Visit: December 1, 2022

🇹🇭 Na-Oh Bangkok - นาโอ แบ็งค็อก

👨🏻‍🍳 Chef Supod Jorradon (Chef Breeze) - เชฟสุพจน์ จรดล (เชฟบรีส)

Naoh Bangkok, 460/8 ถนน สิรินธร แขวง บางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

Tel: 088-612-2188

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

13/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับอีกหนึ่งห้องอาหาร Fine Dining ในย่านฝั่งธนที่เราแวะเวียนกลับไปชิมเป็นประจำในทุก ๆ ปี นั่นก็คือ Na-Oh Bangkok ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องโดยสารของเครื่องบินลำใหญ่ในโครงการณ์ช่างชุ่ยนั่นเอง

          
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Na-Oh ได้ชื่อมาจากการกลับคำว่า Noah’s Arks หรือเรืออาร์คที่ถูกสร้างตามพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าเพื่อช่วยเหลือครอบครัวโนอาร์และสัตว์น้อยใหญ่ในวันสิ้นโลก ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดได้ที่ลานจอดของโครงการณ์ช่างชุ่ย เมื่อเดินมาถึงบริเวณลานกว้างจะพบกับเครื่องบิน Lockheet L-1011 TriStar ที่ผ่านการใช้งานในช่วงปี 70s จอดเด่นเป็นสง่าโดยมีพนักงานคอยตรวจสอบการจองแล้วพาเราขึ้นลิฟท์ไปยังห้องโดยสารหลัก ภายในตกแต่งได้อย่างมีเอกลักษณ์สังเกตได้จากสัตว์สตัฟฟ์มากมายที่นำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายจากทั่วโลกเช่นหมีขาว กวาง สิงโต ลิง และหมูป่า ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม ส่วนโต๊ะอาหารจะตั้งอยู่ติดกันกับหน้าต่างเครื่องบินเพื่อให้ลูกค้ามองออกไปเห็นบรรยากาศโดยรอบตลอดมื้ออาหารนั่นเอง

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟสุพจน์ จรดล หรือเชฟบรีสผู้เคยผ่านงานในห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายทั้งยังผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทยเข้ากันกับเทคนิคการปรุงสไตล์ตะวันตกได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับ Episode 8 นี้เชฟอาศัยคอนเซป Mother Tongue โดยอาหารแต่ละจานจะชวนผู้ชิมนึกย้อนไปถึงรสชาติอาหารบางอย่างในวัยเด็กได้นั่นเอง ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 3 แบบคือ 6 Course (1,800++) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูราคาเริ่มต้นสุดคุ้มค่า ถัดมาคือ 8 Course (2,800++) สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสอาหารและตัวตนของเชฟเพิ่มเติมขึ้นมาและสุดท้ายคือ 12 Course (3,800++) สำหรับผู้ที่อยากจัดเต็มและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนของเครื่องบิน Lockheet L-1011 TriStar ลำนี้ สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ

✨ Tomato Salad
คอร์สที่เตรียมออกมาได้ซับซ้อนและน่าประทับใจที่สุดในค่ำคืนนี้คือเมนูที่ผสมผสานองค์ประกอบของมะเขือเทศเอาไว้ถึง 9 อย่าง เชฟเล่าถึงที่มาของจานนี้เอาไว้คร่าว ๆ ว่าตัวเชฟเองเป็นคนที่ไม่ชอบมะเขือเทศแต่อยากก้าวข้ามข้อจำกัดตรงนี้โดยการนำเสนอมะเขือเทศให้น่าลิ้มลองมากยิ่งขึ้น ในจานประกอบไปด้วยซอร์เบท์สีส้มทำมาจาก Gazpacho หรือซุปมะเขือเทศเย็นของสเปน ซอสสีเหลืองด้านล่างคือ Romesco หยดด้วยสีเขียวของน้ำมันผักชีลาว รอบ ๆ คือ Cream Cheese เตรียมมาเป็นมูสสีขาวช่วยตัดรสเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศ ยังมี Pickled Tomato, Dried Tomato และ Tomato Chip รูปผีเสื้อ จัดว่าเป็นคอร์สที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบอันหลากหลายและกระตุ้นน้ำย่อยได้ดีมาก ๆ (14/20)

✨ Scallop masala, polenta, corn curry, coriander
จานนี้เชฟนำเสนอหอยเชลล์โฮตาเตะนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไปจี่กับน้ำมัน Masala เพื่อให้เกิดกลิ่นหอม ข้างกันคือข้าวโพดย่างและ Lemon Gel ตรงกลางคือ Coriander Oil ให้อโรมาหอม ๆ เข้ากันไปกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี ด้านล่างคือ Polenta มีลักษณะเป็นข้าวโพดร่วน ๆ ที่ผ่านการจี่บนกระทะ จบด้วยการเติมซอส Corn Curry รสชาติหอม มัน เข้มข้น ลงไป (13/20)

✨ Banana, coffee, baileys
จานนี้เชฟอาหารหวานเลือกที่จะจับคู่รสชาติของกล้วยและกาแฟเข้าด้วยกัน ในจานมีหลากหลายองค์ประกอบทั้งมูสกล้วย, เค้กกล้วย และไอศกรีมกาแฟ ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลกรอบเตรียมมาจากถั่วฮาเซลนัทและโกโก้ จากนั้นราดด้วยซอส Coffee Curd และ Banana Caramel รสชาติเข้มข้น (14/20)

🎗 [WHY GO] Na-Oh เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่เรารู้สึกว่ามีความ Underated หรือมีคนพูดถึงค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหาร ปริมาณ และราคาที่คุ้มค่า บรรยากาศที่นี่ยีงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือมีความแคชวลไปพร้อม ๆ กับความเป็นหรูหราและควรค่าแก่การแวะมาชิมในทุกโอกาส

Price :

1,800-3,800++

Parking :

จอดรถที่โครงการณ์ช่างชุ่ย

Operating Time :

17.00-22.00 ปิดวันพุธ

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารเชิงสร้างสรรค์พร้อมกับบรรยากาศเครื่องบินเก่าในย่านฝั่งธน ฯ

อาหาร :

13

ราคา :

3/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 MOTHER TOUGUE [EPISODE 8]

          
Amuse-bouche

Fancy tomato, gazpacho, romesco, dill

Confit seasonal prawns, green apple, kaffir lime

Scallop masala, polenta, corn curry, coriander

Gillardeau oyster, cucumber, bonito, miso, sake

Egg en cocotte, ginger, crab roe

Holy basil soup, mochi

Seabass, dashi beurre blanc, mushroom, onion

Pineapple slushie, umeshu, plum with red perilla

Grilled beef, basmati rice, young coconut

Yuzu sorbet, mandarin compote

Banana, coffee, baileys

Raspberry, sichuan pepper, sour-cream

Backyard

🇹🇭 Na-Oh Bangkok – นาโอ แบ็งค็อก

🍴 Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์

👨🏻‍🍳 Chef Supod Jorradon (Chef Breeze) – เชฟสุพจน์ จรดล (เชฟบรีส)

Amuse-bouche

มื้ออาหารเริ่มต้นด้วย Amuse-bouche คำแรกคือ Nori Tart ที่มีกลิ่นหอมของสาหร่าย ด้านในบรรจุ Avocado-Wasabi Cream ให้กลิ่นเฉพาะตัวขอวาซายิบาง ๆ ผสมกับความครีมมี่ของอโวคาโดนำเข้าจาก California ยังมีอโรมาของน้ำมันต้นหอม เชฟเลือกเสิร์ฟมาบนเมล็ดงาเพื่อให้มีความกรอบที่แตกต่างกันกับทาร์ตจิ๋ว (13/20)

Amuse-bouche

ถัดมาคือเห็ดหูหนูขาวทอด ด้านในบรรจุครีมสมุนไพรท็อปด้านบนด้วย Caramelized Mango เพื่อให้มีความกรอบที่แตกต่างกันกับชิ้นเห็ดนั่นเอง (13/20)

Amuse-bouche

ปิดท้ายด้วย Earl Grey Sphere ที่มีกลิ่นหอมของน้ำเชื่อมดอกจำปี ส่วนรอบ ๆ ตกแต่งด้วยกลีบดอกเก๊กฮวยอีกทีหนึ่ง (13/20)

Amuse-bouche

Amuse bouche เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง (13/20)

Fancy tomato, gazpacho, romesco, dill

คอร์สที่เตรียมออกมาได้ซับซ้อนและน่าประทับใจที่สุดในค่ำคืนนี้คือเมนูที่ผสมผสานองค์ประกอบของมะเขือเทศเอาไว้ถึง 9 อย่าง เชฟเล่าถึงที่มาของจานนี้เอาไว้คร่าว ๆ ว่าตัวเชฟเองเป็นคนที่ไม่ชอบมะเขือเทศแต่อยากก้าวข้ามข้อจำกัดตรงนี้โดยการนำเสนอมะเขือเทศให้น่าลิ้มลองมากยิ่งขึ้น ในจานประกอบไปด้วยซอร์เบท์สีส้มทำมาจาก Gazpacho หรือซุปมะเขือเทศเย็นของสเปน ซอสสีเหลืองด้านล่างคือ Romesco หยดด้วยสีเขียวของน้ำมันผักชีลาว รอบ ๆ คือ Cream Cheese เตรียมมาเป็นมูสสีขาวช่วยตัดรสเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศ ยังมี Pickled Tomato, Dried Tomato และ Tomato Chip รูปผีเสื้อ จัดว่าเป็นคอร์สที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบอันหลากหลายและกระตุ้นน้ำย่อยได้ดีมาก ๆ (14/20)

Confit seasonal prawns, green apple, kaffir lime

จานนี้เชฟนำกุ้งม้าลายไปกงฟีในน้ำมันมะกรูดจนได้เนื้อสัมผัสคล้าย Rillette นุ่มละเอียด ด้านบนท็อปด้วยเจลที่ผสมผสานรสชาติของแอปเปิ้ลเขียวและมะกรูด ด้านล่างรองด้วย Green Apple Salad ให้รสเปรี้ยวนิด ๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของผงมะกรูดช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ซอสสีเขียวรอบ ๆ เตรียมมาจากน้ำแอปเปิ้ลเขียวดองสมุนไพรชวนนึกถึงน้ำยำที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง (13/20)

Scallop masala, polenta, corn curry, coriander

จานนี้เชฟนำเสนอหอยเชลล์โฮตาเตะนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไปจี่กับน้ำมัน Masala เพื่อให้เกิดกลิ่นหอม ข้างกันคือข้าวโพดย่างและ Lemon Gel ตรงกลางคือ Coriander Oil ให้อโรมาหอม ๆ เข้ากันไปกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี ด้านล่างคือ Polenta มีลักษณะเป็นข้าวโพดร่วน ๆ ที่ผ่านการจี่บนกระทะ จบด้วยการเติมซอส Corn Curry รสชาติหอม มัน เข้มข้น ลงไป (13/20)

Gillardeau oyster, cucumber, bonito, miso, sake

หอยนางรม Gillardeau ไซซ์ยักษ์มีเนื้อสัมผัสที่ครีมมี่ ด้านล่างรองด้วย Cucumber Broth หรือซุปแตงกวาเย็นช่วยเรียกความสดชื่นขนาบข้างกันไปกับ Bonito Mayonnaise ยังมี Cucumber Spaghetti มีลักษณะเป็นแตงกวาฝานบางเป็นเส้น ๆ คลุกกับ Tarragon Oil ควบคู่ไปกับการใส่ Crouton หรือขนมปังเพื่อให้เกิดความกรอบขึ้นในคอร์สนี้ ด้านบนเป็น Miso Gel, Lime Gel และ Sake Dressing เชฟตกแต่งด้วยดอกและใบ Tarragon อย่างไรก็ตามด้วยองค์ประกอบที่ใส่มาหลากหลายโดยเฉพาะ Cucumber Spaghetti อาจรบกวนเนื้อสัมผัสของหอยนางรม Gillardeau ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีความละเอียดอ่อนไปบ้างนั่นเอง (12/20)

Egg en cocotte, ginger, crab roe

Egg en Cocotte ได้จากการนำไข่ไปตุ๋นในน้ำสต๊อกปูม้าจนกลิ่นของไข่และปูผสานกันเป็นหนึ่งเดียว สำหรับเนื้อปูและไข่ปูนั้นเชฟได้ปูมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีแบบวันต่อวันให้ความหวาน หอม มัน และสัมผัสได้ถึงความสดของปู จากนั้นตัดรสชาติด้วยกลิ่นของเพสต์และน้ำมันขิง อย่าลืมตักให้ครบทุกองค์ประกอบในคำเดียว (13/20)

Holy basil soup, mochi

ถัดมาเป็นคอร์สซุปใบกระเพราหอมกลมกล่อมเสิร์ฟมาร้อน ๆ ตัดกลิ่นด้วยน้ำมันผักชีลาวพร้อมรับประทาน ตรงกลางเป็นโมจิสอดไส้ปลากรายและใบกะเพรา ยังมีแผ่นข้าวเกรียบกรอบที่เชฟโรยด้วยผงสาหร่ายมาช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสอีกด้วย (12/20)

Seabass, dashi beurre blanc, mushroom, onion

หลังจากผ่านจานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มามากแล้วในคอร์สนี้เชฟบรีสได้เลือกที่จะทวิสต์อาหารฝรั่งเศสคลาสสิคกันบ้าง ปลากะพงที่ผ่านการจี่บนกระทะเสิร์ฟมาคู่กับ Dashi Beurre Blanc ให้ความหอม มัน และรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ด้านบนท็อปด้วย Purée หัวหอม เบคอน ควินัวกรอบ และเห็ดเข็มทองที่ผ่านการตากแห้งและดองให้ความนุ่มหนึบที่ลงตัวนั่นเอง (13/20)

Pineapple slushie, umeshu, plum with red perilla

ล้างปากด้วย Slushie สับปะรดโดยผสมผสาน Umeshu หรือเหล้าบ๊วยญี่ปุ่นลงไปด้วย ยังมีบ๊วยที่ผ่านการดองกับใบชิโสะแดง องค์ประกอบด้านบนคือแท่งสับปะรดที่ Infused ด้วยเหล้าบ๊วยและน้ำเชื่อมขิงช่วยตัดความมันของอาหารจานก่อนหน้าได้อย่างหมดจด (13/20)

Grilled beef, basmati rice, young coconut

ถัดมาคือเมนูข้าวเสิร์ฟมาในหม้อขนาดจิ๋ว (13/20)

Grilled beef, basmati rice, young coconut

ข้าว Basmati หุงในสไตล์ข้าวหมกแบบอินเดียจับคู่กับอโรมาและเนื้อสัมผัสของเนื้อมะพร้าวน้ำหอมจากอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ด้านบนคือเนื้อวัว Wagyu A5 ส่วน Striploin จากจังหวัดฮอกไกโดย่างกาบมะพร้าวจนสุกพอเหมาะ ยังคือแคบควายกรอบจากจังหวัดเชียงรายช่วยเพิ่มความสนุกขณะเคี้ยวได้อีกด้วย (13/20)

Yuzu sorbet, mandarin compote

ล้างปากอีกครั้งด้วย Yuzu Sorbet ด้านล่างรองด้วย Sablé หรือคุกกี้เนยที่ป่นมาเป็น Crouton ด้านบนคือ Yuzu Cream, Yuzu Gel เพิ่มมิติด้วยความขมเบา ๆ จากผิวแมนดารินเชื่อม (13/20)

Banana, coffee, baileys

จานนี้เชฟอาหารหวานเลือกที่จะจับคู่รสชาติของกล้วยและกาแฟเข้าด้วยกัน ในจานมีหลากหลายองค์ประกอบทั้งมูสกล้วย, เค้กกล้วย และไอศกรีมกาแฟ ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลกรอบเตรียมมาจากถั่วฮาเซลนัทและโกโก้ จากนั้นราดด้วยซอส Coffee Curd และ Banana Caramel รสชาติเข้มข้น (14/20)

Raspberry, sichuan pepper, sour-cream

จบด้วยการจับคู่ Raspberry กับอโรมาเฉพาะตัวของ Sichuan Pepper หรือพริกไทยเสฉวน องค์ประกอบตรงกลางคือมูสที่เตรียมมาจากพริกไทยเสฉวน ซอสสีแดงรอบ ๆ เตรียมมาจากผลราสเบอร์รี่ ยังมีองค์ประกอบของราสเบอร์รี่เจลและซอร์เบท์ช่วยเรียกความสดชื่นตัดด้วยความเปรี้ยวของซาวครีมเลมอนเพียงเล็กน้อย ด้านบนท็อปด้วยเมอแรงก์กรอบที่ผสมผสานความเป็นราสเบอร์รี่กับพริกไทยเสฉวนลงไปอีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตามหากรสชาติของราสเบอร์รี่แสดงออกมาเด่นชัดกว่านี้อาจทำให้จานนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (13/20)

Backyard

ปิดท้ายด้วยขนมชิ้นจิ๋ว 4 อย่างคือ Homemade Strawberry Marshmallow, Lemon Cookies, Salted Egg with Chocolate Bonbon และ Truffle Ice Cream

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับอีกหนึ่งห้องอาหาร Fine Dining ในย่านฝั่งธนที่เราแวะเวียนกลับไปชิมเป็นประจำในทุก ๆ ปี นั่นก็คือ Na-Oh Bangkok ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องโดยสารของเครื่องบินลำใหญ่ในโครงการณ์ช่างชุ่ยนั่นเอง

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Na-Oh ได้ชื่อมาจากการกลับคำว่า Noah’s Arks หรือเรืออาร์คที่ถูกสร้างตามพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าเพื่อช่วยเหลือครอบครัวโนอาร์และสัตว์น้อยใหญ่ในวันสิ้นโลก

ภายในตกแต่งได้อย่างมีเอกลักษณ์

โต๊ะอาหารจะตั้งอยู่ติดกันกับหน้าต่างเครื่องบินเพื่อให้ลูกค้ามองออกไปเห็นบรรยากาศโดยรอบตลอดมื้ออาหารนั่นเอง

สำหรับ Episode 8 นี้เชฟอาศัยคอนเซป Mother Tongue โดยอาหารแต่ละจานจะชวนผู้ชิมนึกย้อนไปถึงรสชาติอาหารบางอย่างในวัยเด็กได้นั่นเอง

ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม

ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 3 แบบคือ 6 Course (1,800++) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูราคาเริ่มต้นสุดคุ้มค่า ถัดมาคือ 8 Course (2,800++) สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสอาหารและตัวตนของเชฟเพิ่มเติมขึ้นมาและสุดท้ายคือ 12 Course (3,800++) สำหรับผู้ที่อยากจัดเต็มและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนของเครื่องบิน Lockheet L-1011 TriStar ลำนี้

เพื่อน ๆ สามารถพบกับสัตว์สตัฟฟ์มากมายที่นำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายจากทั่วโลกเช่นหมีขาว กวาง สิงโต ลิง และหมูป่า

ในวันที่เราไปยังมีดนตรี Jazz บรรเลงสด ๆ ไปตลอดมื้ออาหารอีกด้วย

อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟสุพจน์ จรดล หรือเชฟบรีสผู้เคยผ่านงานในห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายทั้งยังผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทยเข้ากันกับเทคนิคการปรุงสไตล์ตะวันตกได้อย่างน่าประทับใจ

ทาวออกฝั่งหนึ่งเป็นสไลเดอร์

เมื่อเดินมาถึงบริเวณลานกว้างจะพบกับเครื่องบิน Lockheet L-1011 TriStar ที่ผ่านการใช้งานในช่วงปี 70s จอดเด่นเป็นสง่าโดยมีพนักงานคอยตรวจสอบการจองแล้วพาเราขึ้นลิฟท์ไปยังห้องโดยสารหลัก

ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดได้ที่ลานจอดของโครงการณ์ช่างชุ่ย