หน้าแรก » 🇹🇭 Acqua Bangkok – อะควา แบงค็อก
Visit: October 12, 2022
🇹🇭 Acqua Bangkok - อะควา แบงค็อก
👨🏻🍳 Chef Alessandro Frau - เชฟอาเลสซานโดร เฟรา
16/18 ซอยสมคิด, ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี, เขตปทุมวัน, กรุงเทพมหานคร 10330
Tel: 093-612-7000
Cuisine
🍴 Italian - อาหารอิตาลี
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
14.5/20
Price
[INTRO] หลังจากห้องอาหาร Acqua เปิดทำการเป็นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ตและสร้างชื่อเสียงจนมีชื่อเข้าไปติดในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับปี 2019 เจ้าของร้านเชฟ Alessandro Frau ได้เริ่มต้นความฝันในการนำเสนออาหารสไตล์ Italian Fine Dining อย่างเต็มตัวโดยการเฟ้นหาทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพแล้วค่อย ๆ ตกแต่งในสไตล์ของตัวเองจนได้ออกมาเป็นห้องอาหาร Acqua Bangkok ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร
[THE PLACE] ห้องอาหาร Acqua Bangkok ตั้งอยู่ในซอยสมคิดย่านปทุมวัน พื้นที่ด้านหน้าประกอบไปด้วยที่จอดรถพร้อมกับสวนขนาดย่อมช่วยเสริมให้บรรยากาศดูร่มรื่นตา ตัวอาคารกั้นด้วยกระจกใสช่วยให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา เชฟ Alessandro Frau ยังคงยึดโทนสีขาวสลับดำในการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่ผ้าปูโต๊ะไปจนถึงสมุดเมนู ครั้นเงยหน้าขึ้นมองบนเพดานจะพบกับโคมไฟขนาดใหญ่สุดอลังการไม่ต่างจากตัวร้านที่จังหวัดภูเก็ต บริเวณลึกเข้าไปลูกค้าจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่มและห้องครัวแบบ Open Kitchen ข้างกันเป็นห้องที่เปรียบได้ดั่งสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบไวน์เพราะเชฟตั้งใจคัดเลือกไวน์ชั้นดีมาจากประเทศอิตาลีและทั่วทุกมุมโลกนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผล สุดท้ายสำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มสามารถขอจองห้องส่วนตัวได้โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมอีกด้วย
[THE CHEF] Alessandro Frau เกิดและเติบโตขึ้นมาบนเกาะ Sardinia ห่างออกไปทางตะวันตกของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเกี่ยวกับ Tourism Management จากมหาวิทยาลัยท้องถิ่นเขาตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อวิชาภาษาอังกฤษที่กรุงลอนดอนในปี 1999 พร้อมกับทำอาชีพเสริมเป็นผู้ช่วยเชฟในห้องอาหารหลายเเห่งรวมไปถึงห้องอาหารอิตาเลียนชื่อดังในโรงแรม Grosvenor House Hotel อีกด้วย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอตัวเขาจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพเชฟพร้อมกับเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากหลากหลายประเทศทั่วโลกเช่นเม็กซิโก, สวีเดน, ฝรั่งเศส ก่อนจะเดินทางมารับตำเเหน่ง Executive Chef ให้กับโรงแรม Sheraton Grande Laguna Hotel ที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2004 ดูแลห้องอาหารในเครือกว่า 12 แห่งนั่นเอง กาลเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีเชฟ Alessandro Frau ตัดสินใจที่จะเปิดห้องอาหารในฝันแห่งแรกเป็นของตัวเองขึ้นบริเวณริมหาดป่าตองโดยใช้ชื่อว่า Acqua นำเสนออาหารอิตาลีในรูปแบบร่วมสมัยไปพร้อม ๆ กับเมนูแบบคลาสสิคดั้งเดิมซึ่งนับเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับจังหวัดภูเก็ตหรือกระทั่งประเทศไทยในสมัยนั้น ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลามจนมีชื่อเข้าไปติดในคู่มือ MICHELIN Guide อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2019 อีกด้วย
[THE FOOD] สำหรับสาขาที่กรุงนั้นเชฟ Alessandro Frau นำเสนออาหารที่ใกล้เคียงกับอุดมคติของตัวเองมากยิ่งขึ้น เขายกเลิกการขายเมนูพิซซ่าหน้าต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารคลาสสิคเพื่อนำเสนออาหารอิตาลีในรูปแบบร่วมสมัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในช่วงแรกตัวร้านจัดเสิร์ฟเฉพาะเมนูแบบ À La Carte ให้เลือกสั่งกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 480-3,000 บาทขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบ เมื่อเปิดรายการเมนูออกดูจะพบกับเมนู Signature Dish ที่เชฟยกมาจากร้านสาขาแรกในจังหวัดภูเก็ตรวมไปถึงจานที่ผ่านการรังสรรค์ขึ้นมาใหม่อีกมากมายโดยในวันนี้เราได้ขอให้เชฟจัด Degustation Menu แบบพิเศษเพื่อที่จะได้ลิ้มลองเมนูเด็ดได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Sacha Di Silvestre ผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานในห้องอาหารอิตาลีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง Osteria Francescana ณ Casa Maria Luigia ในเมือง Modena โดยไวน์ทุกแก้วที่จับคู่กับอาหารในวันนี้ถือว่าเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมาก ๆ โดยเฉพาะกับร้านที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียง 4 เดือน สำหรับอาหารที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นจนเราต้องยกมาเล่าให้ฟังตรงนี้อย่างเช่น
เชฟนำปลาหมึกมาแล่เป็นชิ้นแบนบางคล้ายกันกับพาสต้า Tagliatelle แต่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบไม่เหมือนใคร จากนั้นนำไปหมักกับใบมิ้นต์, เลมอน และน้ำมันมะกอก EVO ช่วยเรียกความสดชื่น เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความกรอบของหน่อไม้ฝรั่งฝานบาง ในทางรสชาติเชฟเสริมความเค็มนิด ๆ ของ Siberian Caviar ลงไปในจานได้อย่างลงตัว (15/20)
สำหรับคอร์สนี้เชฟ Alessandro Frau ตั้งใจสื่อถึงความทรงจำในวัยเด็กซึ่งตัวเขานั้นเคยชิมปลา Sardines ที่ผ่านกระบวนการดองแบบพื้นบ้านจนให้รสชาติอันกลมกล่อม ในที่นี้เชฟตั้งใจเปลี่ยนมาใช้เนื้อปลาไหลทะเลจากเกาะ Sardinia บ้านเกิดนำมารมควันจนมีกลิ่นหอมเข้าเนื้อและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายแตกต่างกันไปกับผักดองฝานบางหลากหลายชนิด รอบ ๆ คือน้ำซอสที่เตรียมมาจาก Balsamico Bianco หรือ White Balsamic Vinegar ผสมกับไวน์ขาวให้รสชาติเปรี้ยวหวานแต่มีความเบา (Light) กว่า Balsamic Vinegar แบบปกติ อีกหนึ่งเสิร์ฟย่อยข้างกันคือขนมปัง Country Bread กรอบ ๆ ตรงกลางคือ Smoked Mozzarella ที่มีความหอมมันและ Avruga Caviar ให้รสชาติเค็มเบา ๆ นั่นเอง (16/20)
[WHY GO] Acqua Bangkok คือการเติมเต็มความฝันของเชฟ Alessandro Frau เนื่องจากตัวเขาสามารถรังสรรค์เมนูอาหารออกมาในรูปแบบใหม่ตามใจตัวเองโดยไม่ต้องกังวลถึงยอดขายเมนูคลาสสิคอย่างพิซซ่าหรือพาสต้าเหมือนห้องอาหารอิตาลีทั่ว ๆ ไป ราคาทั้งอาหารและไวน์ถือว่าสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกันกับความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพของวัตถุดิบ พนักงานและ Sommelier สามารถแนะนำอาหารและไวน์ได้อย่างละเอียด บรรยากาศโดยรวมมีความหรูหราแบบห้องอาหาร Fine Dining แต่ยังคงเอาไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าทุก ๆ วัยนั่นเอง
Price :
480-3,000 THB
Parking :
จอดหน้าร้าน
Operating Time :
18.00-22.30 ปิดวันจันทร์
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารอิตาลีน้องใหม่ในเมืองกรุง อาหารทุกจานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ทั้งยังบ่งบอกถึงตัวตนความเป็นชาว Sardinian ของเชฟ Alessandro Frau ได้เป็นอย่างดี
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 DEGUSTATION MENU
Amuse-bouche
Ceviche of scallops and Gillardeau oysters with marinated fish eggs in Yuzu soy sauce and fine extra virgin olive oil
Squid tagliatelle marinated with mint and extra virgin olive oil, Siberian caviar and asparagus
Sardinian smoked eel, served with pickled vegetable sweet and sour white balsamico vinegar sauce and grilled crispy country bread topped with smoked mozzarella and Avruga caviar
Pan fried USA scallops with pan fried foie gras, chili jam and truffle pumpkin sauce
55 minutes slow cooked egg on Parmigiano Reggiano fondue, white truffle and crispy pancetta powder
Spaghetti with Japanese and Sardinian sea urchin
Mediterranean Red Mullet pan fried with a light aromatized breadcrumbs crust, buffalo mozzarella sauce, Taggiasche olives, Italian tomato datterino, Sicilian capers and oregano from Pantelleria island
Memories of “Fior di Latte” milk semifreddo, foam, sauce and ice cream
Mignardises
Acqua Bangkok – อะควา แบงค็อก
Italian – อาหารอิตาลี
Chef Alessandro Frau – เชฟอาเลสซานโดร เฟรา
Homemade Bread
สำหรับขนมปังเชฟเตรียมมาให้เป็นตะกร้าผ้าใหญ่เริ่มต้นด้วยชิ้นใหญ่ ๆ คือ Pane Carasau บางกรอบซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเกาะ Sardinia บ้านเกิดของเชฟ ถัดมาคือขนมปัง Focaccia กรอบ ๆ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ยังมี Pane Cafone ซึ่งเป็นขนมปังที่มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Campania และชนิดสุดท้ายคือ Ciabatta ทั้งหมดเสิร์ฟมาคู่กันกับน้ำมันมะกอก EVO จากพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะ Sardinia และ Aceto Balsamico di Modena ของแท้ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานนั่นเอง
Ceviche of scallops and Gillardeau oysters with marinated fish eggs in Yuzu soy sauce and fine extra virgin olive oil
คอร์สเรียกน้ำย่อยนี้เชฟนำหอยเชลล์และหอยนางรม Gillardeau สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ เสิร์ฟมาในลักษณะของ Ceviche เย็น ๆ เพื่อให้ได้ความนุ่มที่แตกต่างกัน 2 ระดับ เพิ่มเติมความกรอบด้วยไข่ปลาแซลมอนหมักใน Yuzu Soy Sauce ให้รสเปรี้ยวหวานและคาเวียร์ให้รสชาติอันเข้มข้น อย่าลืมบีบเลมอนลงไปช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี (15/20)
Amuse-bouche
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Amuse-bouche เสิร์ฟมา 3 ชนิด (14/20)
Amuse-bouche
ฝั่งซ้ายมือคือ Cone กรอบ ๆ ภายในบรรจุ Smoked Mozzarella หรือชีสมอซซาเรลล่ารมควัน ด้านบนโรยด้วย Tomato Powder หรือผงมะเขือเทศช่วยแต่งแต้มสีสันให้ดูน่าลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง (14/20)
Amuse-bouche
ถัดมาคือ Maritozzo ที่ปกติจะเป็นขนมปังหวานแต่ในที่นี้เชฟเตรียมมาให้มีรสชาติเค็มเล็กน้อย ตรงกลางคือองค์ประกอบของ Mortadella Foam หอมมันและความกรุบกรอบของถั่ว Pistachio (14/20)
Amuse-bouche
ชิ้นสุดท้ายคือ Filo Pastry กรอบ ๆ องค์ประกอบสีขาวคือ Stracciatella เพิ่มเติมด้วยรสชาติความเค็มของคาเวียร์ได้อย่างลงตัว (14/20)
Squid tagliatelle marinated with mint and extra virgin olive oil, Siberian caviar and asparagus
เชฟนำปลาหมึกมาแล่เป็นชิ้นแบนบางคล้ายกันกับพาสต้า Tagliatelle แต่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบไม่เหมือนใคร จากนั้นนำไปหมักกับใบมิ้นต์, เลมอน และน้ำมันมะกอก EVO ช่วยเรียกความสดชื่น เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยความกรอบของหน่อไม้ฝรั่งฝานบาง ในทางรสชาติเชฟเสริมความเค็มนิด ๆ ของ Siberian Caviar ลงไปในจานได้อย่างลงตัว (15/20)
Sardinian smoked eel, served with pickled vegetable sweet and sour white balsamico vinegar sauce and grilled crispy country bread topped with smoked mozzarella and Avruga caviar
สำหรับคอร์สนี้เชฟ Alessandro Frau ตั้งใจสื่อถึงความทรงจำในวัยเด็กซึ่งตัวเขานั้นเคยชิมปลา Sardines ที่ผ่านกระบวนการดองแบบพื้นบ้านจนให้รสชาติอันกลมกล่อม (16/20)
Sardinian smoked eel, served with pickled vegetable sweet and sour white balsamico vinegar sauce and grilled crispy country bread topped with smoked mozzarella and Avruga caviar
ในที่นี้เชฟตั้งใจเปลี่ยนมาใช้เนื้อปลาไหลทะเลจากเกาะ Sardinia บ้านเกิดนำมารมควันจนมีกลิ่นหอมเข้าเนื้อและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายแตกต่างกันไปกับผักดองฝานบางหลากหลายชนิด รอบ ๆ คือน้ำซอสที่เตรียมมาจาก Balsamico Bianco หรือ White Balsamic Vinegar ผวมกับไวน์ขาวให้รสชาติเปรี้ยวหวานแต่มีความเบา (Light) กว่า Balsamic Vinegar แบบปกติ (16/20)
Sardinian smoked eel, served with pickled vegetable sweet and sour white balsamico vinegar sauce and grilled crispy country bread topped with smoked mozzarella and Avruga caviar
อีกหนึ่งเสิร์ฟย่อยข้างกันคือขนมปัง Country Bread กรอบ ๆ ตรงกลางคือ Smoked Mozzarella ที่มีความหอมมันและ Avruga Caviar ให้รสชาติเค็มเบา ๆ นั่นเอง (16/20)
Pan fried USA scallops with pan fried foie gras, chili jam and truffle pumpkin sauce
เมนูยอดนิยมที่เชฟยกมาจากสาขาภูเก็ตคือหอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาจี่บนกระทะจนเนื้อนุ่มหวานสุกได้ที่ ด้านบนท็อปด้วยฟัวกราส์ขนาดพอดีคำเพิ่มเติมความครีมมี่ให้กับเนื้อหอยเชลล์ ด้านบนคือคือแผ่น Tuile กรอบเตรียมมาจากหมึกดำ องค์ประกอบด้านล่างคือ Purée ฟักทองให้ความหวานละมุนเสริมด้วยรสชาติเผ็ดหวานอย่างมีมิติของ Chili Jam ได้อย่างลงตัว (14/20)
55 minutes slow cooked egg on Parmigiano Reggiano fondue, white truffle and crispy pancetta powder
อีกหนึ่งเมนูที่เชฟยกมาจากสาขาที่จังหวัดภูเก็ตคือไข่ที่ผ่านกระบวนการ Slow-cooked นานถึง 55 นาทีจนสุกได้ระดับโดยที่ไข่แดงยังคงมีความเยิ้ม ๆ มัน ๆ องค์ประกอบสีขาวรอบ ๆ คือ Fondue ที่เตรียมมาจากชีส Parmigiano Reggiano (14/20)
55 minutes slow cooked egg on Parmigiano Reggiano fondue, white truffle and crispy pancetta powder
ในด้านของความกรอบนั้นเชฟโรยผง Pancetta ลงไปแล้วจึงจบด้วยการขูด White Truffle ท็อปอยู่ชั้นบนสุด ที่สำคัญนี่คือ First White Truffle of The Winter อีกด้วย (14/20)
Spaghetti with Japanese and Sardinian sea urchin
สำหรับ Primi Piatti หรือเมนูพาสต้านั้นเชฟเลือกเสิร์ฟเส้นสปาเก็ตตี้มาที่ความสุก Al Dente พอดิบพอดี ไฮไลท์คือการผสมผสานกันของ Uni จากท้องทะเลฝั่งญี่ปุ่นและอิตาลีเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่ครีมมี่เข้มข้นไม่เหมือนใคร รอบ ๆ คือซอสสีส้มที่เชฟเตรียมมาจาก Uni อีกเช่นกัน (14/20)
Mediterranean Red Mullet pan fried with a light aromatized breadcrumbs crust, buffalo mozzarella sauce, Taggiasche olives, Italian tomato datterino, Sicilian capers and oregano from Pantelleria island
สำหรับ Secondi Piatti หรือเมนคอร์สเชฟนำเข้าปลา Red Mullet มาจากท้องทะเล Mediterranean จากนั้นนำมา Pan Fried จนสุกได้ที่ รอบ ๆ ชิ้นปลาคือ Crust กรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากเกล็ดขนมปัง ข้างกันคือซอสสีขาวที่เตรียมมาจากชีสนมควายอย่าง Mozzarella ช่วยเพิ่มความหอมมันและครีมมี่ นอกจากนี้ยังมีความเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศ Datterino ความหอมเฉพาะตัวของ Taggiasche Olives ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมะกอกจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยังมีอโรมาหอม ๆ ของ Caper จากหมู่เกาะ Sicily และ Oregano จากเกาะ Pantelleria อีกด้วย (15/20)
Mediterranean Red Mullet pan fried with a light aromatized breadcrumbs crust, buffalo mozzarella sauce, Taggiasche olives, Italian tomato datterino, Sicilian capers and oregano from Pantelleria island
ที่โต๊ะพนักงานจะมาเคาะ Oregano สด ๆ ใส่ลงไปในจาน (15/20)
Memories of “Fior di Latte” milk semifreddo, foam, sauce and ice cream
สำหรับของหวานเชฟตั้งใจนำเสนอความทรงจำในวัยเยาว์ที่คุณแม่ของเขาพาไปยังร้านไอศกรีมซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอสำหรัยเด็ก ๆ องค์ประกอบหลักของจานคือ Fior di Latte หรือไอศกรีมแบบไม่ผสมนมสไตล์อิตาลีเสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบทั้ง Semifreddo คลุมด้วยแผ่น Gelatin รอบ ๆ คือ Sauce ที่มีความครีมมี่หอมมัน ส่วนฝั่งขวาคือองค์ประกอบหลักอย่าง Ice Cream ซึ่งให้รสชาติหวานละมุนเข้ากันดีกับ Meringue ที่พร้อมจะละลายไปในปากนั่นเอง (16/20)
Mignardises
จบมื้ออาหารด้วย Mignardises เสิร์ฟมาพร้อมกันหลายชนิด
Mignardises
Hazelnut Mousse หอม ๆ ด้านบนมีความหวานจาก White Chocolateรองด้านล่างด้วย Sablé กรอบ ๆ
Mignardises
ขนม Cannoli ที่มีต้นกำเนิดมาจากเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ด้านนอกเป็นแป้ง Puff Pastry กรอบ ๆ ด้านในบรรจุชีสนมแกะอย่าง Ricotta หอมมัน
Mignardises
ขนม Parduras เสิร์ฟมาในกล่องเพลงสีพาสเทลขนาดจิ๋วช่วยให้มื้ออาหารในวันนี้เป็นที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น
[INTRO] หลังจากห้องอาหาร Acqua เปิดทำการเป็นครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ตและสร้างชื่อเสียงจนมีชื่อเข้าไปติดในคู่มือ MICHELIN Guide ฉบับปี 2019
เจ้าของร้านเชฟ Alessandro Frau ได้เริ่มต้นความฝันในการนำเสนออาหารสไตล์ Italian Fine Dining อย่างเต็มตัวโดยการเฟ้นหาทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพแล้วค่อย ๆ ตกแต่งในสไตล์ของตัวเองจนได้ออกมาเป็นห้องอาหาร Acqua Bangkok ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร
[THE CHEF] Alessandro Frau เกิดและเติบโตขึ้นมาบนเกาะ Sardinia ห่างออกไปทางตะวันตกของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาเกี่ยวกับ Tourism Management จากมหาวิทยาลัยท้องถิ่นเขาตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อวิชาภาษาอังกฤษที่กรุงลอนดอนในปี 1999 พร้อมกับทำอาชีพเสริมเป็นผู้ช่วยเชฟในห้องอาหารหลายเเห่งรวมไปถึงห้องอาหารอิตาเลียนชื่อดังในโรงแรม Grosvenor House Hotel อีกด้วย หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอตัวเขาจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพเชฟพร้อมกับเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากหลากหลายประเทศทั่วโลกเช่นเม็กซิโก, สวีเดน, ฝรั่งเศส ก่อนจะเดินทางมารับตำเเหน่ง Executive Chef ให้กับโรงแรม Sheraton Grande Laguna Hotel ที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2004 ดูแลห้องอาหารในเครือกว่า 12 แห่งนั่นเอง
กาลเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีเชฟ Alessandro Frau ตัดสินใจที่จะเปิดห้องอาหารในฝันแห่งแรกเป็นของตัวเองขึ้นบริเวณริมหาดป่าตองโดยใช้ชื่อว่า Acqua นำเสนออาหารอิตาลีในรูปแบบร่วมสมัยไปพร้อม ๆ กับเมนูแบบคลาสสิคดั้งเดิมซึ่งนับเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับจังหวัดภูเก็ตหรือกระทั่งประเทศไทยในสมัยนั้น ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลามจนมีชื่อเข้าไปติดในคู่มือ MICHELIN Guide อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2019 อีกด้วย
[THE PLACE] ห้องอาหาร Acqua Bangkok ตั้งอยู่ในซอยสมคิดย่านปทุมวัน เชฟ Alessandro Frau ยังคงยึดโทนสีขาวสลับดำในการออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ตั้งแต่ผ้าปูโต๊ะไปจนถึงสมุดเมนู
ครั้นเงยหน้าขึ้นมองบนเพดานจะพบกับโคมไฟขนาดใหญ่สุดอลังการไม่ต่างจากตัวร้านที่จังหวัดภูเก็ต
พื้นที่ห้องรับประทานอาหารหลัก
โต๊ะที่น้่งริมกระจก
พื้นที่ด้านหน้าประกอบไปด้วยที่จอดรถพร้อมกับสวนขนาดย่อมช่วยเสริมให้บรรยากาศดูร่มรื่นตา ตัวอาคารกั้นด้วยกระจกใสช่วยให้ภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
สุดท้ายสำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มสามารถขอจองห้องส่วนตัวได้โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมอีกด้วย
พื้นที่ภายในห้องส่วนตัว
ภายในห้องส่วนตัว
บริเวณลึกเข้าไปลูกค้าจะพบกับเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่มและห้องครัวแบบ Open Kitchen
ยังมีห้องที่เปรียบได้ดั่งสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบไวน์เพราะเชฟตั้งใจคัดเลือกไวน์ชั้นดีมาจากประเทศอิตาลีและทั่วทุกมุมโลกนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผล
[THE FOOD] สำหรับสาขาที่กรุงนั้นเชฟ Alessandro Frau นำเสนออาหารที่ใกล้เคียงกับอุดมคติของตัวเองมากยิ่งขึ้น เขายกเลิกการขายเมนูพิซซ่าหน้าต่าง ๆ รวมไปถึงอาหารคลาสสิคเพื่อนำเสนออาหารอิตาลีในรูปแบบร่วมสมัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในช่วงแรกตัวร้านจัดเสิร์ฟเฉพาะเมนูแบบ À La Carte ให้เลือกสั่งกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 480-3,000 บาทขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบ เมื่อเปิดรายการเมนูออกดูจะพบกับเมนู Signature Dish ที่เชฟยกมาจากร้านสาขาแรกในจังหวัดภูเก็ตรวมไปถึงจานที่ผ่านการรังสรรค์ขึ้นมาใหม่อีกมากมายโดยในวันนี้เราได้ขอให้เชฟจัด Degustation Menu แบบพิเศษเพื่อที่จะได้ลิ้มลองเมนูเด็ดได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย
สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Sacha Di Silvestre ผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานในห้องอาหารอิตาลีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง Osteria Francescana ณ Casa Maria Luigia ในเมือง Modena โดยไวน์ทุกแก้วที่จับคู่กับอาหารในวันนี้ถือว่าเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมาก ๆ โดยเฉพาะกับร้านที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียง 4 เดือน
สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Sacha Di Silvestre ผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานในห้องอาหารอิตาลีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง Osteria Francescana ณ Casa Maria Luigia ในเมือง Modena โดยไวน์ทุกแก้วที่จับคู่กับอาหารในวันนี้ถือว่าเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมาก ๆ โดยเฉพาะกับร้านที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียง 4 เดือน
พนักงานและ Sommelier สามารถแนะนำอาหารและไวน์ได้อย่างละเอียด บรรยากาศโดยรวมมีความหรูหราแบบห้องอาหาร Fine Dining แต่ยังคงเอาไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายสำหรับลูกค้าทุก ๆ วัยนั่นเอง