Visit: July 5, 2023

🇹🇭 La Bottega di Luca - ลา บอตเตก้า ดิ ลูก้า

👨🏻‍🍳 Chef Marco Avesani - เชฟมาร์โค่ อะวีซานี่

ชั้น 2 โครงการเดอะ 49 เทอร์เรซ ซ.สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

Tel: 02-204-1731

Cuisine

🍴 Italian - อาหารอิตาเลียน

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

Price

/5
          

🎗 [INTRO] สำหรับใครที่เป็นคออาหารอิตาลีรุ่นบุกเบิกน่าจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินห้องอาหาร La Bottega di Luca กันเป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนออาหาร Italian Fine Dining ให้มีความเข้าถึงง่ายสำหรับคนไทย ทั้งยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไปทำให้ตัวร้านมีลูกค้าประจำแวะเวียนกลับมาชิมกันอย่างไม่ขาดสาย

          
🎗 [THE PLACE] เจ้าของร้านคือคุณ Luca Appino เกิดและเติบโตขึ้นมาในแคว้น Piedmont ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับอาหารทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เขาเริ่มต้นสายอาชีพเชฟโดยการเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ประเทศตุรกีก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยในปี 2004 เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในทีมเปิดตัวห้องอาหาร Enoteca จนประสบความสำเร็จ ต่อมาในปี 2008 เชฟ Luca ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร La Bottega di Luca เป็นของตัวเองบนชั้นสองของโครงการณ์ The 49 Terrace ในซอยสุขุมวิท 49 ระเบียงขนาดใหญ่จัดเตรียมเอาไว้สำหรับนั่งชิลรับลมในวันที่อากาศเป็นใจ เมื่อเดินผ่านประตูกระจกเข้ามาในร้านจะพบกับห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งให้มีความเรียบง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา ข้างกันกับบาร์เป็นห้องครัวพร้อมกับทีมเชฟอีก 7 คน คอยเตรียมอาหารให้กับลูกค้าทันทีที่รัยออร์เดอร์ จนถึงปัจจุบันเชฟ Luca ยังเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังห้องอาหารชั้นนำในกรุงเทพรวมไปถึงร้าน Pizza Massilia ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในร้านพิซซ่าที่ดีที่สุดในกรุงเทพอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] เชฟ Luca Appino มอบหมายงานให้เชฟ Marco Avesani เป็นคนกุมบังเหียนและควบคุมคุณภาพอาหารในทุก ๆ จาน เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาในเมืองแห่งความรักอย่างนคร Verona โดยมีครอบครัวเป็นเจ้าของห้องอาหารก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพกับเชฟชั้นแนวหน้าของประเทศอิตาลีอย่าง Giancarlo Perbellini เจ้าของห้องอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars หลังจากนั้นเชฟ Marco ได้เริ่มต้นออกเดินไปยังหลากหลายประเทศทั่วโลกทั้งสกอตแลนด์, กัมพูชา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศไทยโดยเฉพาะห้องอาหารและโรงแรมชั้นนำอย่าง J’aime by Jean-Michel Lorain (1 MICHELIN Star), Four Seasons Resort Chiang Mai, Oriental Residence และ Savelberg (1 MICHELIN Star) นั่นเอง

🎗 [THE FOOD] เพื่อน ๆ สามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte โดยแต่ละจานมักมีขนาดค่อนข้างใหญ่จุใจ ไม่ว่าจะเป็นเมนูคลาสสิคอย่างรีซอตโต้สูตรพิเศษของเชฟ Luca, แองเจิ้ลแฮร์ทรัฟเฟิลคาร์โบนาร่า ไปจนถึงอาหารจานหลักทั้งเนื้อวัวออสเตรเลียนวากิว, ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ และเนื้อหมูจากแถบ Sienna ล้วนเป็นจานที่ไม่ควรพลาด รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ราคาเริ่มต้นไปจนถึงไวน์ชั้นนำ ส่วนในมื้อนี้เราอยากให้ เพื่อน ๆ ได้ตามมาลองชิมจานเด็ดอย่าง

✨ GRILLED BABY SQUID, ZUCCHINI, TOMATO CONFIT, BAGNA CAUDA (420++)
ห้ามพลาดเมนูที่เชฟเลือกใช้หมึกตัวโตย่างมาแบบหอม ๆ เคี้ยวไปแล้วยังคงมีความนุ่มและหนึบ ด้านล่างคือ Bagna Cauda ซอสโบราณที่มีต้นกำเนิดย้อนไปถึงสมัยช่วงศตวรรษที่ 16 ประกอบขึ้นมาจากน้ำมันมะกอก กระเทียม แองโชวี่ ส่งกลิ่นหอมคลุ้งเข้ากันกับอาหารทะเลเป็นอย่างมาก เชฟตัดด้วยรสเปรี้ยวและฉ่ำของมะเขือเทศกงฟีรวมไปถึงความกรอบที่ได้จากซูคินี่อีกด้วย

✨ PICI, SLOW COOKED DUCK RAGOUT, CRUSCO PEPPER (890++)
จานที่เราประทับใจที่สุดในมื้อนี้ต้องยกให้กับพาสต้าเส้นพิชี่ที่มีลักษณะอวบอ้วนนุ่มหนึบ เชฟคลุกเคล้ามากับซอสที่เตรียมมาจากเนื้อเป็ดตุ๋นให้รสชาติที่เข้มข้น หอม มัน เค็ม ลงตัวไร้ที่ติ ด้านบนโรยด้วยชีสและพริกไทยครัสโคมาอย่างลงตัว

✨ TORTA MIGLIACCIO (370++)
นอกจากของคาวแล้วขนมหวานที่นี่ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน Torta Migliaccio มีลักษณะเป็นชีสเค้กอุ่น ๆ สไตล์อิตาลีมีความฟู เบา และกรอบ จับคู่กับ Zabaione ที่มีรสชาติหวานละมุน มีกลิ่นหอมเบา ๆ ของไข่แดง ด้านบนโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งให้ได้รสชาติหวานที่พอเหมาะ

🎗 [WHY GO] นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เราได้แวะมาชิมห้องอาหาร La Bottega และแน่นอนว่าทีมเชฟยังคงรักษามาตรฐานเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ตัวร้านยังคงต้อนรับลูกค้าทุกกลุ่มโดยไม่จำเป็นต้องแต่งตัวหรือมีพิธีรีตองมากนัก สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเราขอแนะนำให้โทรมาจองสักนิดเพราะบางช่วงโดยเฉพาะในมื้อเย็นตัวร้านอาจถูกจองเต็มจากลูกค้ากลุ่มใหญ่ ๆ ได้เช่นกัน

Price :

1,000-1,500 THB

Parking :

จอดได้ที่อาคาร The 49 Terrace

Operating Time :

11.30-14.30, 17.30-23.00

Dress Code :

Casual

Score

อาหาร :

ราคา :

/5

เทคนิค :

/5

อัตลักษณ์ :

/5

บรรยากาศ :

/5

บริการ :

/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Á LA CARTE

          
GRILLED BABY SQUID, ZUCCHINI, TOMATO CONFIT, BAGNA CAUDA (420++)

ARGENTINIAN PRAWNS CARPACCIO, LEMON VINAIGRETTE, CHIVE, CARAMELIZED ONION (790++)

FASSONA BEEF TARTARE, SHALLOTS, DIJON MUSTARD, CAPERS, PARSLEY, CRISPY SOURDOUGH (620++)

ANGEL HAIR BLACK TRUFFLE IN CARBONARA SAUCE (890++)

PICI, SLOW COOKED DUCK RAGOUT, CRUSCO PEPPER (890++)

NEW ZEALAND LAMB RACK, ROASTED FIG, CARROTS, PRUNE (1,690++)

TORTA MIGLIACCIO (370++)

LA BOTTEGA HOMEMADE ICE CREAM (240++)

🇹🇭 La Bottega di Luca – ลา บอตเตก้า ดิ ลูก้า

🍴 Italian – อาหารอิตาลี

👨🏻‍🍳 Chef Marco Avesani – เชฟมาร์โค่ อะวีซานี่

GRILLED BABY SQUID, ZUCCHINI, TOMATO CONFIT, BAGNA CAUDA (420++)

ห้ามพลาดเมนูที่เชฟเลือกใช้หมึกตัวโตย่างมาแบบหอม ๆ เคี้ยวไปแล้วยังคงมีความนุ่มและหนึบ ด้านล่างคือ Bagna Cauda ซอสโบราณที่มีต้นกำเนิดย้อนไปถึงสมัยช่วงศตวรรษที่ 16 ประกอบขึ้นมาจากน้ำมันมะกอก กระเทียม แองโชวี่ ส่งกลิ่นหอมคลุ้งเข้ากันกับอาหารทะเลเป็นอย่างมาก เชฟตัดด้วยรสเปรี้ยวและฉ่ำของมะเขือเทศกงฟีรวมไปถึงความกรอบที่ได้จากซูคินี่อีกด้วย

ARGENTINIAN PRAWNS CARPACCIO, LEMON VINAIGRETTE, CHIVE, CARAMELIZED ONION (790++)

เชฟเลือกใช้กุ้งจากประเทศอาร์เจนติน่าเสิร์ฟมาเป็นเลเยอร์บาง ๆ โดยยังคงไว้ซึ่งความหวานของเนื้อกุ้งและหัวหอมผัดตัดกันกับความเปรี้ยวของเลมอน ด้านบนโรยด้วยต้นหอมช่วยปรุงแต่งกลิ่นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

FASSONA BEEF TARTARE, SHALLOTS, DIJON MUSTARD, CAPERS, PARSLEY, CRISPY SOURDOUGH (620++)

Fassona เป็นเนื้อของวัวสายพันธุ์ Fassona Piedmontese มีจุดเด่นคือความ Lean มีอัตราส่วนของไขมันแทรกไม่มากนักแต่ยังคงความนุ่มได้อย่างมีเอกลักษณ์และเหมาะกับการนำมารับประทานดิบหรือสับละเอียดเป็น Tartare เพื่อไม่ให้เกิดความเลี่ยน จากนั้นใส่พาสลีย์ หอมแดง เคเปอร์ รวมไปถึงมัสตาร์ดลงไป ด้านบนโรยด้วยชีสเพื่อเสริมรสชาติเค็ม

FASSONA BEEF TARTARE, SHALLOTS, DIJON MUSTARD, CAPERS, PARSLEY, CRISPY SOURDOUGH (620++)

เชฟแนะนำให้ทาลงบนขนมปังซาวโดกรอบ ๆ เป็นอันพร้อมชิม

ANGEL HAIR BLACK TRUFFLE IN CARBONARA SAUCE (890++)

พาสต้าเส้นแองเจิ้งแฮร์ที่ทางเตรียมขึ้นมาเองทั้งหมดคลุกเคล้ากับซอสคาร์โบนาร่าหอมมัน นอกจากนี้ยังมีทรัฟเฟิลสดคุณภาพดีสไลซ์บาน ๆ เอาไว้ด้านบนอีกด้วย

ANGEL HAIR BLACK TRUFFLE IN CARBONARA SAUCE (890++)

เชฟจะเป็นคนมาสไลซ์ทรัฟเฟิลให้กับเราเองกับมือ

PICI, SLOW COOKED DUCK RAGOUT, CRUSCO PEPPER (890++)

จานที่เราประทับใจที่สุดในมื้อนี้ต้องยกให้กับพาสต้าเส้นพิชี่ที่มีลักษณะอวบอ้วนนุ่มหนึบ เชฟคลุกเคล้ามากับซอสที่เตรียมมาจากเนื้อเป็ดตุ๋นให้รสชาติที่เข้มข้น หอม มัน เค็ม ลงตัวไร้ที่ติ ด้านบนโรยด้วยชีสและพริกไทยครัสโคมาอย่างลงตัว

NEW ZEALAND LAMB RACK, ROASTED FIG, CARROTS, PRUNE (1,690++)

ซี่โครงแกะนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียมแรร์ ทั้งยังมีขนาดที่ใหญ่จุใจพอจะกินคนเดียวได้อิ่มหรือกระทั่งแบ่งกันชิมได้ 2-3 คน สำหรับผักเคียงเชฟเบือกใช้แครอท ถั่วต้ม มะเดื่อฝรั่งเผา ทั้งหมดเป็นวัตถุดิบสดใหม่ที่ไม่เคยผ่านการแช่แข็ง จากนั้นจบด้วยการราดซอส Jus รสชาติเข้มข้นลงไปอร่อยคุ้มค่าคุ้มราคามาก ๆ

BREAD

ขนมปัง Focaccia ที่มีความฉ่ำอุมามิของมะเขือเทศ (สามารถขอเติมได้เรื่อย ๆ)

TORTA MIGLIACCIO (370++)

นอกจากของคาวแล้วขนมหวานที่นี่ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน Torta Migliaccio มีลักษณะเป็นชีสเค้กอุ่น ๆ สไตล์อิตาลีมีความฟู เบา และกรอบ จับคู่กับ Zabaione ที่มีรสชาติหวานละมุน มีกลิ่นหอมเบา ๆ ของไข่แดง ด้านบนโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งให้ได้รสชาติหวานที่พอเหมาะ

LA BOTTEGA HOMEMADE ICE CREAM (240++)

ปิดท้ายด้วยไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดที่เชฟ Luca Appino ทำเองเริ่มต้นจาก Bronte Pistachio จากหมู่เกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีให้มีความหวาน หอม มันไม่ซ้ำใคร

LA BOTTEGA HOMEMADE ICE CREAM (240++)

ถัดมาคือไอศกรีมถั่วฮาเซลนัทจากแคว้น Piedmont ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีทั้งยังเป็นภูมิภาคบ้านเกิดของเชฟ Luca Appino อีกด้วย

PETIT FOUR

ปิดท้ายด้วยขนมหวานจิ๋วประกอบไปด้วย Chocolate Almond, Amalfi Cookie, Chocolate Ball, Coconut-Chocolate และ Cookie Crisp

GRISSINI

บนโต๊ะจะมีขนมปังกริซซินี่วางเตรียมเอาไว้ให้

🎗 [THE FOOD] เพื่อน ๆ สามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte โดยแต่ละจานมักมีขนาดค่อนข้างใหญ่จุใจ ไม่ว่าจะเป็นเมนูคลาสสิคอย่างรีซอตโต้สูตรพิเศษของเชฟ Luca, แองเจิ้ลแฮร์ทรัฟเฟิลคาร์โบนาร่า ไปจนถึงอาหารจานหลักทั้งเนื้อวัวออสเตรเลียนวากิว, ซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ และเนื้อหมูจากแถบ Sienna ล้วนเป็นจานที่ไม่ควรพลาด รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ราคาเริ่มต้นไปจนถึงไวน์ชั้นนำ

🎗 [INTRO] สำหรับใครที่เป็นคออาหารอิตาลีรุ่นบุกเบิกน่าจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินห้องอาหาร La Bottega di Luca กันเป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนออาหาร Italian Fine Dining ให้มีความเข้าถึงง่ายสำหรับคนไทย ทั้งยังมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไปทำให้ตัวร้านมีลูกค้าประจำแวะเวียนกลับมาชิมกันอย่างไม่ขาดสาย

🎗 [THE CHEF] เชฟ Luca Appino มอบหมายงานให้เชฟ Marco Avesani เป็นคนกุมบังเหียนและควบคุมคุณภาพอาหารในทุก ๆ จาน เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาในเมืองแห่งความรักอย่างนคร Verona โดยมีครอบครัวเป็นเจ้าของห้องอาหารก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพกับเชฟชั้นแนวหน้าของประเทศอิตาลีอย่าง Giancarlo Perbellini เจ้าของห้องอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars หลังจากนั้นเชฟ Marco ได้เริ่มต้นออกเดินไปยังหลากหลายประเทศทั่วโลกทั้งสกอตแลนด์, กัมพูชา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศไทยโดยเฉพาะห้องอาหารและโรงแรมชั้นนำอย่าง J’aime by Jean-Michel Lorain (1 MICHELIN Star), Four Seasons Resort Chiang Mai, Oriental Residence และ Savelberg (1 MICHELIN Star) นั่นเอง

🎗 [THE PLACE] เจ้าของร้านคือคุณ Luca Appino เกิดและเติบโตขึ้นมาในแคว้น Piedmont ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับอาหารทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เขาเริ่มต้นสายอาชีพเชฟโดยการเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ประเทศตุรกีก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทยในปี 2004 เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในทีมเปิดตัวห้องอาหาร Enoteca จนประสบความสำเร็จ

ต่อมาในปี 2008 เชฟ Luca ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร La Bottega di Luca เป็นของตัวเองบนชั้นสองของโครงการณ์ The 49 Terrace ในซอยสุขุมวิท 49

เมื่อเดินผ่านประตูกระจกเข้ามาในร้านจะพบกับห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งให้มีความเรียบง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา

ภายในห้องรับประทานอาหารตกแต่งแบบเรียบง่าย

ระเบียงขนาดใหญ่สำหรับนั่งชิลรับลมในวันที่อากาศเป็นใจ

ข้างกันกับบาร์เป็นห้องครัวพร้อมกับทีมเชฟอีก 7 คน คอยเตรียมอาหารให้กับลูกค้าทันทีที่รัยออร์เดอร์

บริเวณบาร์

ภายในห้องครัว

🎗 [WHY GO] นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เราได้แวะมาชิมห้องอาหาร La Bottega และแน่นอนว่าทีมเชฟยังคงรักษามาตรฐานเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ตัวร้านยังคงต้อนรับลูกค้าทุกกลุ่มโดยไม่จำเป็นต้องแต่งตัวหรือมีพิธีรีตองมากนัก สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจเราขอแนะนำให้โทรมาจองสักนิดเพราะบางช่วงโดยเฉพาะในมื้อเย็นตัวร้านอาจถูกจองเต็มจากลูกค้ากลุ่มใหญ่ ๆ ได้เช่นกัน