Visit: February 23, 2020

🇭🇰 Forum - ฟอรั่ม

👨🏻‍🍳Chef Yueng Kun-yat

255-257 Gloucester Rd, Causeway Bay, ฮ่องกง

Tel: +85228698282

Cuisine

🍴 Cantonese - อาหารจีนกวางตุ้ง

Country

Hong Kong

MICHELIN Guide

3 MICHELIN Stars

Score

16/20

Price

4/5
          

🥢 ฟอรั่ม ห้องอาหารเรือธงที่ดีที่สุดของสุดยอดเชฟระดับตำนานประจำเกาะฮ่องกง เชฟ Yueng Kun-yat ผู้มีฉายาว่า “Abalone King” และเป็นต้นตำรับเมนูอาหารจีนระดับตำนานอย่าง “Ah Yat Abalone” หอยเป่าฮื้อซิกเนเจอร์ของเชฟยัทที่ว่ากันว่ามีรสชาติเลิศล้ำและซับซ้อน และที่ที่รู้จักของคออาหารจีนทั่วโลก โดยมีสาขากระจายอยู่ทั่วทวีปเอเชียรวมถึงสองสาขาในประเทศไทย (และไม่พลาดที่จะได้ลงมิชลินไกด์ฉบับกรุงเทพฯด้วย)

          
🥢 ฟอรั่ม ตั้งอยู่ในย่าน Causeway Bay ในตึก Sino Plaza เข้าไปจะเจอกับรูปวาดขนาดใหญ่ของเชฟยัท พร้อมด้วยป้ายมิชลินเเละรางวัลด้านอาหารระดับโลกมากมายชนิดที่ว่าขนมาโชว์กันไม่หมด ภายในห้องทานอาหารหลักมีขนาดไม่ใหญ่มากแบ่งออกเป็นโซนติดหน้าต่างและโซนด้านในโดยมีตู้กระจกโชว์หอยเปาฮื้อวางเรียงรายอยู่และแบ่งขายให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านได้ ลองคำนวณดูเล่นๆพบว่าหอยทั้งตู้ราคาแพงกว่ารถหรูบางคันเสียอีก

🥢 เมนูขึ้นชื่อของที่นี่แน่นอนว่าคือเมนูหอยเป่าฮื้อในตำนานอย่าง Ah Yat Abalone แต่เมนูซิกเนเจอร์พ่วงกับวัตถุดิบชั้นเลิศทำให้แลกมาด้วยราคาค่อนข้างสูงโดยเริ่มต้นอยู่ที่ตัวละ 1,350 HKD หรือประมาณ 5,900 บาทไปจนถึงราคา 20,000 HKD หรือประมาณตัวละ 87,000 บาท นอกจากนี้ยังมีสุดยอดเปาฮื้อไซส์พิเศษขนาดใหญ่ยักษ์ที่สุดของร้านที่ต้องสั่งจองล่วงหน้าอีกด้วย ส่วนเมนูซิกเนเจอร์อื่นๆล้วนเป็นเมนูอาหารจีนพื้นบ้าน จานที่ทางร้านทำออกมาได้โดดเด่นมากๆในวันนี้คือกุ้งและปลาเค็มทอดผัดซอสเอ็กซ์โอ เเม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง แต่รสชาติซอสเอ็กซ์โอของทางร้านอร่อยสุดๆสมกับเป็นตำนานร้านอาหารจีน 40 ปีจริงๆ อีกเมนูซิกเนเจอร์ที่เซอไพรซ์เราตั้งเเต่เเรกเห็นในสมุดเมนูคือผักคะน้าฮ่องกงลวกราดซอส เมนูที่ฟังดูง่ายๆเหมือนกับใครก็ทำทานเองที่บ้านได้จนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเมนูเเนะนำของห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลิน เเต่ทางร้านก็สามารถยกระดับผักคะน้าฮ่องกงธรรมดาให้ดีกง่าเดิมไปได้อีกขั้นอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ เมนูคิ่มซำรสชาติดีตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีข้าวผัดอายัท ข้าวผัดซิกเนเจอร์ที่สามารถเลือกได้ว่าจะทานกับอะไรโดยทางร้านแนะนำให้ทานกับฟัวกราส์ และทานกับกังป๋วยซอสเป่าฮื้อซึ่งเราก็ได้บองชิมดูทั้งสองอย่าง

🥢 จุดสังเกตอย่างเดียวของอาหารมื้อนี้คือราคาเมนูอลาคาร์ทที่ค่อนข้างสูง สูงกว่าร้านระดับ 3 ดาวมิชลินหลายๆร้านเสียอีก ใครอยากชิมรสชาติอาหารของร้านแนะนำให้มาช่วงกลางวันเนื่องจากติ่มซำที่นี่ราคาพอรับได้ และอาจเลือกสั่งเมนูอลาคาร์ทมาสักสองสามอย่างจะทำให้ยอดบิลออกมาไม่สูงจนเกินไป หากนึกถึงอาหารฝรั่งเศสแบบ Classic French อย่างเช่นร้าน Paul Bocuse หรือ L’Ambroisie ร้าน Forum ก็เปรียบเสมือนตำนานห้องอาหารฮ่องกงคลาสสิคที่ยังหลงเหลืออยู่ อาหารที่นี่เปรียบเสมือนการย้อนเวลาไปเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ของอาหารฮ่องกงยุคเก่าก่อนที่จะเกิดอาหารจีนเเนวใหม่มากมายในปัจจุบัน

Price :

400-800 HKD/p

Parking :

Operating Time :

11.30-14.30, 18.00-23.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👌 อาหารพื้นบ้านรสเลิศ แนะนำให้เลือกสั่งเฉพาะเมนู Signature รับลองว่าเด็ด

อาหาร :

16

ราคา :

4/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
🥟 Dim Sum Menu

Steamed Barbecued Pork Bun with Premium Oyster Sauce (70 HKD)

Ah Yat Steamed Premium Shrimp Dumpling (80 HKD)
Steamed Pork Dumpling with Pork Liver (60 HKD)

Deep-fried Taro Dumpling with Prawn (70 HKD)

Crispy Rice Roll Stuffed with Scallop (90 HKD)

Pan-fried Turnip Cake Stuffed with Iberico Ham (70 HKD)

Deep-fried Spring Roll with Duck Meat and Black Pepper (70 HKD)

Deep-fried Minced Pork & Shrimp Dumpling (70 HKD)

Ah Yat Pineapple Bun (80 HKD)

🥢 A La Carte Menu

Deep-fried Prawns in Salty Fish & Spicy XO Sauce (430 HKD)

Roasted Pork Belly with Tai-O Shrimp Paste (250 HKD)

Poached Kale with Soya Sauce (200 HKD)

Ah Yat Fried Rice with Foie Gras (Half 260 HKD)

Braised Rice with Fish Maw and Conpoy in Abalone Sauce (Half 225 HKD)

🥮 Desserts

Hot Almond Cream (80 HKD)

Traditional Black Sesame Roll (Complimentary)

Chilled Coconut and Citron Jelly (Complimentary)

Longevity Peach Bun (Complimentary)

☕️ Drinks

Jasmine Tea (40 HKD/p)

🇭🇰 Forum – ฟอรั่ม

⭐️⭐️⭐️ 3 Michelin Star – 3 ดาวมิชลิน

ฟอรั่ม ห้องอาหารเรือธงที่ดีที่สุดของสุดยอดเชฟระดับตำนานประจำเกาะฮ่องกง เชฟ Yueng Kun-yat ผู้มีฉายาว่า “Abalone King” และเป็นต้นตำรับเมนูอาหารจีนระดับตำนานอย่าง “Ah Yat Abalone” หอยเป่าฮื้อซิกเนเจอร์ของเชฟยัทที่ว่ากันว่ามีรสชาติเลิศล้ำและซับซ้อน

มีตู้กระจกโชว์หอยเปาฮื้อวางเรียงรายอยู่และแบ่งขายให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านได้ ลองคำนวณดูเล่นๆพบว่าหอยทั้งตู้ราคาแพงกว่ารถหรูบางคันเสียอีก

Deep-fried Taro Dumpling with Prawn (70 HKD)

เผือกทอด เมนูติ่มซำมาตรฐานที่ทำให้อร่อยได้ยาก เผือกที่นี่ทอดออกมากรอบ มีสีเหลืองทองสวยงาม ไม่อมน้ำมัน เนื้อเผือกข้างในเนียนละเอียด เนื้อกุ้งเด้ง ขนาดค่อนข้างใหญ่เทียบกับติ่มซำชิ้นอื่น เสิร์ฟมาสามตัวถือว่าคุ้มค่า (17/20)

Crispy Rice Roll Stuffed with Scallop (90 HKD)

เมนูก๋วยเตี๋ยวหลอดเเบบบ้านๆเเต่ทางร้านทำออกมาได้ดีเเบบเหลือเชื่อ แป้งที่ห่ออยู่ไม่หนาจนเกินไป ข้างในสอดไส้หอยเชลล์ห่อแป้งทอดกรอบ น้ำซอสมีรสเค็มอ่อนๆ ตัดกันกับรสหวานของหอย เสิร์ฟมาให้ทานกับหน่อไม้ฝรั่ง (17/20)

Ah Yat Steamed Premium Shrimp Dumpling (80 HKD)

ฮะเก๋า อีกเมนูเด็ดประจำวัน แป้งห่อด้านนอกถูกพับจับจีบมาอย่างปราณีตสวยงาม มีขนาดชิ้นเท่ากันทั้งหมด ภายในสอดไส้เนื้อกุ้งเกรดพรีเมี่ยมรสหวาน อร่อย เนื้อสัมผัสเด้ง นุ่ม สุกกำลังดี ดีงามสมกับเป็นห้องอาหาร 3 ดาวมิชลิน (17/20)

Steamed Barbecued Pork Bun with Premium Oyster Sauce (70 HKD)

ซาลาเปาหมูแดงสูตรพิเศษที่ทางร้านการันตีว่าใช้ซอสหอยนางรมเกรดพรีเมี่ยม แป้งซาลาเปามีความนุ่ม เบา ละมุนลิ้นมากๆ ไส้หมูแดงหวานกลมกล่อม ไม่บาดคอ มีกลิ่นหอมซอสเข้ากันได้ดี ความจริงซาลาเปาของอายัทก็ถือว่าอร่อยมากๆแล้ว เเต่ยังไม่ถึงกับที่สุดในฮ่องกง เพราะเราเคยเจอเมนูนี้อร่อยกว่านี้ที่ร้าน Yan Toh Heen (16/20)

Deep-fried Minced Pork & Shrimp Dumpling (70 HKD)

แป้งห่อหมูกุ้ง ด้านนอกบางกรอบ ภายในสอดไส้กุ้งและหมูสับ ทอดมาสุกจนมีสีเหลืองทอง มีเนื้อสัมผัส เบา นุ่ม กรอบอร่อยมากๆ (15/20)

Steamed Pork Dumpling with Pork Liver (60 HKD)

หมูสับนึ่งทอปด้วยตับหมู เนื้อหมูนุ่ม อร่อย ตับหมูด้านบนสุกพอดี ซอสที่ไหลออกมาจากเนื้อหมูและตับมีกลิ่นของที้งสองอย่างปนกันอยู่ในนั้น อย่างไรก็ตามยังมีกลิ่นของตับอยู่บ้างทำให้เราเเนะนำให้คนที่ชอบตับหมูเท่านั้นจึงจะสั่งเมนูนี้ (14/20)

Ah Yat Pineapple Bun (80 HKD)

ซาลาเปาสอดไส้หมูกับสับปะรด ทานแล้วนึกว่าเป็นของหวานมากกว่าอาหารคาว แป้งซาลาเปากรอบเล็กน้อยที่ผิวด้านนอก (ให้นึกถึงเนื้อสัมผัสของเมนูซาลาเปาทอดของ Tim Ho Wan) รสหวานธรรมชาติของไส้หมูด้านในกับสับปะรดเปรี้ยวหวานเข้ากันดี เป็นอีกเมนูที่ห้ามพลาดของคนรักสับปะรด (16/20)

Deep-fried Spring Roll with Duck Meat and Black Pepper (70 HKD)

ปอเปี๊ยะทอดแป้งบางกรอบพอใช้ได้ ภายในสอดไส้เนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ เนื้อเป็ดสุกพอดี และยังนุ่มอยู่ รสชาติไม่หวือหวามาหนักสำหรับร้านอาหารสองเาวมิชลิน (14/20)

Pan-fried Turnip Cake Stuffed with Iberico Ham (70 HKD)

เค้กผักกาด เมนูติ่มซำมาตรฐาน ที่นี่ใส่แฮมไอเบอริโก้นำเข้าจากสเปน เนื้อหมูรสเเละกลิ่นยังไม่ออกสักเท่าไหร่ เค้กรสชาติค่อนข้างจืด สำหรับเรายังไม่เเนะนำจานนี้ (12/20)

Deep-fried Prawns in Salty Fish & Spicy XO Sauce (430 HKD)

จานอลาคาร์ทที่ดีที่สุดในวันนี้ขอยกให้เมนูนี้เลย กุ้งและปลาเค็มทอดผัดซอสเอ็กซ์โอ ทีเด็ดของจานนี้คือซอสเอ็กซ์โอสูตรพิเศษที่รสชาติดีกว่าร้านอื่นๆไปอีกระดับ กลิ่นของพริกหวานไม่แรงเกินไป มีรสเค็มอ่อนๆของปลาเค็มตัดกับรสหวานของกุ้ง จุดเดียวที่เราเสียดายมากๆคือโปรตีนหลักเนื่องจากจานนี้มีราคาสูงถึง 1,860 บาท จึงอยากให้ร้านเลือกใช้กุ้งคุณภาพดีกว่านี้จะช่วยยกระดับความอร่อยให้ยิ่งขึ้นไปอีก (18/20)

Roasted Pork Belly with Tai-O Shrimp Paste (250 HKD)

เมนูหมูสามชั้นที่มีส่วนผสมของกุ้งบดจากหมู่บ้านชาวประมงบนเกาะ Tai-O ไม่ไกลจากเกาะ Lantau ในฮ่องกง มีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ นำไปทอดจนกรอบ แต่ยังมีความนุ่มและความฉ่ำจากส่วนไขมันหมู จานนี้ถูกยกให้เป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านอีกด้วย (17/20)

Poached Kale with Soya Sauce (200 HKD)

จานหนึ่งที่เซอไพรซ์เรามากที่สุดในทริปนี้เลยก็ว่าได้ คือคะน้าฮ่องกงลวก ที่ทางร้านยกให้เป็นเมนูซิกเนเจอร์ เพราะไม่น่าเชื่อว่าเมนูผักลวกธรรมดาๆจะกลายเป็นเมนูแนะนำของห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินได้ เเต่พอทานก็เข้าใจได้เนื่องจากคะน้าถูกลวกมาสุกพอดีมากๆ กรอบนอก นุ่มใน ไม่มีรสขม ทานกับซอสรสเค็มอ่อนๆ ตัดกับรสของคะน้าได้เพอร์เฟคมากๆ ถือเป็นการยกระดับเมนูผักลวกธรรมดาๆให้อร่อยมากขึ้นไปอีกขั้น เเม้ราคาอาจดูสูงไปหน่อย แต่ห้ามพลาดเลยจริงๆ (17/20)

Ah Yat Fried Rice with Foie Gras (Half 260 HKD)

เมนูข้าวผัดซิกเนเจอรฺของทางร้านคือข้าวผัดอายัท ที่ใช้ข้าวคุณภาพสูงผัดกับไข่แดงและหอม จนได้ข้าวผัดที่เมล็ดร่วน สุกกำลังดี ไม่อมน้ำมัน ทางร้านแนะนำให้ทานกับฟัวกราส์หรือตับห่าน ต้องทานตอนร้อนๆโดยจะมีกลิ่นตับปนมาด้วยเบาๆ (16/20)

Braised Rice with Fish Maw and Conpoy in Abalone Sauce (Half 225 HKD)

แต่จานเด็ดของเราคืออันนี้ ข้างผัดอายัท ที่ราดด้วยซอสที่มีองค์ประกอบของสุดยอดวัตถุดิบของร้านอย่างหอยเปาฮื้อ นอกจากนี้ยังใส่กระเพาะปลา กังป๋วย และคะน้าฮ่องกงลงไป จานนี้จานเดียว บ่งบอกถึงความเป็นทุกอย่างของฮ่องกง ซอสรสกลมกล่อม ข้าวร่วนสุกกำลังดี อร่อย เหมาะกับคออาหารจีนมากๆ (17/20)

Longevity Peach Bun (Complimentary)

สุดยอดเมนูของหวานของวันนี้ขอยกให้ซิวท้อ ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยทานมา แป้งนุ่ม ฟู อร่อย ปั้นมาในทรงลูกพีชตามแบบฉบับดั้งเดิม ข้างในเป็นไส้เมล็ดบัวเนื้อเนียน รสหวาน กลมกล่อมมากๆ ทางร้านจะฟรีให้คนที่มาเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษ (ต้องระบุตอนจอง) และไม่มีขายในเมนู ห้ามพลาดจริงๆ (18/20)

Chilled Coconut and Citron Jelly (Complimentary)

ขนมพื้นบ้านคล้ายไส้ตะโก้บ้านเราเเต่เเข็งกว่า มีรสชาติและกลิ่นคล้ายส้ม ด้านบนเป็นวุ้นมะพร้าวเนื้อเนียน จานนี้ปกติราคา 80 HKD แต่ทางร้านฟรีให้สำหรับคนที่มาเฉลิมฉลองที่ร้านเช่นกัน (14/20)

raditional Black Sesame Roll (Complimentary)

ขนมพื้นบ้านอย่างแป้งงาดำที่ปกติขายในราคาจานละ 80 HKD เนื้อแป้งมีกลิ่นหอม เนียน มีกลิ่นงาดำใส่มากำลังดี เคี้ยวหนึบเเต่ไม่ติดฟัน อร่อยกว่าร้านขนมชื่อดังในฮ่องกงเสียอีก (16/20)

Hot Almond Cream (80 HKD)

อัลมอนต์ครีมที่นี่เสิร์ฟมาแบบพื้นบ้านคือทานกับน้ำเชื่อใ อย่างไรก็ตามรสชาติค่อนข้างจืดไปสักหน่อย และกลิ่นอัลมอนต์ยังไม่ออกเท่าที่ควร (13/20)

asmine Tea (40 HKD/p)

วันนี้เราเลือกดื่มเป็น floral tea อย่างชามะลิที่มีกลิ่นหอมมาก รสไม่ขม เหมาะกับการตัดรสมันของอาหารจีน

💰ราคา 2,486.90 HKD หรือประมาณ 9,800 บาทสำหรับ 4 คน

ภายในห้องทานอาหารหลักมีขนาดไม่ใหญ่มากแบ่งออกเป็นโซนติดหน้าต่าง

ฟอรั่ม ตั้งอยู่ในย่าน Causeway Bay ในตึก Sino Plaza เข้าไปจะเจอกับรูปวาดขนาดใหญ่ของเชฟยัท พร้อมด้วยป้ายมิชลินเเละรางวัลด้านอาหารระดับโลกมากมายชนิดที่ว่าขนมาโชว์กันไม่หมด

ภายในห้องอาหาร

ป้ายร้านดั้งเดิม

ตัวร้านเปิดมาตั้งเเต่ 1977