หน้าแรก » 🇹🇭 Salvia – ซาลเวีย
Visit: September 12, 2020
🇹🇭 Salvia - ซาลเวีย
โรงแรม Grand Hyatt Erawan, 494 ถนน ราชดำริ แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
Tel: 02-254-1234
Cuisine
🍴 Italian - อาหารอิตาลี
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
12.5/20
Price
ร้านที่เราคัดเลือกมาเเนะนำเพื่อนๆในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่ถึง 1 เดือน มีจุดเด่นคือการนำเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ ตัวร้านมีชื่อว่า Salvia แปลว่าใบเสจซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอาหารอิตาเลียน ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดในส่วนโรงแรมเเล้วเดินขึ้นมาที่ชั้น M ของโรมแรม Grand Hyatt Erawan ได้เลย ภายในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ Osteria มีบรรยากาศเป็นกันเองเหมาะสำหรับการนัดเพื่อนๆมาสังสรรค์กันหลังเลิกงาน ห้องทานอาหารหลักปูด้วยพื้นไม้สีน้ำตาลเข้ม บนโต๊ะมีจานเซรามิคลายฟ้าขาวและขวดน้ำมันมะกอกสีสันสดใสชวนนึกถึงทริปอิตาลีตอนใต้ที่เราได้ไปมาเมื่อปีก่อน ใครที่อยากเเวะมาดื่มทางร้านมีส่วนบาร์สำหรับชงเครื่อมดื่มที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับบริการลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะ รวมถึงเมนูสำหรับสั่งกลับบ้านและ Delivery อีกด้วย
Price :
300-800 THB/p
Parking :
จอดฟรีที่โรงแรม
Operating Time :
Lunch 11:30 - 14:30, Dinner 18:30 - 22:30
Dress Code :
Casual
Score
👍 Salvia เป็นห้องอาหารอิตาเลียนสูตรคุณยาย รสชาติดี ราคาคุ้มค่า จัดเป็นอีกหนึ่งร้านที่เราอยากให้เพื่อนๆมาตามรอยกันมากๆ
อาหาร :
12.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Salvia – ซาลเวีย
Italian – อาหารอิตาเลียน
ร้านที่เราคัดเลือกมาเเนะนำเพื่อนๆในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่ถึง 1 เดือน มีจุดเด่นคือการนำเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนในราคาที่ทุกคนจับต้องได้
Prosciutto cotto (350++)
Homemade cooked ham in salvia broth, artisanal Italian butter
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเเฮมสูตรพิเศษของทางโรงแรม วิธีทานให้นำขนมปังกรอบมาทาเนย เเล้วค่อยวางเเฮมทอปเอาไว้ด้านบน ความนุ่มของเเฮมตัดกันกับความกรอบของขนมปังได้ลงตัว แนะนำทานสลับกับ Pickled ที่เสิร์ฟมาคู่กัน (12/20)
Burrata e pomodori (390++)
Creamy burrata, organic tomatoes, shallot, olives
ถัดมาคือบูราต้า ชีสนมวัวจากเเหล่งบ่มชีสที่อำเภอหัวหิน ประเทศไทยวางมากลางจาน ทานกับมะเขือเทศออร์แกนิค มะกอก และใบเบซิล (12/20)
Burrata e pomodori (390++)
Creamy burrata, organic tomatoes, shallot, olives
หั่นชีสบูราต้าออกมาเเล้วตักทานกับมะเขือเทศได้เลย ตัวชีสหอม มัน ถือว่าคุณภาพดีเลยสำหรับระดับราคานี้ ส่วนมะเขือเทศบ้านเราต่างจากของอิตาลีที่อัตราส่วนปริมาณน้ำจะเยอะพอสมควร ตรงนี้เเล้วเเต่คนชอบ (12/20)
Amuse bouche and focaccia
Italian sausage
สำหรับอมูสบูชทางร้านนำเสนอไส้กรอกสไตล์อิตาเลียนขนาดพอดีคำราดด้วยซอสมะเขือเทศรสเปรี้ยวอุมามิช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี (12/20)
Amuse-bouche and house made focaccia
Italian sausage
ส่วนขนมปังทางร้านนำเสิร์ฟโฟกาชช่าผิวบางกรอบเเต่เนื้อด้านในนุ่ม เชฟใส่มะเขือเทศลงไปด้วยเพิ่มรสเปรี้ยวเล็กน้อย ทานกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเเละน้ำส้มสายชูบัลซามิคจากเมืองโมดีน่า ประเทศอิตาลี
Paccheri neri al granchio (790++)
Squid ink paccheri, fresh crab, tarragon, shellfish broth
เมนูที่เราเเนะนำมากๆสำหรับใครที่มาร้าน Salvia คือสุดยอด Classic Venetian Dish อย่างพาสต้า Paccheri จับคู่กับวัตถุดิบเลอค่าบ้านเราอย่าง Mud Crab หรือปูดำเป็นๆตัวโตๆ โดยเส้นปากเกรี่ที่ใช้จะสีดำจากการผสมหมึกดำลงไปด้วย เสิร์ฟมาสุกระดับ Al Dente แบบอิตาเลียนขนานเเท้ (13/20)
Paccheri neri al granchio (790++)
Squid ink paccheri, fresh crab, tarragon, shellfish broth
ด้วยความที่ตัวเส้นที่มีความหนามากกว่าพาสต้าชนิดอื่นๆทำให้ตอนทานจะมีเนื้อสัมผัสความกรึบเบาๆ ตัดกันกับความนุ่มของเนื้อปูได้อย่างลงตัว (ใครชอบเส้นนิ่มๆให้บอกพนักงานก่อนสั่ง) จากนั้นราดด้วยซอสทะเลสไตล์เวเนเชี่ยนรสเปรี้ยวหวานอุมามิ ทางร้านใจดีใส่ปูดำมาให้ทั้งตัวรวมถึงก้ามสองข้างทำให้เมนูนี้จัดว่าคุ้มค่าสุดๆ เพราะโดยปกติเเค่ราคาปูดำขนาดกลางในร้านอาหารทั่วไปก็ราคาราวๆ 700-1,000 บาทเเล้ว (13/20)
Fusilli caserecci al ferretto (330++)
Fresh fusilli, slow braised lamb ragout, dried ricotta
เมนูที่เชฟ Roberto ภูมิใจนำเสนอมากที่สุด ทั้งยังเป็นพาสต้าเส้นสดทำมือคือ Fusilli ราดด้วยซอสเนื้อแกะ ปกติเส้นฟูซิลี่จะเป็นพาสต้าทรงเกลียว ใหญ่ๆ อวบๆ สั้นๆ เเต่สูตรของเชฟได้ดัดเเปลงให้มีความเรียวยาวมากขึ้น เสิร์ฟมากับ Lamb ragout หรือซอสเนื้อเเกะตุ๋นรสเลิศ (13/20)
Fusilli caserecci al ferretto (330++)
Fresh fusilli, slow braised lamb ragout, dried ricotta
ต่างจากพักเกรี่จานก่อนหน้า เส้นฟูซิลี่สูตรพิเศษของเชฟ Roberto ทำออกมาจะมีความเหนียว นุ่ม และหนึบ พอมาจับคู่กับซอสที่มีเนื้อเเกะตุ๋นสับละเอียดทำให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว น้ำซอสหอม ไม่มีกลิ่นสาบเเกะ ตัดด้วยรสเค็มของชีสรีคอตต้าเเห้งที่ขูดมาด้านบน ที่สำคัญคือราคาที่ตั้งเอาไว้เพียง 330 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากๆสำหรับพาสต้าเส้นสดรสชาติระดับนี้ (13/20)
Dentice all’acqua pazza (1,120++)
Braised red snapper fillet, saffron shellfish broth, octopus, olives
มาถึง Secondi หรือเมนคอร์สจานเเรก เป็นเนื้อปลาสเเนปเปอร์ที่ถูกแล่ออกมาเป็นฟิเลท์ชิ้นโต เสิร์ฟมาในซอสซีฟู้ดสไตล์อิตาเลียนที่มีกลิ่นหอมของเเซฟรอน ทั้งยังมีรสเปรี้ยวอ่อนๆของมะเขือเทศเเซมด้วยรสเค็มเฉพาะตัวของมะกอก ทานสลับกับหอยตลับและหนวดหมึกยักษ์ จานนี้เเสดงถึงกลิ่นอายความเป็นทะเลได้ชัดเจนมากๆ (12/20)
Tagliata di manzo 350 g (1,380++)
Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano
จานยอดนิยมที่เราแอบเห็นว่าเเขกคนอื่นสั่งกันทุกโต๊ะเลยจริงๆคือเนื้อวัวออสเตรเลียนเเองกัสส่วนริบอายชิ้นโต 350 กรัม เชฟจะนำเนื้อไปย่างด้วยไม้ไวน์แดงเพื่อให้เนื้อมีกลิ่นหอม ขอเเนะนำให้ทานที่ความสุขระดับมีเดียมเเรร์เพื่อรสชาติเเละความชุ่มฉ่ำที่พอเหมาะ (12/20)
Tagliata di manzo 350 g (1,380++)
Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano
จากนั้นพนักงานจะมาตกเเต่งจานโดยใช้ผักร็อกเก็ต มะเขือเทศ ใครชอบชีสทางร้านจะเติมชีสกราด้า ปาดาโน่ ชีรสเค็มจัดลงไปเพื่อบาลานซ์รสชาติโดยรวมของสลัด (12/20)
Tagliata di manzo 350 g (1,380++)
Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano
พอเนื้อย่างได้ที่พนักงานจะนำเนื้อมาหั่นที่เคาเตอร์หั่นเนื้อ ใครอยากถ่ายรูปสามารถเดินไปชมพนักงานหั่นกันสดๆได้เลย (12/20)
Tagliata di manzo 350 g (1,380++)
Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano
จานนี้คลาสสิค ไม่ซับซ้อน เนื้อวัวออสเตรเลียนเเองกัสมีกลิ่นหอมโดดเด่นมากๆ เนื้อนุ่มในแบบที่ควรจะเป็น ทั้งยังคงความชุ่มฉ่ำตรงกลางเอาไว้ได้ดี ทานสลับกับสลัดผักร็อกเก็ตด้านล่าง จานนี้จานเดียวสามารถแบ่งกันทานได้ 2-3 คนเลยล่ะ (12/20)
CONTORNI
ใครที่สั่งจานเนื้อทาวร้านจะนำเสิร์ฟคู่กับคอนตอร์นี่ หรือเครื่องเคียงเลือกได้สองอย่าง
Patate al forno
Roasted new potatoes, caramelized onion butter
มันฝรั่งย่างเนื้อนุ่ม ทานเข้าไปจะมีรสเค็มของเกลือทะเลเบาๆมาตัด (12/20)
Insalata di pomodori
Organic tomato salad, aged balsamic
หรือจะเป็นสลัดมะเขือเทศออร์เเกนิคราดด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิคทานสลับกับเนื้อช่วยให้รู้สึกไม่หนักจนเกินไป (12/20)
Pizza Culatello (260++)
Tomato, mozzarella, Grana Padano, Culatello, rocket
สิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดของห้องอาหาร Salvia คือการที่เชฟ Roberto ตัดสินใจที่จะเสิร์ฟพิซซ่าแบบนาโปลีขนานแท้ เเต่มีราคาเริ่มต้นเเค่เพียง 150 บาท ! … ใช่เเล้ว Pizza Margherrita ของทางร้านตั้งราคาเอาไว้เพียง 150 บาทเท่านั้น เเต่สำหรับเราขอเลือกทานเป็นพิซซ่าคูราเตลโย่ ที่เชฟใช้แฮมอิตาเลียนคุณภาพสูงวางมาบนซอสมะเขือเทศ ทอปด้วยผักรอกเก็ตและชีสกราด้า ปาดาโน่ … ที่สำคัญ “พิซซ่าสไตล์นาโปลีของเเท้ต้องมีขอบไหม้” เหนียว นุ่ม ทางร้านถือว่านำเสิร์ฟมาได้ตรงตามต้นตำรับ สุดยอดมากๆ (13/20)
Tiramisu (190++)
Mascapone, espresso, lady fingers, amaretto
นอกจากอาหารคาวขอย้ำว่าให้เผื่อท้องเอาไว้สำหรับอาหารหวานเพราะทางร้านทำออกมาได้ดีเกินราคามากๆ เริ่มจาก Pick me up หรือทิรามิสุชิ้นโตที่เชฟใช้ขนมเลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มในกาแฟเอสเปรซโซ่รองไว้ด้านล่าง ชั้นบนเป็นครีมมัสคาโปเน่เนื้อเนียน หอม มัน จบด้วยการโรยด้วยผงกาแฟด้านบนและอมาเรตโต้ช่วยเพิ่มความกรอบตอนทาน อร่อยเกินราคาไปมาก (13/20)
Crostata di mele (190++)
Grandma style apple tart, “Bronte” Pistachio ice cream
ถัดมาคือแอปเปิ้ลทาร์ตสูตรคุณยายที่เชฟนำแอปเปิ้ลไปเชื่อมและเสิร์ฟมาเป็นแผ่นบางๆ มีความหวานกรอบพอดี จับคู่กับไอศกรีมและถั่วพิสตาชิโอ้ที่ปลูกบนดินภูเขาไฟเอ็ตน่าทในหมู่บ้านบรอนเต้ เเคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี แอบกระซิบว่านี่คือหนึ่งในวัตถุดิบราคาสูงที่ได้รับการขนานนามว่า Green gold จากคนเเถบนั้นเลยทีเดียว (13/20)
Panna cotta al forno (190++)
Bufala milk custard, organic palm sugar caramel
สุดท้ายคือ “พานาคอตต้าอบ“ พอทานจริงๆเเล้วให้ความรู้สึกคล้าย “ฟลาน” แบบสเปนมากกว่า ด้านในเป็นกับคัสตาร์ดนมควายที่มีเนื้อสัมผัสอยู่ตรงกลางระหว่างพานาคอตต้ากับเค้ก มีรสหวานจากคาราเมล หอม อร่อยสุดๆ (13/20)
อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Roberto Parentela ชาวอิตาเลียน ผู้เคยฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารกึ่งบาร์ชื่อดังอย่าง Spasso หลังจากทางโรงแรมอนุญาตให้เชฟย้ายมาคุมห้องอาหาร Salvia เชฟโรเบอร์โต้จึงมีอิสระในการรังสรรค์เมนูด้วยตัวเองอย่างเต็มที่
ห้องทานอาหารหลักปูด้วยพื้นไม้สีน้ำตาลเข้ม บนโต๊ะมีจานเซรามิคลายฟ้าขาวและขวดน้ำมันมะกอกสีสันสดใสชวนนึกถึงทริปอิตาลีตอนใต้ที่เราได้ไปมาเมื่อปีก่อน
รายการอาหารของทางร้าน
ภายในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ Osteria มีบรรยากาศเป็นกันเองเหมาะสำหรับการนัดเพื่อนๆมาสังสรรค์กันหลังเลิกงาน
ใครที่อยากเเวะมาดื่มทางร้านมีส่วนบาร์สำหรับชงเครื่อมดื่มที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับบริการลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะ รวมถึงเมนูสำหรับสั่งกลับบ้านและ Delivery อีกด้วย
ตู้เก็บน้ำ Brine ที่ทางร้านทำเอง
รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ ราคาที่ตั้งไว้ถือว่าคุ้มค่ามากๆเทียบกับการได้มานั่งทานอาหารที่ปรุงโดยเชฟชาวอิตาเลียนเเท้ๆในเซ็ตติ้งระดับโรงแรม 5 ดาว ใครไม่ชอบอาหารคาวจะมาสั่งของหวานพร้อมจิบชายามบ่ายหรือไวน์สักเเก้วทางร้านก็ไม่ว่ากัน
จุดเด่นที่สุดของ Salvia ที่หาร้านอาหารอิตาเลียนอื่นๆเทียบเคียงได้ยากคือ “ความคุ้มค่า” อาหารเเต่ละจานมีราคาย่อมเยาชนิดที่ใครๆก็ทานได้
บริเวณหน้าห้องอาหาร
ชื่อร้าน Salvia แปลว่าใบเสจซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอาหารอิตาเลียน ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดในส่วนโรงแรมเเล้วเดินขึ้นมาที่ชั้น M ของโรมแรม Grand Hyatt Erawan ได้เลย