Visit: March 26, 2022

🇹🇭 Biscotti - บิสก็อตติ

👨🏻‍🍳 Chef Kevin Montorfano - เชฟเควิน มอนเตอร์ฟาโน

Anantara Siam Bangkok Hotel,155 Rajadamri Road,Bangkok10330,Thailand

Tel: 02-431-9494

Cuisine

🍴 Italian - อาหารอิตาลี

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

13.5/20

Price

2/5
          

🎗 [INTRO] รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Biscottti ห้องอาหารอิตาลีเก่าแก่ย่านปทุมวันที่เปิดทำการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1998 และเป็นหนึ่งในร้านเพียงไม่กี่แห่งที่เรามีอันต้องแวะเวียนกลับมาชิมอยู่เป็นประจำในทุก ๆ ปีอีกด้วย

          
🎗 [THE PLACE] Biscotti เป็นคำในภาษาอิตาลีที่ใช้อธิบายถึง Contucci คุกกี้กรอบ ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของโรมแรม Anantara Siam Bangkok ภายในออกแบบโดย Tony Chi อินทีเรียดีไซน์เนอร์ชื่อดังจากนคร New York โดยตกแต่งให้ออกมาในสไตล์ Italian Trattoriaให้บรรยากาศราวกับได้ไปนั่งอยู่ใน Tuscan Villa ขนาดใหญ่ โต๊ะสี่เหลี่ยมถูกปูทับด้วยผ้าลินินสีขาวตัดกันกับสีอิฐของผนังร้านได้อย่างลงตัว ตรงกลางเป็นครัวแบบ Open Kitchen ขนาบข้างด้วยเตาอบพิซซ่าทำให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับการชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา สำหรับใครที่มากันเป็นกลุ่มอย่าลืมแจ้งกับทางร้านล่วงหน้าเพื่อขอจองห้อง Private Room ที่รองรับลูกค้าได้ถึง 10 ท่าน ผนังฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสรายล้อมด้วยไวน์ดิสเพลย์ดีไซน์หรูหรา ทั้งยังให้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าห้องรับประทานอาหารหลักอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] ไม่นานมานี้ห้องอาหาร Biscotti เพิ่งเปิดตัวเชฟคนใหม่นามว่า Kevin Montorfano แม้ตัวจะถือสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์แต่การเติบโตขึ้นมาในเมือง Ticino ทางตอนใต้ติดกับพรมแดนสวิส-อิตาลีทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขาสามารถซึมซับวัฒนธรรมอิตาเลียนมาได้อย่างเต็มเปี่ยม สำหรับเส้นทางสายอาชีพเชฟเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีอายุได้ 17 ปีกับตำแหน่งผู้ช่วยเชฟในโรงแรมหรูประจำเมือง Lugano อย่าง Villa Sassa Hotel, Residence & Spa ก่อนที่จะย้ายไป Dubai เพื่อร่วมงานกับ Al Muntaha ห้องอาหารสไตล์ยุโรปแห่งโรงแรม Burj Al Arab Hotel อย่างไรก็ตามห้องอาหารที่หล่อหลอมฝีมือและปลูกฝังความเป็น Haute Cuisine ให้กับเขาคือ Dinner by Heston Blumenthal ห้องอาหารระดับ 2 Michelin Stars ในกรุง London และ Quique Dacosta ห้องอาหารระดับ 3 Michelin Stars ในเมือง Denia ที่แวะไปจัด Popup Restaurant กันถึง Dubai โดยเราได้เคยเขียนบทความรีวิวทั้งสองร้านโดยละเอียดเอาไว้แล้วเช่นกัน หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Kevin จึงเริ่มต้นเดินทางไปยังหลากหลายประเทศทั่วโลกโดยล่าสุดได้ร่วมงานกับ Four Seasons Resort Costa Rica at Peninsula Papagayo ก่อนที่จะย้ายมารับตำแหน่ง Chef de Cuisine ให้กับห้องอาหาร Biscotti แห่งนี้นั่นเอง

🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร Biscotti นำเสนออาหารอิตาลีทั้งในรูปแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย ลูกค้าสามารถเลือกชิม 6 Courses Degustation Menu ที่ราคาเพียง 2,990++/p หรือจะเป็นรายการ À La Carte ที่มีทั้งเมนูที่เข้าถึงได้ง่ายอย่าง Beef Carpaccio, Linguine alle Vongole, Penne alla Carbonara และเมนูอันประกอบไปด้วยเทคนิคยุคใหม่อันซับซ้อนเช่น Topinambour and Black Truffle “Passata” อย่างไรก็ตามเราขอปักหมุดจานที่อยากให้เพื่อน ๆ ได้ตามมาลองชิมกันอย่างเช่น

✨ Hokkaido Sea Scallops (990++)
Green Pea Purée, Parma Prosciutto Chips, Toasted Almonds, Roasted Fish Jus and Bacon Oil
หอยเชลล์ยักษ์จากฮอกไกโดที่เชฟแพนเซียมาสุกกำลังดี เนื้อมีความเฟิร์มเล็กน้อยแต่ไม่กระด้าง มีรสชาติออกหวานโดยธรรมชาติ ราดด้วยซอสที่ขึ้นมาจากกระดูกปลาและน้ำมันเบคอน ถึงแม้ว่า Consistency ของตัวซอสจะดูค่อนข้างใสแต่รสชาติที่ได้เข้มข้นไม่เบา องค์ประกอบข้างกันคือพูเรถั่วลันเตารสหวานละมุน, Prosciutto di Parma กรอบ ๆ เค็ม ๆ และถั่วอัลมอนด์คั่วกรอบช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับหอยเชลล์ได้อย่างพอเหมาะ (14/20)

✨ Ravioli Ossobuco and Black Truffle (1,100++)
Stuffed with Braised Beef Chunk, Black Truffle and Beef Jus
หากให้เลือกจานที่ดีที่สุดเพียงจานเดียวเราขอปักหมุดเมนูสไตล์ Lombard อย่างราวิโอลีหรือพาสต้าทรงเกี๊ยวที่ทางร้านทำเอง ด้านในสอดไส้เนื้อวัวที่ผ่านการตุ๋นเป็นระยะเวลานานจนนุ่มสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสกับผิวแป้งที่สุกได้ระดับ มีความกรึบนิด ๆ พอดิบพอดี ซอสรอบ ๆ คือ Beef Jus ที่ผ่านการเคี่ยวจนรสชาติเข้มข้นเสริมด้วยความหอมจาก Black Truffle คุณภาพสูง ด้านบนทอปด้วย Black Truffle สไลด์มาบาง ๆ เสริมอโรมาบริเวณหลังจมูกขณะเคี้ยวให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (15/20)

✨ Signature Amalfi Lemon (420++)
Ivory White Chocolate Mousse, Confit Amalfi Lemons, Limoncello Sorbet
ในหมวดหมู่ Dolci หรือของหวานเราขอแนะนำจานที่นำเสนอวัตถุดิบระดับโลกอย่างเลมอนจากพื้นที่แถบ Amalfi ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟนำเลมอนมากงฟีจนเนื้อนุ่ม ให้รสชาติเปรี้ยวนำเสริมด้วยความหวานและขมเบา ๆ อย่างลงตัว รอบ ๆ ห่อด้วยมูสและเปลือกทำมาจากไวท์ช็อกโกแลต ข้างกันคือไอศกรีม Limoncello รองด้วยครัมเบิ้ลกรอบที่โต๊ะพนักงานจะมาขูดผิว Amalfi Lemon ทอปลงไปจนทั่วจานอีกด้วย (14/20)

🎗 [WHY GO] ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝีมือของเชฟ Kevin Montorfano นั้นไม่ธรรมดา อาหารทุกจานแม้จะมีชื่อคุ้นหูและดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยเทคนิคอันปราณีตและซับซ้อน การปรับปรุงพื้นที่ภายในช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูสว่างและสบายตามากยิ่งขึ้น ราคาอาหารอาจสูงกว่าห้องอาหารทั่วไปอยู่บ้างแต่ด้วย Service Level ระดับสูงจะช่วยการันตีความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับลูกค้าทุก ๆ คนได้อย่างแน่นอน

Price :

900-4,500 THB/p

Parking :

จอดรถที่โรงแรม Anantara Siam Bangkok

Operating Time :

12.00-14.30, 18.00-22.30

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารอิตาลีใจกลางเมืองที่ผสมผสานวัตถุดิบชั้นดีเข้ากับเทคนิคการปรุงระดับสูงได้อย่างลงตัว

อาหาร :

13.5

ราคา :

2/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
Burrata Pugliese (V) (620++)
Heirloom Cherry Tomatos, Basil Pesto, Tomato Water, Asparagus, Balsamico di Modena IGP Reduction

Warm Seared Octopus (890++)
Roasted Potatoes, Capsicum Purée, Octopus Chips, Salicornia

Hokkaido Sea Scallops (990++)
Green Pea Purée, Parma Prosciutto Chips, Toasted Almonds, Roasted Fish Jus and Bacon Oil

Topinambour and Black Truffle “Passata” (V) (690++)
Black Truffle, Flavors of Smoked Hay, Charcoaled Potatoes, Sour Cream

Fagottelli (V) (700++)
Stuffed with Ricotta and Burrata Cheese, Pappa al Pomodoro, Basil Oil

Ravioli Ossobuco and Black Truffle (1,100++)
Stuffed with Braised Beef Chunk, Black Truffle and Beef Jus

Monkfish alla Puttanesca (1,390++)
Seafood Cannelloni, Capers and “Taggiasca” Olives in Tomato Sauce, Baby Fennel, Tomato Powder

Wagyu A5 Beef Tenderloin “Biscotti Rossini Style” (2,890++)
Pan Seared Foie Gras, Balsamic Reduction, Shallots and Port Wine Foam, Spinach Cream, Red Wine and Truffle Sauce, Black Truffle

Signature Amalfi Lemon (420++)
Ivory White Chocolate Mousse, Confit Amalfi Lemons, Limoncello Sorbet

Biscotti Tiramisu (380++)
Amaretto Almond Liquor, Savoiardi Biscuits, Mascarpone, Espresso, Cacao Powder

Traditional “Cremosa” Panna Cotta
Grappa Marinated Cherries, Cherry Compote, Griottes Cherries, Meringue

🇹🇭 Biscotti – บิสก็อตติ

🍽 Selected by Michelin Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์

🍴 Italian – อาหารอิตาลี

👨🏻‍🍳 Chef Kevin Montorfano – เชฟเควิน มอนเตอร์ฟาโน

Focaccia with Condiments

ทางร้านนำเสิร์ฟขนมปัง Focaccia อุ่น ๆ คู่กับ Condiments ต่าง ๆ เริ่มจาก Olive Tapenade ที่มีส่วนผสมของแองโชวี่ ถัดมาคือ Garlic Cream ที่เมื่อปาดลงบนขนมปังแล้วจะให้กลิ่นคล้ายกันกับขนมปังกระเทียมสุดคลาสสิค อย่างที่สามคือ Sundried Tomato Paste ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิ สุดท้ายคือ Extravirgin Olive Oil with Pear Balsamic Vinegar โดยน้ำมันมะกอกที่คัดมาค่อนข้างเบา (Light) ไม่เข้มข้นเมื่อประกอบกันกับบัลซามิคที่มีอโรมาของลูกแพร์พบว่าเข้ากันได้ดีมาก ๆ

Burrata Pugliese (V) (620++)
Heirloom Cherry Tomatos, Basil Pesto, Tomato Water, Asparagus, Balsamico di Modena IGP Reduction

เริ่มต้นกันที่เมนูแรกในหมวดหมู่ Antipasti e Insalate อย่างชีสบูราต้าสด ๆ ผิวด้านนอกนุ่ม เนื้อด้านในมีความครีมมี่หอมมัน เสิร์ฟมากับมะเขือเทศและน้ำมะเขือเทศให้รสเปรี้ยวอุมามิ ข้างกันคือสลัดผักต่าง ๆ คลุกเคล้ามากับบัลซามิคที่ผ่านการรีดัคชั่นจนงวดเข้มข้น ทุกองค์ประกอบถูกเบรคไม่ให้มีกลิ่นและรสชาติโดดเด่นไปกว่ากันด้วยซอสเบซิลเพสโต้ ถือเป็นจานที่ช่วยเรียกน้ำย่อยและเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว (13/20

Warm Seared Octopus (890++)
Roasted Potatoes, Capsicum Purée, Octopus Chips, Salicornia

ต่อมาคือหนวดหมึกยักษ์จัดวางเรียงกันมาอย่างสวยงามขนาบข้างด้วยมันฝรั่งโรยด้วยผงปาปริก้า แผ่นสีส้มทำมาจากหนังของหมึกยักษ์ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างหนึบแต่ไม่ถึงกับเหนียวคล้ายมะม่วงกวนทั้งยังเสริมกลิ่นเฉพาะตัวของหมึกยักษ์ในรูปแบบที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร องค์ประกอบด้านล่างสีส้มเข้มคือพูเรพริกหวาน ซาลิโคเนีย และผงมะกอกดำนั่นเอง (13/20)

Warm Seared Octopus (890++)
Roasted Potatoes, Capsicum Purée, Octopus Chips, Salicornia

จากนั้นพนักงานจะเทราด Roasted Yellow Pepper Sauce ลงไปช่วยเสริมอโรมาและเพิ่มเติมความเป็นเมดิเตอเรเนียนให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น (13/20)

Hokkaido Sea Scallops (990++)
Green Pea Purée, Parma Prosciutto Chips, Toasted Almonds, Roasted Fish Jus and Bacon Oil

หอยเชลล์ยักษ์จากฮอกไกโดผ่านการแพนเซียมาสุกกำลังดี เนื้อมีความเฟิร์มเล็กน้อยแต่ไม่กระด้าง มีรสชาติออกหวานโดยธรรมชาติ ราดด้วยซอสที่ขึ้นมาจากกระดูกปลาและน้ำมันเบคอน ถึงแม้ว่า Consistency จะดูค่อนข้างใสแต่รสชาติที่ได้เข้มข้นไม่เบาเลยทีเดียว (14/20)

Hokkaido Sea Scallops (990++)
Green Pea Purée, Parma Prosciutto Chips, Toasted Almonds, Roasted Fish Jus and Bacon Oil

องค์ประกอบข้างกันคือพูเรถั่วลันเตารสหวานละมุน Prosciutto di Parma กรอบ ๆ เค็ม ๆ และถั่วอัลมอนด์คั่วกรอบช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับหอยเชลล์ได้อย่างพอเหมาะ (14/20)

Topinambour and Black Truffle “Passata” (V) (690++)
Black Truffle, Flavors of Smoked Hay, Charcoaled Potatoes, Sour Cream

ในจานคือมันฝรั่งย่างมาสุกกำลังดี ด้านบนทอปด้วยทรัฟเฟิลคุณภาพสูงหั่นมาเป็นชิ้นกลมพอดีคำ (13/20)

Topinambour and Black Truffle “Passata” (V) (690++)
Black Truffle, Flavors of Smoked Hay, Charcoaled Potatoes, Sour Cream

จากนั้นพนักงานจะเทซุป Topinambour หรือเยรูซาเล็มอาติโชคนำมาปั่นจนละเอียดแล้วผ่านการกรองอย่างดีจนได้เนื้อสัมผัสข้นคล้ายกันกับ Passata แต่ไม่ทิ้งความนุ่มละมุน มีกลิ่นหอมและอโรมาที่ดีของทรัฟเฟิลอย่างชัดเจน (14/20)

Fagottelli (V) (700++)
Stuffed with Ricotta and Burrata Cheese, Pappa al Pomodoro, Basil Oil

ห้ามพลาดเมนูหมวดหมู่ Primi อันประกอบไปด้วยพาสต้าโฮมเมดที่เตรียมกันสดใหม่ภายในร้าน จานแรกที่เราอยากแนะนำคือฟากอตเตลลี่หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวที่บรรจุชีสรีคอตต้าและบูราต้าผสมกันในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ผิวด้านนอกมีความหนึบในขณะที่ไส้ด้านในนุ่มละมุน เสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวอุมามิของพูเรมะเขือเทศ จากนั้นเบรคด้วยอโรมาของน้ำมันเบซิลส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวให้เกิดขึ้นบริเวณหลังจมูก ถือเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อนแต่ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ (13/20)

Ravioli Ossobuco and Black Truffle (1,100++)
Stuffed with Braised Beef Chunk, Black Truffle and Beef Jus

หากให้เลือกจานที่ดีที่สุดเพียงจานเดียวเราขอปักหมุดเมนูสไตล์ Lombard อย่างราวิโอลีหรือพาสต้าทรงเกี๊ยวที่ทางร้านทำเอง ด้านในสอดไส้เนื้อวัวที่ผ่านการตุ๋นเป็นระยะเวลานานจนนุ่มสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสกับผิวแป้งที่สุกได้ระดับ มีความกรึบนิด ๆ พอดิบพอดี ซอสรอบ ๆ คือ Beef Jus ที่ผ่านการเคี่ยวจนรสชาติเข้มข้นเสริมด้วยความหอมจาก Black Truffle คุณภาพสูง ด้านบนทอปด้วย Black Truffle สไลด์มาบาง ๆ เสริมอโรมาบริเวณหลังจมูกขณะเคี้ยวให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (15/20)

Ravioli Ossobuco and Black Truffle (1,100++)
Stuffed with Braised Beef Chunk, Black Truffle and Beef Jus

ไส้เนื้อวัวด้านผ่านตุ๋นมาเป็นอย่างดีตัดกันกับความกรึบของราวิโอลีด้านนอกได้อย่างพอเหมาะ (15/20)

Monkfish alla Puttanesca (1,390++)
Seafood Cannelloni, Capers and “Taggiasca” Olives in Tomato Sauce, Baby Fennel, Tomato Powder

Secondi หรือเมนคอร์สจานแรกคือปลา Monkfish เตรียมมาในรูปแบบที่เรียกว่า Alla Puttanesca ซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมขึ้นมาจากแถบ Napoli ในช่วงศตวรรษที่ 20 ชิ้นปลา Monkfish มีความเฟิร์มและหนึบกว่าปลาเนื้อขายทั่วไปตัดเนื้อสัมผัสกับความกรอบจาก Baby Fennel ด้านล่างคือซอสสีส้มทำมาจากมะเขือเทศและมะกอก Taggiasca จากพื้นที่แถบทะเล Mediterranean มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวแล้วเสริมรสชาติด้วยผงมะเขือเทศและเคเปอร์อีกทีหนึ่ง อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในจานคือ Seafood Cannelloni มีลักษณะเป็นพาสต้าแผ่นใหญ่มวนพันไส้ด้านในทำมาจากเนื้อปูจนนุ่มเด้งนั่นเอง (13/20)

Wagyu A5 Beef Tenderloin “Biscotti Rossini Style” (2,890++)
Pan Seared Foie Gras, Balsamic Reduction, Shallots and Port Wine Foam, Spinach Cream, Red Wine and Truffle Sauce, Black Truffle

เนื้อวัววากิว A5 ส่วนสันในเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium วางมาบนครีมผักโขมสีเขียวเข้ม ข้างกันคือ Pan Brioche กรอบฟูทอปด้วย Foie Gras ที่แพนเซียมาได้ระดับให้ความครีมมี่ตัดด้วยความเปรี้ยวหวานเข้มข้นของ Balsamic Reduction ยังมีใบผักโขมและทรัฟเฟิลขูดส่งอโรมาหอมฟุ้งขึ้นจมูก สุดท้ายที่โต๊ะพนักงานจะมาเทราดซอสไวน์แดงและทรัฟเฟิลรสชาติเข้มข้นลงไปในจาน (14/20)

Wagyu A5 Beef Tenderloin “Biscotti Rossini Style” (2,890++)
Pan Seared Foie Gras, Balsamic Reduction, Shallots and Port Wine Foam, Spinach Cream, Red Wine and Truffle Sauce, Black Truffle

ด้วยความที่เป็นส่วนสันในทำให้เนื้อสัมผัสของชิ้นเนื้อมีความเฟิร์มแต่ไร้ซึ่งความกระด้าง เนื้อย่างมาได้ระดับและยังมีความฉ่ำอยู่มาก ซอสผักโขมนุ่มเนียนไม่มีกลิ่นรบกวน อร่อยสมกับเป็นอีกหนึ่งจานเด็ดประจำค่ำคืนนี้ (14/20)

Signature Amalfi Lemon (420++)
Ivory White Chocolate Mousse, Confit Amalfi Lemons, Limoncello Sorbet

ในหมวดหมู่ Dolci หรือของหวานเราขอแนะนำจานที่นำเสนอวัตถุดิบระดับโลกอย่างเลมอนจากพื้นที่แถบ Amalfi ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟนำเลมอนมากงฟีจนเนื้อนุ่ม ให้รสชาติเปรี้ยวนำเสริมด้วยความหวานและขมเบา ๆ อย่างลงตัว รอบ ๆ ห่อด้วยมูสและเปลือกทำมาจากไวท์ช็อกโกแลต ข้างกันคือไอศกรีม Limoncello รองด้วยครัมเบิ้ลกรอบที่โต๊ะพนักงานจะมาขูดผิว Amalfi Lemon ทอปลงไปจนทั่วจานอีกด้วย (14/20)

Biscotti Tiramisu (380++)
Amaretto Almond Liquor, Savoiardi Biscuits, Mascarpone, Espresso, Cacao Powder

Tiramisu แปลตรงตัวว่า Pick Me Up เป็นขนมหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Treviso ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนคร Venice เชฟนำ Savoiardi หรือ Ladyfinger อิตาลีแท้ ๆ จุ่มลงในกาแฟ Espresso จากนั้นเรียงสลับกับ Mascarpone Cheese หอมมัน เสริมกลิ่นและรสชาติด้วยเหล้า Amaretto ในปริมาณที่พอเหมาะ ด้านบนโรยด้วยผง Cacao เมื่อยกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะพนักงานจะเทกาแฟ Espresso ลงไปในถ้วยแก้วด้านล่างพร้อมกับใส่น้ำแข็งแห้งลงไปเกิดการเดือดกลายเป็นไอเสริมอโรมาของกาแฟให้หอมคลุ้งไปทั่วทั้งโต๊ะ (14/20)

Biscotti Tiramisu (380++)
Amaretto Almond Liquor, Savoiardi Biscuits, Mascarpone, Espresso, Cacao Powder

Tiramisu เสิร์ฟมากับ Biscotti หรือบิสกิตกรอบสไตล์อิตาลีเคลือบด้วยช็อกโกแลตแบบเดียวกับชื่อร้านนั่นเอง (14/20)

Traditional “Cremosa” Panna Cotta
Grappa Marinated Cherries, Cherry Compote, Griottes Cherries, Meringue

ปิดท้ายด้วยของหวานจากแคว้น Piedmont อย่างพานาคอตต้าเนื้อนุ่มละมุน เสิร์ฟมากับเมอแรงก์ชิ้นหนาละลายในปากและพิสตาชิโอ้สปอง เติมแต่งรสชาติด้วยเชอร์รี่ 3 ชนิดที่ผ่านการหมักในแอลกอฮอล์ให้รสหวานนำตามด้วยรสเฝื่อนเบา ๆ ปิดท้ายมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี (13/20)

อาหารหวานต้องจับคู่กับกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว ที่นี่ใช้กาแฟคุณภาพของ illy เสิร์ฟมากับช็อกโกแลตชิปบิสกิตขนาดเล็กน่ารัก

ห้องอาหาร Biscotti นำเสนออาหารอิตาลีทั้งในรูปแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย

ลูกค้าสามารถเลือกชิม 6 Courses Degustation Menu ที่ราคาเพียง 2,990++/p หรือจะเป็นรายการ À La Carte ที่มีทั้งเมนูที่เข้าถึงได้ง่ายอย่าง Beef Carpaccio, Linguine alle Vongole, Penne alla Carbonara และเมนูอันประกอบไปด้วยเทคนิคยุคใหม่อันซับซ้อนเช่น Topinambour and Black Truffle “Passata”

Biscottti เป็นห้องอาหารอิตาลีเก่าแก่ย่านปทุมวันที่เปิดทำการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1998 และเป็นหนึ่งในร้านเพียงไม่กี่แห่งที่เรามีอันต้องแวะเวียนกลับมาชิมอยู่เป็นประจำในทุก ๆ ปีอีกด้วย

ภายในห้องอาหาร

ภายในออกแบบโดย Tony Chi อินทีเรียดีไซน์เนอร์ชื่อดังจากนคร New York

การตกแต่งออกมาในสไตล์ Italian Trattoriaให้บรรยากาศราวกับได้ไปนั่งอยู่ใน Tuscan Villa ขนาดใหญ่

โต๊ะสี่เหลี่ยมถูกปูทับด้วยผ้าลินินสีขาวตัดกันกับสีอิฐของผนังร้านได้อย่างลงตัว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝีมือของเชฟ Kevin Montorfano นั้นไม่ธรรมดา อาหารทุกจานแม้จะมีชื่อคุ้นหูและดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยเทคนิคอันปราณีตและซับซ้อน การปรับปรุงพื้นที่ภายในช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูสว่างและสบายตามากยิ่งขึ้น

ราคาอาหารอาจสูงกว่าห้องอาหารทั่วไปอยู่บ้างแต่ด้วย Service Level ระดับสูงจะช่วยการันตีความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับลูกค้าทุก ๆ คนได้อย่างแน่นอน

ใครที่มากันเป็นกลุ่มอย่าลืมแจ้งกับทางร้านล่วงหน้าเพื่อขอจองห้อง Private Room ที่รองรับลูกค้าได้ถึง 10 ท่าน ผนังฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสรายล้อมด้วยไวน์ดิสเพลย์ดีไซน์หรูหรา ทั้งยังให้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าห้องรับประทานอาหารหลักอีกด้วย

ตรงกลางเป็นครัวแบบ Open Kitchen ทำให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับการชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา

ข้างกันคือเตาอบพิซซ่าเตาฟืนสไตล์ Neapolitan

Signature Focaccia ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาดเช่นกัน

Biscotti เป็นคำในภาษาอิตาลีที่ใช้อธิบายถึง Contucci คุกกี้กรอบ

ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของโรมแรม Anantara Siam Bangkok

บริเวณล็อบบี้ของทางโรงแรม