Visit: December 25, 2021

🇹🇭 Loukjaan by Saneh Jaan - ลูกจันทน์ โดย เสน่ห์จันทน์

👨🏻‍🍳 Chef Pilaipon Kamnag - เชฟ พิไลพร คำหนัก

ชั้น G โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ 80 ซ.ต้นสน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน, Bangkok, 10330, ประเทศไทย

Tel: 02-095-9999

Cuisine

🍴 Thai - อาหารไทย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Bib Gourmand

Score

13.5/20

Price

4/5
          

🎗 Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok เป็นโรงแรมในเครือ Kempinski ที่เพิ่งเปิดทำการใหม่ได้ไม่นานโดยตั้งอยู่ในซอยหลังสวนล้อมรอบไปด้วยแมกไม้เขียวขจีราวกับป่ากลางเมือง บริเวณชั้นเดียวกับ Lobby ทางโรงแรมได้จัดพื้นที่ Casual Dining Area ที่เรียกว่า Flourish ประกอบไปด้วยเมนูหลากหลายรูปแบบคืออาหารเช้า, เวสเทิร์น, อารบิค, วีแกน และสุดท้ายคืออาหารไทยที่ใช้ชื่อเฉพาะว่า “ลูกจันทน์ โดย เสน่ห์จันทน์” ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยสไตล์ยูโรเปี้ยน ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสมองออกไปเห็นสวนสไตล์ Tropical ทั้งยังมีเพดานสูงช่วยบรรยากาศโดยรวมมีความโปร่งสบายตา ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณติดกับครัวแบบ Open Kitchen หรือนั่งบริเวณโซฟาซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

          

🎗 คอนเซปของอาหารไทยที่ลูกจันทน์ได้รับการสืบทอดมาจากห้องอาหารระดับ 1 Michelin Star อย่างเสน่ห์จันทน์ราวกับเป็นแม่กับลูกกันจริง ๆ โดยเฉพาะเมนูโบราณที่ถูกนำมาประยุกต์โดยใช้เทคนิคเฉพาะตัวของเชฟผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบพื้นถิ่น แม้หน้าตาอาหารอาจไม่ได้ดูหรูหราแต่เราขอชมว่าการออกแบบเมนูของเชฟพิไลพรนั้นดีเลิศควาค่าแก่การแวะมาชิมเป็นอย่างยิ่ง ส่วนจานที่เราขอปักหมุดว่าห้ามพลาดได้แก่

✨ หมูกรอบทอดตะไคร้ (250++)
Stir Fried Crispy Pork Belly with Lemongrass Topped with Shallots and Thai Herbs

เริ่มต้นด้วยจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้อยู่หมูกรอบที่นำไปผัดกับตะไคร้ซอยจนหอม เนื้อหมูยังคงนุ่มฉ่ำ ด้านบนทอปด้วยหอมแดงและสมุนไพรที่ให้เนื้อสัมผัสความกรอบและรสชาติที่แตกต่างกัน ขอการันตีเลยว่ารสชาติระดับนี้หาใครเทียบเคียงได้ยากแล้วจริง ๆ (15/20)

✨ แกงรัญจวน (290++)
”Ran Juan“ Soup

แกงรัญจวนเป็นเมนูที่หม่อมเจ้าหญิงสะบาย นิลรัตน์ หัวหน้าแม่ครัวในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้ใช้เนื้อที่เหลือจากการเตรียมอาหารจัดเลี้ยงมาผัดกับใบโหระพาแล้วใส่น้ำพริกกะปิลงไปจนหอม เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกใช้กะปิชั้นดี รับประทานแล้วจะได้เนื้อสัมผัสของตะไคร้ซอยและเนื้อหมูนุ่ม ๆ อร่อยจนเรากล้าพูดว่านี่คือแกงรัญจวนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ (14/20)

✨ แกงมอญคอหมูย่าง (390++)
Mon Red Curry with Grilled Pork

แกงมอญเป็นเมนูโบราณที่มีลักษณะความเผ็ดของเครื่องแกงแตกต่างไปจากแกงไทย กล่าวคือจะมีความเผ็ดและร้อน ยิ่งเผ็ดจะยิ่งร้อน ต่างจากแกงไทยที่เผ็ดกระแทกเข้ามาตรง ๆ คือยิ่งเผ็ดจะยิ่งแสบลิ้น ในที่นี้เชฟบาลานซ์รสชาติมาได้ดี หอมกลิ่นสมุนไพร หากใครนึกรสชาติและกลิ่นไม่ออกเราขออธิบายให้เห็นภาพว่านี่คือแกงที่ผสมผสานความเป็นมอญ (ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแกงอินเดียอีกทีหนึ่ง) เข้ากับความเป็นไทยออกมาได้อย่างลงตัว เนื้อส่วนคอหมูนุ่มมากไปเล็กน้อยจนเกือบกลืนไปกับเครื่องแกง จัดเป็นเมนูหารับประทานยากที่ถอดแบบมาจาก Signature Dish ของร้านเสน่ห์จันทน์และควรค่าแก่การสั่งมาชิมเป็นอย่างมาก (14/20)

🎗 ด้วยบรรยากาศที่มีความ Casual เข้าถึงง่ายในทุกโอกาสตั้งแต่การนัดเพื่อน ๆ หรือครอบครัวมารับประทานอาหารสักมื้อไปจนถึงการเฉลิมฉลองเนื่องในในโอกาสสำคัญ อาหารเกือบทุกจานทำออกมาได้เหนือความคาดหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับราคาที่ตั้งเอาไว้ที่จานละ 200-300 บาทถือว่าคุ้มค่า ทั้งยังเป็นการสืบสาน DNA ของห้องอาหารไทยชั้นสูงอย่างเสน่ห์จันทน์ให้ลูกค้าได้รู้จักกันในวงกว้างขึ้นอีกด้วย

Price :

400-800 THB/p

Parking :

จอดรถที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้

Operating Time :

11.30-15.00, 17.30-22.00 (All Day Dining 6.30-23.00)

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารไทยรสเลิศใจกลางกรุงเทพ บรรยากาศดี ราคาเข้าถึงง่าย

อาหาร :

13.5

ราคา :

4/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

2/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
หมูกรอบทอดตะไคร้ (250++)

Stir Fried Crispy Pork Belly with Lemongrass Topped with Shallots and Thai Herbs

ทอดมันปลากราย (260++)

Fried River Fish Cake with Sweet and Sour Sauce

หมูสามชั้นทอดน้ำปลา (280++)

Fried Pork Belly in Fish Sauce

แกงรัญจวน (290++)

”Ran Juan“ Soup

แกงเหลืองพริกสดปลากระพง (320++)

Southern Style Yellow Curry with Sea Bass

แกงมอญคอหมูย่าง (390++)

Mon Red Curry with Grilled Pork

กุ้งผัดพริกขี้หนู (490++)

Stir-fried Shrimps with Bird Eyes Chili

ข้าวสวย/ข้าวสมุนไพร (30++)

Steamed Rice/Herbal Rice

ส้มฉุนหิมะ (180++)

Mixed Fruit in Citron Grantia

🇹🇭 Loukjaan by Saneh Jaan – ลูกจันทน์ โดย เสน่ห์จันทน์

😋 Bib Gourmand – บิบ กูร์มองด์

🍴 Thai – อาหารไทย

👨🏻‍🍳 Chef Pilaipon Kamnag – เชฟ พิไลพร คำหนัก

บริเวณชั้นเดียวกับ Lobby ทางโรงแรมได้จัดพื้นที่ Casual Dining Area ที่เรียกว่า Flourish ประกอบไปด้วยเมนูหลากหลายรูปแบบคืออาหารเช้า, เวสเทิร์น, อารบิค, วีแกน และสุดท้ายคืออาหารไทยที่ใช้ชื่อเฉพาะว่า “ลูกจันทน์ โดย เสน่ห์จันทน์”

หมูกรอบทอดตะไคร้ (250++)
Stir Fried Crispy Pork Belly with Lemongrass Topped with Shallots and Thai Herbs

เริ่มต้นด้วยจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้อยู่หมูกรอบที่นำไปผัดกับตะไคร้ซอยจนหอม เนื้อหมูยังคงนุ่มฉ่ำ ด้านบนทอปด้วยหอมแดงและสมุนไพรที่ให้เนื้อสัมผัสความกรอบและรสชาติที่แตกต่างกัน ขอการันตีเลยว่ารสชาติระดับนี้หาใครเทียบเคียงได้ยากแล้วจริง ๆ (15/20)

ทอดมันปลากราย (260++)
Fried River Fish Cake with Sweet and Sour Sauce

ทอดมันปลากรายที่นี่ใช้พริกแกงที่ทางร้านทำและนวดเอง จากนั้นนำลงทอดจนสุกได้ที่ อย่างไรก็ตามแม้เนื้อสัมผัสบริเวณผิวด้านนอกจะบางกรอบ แต่เนื้อด้านในยังไม่ฉ่ำหรือเด้งมากนัก รสชาติและกลิ่นสมุนไพรยังไม่ออกชัด ส่วนน้ำซอสที่นี่ให้รสเปรี้ยวหวาน และมีแตงกวาผสมอยู่ด้วย โดยรวมถือว่าทำออกมาพอใช้แต่ยังไม่ใช่จานเด็ด (12/20)

หมูสามชั้นทอดน้ำปลา (280++)
Fried Pork Belly in Fish Sauce

เนื้อหมูส่วนสามชั้นนำไปทอดคลุกเคล้ากับน้ำปลาจนสุก เนื้อหมูนุ่ม ฉ่ำ หอมกลิ่นน้ำปลาชั้นดี รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ เข้ากันมากจริง ๆ (13/20)

แกงรัญจวน (290++)
”Ran Juan“ Soup

แกงรัญจวนเป็นเมนูที่หม่อมเจ้าหญิงสะบาย นิลรัตน์ หัวหน้าแม่ครัวในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้ใช้เนื้อที่เหลือจากการเตรียมอาหารจัดเลี้ยงมาผัดกับใบโหระพาแล้วใส่น้ำพริกกะปิลงไปจนหอม เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกใช้กะปิชั้นดี รับประทานแล้วจะได้เนื้อสัมผัสของตะไคร้ซอยและเนื้อหมูนุ่ม ๆ อร่อยจนเรากล้าพูดว่านี่คือแกงรัญจวนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ (14/20)

แกงเหลืองพริกสดปลากระพง (320++)
Southern Style Yellow Curry with Sea Bass

แกงเหลืองหรือแกงส้มใต้ที่ใช้เครื่องแกงสูตรลับเฉพาะ รสชาติเผ็ดจัดจ้านชนิดที่นั่งในห้องแอร์ยังเหงื่อตก เสริมความเปรี้ยวหวานด้วยการใส่สับปะรดลงไปด้วย เนื้อปลากระพงสุกพอดี นุ่มขนาดใช้ลิ้นดันก็แยกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ได้เลยทีเดียว (14/20)

แกงมอญคอหมูย่าง (390++)
Mon Red Curry with Grilled Pork

แกงมอญเป็นเมนูโบราณที่มีลักษณะความเผ็ดของเครื่องแกงแตกต่างไปจากแกงไทย กล่าวคือจะมีความเผ็ดและร้อน ยิ่งเผ็ดจะยิ่งร้อน ต่างจากแกงไทยที่เผ็ดกระแทกเข้ามาตรง ๆ คือยิ่งเผ็ดจะยิ่งแสบลิ้น ในที่นี้เชฟบาลานซ์รสชาติมาได้ดี หอมกลิ่นสมุนไพร หากใครนึกรสชาติและกลิ่นไม่ออกเราขออธิบายให้เห็นภาพว่านี่คือแกงที่ผสมผสานความเป็นมอญ (ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแกงอินเดียอีกทีหนึ่ง) เข้ากับความเป็นไทยออกมาได้อย่างลงตัว เนื้อส่วนคอหมูนุ่มมากไปเล็กน้อยจนเกือบกลืนไปกับเครื่องแกง จัดเป็นเมนูหารับประทานยากที่ถอดแบบมาจาก Signature Dish ของร้านเสน่ห์จันทน์และควรค่าแก่การสั่งมาชิมเป็นอย่างมาก (14/20)

กุ้งผัดพริกขี้หนู (490++)
Stir-fried Shrimps with Bird Eyes Chili

กุ้งเนื้อแน่น ๆ ผัดกับพริกขี้หนูจนหอมเข้าเนื้อ ทั้งยังมีความกรอบเมื่อได้เคี้ยว รสชาติเผ็ดจัดจ้าน จับคู่รับประทานกับข้าวสมุนไพรออกมาได้ลงตัวมาก ๆ (13/20)

ข้าวสวย/ข้าวสมุนไพร (30++)
Steamed Rice/Herbal Rice

ลูกค้าสามารถสั่งข้าวสวยหรือข้าวสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมของตะไคร้และมีสีม่วงสวยงามจากดอกอัญชัญ

ส้มฉุนหิมะ (180++)
Mixed Fruit in Citron Grantia

ปิดท้ายด้วยของหวานไทย ๆ อย่างส้มฉุนที่เสิร์ฟมาเป็นกรานิต้าน้ำแข็งเกล็ด รับประทานแล้วจะมีกลิ่นจากหอมแดงเจียว มีรสขมเฉพาะตัวของส้มซ่า น้ำมะกรูด น้ำมะนาว และรสของขิงตรงตามสูตรดั้งเดิม ช่วยล้างปากดับคาวได้เป็นอย่างดี (13/20)

The Egg (290++)
Tahitian Vanilla Panna Cotta, Mango & Passion fruit, Kataifi Pastry, White Chocolate

ก่อนจบรีวิวเราสั่งเมนูอาหารหวานมาเพิ่มอีกหนึ่งจาน The Egg เป็นของหวานที่เคยนิยมเสิร์ฟกันในร้านระดับ Michelin Star หลายแห่งเช่น Dinner by Heston Blumenthal และ Epicure ในที่นี้เชฟนำมาพานาคอตต้ามาใส่ในเปลือกไวท์ช็อกโกแลตทรงไข่ เมื่อใช้ช้อนกระเทาะเปลือกออกมาจะพบพานาคอตต้าดูคล้ายไข่ขาว มีองค์ประกอบของมะม่วงและเสาวรสรสเปรี้ยวหวานหน้าตาดูคล้ายไข่แดง ด้านล่างรองด้วย Kataifi บางกรอบตัดเนื้อสัมผัสตัดกันกับพานาคอตต้านุ่ม ๆ นั่นเอง (13/20)

💰 ราคา 3,719.32 บาท/4 คน

คอนเซปของอาหารไทยที่ลูกจันทน์ได้รับการสืบทอดมาจากห้องอาหารระดับ 1 Michelin Star อย่างเสน่ห์จันทน์ราวกับเป็นแม่กับลูกกันจริง ๆ โดยเฉพาะเมนูโบราณที่ถูกนำมาประยุกต์โดยใช้เทคนิคเฉพาะตัวของเชฟผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบพื้นถิ่น

แม้หน้าตาอาหารที่นี่อาจไม่ได้ดูหรูหราแต่เราขอชมว่าการออกแบบเมนูของเชฟพิไลพรนั้นดีเลิศควาค่าแก่การแวะมาชิมเป็นอย่างยิ่ง

ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยสไตล์ยูโรเปี้ยน ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสมองออกไปเห็นสวนสไตล์ Tropical ทั้งยังมีเพดานสูงช่วยบรรยากาศโดยรวมมีความโปร่งสบายตา

ด้วยบรรยากาศที่มีความ Casual เข้าถึงง่ายในทุกโอกาสตั้งแต่การนัดเพื่อน ๆ หรือครอบครัวมารับประทานอาหารสักมื้อไปจนถึงการเฉลิมฉลองเนื่องในในโอกาสสำคัญ

อาหารเกือบทุกจานทำออกมาได้เหนือความคาดหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับราคาที่ตั้งเอาไว้ที่จานละ 200-300 บาทถือว่าคุ้มค่า ทั้งยังเป็นการสืบสาน DNA ของห้องอาหารไทยชั้นสูงอย่างเสน่ห์จันทน์ให้กับลูกค้าในวงกว้างขึ้นอีกด้วย

บรรยากาศภายในร้าน

ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณติดกับครัวแบบ Open Kitchen หรือนั่งบริเวณโซฟาซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok เป็นโรงแรมในเครือ Kempinski ที่เพิ่งเปิดทำการใหม่ได้ไม่นานโดยตั้งอยู่ในซอยหลังสวนล้อมรอบไปด้วยแมกไม้เขียวขจีราวกับป่ากลางเมือง