หน้าแรก » 🇹🇭 Na-Oh Bangkok – นาโอ แบ็งค็อก
Visit: December 1, 2022
🇹🇭 Na-Oh Bangkok - นาโอ แบ็งค็อก
👨🏻🍳 Chef Supod Jorradon (Chef Breeze) - เชฟสุพจน์ จรดล (เชฟบรีส)
Naoh Bangkok, 460/8 ถนน สิรินธร แขวง บางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
Tel: 088-612-2188
Cuisine
🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
13/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับอีกหนึ่งห้องอาหาร Fine Dining ในย่านฝั่งธนที่เราแวะเวียนกลับไปชิมเป็นประจำในทุก ๆ ปี นั่นก็คือ Na-Oh Bangkok ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องโดยสารของเครื่องบินลำใหญ่ในโครงการณ์ช่างชุ่ยนั่นเอง
Price :
1,800-3,800++
Parking :
จอดรถที่โครงการณ์ช่างชุ่ย
Operating Time :
17.00-22.00 ปิดวันพุธ
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารเชิงสร้างสรรค์พร้อมกับบรรยากาศเครื่องบินเก่าในย่านฝั่งธน ฯ
อาหาร :
13
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MOTHER TOUGUE [EPISODE 8]
Na-Oh Bangkok – นาโอ แบ็งค็อก
Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์
Chef Supod Jorradon (Chef Breeze) – เชฟสุพจน์ จรดล (เชฟบรีส)
Amuse-bouche
มื้ออาหารเริ่มต้นด้วย Amuse-bouche คำแรกคือ Nori Tart ที่มีกลิ่นหอมของสาหร่าย ด้านในบรรจุ Avocado-Wasabi Cream ให้กลิ่นเฉพาะตัวขอวาซายิบาง ๆ ผสมกับความครีมมี่ของอโวคาโดนำเข้าจาก California ยังมีอโรมาของน้ำมันต้นหอม เชฟเลือกเสิร์ฟมาบนเมล็ดงาเพื่อให้มีความกรอบที่แตกต่างกันกับทาร์ตจิ๋ว (13/20)
Amuse-bouche
ถัดมาคือเห็ดหูหนูขาวทอด ด้านในบรรจุครีมสมุนไพรท็อปด้านบนด้วย Caramelized Mango เพื่อให้มีความกรอบที่แตกต่างกันกับชิ้นเห็ดนั่นเอง (13/20)
Amuse-bouche
ปิดท้ายด้วย Earl Grey Sphere ที่มีกลิ่นหอมของน้ำเชื่อมดอกจำปี ส่วนรอบ ๆ ตกแต่งด้วยกลีบดอกเก๊กฮวยอีกทีหนึ่ง (13/20)
Amuse-bouche
Amuse bouche เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง (13/20)
Fancy tomato, gazpacho, romesco, dill
คอร์สที่เตรียมออกมาได้ซับซ้อนและน่าประทับใจที่สุดในค่ำคืนนี้คือเมนูที่ผสมผสานองค์ประกอบของมะเขือเทศเอาไว้ถึง 9 อย่าง เชฟเล่าถึงที่มาของจานนี้เอาไว้คร่าว ๆ ว่าตัวเชฟเองเป็นคนที่ไม่ชอบมะเขือเทศแต่อยากก้าวข้ามข้อจำกัดตรงนี้โดยการนำเสนอมะเขือเทศให้น่าลิ้มลองมากยิ่งขึ้น ในจานประกอบไปด้วยซอร์เบท์สีส้มทำมาจาก Gazpacho หรือซุปมะเขือเทศเย็นของสเปน ซอสสีเหลืองด้านล่างคือ Romesco หยดด้วยสีเขียวของน้ำมันผักชีลาว รอบ ๆ คือ Cream Cheese เตรียมมาเป็นมูสสีขาวช่วยตัดรสเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศ ยังมี Pickled Tomato, Dried Tomato และ Tomato Chip รูปผีเสื้อ จัดว่าเป็นคอร์สที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบอันหลากหลายและกระตุ้นน้ำย่อยได้ดีมาก ๆ (14/20)
Confit seasonal prawns, green apple, kaffir lime
จานนี้เชฟนำกุ้งม้าลายไปกงฟีในน้ำมันมะกรูดจนได้เนื้อสัมผัสคล้าย Rillette นุ่มละเอียด ด้านบนท็อปด้วยเจลที่ผสมผสานรสชาติของแอปเปิ้ลเขียวและมะกรูด ด้านล่างรองด้วย Green Apple Salad ให้รสเปรี้ยวนิด ๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของผงมะกรูดช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี ซอสสีเขียวรอบ ๆ เตรียมมาจากน้ำแอปเปิ้ลเขียวดองสมุนไพรชวนนึกถึงน้ำยำที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง (13/20)
Scallop masala, polenta, corn curry, coriander
จานนี้เชฟนำเสนอหอยเชลล์โฮตาเตะนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไปจี่กับน้ำมัน Masala เพื่อให้เกิดกลิ่นหอม ข้างกันคือข้าวโพดย่างและ Lemon Gel ตรงกลางคือ Coriander Oil ให้อโรมาหอม ๆ เข้ากันไปกับองค์ประกอบอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี ด้านล่างคือ Polenta มีลักษณะเป็นข้าวโพดร่วน ๆ ที่ผ่านการจี่บนกระทะ จบด้วยการเติมซอส Corn Curry รสชาติหอม มัน เข้มข้น ลงไป (13/20)
Gillardeau oyster, cucumber, bonito, miso, sake
หอยนางรม Gillardeau ไซซ์ยักษ์มีเนื้อสัมผัสที่ครีมมี่ ด้านล่างรองด้วย Cucumber Broth หรือซุปแตงกวาเย็นช่วยเรียกความสดชื่นขนาบข้างกันไปกับ Bonito Mayonnaise ยังมี Cucumber Spaghetti มีลักษณะเป็นแตงกวาฝานบางเป็นเส้น ๆ คลุกกับ Tarragon Oil ควบคู่ไปกับการใส่ Crouton หรือขนมปังเพื่อให้เกิดความกรอบขึ้นในคอร์สนี้ ด้านบนเป็น Miso Gel, Lime Gel และ Sake Dressing เชฟตกแต่งด้วยดอกและใบ Tarragon อย่างไรก็ตามด้วยองค์ประกอบที่ใส่มาหลากหลายโดยเฉพาะ Cucumber Spaghetti อาจรบกวนเนื้อสัมผัสของหอยนางรม Gillardeau ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีความละเอียดอ่อนไปบ้างนั่นเอง (12/20)
Egg en cocotte, ginger, crab roe
Egg en Cocotte ได้จากการนำไข่ไปตุ๋นในน้ำสต๊อกปูม้าจนกลิ่นของไข่และปูผสานกันเป็นหนึ่งเดียว สำหรับเนื้อปูและไข่ปูนั้นเชฟได้ปูมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีแบบวันต่อวันให้ความหวาน หอม มัน และสัมผัสได้ถึงความสดของปู จากนั้นตัดรสชาติด้วยกลิ่นของเพสต์และน้ำมันขิง อย่าลืมตักให้ครบทุกองค์ประกอบในคำเดียว (13/20)
Holy basil soup, mochi
ถัดมาเป็นคอร์สซุปใบกระเพราหอมกลมกล่อมเสิร์ฟมาร้อน ๆ ตัดกลิ่นด้วยน้ำมันผักชีลาวพร้อมรับประทาน ตรงกลางเป็นโมจิสอดไส้ปลากรายและใบกะเพรา ยังมีแผ่นข้าวเกรียบกรอบที่เชฟโรยด้วยผงสาหร่ายมาช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสอีกด้วย (12/20)
Seabass, dashi beurre blanc, mushroom, onion
หลังจากผ่านจานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มามากแล้วในคอร์สนี้เชฟบรีสได้เลือกที่จะทวิสต์อาหารฝรั่งเศสคลาสสิคกันบ้าง ปลากะพงที่ผ่านการจี่บนกระทะเสิร์ฟมาคู่กับ Dashi Beurre Blanc ให้ความหอม มัน และรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ด้านบนท็อปด้วย Purée หัวหอม เบคอน ควินัวกรอบ และเห็ดเข็มทองที่ผ่านการตากแห้งและดองให้ความนุ่มหนึบที่ลงตัวนั่นเอง (13/20)
Pineapple slushie, umeshu, plum with red perilla
ล้างปากด้วย Slushie สับปะรดโดยผสมผสาน Umeshu หรือเหล้าบ๊วยญี่ปุ่นลงไปด้วย ยังมีบ๊วยที่ผ่านการดองกับใบชิโสะแดง องค์ประกอบด้านบนคือแท่งสับปะรดที่ Infused ด้วยเหล้าบ๊วยและน้ำเชื่อมขิงช่วยตัดความมันของอาหารจานก่อนหน้าได้อย่างหมดจด (13/20)
Grilled beef, basmati rice, young coconut
ถัดมาคือเมนูข้าวเสิร์ฟมาในหม้อขนาดจิ๋ว (13/20)
Grilled beef, basmati rice, young coconut
ข้าว Basmati หุงในสไตล์ข้าวหมกแบบอินเดียจับคู่กับอโรมาและเนื้อสัมผัสของเนื้อมะพร้าวน้ำหอมจากอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ด้านบนคือเนื้อวัว Wagyu A5 ส่วน Striploin จากจังหวัดฮอกไกโดย่างกาบมะพร้าวจนสุกพอเหมาะ ยังคือแคบควายกรอบจากจังหวัดเชียงรายช่วยเพิ่มความสนุกขณะเคี้ยวได้อีกด้วย (13/20)
Yuzu sorbet, mandarin compote
ล้างปากอีกครั้งด้วย Yuzu Sorbet ด้านล่างรองด้วย Sablé หรือคุกกี้เนยที่ป่นมาเป็น Crouton ด้านบนคือ Yuzu Cream, Yuzu Gel เพิ่มมิติด้วยความขมเบา ๆ จากผิวแมนดารินเชื่อม (13/20)
Banana, coffee, baileys
จานนี้เชฟอาหารหวานเลือกที่จะจับคู่รสชาติของกล้วยและกาแฟเข้าด้วยกัน ในจานมีหลากหลายองค์ประกอบทั้งมูสกล้วย, เค้กกล้วย และไอศกรีมกาแฟ ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลกรอบเตรียมมาจากถั่วฮาเซลนัทและโกโก้ จากนั้นราดด้วยซอส Coffee Curd และ Banana Caramel รสชาติเข้มข้น (14/20)
Raspberry, sichuan pepper, sour-cream
จบด้วยการจับคู่ Raspberry กับอโรมาเฉพาะตัวของ Sichuan Pepper หรือพริกไทยเสฉวน องค์ประกอบตรงกลางคือมูสที่เตรียมมาจากพริกไทยเสฉวน ซอสสีแดงรอบ ๆ เตรียมมาจากผลราสเบอร์รี่ ยังมีองค์ประกอบของราสเบอร์รี่เจลและซอร์เบท์ช่วยเรียกความสดชื่นตัดด้วยความเปรี้ยวของซาวครีมเลมอนเพียงเล็กน้อย ด้านบนท็อปด้วยเมอแรงก์กรอบที่ผสมผสานความเป็นราสเบอร์รี่กับพริกไทยเสฉวนลงไปอีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตามหากรสชาติของราสเบอร์รี่แสดงออกมาเด่นชัดกว่านี้อาจทำให้จานนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (13/20)
Backyard
ปิดท้ายด้วยขนมชิ้นจิ๋ว 4 อย่างคือ Homemade Strawberry Marshmallow, Lemon Cookies, Salted Egg with Chocolate Bonbon และ Truffle Ice Cream
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับอีกหนึ่งห้องอาหาร Fine Dining ในย่านฝั่งธนที่เราแวะเวียนกลับไปชิมเป็นประจำในทุก ๆ ปี นั่นก็คือ Na-Oh Bangkok ซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องโดยสารของเครื่องบินลำใหญ่ในโครงการณ์ช่างชุ่ยนั่นเอง
[THE PLACE] ห้องอาหาร Na-Oh ได้ชื่อมาจากการกลับคำว่า Noah’s Arks หรือเรืออาร์คที่ถูกสร้างตามพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าเพื่อช่วยเหลือครอบครัวโนอาร์และสัตว์น้อยใหญ่ในวันสิ้นโลก
ภายในตกแต่งได้อย่างมีเอกลักษณ์
โต๊ะอาหารจะตั้งอยู่ติดกันกับหน้าต่างเครื่องบินเพื่อให้ลูกค้ามองออกไปเห็นบรรยากาศโดยรอบตลอดมื้ออาหารนั่นเอง
สำหรับ Episode 8 นี้เชฟอาศัยคอนเซป Mother Tongue โดยอาหารแต่ละจานจะชวนผู้ชิมนึกย้อนไปถึงรสชาติอาหารบางอย่างในวัยเด็กได้นั่นเอง
ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ได้ 3 แบบคือ 6 Course (1,800++) ซึ่งเป็นเซ็ตเมนูราคาเริ่มต้นสุดคุ้มค่า ถัดมาคือ 8 Course (2,800++) สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสอาหารและตัวตนของเชฟเพิ่มเติมขึ้นมาและสุดท้ายคือ 12 Course (3,800++) สำหรับผู้ที่อยากจัดเต็มและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนของเครื่องบิน Lockheet L-1011 TriStar ลำนี้
เพื่อน ๆ สามารถพบกับสัตว์สตัฟฟ์มากมายที่นำเข้ามาอย่างถูกกฎหมายจากทั่วโลกเช่นหมีขาว กวาง สิงโต ลิง และหมูป่า
ในวันที่เราไปยังมีดนตรี Jazz บรรเลงสด ๆ ไปตลอดมื้ออาหารอีกด้วย
อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟสุพจน์ จรดล หรือเชฟบรีสผู้เคยผ่านงานในห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายทั้งยังผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทยเข้ากันกับเทคนิคการปรุงสไตล์ตะวันตกได้อย่างน่าประทับใจ
ทาวออกฝั่งหนึ่งเป็นสไลเดอร์
เมื่อเดินมาถึงบริเวณลานกว้างจะพบกับเครื่องบิน Lockheet L-1011 TriStar ที่ผ่านการใช้งานในช่วงปี 70s จอดเด่นเป็นสง่าโดยมีพนักงานคอยตรวจสอบการจองแล้วพาเราขึ้นลิฟท์ไปยังห้องโดยสารหลัก
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดได้ที่ลานจอดของโครงการณ์ช่างชุ่ย