Visit: December 15, 2019

🇭🇰 Sushi Shikon - ซูชิ ชิคอน

👨🏻‍🍳 Chef Yoshiharu Kakinuma

7/F, The Landmark Mandarin Oriental, 15 Queen's Road Central, Central, Hong Kong

Tel: +852 2643 6800

Cuisine

🍴 Sushi Restaurant - ร้านซูชิ

Country

Hong Kong

MICHELIN Guide

3 MICHELIN Stars

Score

18/20

Price

4/5
          

🍣 หลังจากเปิดตัวในปี 2012 ภายใต้ชื่อ Sushi Yoshitake ตามชื่อร้านสาขาหลักของเชฟ Masahiro Yoshitake ที่กรุงโตเกียว Sushi Yoshitake สาขาฮ่องกงถูกยกให้เป็นหนึ่งในร้านซูชินอกญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในโลก 🎌 การันตีด้วยรางวัล 3 ดาวมิชลิน, ฮ่องกงแท็ตเลอร์ และคะเเนนเกือบเต็มจากสื่อและนักวิจารย์อาหารมากมายจึงไม่น่าแปลกใจที่ Sushi Yoshitake กลายเป็นร้านอาหารที่จองยากที่สุดร้านหนึ่ง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อร้านเป็น Sushi Shikon เพื่อป้องกันความสับสนเมื่อมีลูกค้าหลายคนจองร้านสาขาหนึ่งแต่ไปปรากฎตัวที่อีกสาขาหนึ่งคนละประเทศ

          
🍣 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Sushi Shikon ได้ปิดตัวเพื่อปรับปรุงร้านครั้งใหญ่และย้ายร้านจากโรงแรม Mercer Hotel มายังสถานที่ใหม่ที่หรูหรายิ่งขึ้นคือ The Landmark Mandarin Oriental โดยใช้ชื่อว่า Shikon by Yoshitake เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่คือร้านซูชิสาขาเรือธงนอกญี่ปุ่นของร้านซูชิชื่อดังระดับ 3 ดาว มิชลินในกรุงโตเกียว หน้าร้านใหม่ตกแต่งแบบ Minimalist มีเพียงป้ายไม้สลักชื่อร้านและผ้าม่านกั้นทางเข้าตามแบบร้านซูชิทั่วไป ภายในร้านมีขนาดค่อนข้างเล็ก เดินเข้าไปจะพบกับเคาเตอร์ซูชิทำจากไม้ Hinoki งานแกะสลักไม้ด้วยมือแบบ Kumiko-style ไปจนถึงผนังปูนก่อแบบ Tsuchi-kabe ทั้งร้านมีที่นั่งหน้าเคาเตอร์เพียง 8 ที่ โดยเปิดรับลูกค้ารอบกลางวัน 1 ชุดและรอบเย็น 2 ชุดเท่ากับวันหนึ่งทางร้านจะรับลูกค้าทั่วไปเต็มที่ได้เพียง 24 คนเท่านั้นทำให้ Sushi Shikon เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่จองยากที่สุดในฮ่องกงเลยทีเดียว

🍣 Yoshiharu Kakinuma หัวหน้าเชฟของที่นี่เติบโตมาโดยมีทั้งคุณพ่อเเละคุณปู่เป็นเชฟซูชิพื้นบ้าน เมื่ออายุราว 17 ปี คุณพ่อต้องการให้ลูกชายได้ฝึกเพื่อเป็น Prefessional chef และค้นหาเส้นทางชีวิตของตัวเอง Kaki จึงย้ายไปทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆในเมืองเกียวโต หลังจากฝึกงานอยู่ได้ 2 ปีก็มีโอกาสได้พบกับมาสเตอร์เชฟ Masahiro Yoshitake และย้ายไปฝึกงานในร้าน Sushi Yoshitake ณ กรุงโตเกียว เชฟ Kaki สั่งสมประสบการณ์เบื้องต้นอย่างรวดเร็วและย้ายไปทำงานที่อเมริกาเพื่อฝึกฝนภาษาอังกฤษและขัดเกลาความสามารถในการเปิดร้านซูชิเป็นของตัวเอง ในที่สุดเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงย้ายมาที่ฮ่องกงเพื่อเปิดสาขาแรกนอกกรุงโตเกียวของ Sushi Yoshitake นั่นก็คือ Sushi Shikon

🍣 อาหารที่นี่เป็น Omakase Course มื้อกลางวันราคา 1,800 HKD และมื้อเย็น 3,500 HKD ยังไม่รวมเมนูพิเศษประจำวันที่เชฟจะแจ้งกับลูกค้าก่อนเริ่มคอร์สว่าจะรับหรือไม่และค่าบริการอีก 10 % ซูชิที่นี่เสิร์ฟในสไตล์ดั้งเดิมหรือ Edo-mae โดยนำเข้าปลา 🐟 และวัตถุดิบเกือบ 100 % ส่งตรงมาจากตลาดปลา Tsukiji กรุงโตเกียวแบบ “วันต่อวัน” ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ถึง “ความสดใหม่” และ “ความเป็นญี่ปุ่น” 🎌 ของวัตถุดิบทุกชิ้น อาหารทุกคอร์สที่เราได้ชิมมีรสชาติอร่อยอย่างเหลือเชื่อ วัตถุดิบทุกจานถูกรีดศักยภาพออกมาจนถึงขีดสุดและแทบไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ทางร้านมีเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้มาจากร้านสาขาดั้งเดิมอย่าง “หอยเป่าฮื้อนึ่งราดด้วยซอสตับหอยเป่าฮื้อ” ซึ่งก็ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ 🍣 นิงิริซูชิทุกคำรสชาติเกินมาตรฐานร้านซูชิทั่วไปไปไกลมากชนิดที่ว่าร้านซูชิขั้นนำในประเทศไทยก็ยังไม่มีร้านใดทำคุณภาพได้ใกล้เคียง ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างองุ่นญี่ปุ่นที่ทานแล้วยังทึ่งกับรสชาติองุ่นที่ไม่ธรรมดามาจนถึงตอนนี้ เรียกได้ว่าอาหารมื้อนี้แม้จะมีราคาสูงอยู่พอสมควร แต่หลังทานเเล้วรู้สึกว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ และเรากล้าบอกเลยว่าคงจะยากมากๆที่จะหาร้านซูชิอื่นๆนอกญี่ปุ่นไปเทียบชั้นหรือแม้กระทั่งทำรสชาติได้ใกล้เคียงกับ Sushi Shikon

Price :

1,800-3,500 HKD + 10% Vat (ราคาปัจจุบัน)

Parking :

None

Operating Time :

12.30-14.00, 18.00-20.00, 20.30-22.30 ปิดวันอาทิตย์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 หนึ่งในร้านซูชิที่ดีที่สุดในโลก เนื้อปลาสดและบริสุทธิ์จนแทบจะไม่มีที่ติ แนะนำมื้อกลางวันที่มีราคา(พอจะ)จับต้องได้

อาหาร :

18

ราคา :

4/5

เทคนิค :

5/5

อัตลักษณ์ :

5/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Omakase Course with Special Menu (1,950 HKD/p + Service 10% หรือคนละ 8,500 บาท)

          
Chawanmushi

Tako (Octopus Extra Course)

Ika

Tai

Otoro

Bafun Uni

Awabi (Japanese Abalone Extra Course)

Kuruma Ebi

Anago

Otoro Maki

Tamago

Miso Soup

Japanese Grape

Green Tea (Complimentary)

🇭🇰 Sushi Shikon – ซูชิ ชิคอน

⭐️⭐️⭐️ 3 Michelin Star – 3 ดาวมิชลิน

Chawanmushi

สำหรับคอร์สเเรกของวันนี้คือ “ชาวานมูชิ” หรือ Steam egg custard with sea urchin and bonito soup (17/20)

Chawanmushi

“ชาวานมูชิ” ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นเนื้อเนียน นุ่ม ละมุนมากๆ ทอปด้านบนด้วยไข่หอยเม่นสุดครีมมี่และวาซาบิ ราดด้วยน้ำซุปสีเหลืองข้นรสกลมกล่อมทำจากปลาโอแถบจากญี่ปุ่น แค่คำเเรกก็อร่อยกว่าไข่ตุ๋นที่เคยทานมาจากร้านซูชิทั่วๆไปเเล้ว (17/20)

Tako

ต่อมาคือเมนูพิเศษประจำวันคือ “ทาโกะ” หรือ Tender Octopus ส่วนหนวดของปลาหมึกยักษ์ตัวโตที่หมักไว้ใน Soy sauce สูตรพิเศษ ขายในราคา 150 HKD หรือประมาณ 650 บาทต่อจานต่อคนรวมค่าบริการ โดยเชฟจะนำหนวดหมึกขนาดยักษ์มาโชว์ให้ลูกค้าดูก่อน (17/20)

Tako

ต่อมาเชฟจะหั่นหนวดหมึกยักษ์ทีละชิ้นจัดวางใส่ลงในจานทีละจาน (17/20)

Tako

ด้วยความที่ใช้หนวดหมึกขนาดใหญ่มากทำให้หมึกที่หั่นมามีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบในเเบบที่หาได้ยากในร้านซูชิทั่วไป ส่วนของปุ่มดูดที่ปกติในหมึกตัวเล็กจะสุกจนแข็งเหนียว เเต่ในหมึกชิ้นใหญ่กลับมีเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างออกไป เป็นจานที่ดูเบสิคเเต่อร่อยมากๆ (17/20)

Ika

สำหรับนิงิริซูชิคำเเรกคือ “อิกะ” หรือหมึกที่เชฟเพิ่มความซับซ้อนทางเนื้อสัมผัสขึ้นไปอีกโดยการนำมาแล่เป็นเส้นๆบางๆก่อนจะนำไปวางบนข้าวซูชิรสเปรี้ยว เนื้อหมึกสดมากๆ เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ เเละไม่มีเมือกปนมาเลยแม้แต่น้อย อัตราส่วนของหมึกต่อข้าวลงตัวมากๆ รสธรรมชาติของหมึกตัดกับรสเปรี้ยวของข้าวได้อย่างดี เพอร์เฟคสุดๆ (18/20)

Tai

ถัดมาคือ “ไท่” หรือปลากระพงญี่ปุ่นที่เชฟ Dry aged ไว้เป็นเวลา 3 คืน ทำให้เกิดรสชาติอุมามิตัดกับรสธรรมชาติของเนื้อปลา ทานเเล้วรับรู้ได้ถึงมิติทางรสชาติที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเนื้อปลาสดๆ (18/20)

Otoro

ถัดมาคือหนึ่งในพระเอกชองค่ำคืนนี้ “โอโทโร่” หรือส่วนท้องของปลาทูน่า เพียงเเค่มองดูลายที่มันราวกับเนื้อวัววากิวก็พอจะเดารสชาติได้ว่าต้องอร่อยเพียงไหน เนื้อปลาสด มีไขมันเเทรกจนเกิดเป็นลายสวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่ม ละมุนจนแทบละลายในปาก ปริมาณเนื้อปลาให้มาในอัตราส่วนพอดีกับข้าวมากๆ คำนี้คำเดียวคือฟินสุดๆ (20/20)

Uni

ถัดมาคือ “อูนิ” โดยเชฟจะเริ่มปั้นข้าวก่อน (20/20)

Uni

เสร็จแล้วห่อด้วยสาหร่าย วางเรียงกันไว้ที่เคาเตอร์ (20/20)

Bafun Uni

ทอปด้านบนด้วย “บาฟุน อูนิ” ปิดท้ายด้วยการโรย Seaweed powder หรือผงสาหร่ายลงไปพร้อมเสิร์ฟ เนื้อสัมผัสอูนิละมุน ครีมมี่มากๆ จนแทบจะละลายในปาก ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย ผงสาหร่ายที่โรยไปมีรสเค็มแบบอูมามิช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว สุดยอดจริงๆ (20/20)

Awabi

สุดยอดคอร์สซิกเนเจอร์ประจำร้าน ซูชิ ชิคอน ที่ได้มาจากร้าน ซูชิ โยชิทาเกะสาขาดั้งเดิมคือสุดยอดเมนูรสเลิศ อย่าง Japanese Abalone หรือ “หอยเปาฮื้อญี่ปุ่น” ราดด้วยซอสตับหอยเปาฮื้อ โดยเชฟเล่าว่าหอยเปาฮื้อที่ส่งมาที่ซุชิ ชิคอนทุกตัวจะผ่านการดีท็อกซ์สารพิษออกก่อน เริ่มจากจับหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ต่อมาชาวประมงจะนำหอยไปแช่ในบ่อที่มีสาหร่ายเคลป์ แช่อยู่หลายวันสาหร่ายเคลป์จะช่วยทำให้หอยบริสุทธ์มากยิ่งขึ้น ความสุดยอดของคือเชฟสามารถรีดศักยภาพของเนื้อสัมผัสที่เป็นจุดเด่นของหอยเปาฮื้อออกมาได้เต็มที่ เคี้ยวเเล้วทั้งนุ่มทั้งหนึบในเวลาเดียวกัน อีกทีเด็ดคือซอสตับหอยที่ทานแล้วต้องร้องว้าวออกมาทันที ครีมมี่ มีกลิ่นหอม มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไร้ซึ่งกลิ่นหอยหรือกลิ่นเครื่องในในแบบที่เราจินตนาการเอาไว้เลย ข้าวที่ใส่มามีรสเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูตัดกับรสของหอยเเละซอส จานนี้คือที่สุดของที่สุด สมกับเป็นร้านซูชิเอโดะมาเอะระดับ 3 ดาวมิชลินจริงๆ (20/20)

Kuruma Ebi

ถัดมาคือ “คุรุมะอิบิ” หรือกุ้งลายเสือญี่ปุ่นโดยเชฟจะเเกะกุ้งอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วที่หน้าเคาเตอร์ (20/20)

Kuruma Ebi

กุ้งลายเสือสุกกำลังดีมากๆ นุ่มเท่ากันทั้งตัว ไม่มีส่วนใดที่สุกเกินไปจนเเข็ง ข้างใต้มี Shrimp paste ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ซูชิ ชิคอน ได้มาจากการสกัดส่วนมันในส่วนหัวของกุ้งช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติของกุ้งให้แรงมากยิ่งขึ้น เสิร์ฟมาในขณะที่อุณหภูมิยังอุ่นอยู่ ทานเเล้วจะได้รสกุ้งตัดกับรสของวาซาบิ รสเปรี้ยวของข้าวซูชิหมักในน้ำส้มสายชูเพิ่มมิติให้กับเนื้อกุ้งเป็นอย่างมาก คำนี้แทบจะไม่มีที่ติเลยจริงๆ (20/20)

Anago

นิงิริคำสุดท้ายคืออีกหนึ่งทีเด็ดหมัดหนักประจำมื้อนี้ “อนาโกะ” หรือปลาไหลทะเล สิ่งที่ทำให้เราทึ่งเลยคือปลาไหลคำนี้พอทานเข้าไปแล้วเพียงใช้ลิ้นแตะเบาๆ เนื้อปลาจะละลายในปากทันที เราเคยทานปลาไหลทะเลมามากทั้งจากร้านซูชิระดับมิชลินเพลทจนถึงระดับมิชลินสตาร์ แต่ไม่เคยมีที่ไหนทำเนื้อปลาไหละลายในปากได้ขนาดนี้ ทั้งรสชาติของซอสยังเข้มข้นเข้ากันได้ดีกับเนื้อปลา คำนี้ถือว่าน่าอัศจรรย์มากๆ (20+/20)

Otoro Maki

ถัดมาก่อนเข้าของหวานเชฟจะทำมากิโดยใช้โอโทโร่ ใบชิโสะ และแรดิชดอง (17/20)

Otoro Maki

ม้วนให้ลูกค้ากันสดๆเลย (17/20)

Otoro Maki

พร้อมเสิร์ฟ

Otoro Maki

มากิถูกม้วนมาเป็นอย่างดี ดูในรูปจะเห็นชัดเจนว่าอัตราส่วนของข้าวต่อเนื้อปลาเพอร์เฟคลงตัวสุดๆ รสของเเรดิชดองช่วยตัดไม่ให้รสเลี่ยนของไขมันมาปลาทูน่าเด่นจนเกินไป ทานคำเดียว ฟินสุดๆ (17/20)

Tamago

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยทามาโกะหรือไข่หวานรสเลิศ นิ่ม ละมุน มีรสหวานที่ไม่มากจนเกินไป (18/20)

Miso Soup

มิโสะซุปรสชาติกลมกล่อม ไม่มีรสเค็มหรือเปรี้ยวโดด ดับคาวก่อนทานอาหารหวานจานสุดท้าย (16/20)

Japanese Grape

อาหารหวานจานสุดท้ายคือผลองุ่นแดงนำเข้าจากญี่ปุ่น เชฟปลอกเปลือกออกจนเหงือเเต่ลูกองุ่นรสเลิศอยู่ด้านล่าง ส่วนของเปลือกทำไปทำเป็นเจลลี่และน้ำหวานราดทอปด้านบนอีกที ไม่น่าเชื่อว่าด้วยวัตถุดิบคือองุ่นเพียงอย่างเดียวจะทำอาหารหวานที่รสชาติซับซ้อนไปแบบนี้ ผิดจากร้านซูชิทั่วไปที่จนมหวานปิดท้ายมักรสชาติไม่เด็ดมาก แต่สำหรับที่นี่ทำออกมาได้เหนือความคาดหมายจริงๆ (18/20)

Green Tea

ชาเขียวที่นี่เสิร์ฟคู่กันกับซูชิโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตอนเข้าไปนั่งรอพนักงานจะถามว่ารับน้ำอะไรหรือไม่ แนะนำว่าไม่ต้องสั่งน้ำอะไรเพิ่มเลยเพราะชาเขียวคือน้ำที่ทานเข้ากันกับซูชิมากที่สุดแล้วจริงๆ (15/20)

ราคา 4,351 หรือประมาณ 17,150 บาท

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Sushi Shikon ได้ปิดตัวเพื่อปรับปรุงร้านครั้งใหญ่และย้ายร้านจากโรงแรม Mercer Hotel มายังสถานที่ใหม่ที่หรูหรายิ่งขึ้นคือ The Landmark Mandarin Oriental โดยใช้ชื่อว่า Shikon by Yoshitake เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่คือร้านซูชิสาขาเรือธงนอกญี่ปุ่นของร้านซูชิชื่อดังระดับ 3 ดาว มิชลินในกรุงโตเกียว

หน้าร้านใหม่ตกแต่งแบบ Minimalist มีเพียงป้ายไม้สลักชื่อร้านและผ้าม่านกั้นทางเข้าตามแบบร้านซูชิทั่วไป ภายในร้านมีขนาดค่อนข้างเล็ก เดินเข้าไปจะพบกับเคาเตอร์ซูชิทำจากไม้ Hinoki งานแกะสลักไม้ด้วยมือแบบ Kumiko-style ไปจนถึงผนังปูนก่อแบบ Tsuchi-kabe