soi Sukhumvit 11, Klongtoey-Nua, Watthana, Bangkok 10110

Tel: 02-651-0707

Cuisine

🍴 Italian - อาหารอิตาลี

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

12/20

Price

2/5
          

🎗 Limoncello เป็นร้านอาหารในเครือ Zanotti ที่เชฟ-เจ้าของร้าน Gianmaria Zanotti ตั้งใจเปิดให้เป็นร้านสไตล์ Casual Dining และเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11 มองจากด้านหน้าเป็นบ้านไม้สองชั้นสีน้ำเงิน-ขาว ใครที่อยากนั่งชิวพูดคุยกับเพื่อนๆสามารถเลือกนั่งที่โซนเอาท์ดอร์ เปิดประตูเข้าไปจะพบกับเคาเตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่มและเตาฟืนขนาดใหญ่สำหรับอบพิซซ่าซึ่งถือเป็นหัวใจของร้านแห่งนี้ ภายในตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองอ่อนตั้งแต่ผนังร้านมาจนถึงผ้าปูโต๊ะ บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นกันเองแลดูคล้าย Trattoria ตามแหล่งท่องเที่ยวเมื่อตอนเราไปเที่ยวประเทศอิตาลี ส่วนคำว่า Limoncello เป็นชื่อของเหล้าอิตาเลียนสีเหลืองอ่อนได้จากการหมักเลมอนพันธุ์พื้นถิ่นของแถบ Amalfi coast นั่นเอง

          
🎗 วันนี้เราได้ซื้อดีลวอยเชอร์จากวงในมาใช้ (ซื้อและรีวิวด้วยตัวเอง) แต่แอดมินจะวงเล็บราคาเต็มของอาหารแต่ละอย่างเอาไว้ให้ด้วย เมนูที่จัดว่าเด็ดจนอยากแนะนำให้มาลองเช่น SPAGHETTI ALL’ASTICE CANADESE (2,260++) สปาเก็ตตี้ผัดพริกกระเทียมสไตล์อิตาเลียนที่ใส่แคนาเดียนล็อบสเตอร์ตัวโตลงไปผัดด้วย (13/20) ส่วนใครที่ชอบพิซซ่าต้องนี่เลย PIZZA ZANOTTI (590++) Signature Pizza ที่เชฟนวดแป้งเป็นแผ่นบางแล้วจึงละเลงซอสมะเขือเทศคุณภาพดีและมัสคาโปเน่ชีสลงไป นำเข้าเตาฟืนแบบดั้งเดิมจนแป้งสุก ด้านบนใส่พามาแฮมให้รสเค็มไปตัดกับความหอม มัน ของมัสคาโปเน่ ราคาสูงสักนิดแต่รสชาติถือว่าเด็ด (12/20) สุดท้ายคือของหวานอย่าง IL TIRAMISU (230++) ที่เหล่านักชิมต่างรู้ดีว่าเป็นขนมหวานชื่อดังของร้าน Zanotti ทั้งคลาสสิคและอร่อยมากๆ (12/20)

🎗 รสชาติอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้เทียบได้กับร้านอาหารทั่วไปในประเทศอิตาลี ราคาอาหารค่อนข้างสูง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านสำหรับครอบครัวที่สามารถพาคุณปู่คุณย่ารวมไปถึงเด็กๆมาทานอาหารร่วมกัน

Price :

700-1,500 THB/p

Parking :

จอดฟรีหน้าร้าน

Operating Time :

12.00-14.00, 18.00-23.00

Dress Code :

Casual

Score

👍 ร้านอาหารอิตาเลียนสูตรบ้านๆ รสชาติเข้าถึงง่าย ราคาค่อนข้างสูง

อาหาร :

12

ราคา :

2/5

เทคนิค :

1/5

อัตลักษณ์ :

1/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
CIPOLLA FRITTA
Fried onion

FRITTO DI CALAMARI (330++)
Deep fried calamari

MELANZANE ALLA PARMIGIANO (260++)
Eggplant’s layers with tomato sauce and parmigiano cheese

ZUPPA AL TARTUFO ESTIVO “PIEMONTE” (690++)
“Piedmont’s” region truffle soup

SPAGHETTI ALL’ASTICE CANADESE (2,260++)
Spaghetti with Canadian Lobster Spicy Sauce

SPAGHETTI ALLA CARBONARA (390++)
Spaghetti with egg, cream, bacon and parmigiano cheese

PETTO DI POLLO RIPIENO DI RICOTTA E MASCARPONE SERVITO CON PROSCUITTO DI PARMA CROCCANTE E PISTACHIO (430++)
Pan fried chicken breast stuffed with ricotta and mascarpone, garnished with crispy Parma ham and pistachio

PIZZA ZANOTTI (590++)
Pizza with tomato sauce, mascarpone cheese and Parma ham

IL TIRAMISU (230++)
The classic Italian coffee & mascarpone cheese dessert

PANNA COTTA (190++)
The traditional Torino recipe for panna cotta with strawberry sauce

🇹🇭 Pizzeria Limoncello – พิซเซอเรีย เลม่อนเชลโล่

🍴 Italian – อาหารอิตาเลียน

Limoncello เป็นร้านอาหารในเครือ Zanotti ที่เชฟ-เจ้าของร้าน Gianmaria Zanotti ตั้งใจเปิดให้เป็นร้านสไตล์ Casual Dining และเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

FRITTO DI CALAMARI (330++)
Deep fried calamari

ใครที่เคยไปเที่ยวเมืองชายทะเลในประเทศอิตาลีจะรู้เลยว่าชาวบ้านที่นั่นมีฝีมือการทอดหมึกขั้นเทพมากๆ แม้จะมีขนาดตัวไม่ใหญ่ แต่หมึกทุกตัวจะคลุกกับแป้งมาไม่หนามาก ทอดมาสุกเท่ากันทั้งตัว ที่ Limoncello ก็ทำออกมาได้ตรงต้ามต้นฉบับเลย เนื้อหมึกนุ่ม หอม กรอบ บีบเลมอนก่อนทานเพื่อให้รสเปรี้ยวช่วยบาลานซ์ความมัน อร่อยไม่เบาเลยจริงๆ (13/20)

MELANZANE ALLA PARMIGIANO (260++)
Eggplant’s layers with tomato sauce and parmigiano cheese

ตามมาด้วยเมนูคลาสสิคอย่าง Eggplant Parmigiana ต่างจากร้านอาหารไฟน์ ไดนิ่งทั่วไปที่มักทำออกมาอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ Limoncello จะมำออกมาคล้ายกับร้านอาหารริมทางในประเทศอิตาลี เริ่มจากการหั่นมะเขือเป็นชิ้นๆ เรียงให้เป็นเลเยอร์ชั้นๆแล้ววางลงไปในซอสมะเขือเทศ ด้านบนโรยชีสแล้วอบจนสุก เนื้อมะเขือค่อนข้างนุ่ม เสริมด้วยรสเปรี้ยวของซอสมะเขือเทศ มีความเค็มหอมมันของชีส ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและเรียกน้ำย่อยได้ดี (11/20)

ZUPPA AL TARTUFO ESTIVO “PIEMONTE” (690++)
“Piedmont’s” region truffle soup

ซุปทรัฟเฟิลแบบบ้านสูตรพิเศษที่ใช้เห็ดและทรัฟเฟิลไปปั่นรวมกัน เนื้อซุปเนียน ละเอียดใช้ได้ มีกลิ่นหอมทรัฟเฟิลพอประมาณ ด้านบนเป็นครูตองกรอบ อย่างไรก็ตามราคาที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูงเทียบกับคุณภาพทรัฟเฟิลที่ใช้ (10/20)

SPAGHETTI ALL’ASTICE CANADESE (2,260++)
Spaghetti with Canadian Lobster Spicy Sauce

สุดยอดเมนูพิเศษที่เป็นที่รู้กันของลูกค้าประจำและปกติต้องสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้นคือสปาเก็ตตี้กุ้งล็อบสเตอร์ตัวโตผัดกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตรัาเวอร์จิ้น กระเทียม และพริกแห้ง หรือ All’Aglio Olio e Peperoncino นั่นเอง กุ้งล็อบสเตอร์เป็นๆนำเข้าจากประเทศแคนาดาต้มจนสุกกำลังดี เนื้อนุ่ม เด้ง หวานธรรมชาติ เส้นสปาเก็ตตี้สุกเกินระดับ Al Dente ไปนิดแต่ไม่เละซึ่งอาจถูกใจลูกค้าคนไทยส่วนใหญ่ น้ำมันมะกอกและกระเทียมช่วยเพิ่มกลิ่นให้เด่นชัดมากขึ้น ตัดด้วยรสเผ็ดนิดๆของพริกแห้ง ดีงามสมราคาสุดๆ (13/20)

SPAGHETTI ALL’ASTICE CANADESE (2,260++)
Spaghetti with Canadian Lobster Spicy Sauce

ล็อบสเตอร์ที่ให้มาก็ตัวใหญ่ใช้ได้เลย (13/20)

SPAGHETTI ALLA CARBONARA (390++)
Spaghetti with egg, cream, bacon and parmigiano cheese

สปาเก็ตตี้คาโบนาราที่นี่ทำออกมาไม่ตรงตามต้นตำรับสักเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเชฟตั้งใจให้รสชาติเข้าถึงง่ายสำหรับคนไทยทั่วไป อย่างแรกคือตัวเส้นสปาเก็ตตี้ที่นี่จะค่อนข้างนุ่มเกินระดับ Al Dente ไปนิด ถัดมาคือขั้นตอนการทำซอสที่ใส่ครีมลงไปด้วยต่างจากสูตรต้นตำรับที่ใช้เฉพาะไข่ พริกไทยดำ และชีสเท่านั้น ส่วนชนิดของชีสทางร้านจะไม่ได้ใช้ Pecorino ตามสูตรโรมัน อย่างไรก็ตามชีส Parmigiano ที่ใช้ก็ถือว่าทดแทนกันได้ แต่พอนำมาผสมกับครีมทำให้ความเค็มและความกลมกล่อมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพาเมซานถูกลดทอนไปพอสมควร สุดท้ายคือการใช้เบคอนแทนแก้มหมูเพื่อให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น … บอกตามตรงว่าหากเมนูนี้เสิร์ฟมาในร้านอาหารของเชฟชาวไทยก็อาจจะไม่แปลกเท่าไหร่นักแต่สำหรับร้านอาหารอิตาเลียนอาจทำให้นักชิมบางคนมองว่าทางร้านทำไม่ตรงตามต้นตำรับซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากของอาหารอิตาเลียน (10/20)

PETTO DI POLLO RIPIENO DI RICOTTA E MASCARPONE SERVITO CON PROSCUITTO DI PARMA CROCCANTE E PISTACHIO (430++)
Pan fried chicken breast stuffed with ricotta and mascarpone, garnished with crispy Parma ham and pistachio

สำหรับ Secondi เราได้ทานเป็นเนื้อไก่ที่ทำไปทอดแพนเซีย ด้านนอกคลุมด้วยชีสสองอย่างคือรีคอตต้าและมัสคาโปนเน่เนื้อนุ่ม หอม ทอปด้านบนด้วยพาม่าแฮมกรอบๆ มีรสออกเค็มตัดกันกับความมันของชีส ข้างกันคือผักโขม แมชโพเทโท่ และถั่วพิสตาชิโอ้บด (11/20)

PIZZA ZANOTTI (590++)
Pizza with tomato sauce, mascarpone cheese and Parma ham

มาร้านพิซซ่าก็ต้องห้ามพลาดเมนูพิซซ่า Signature ที่ใช้ชื่อเชฟเจ้าของร้านมาตั้งอย่าง Pizza Zanotti เชฟใช้แป้งนวดแผ่เป็นแผ่น ละเลงซอสมะเขือเทศคุณภาพดีและมัสคาโปเน่ชีสลงไป นำเข้าเตาฟืนแบบดั้งเดิมจนแป้งสุก ขอบพิซซ่าที่นี่เป็นแบบบางกรอบ รสชาติก็ดีไม่เบา ด้านบนใส่พามาแฮมให้รสเค็มไปตัดกับความหอม มัน ของมัสคาโปเน่ แม้ว่าราคาสูงไปบ้างแต่รสชาติถือว่าอร่อยใช้ได้ (12/20)

CIPOLLA FRITTA
Fried onion

ก่อนเข้าสู่มื้ออาหารพนักงานจะนำหอมทอดกรอบมาให้เราทานกัน เคี้ยวเล่นเพลินๆ แปปเดียวหมด

IL TIRAMISU (230++)
The classic Italian coffee & mascarpone cheese dessert

ใครที่เป็นแฟนตัวยงของร้าน Zanotti ต้องรู้ดีว่าทิรามิสุของที่นี่มีชื่อเสียงขึ้นชื่อลือชามานานนับสิบปี เชฟใช้เลดี้ฟิงเกอร์จุ่มลงในกาแฟ ด้านนอกเป็นมัสคาโปเน่ชีสที่ให้มาเยอะพอสมควรแต่ไม่มากไปจนเลี่ยนเหมาะกับคนที่ชอบรสหวานมัน ด้านบนโรยด้วยผงกาแฟ ทั้งคลาสสิคและอร่อยมากๆ (12/20)

PANNA COTTA (190++)
The traditional Torino recipe for panna cotta with strawberry sauce

พานาคอตต้าที่นี่ทำออกมาตามสูตรต้นฉบับดั้งเดิมของเมืองตูริน มีเนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ หอมกลิ่นครีม ตัดรสด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี่รสเปรี้ยว องุ่นแดงรสหวาน และวิปปิ้งครีมหอมมัน (12/20)

เปิดประตูเข้าไปจะพบกับเคาเตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่มและเตาฟืนขนาดใหญ่สำหรับอบพิซซ่าซึ่งถือเป็นหัวใจของร้านแห่งนี้

ภายในตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองอ่อนตั้งแต่ผนังร้านมาจนถึงผ้าปูโต๊ะ

บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นกันเองแลดูคล้าย Trattoria ตามแหล่งท่องเที่ยวเมื่อตอนเราไปเที่ยวประเทศอิตาลี

รสชาติอาหารถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้เทียบได้กับร้านอาหารทั่วไปในประเทศอิตาลี ราคาอาหารค่อนข้างสูง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านสำหรับครอบครัวที่สามารถพาคุณปู่คุณย่ารวมไปถึงเด็กๆมาทานอาหารร่วมกัน

ภายในห้องอาหาร

ใครที่อยากนั่งชิวพูดคุยกับเพื่อนๆสามารถเลือกนั่งที่โซนเอาท์ดอร์

คำว่า Limoncello เป็นชื่อของเหล้าอิตาเลียนสีเหลืองอ่อนได้จากการหมักเลมอนพันธุ์พื้นถิ่นของแถบ Amalfi coast นั่นเอง

ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11 มองจากด้านหน้าเป็นบ้านไม้สองชั้นสีน้ำเงิน-ขาว