Visit: January 28, 2022

🇹🇭 Blackitch Artisan Kitchen - แบล็คคิช อาร์ติซาน คิทเช่น

👨🏻‍🍳 Chef Phanuphol Bulsuwan (Chef Black) - เชฟภานุภน บุลสุวรรณ (เชฟแบล็ค)

7/1 ถ.นิมมานเหมินทร์ ซอย 7 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่, Chiang Mai, ประเทศไทย

Tel: 081-881-9144

Cuisine

🍴 Asian Contemporary - อาหารเอเชียร่วมสมัย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

13/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารยอดนิยมในจังหวัดเชียงใหม่ เชฟแบล็คเจ้าของร้านใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทย 100% ในการออกแบบ Tasting Menu รสเลิศทั้งยังเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ชนิดหาใครเทียบได้ยากเลยทีเดียว

          
🎗 [THE PLACE] Blackitch Artisan Kitchen เป็นร้านอาหารสไตล์ Chef’s Table เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 7 ตัวร้านมองจากด้านหน้าเป็นอาคารขนาด 1 คูหาโดยมีชั้นล่างสำหรับจัดเตรียมอาหารจำพวกขนมปัง รอบ ๆ มีขวดโหลจำนวนมากที่เชฟเตรียมเอาไว้เพื่อใช้สร้างสรรค์เมนูที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร เมื่อเดินผ่านทางเดินแคบ ๆ ขึ้นไปชั้นบนจะพบกับห้องขนาดเล็กที่สามารถรองรับลูกค้าได้ราว 16 คนเท่านั้นทำให้การมารับประทานอาหารที่นี่ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 อาทิตย์ รอบ ๆ เต็มไปด้วยหนังสือการอาหารจากทั่วทุกมุมโลกแสดงถึงตัวตนและความไฝ่รู้ของเชฟแบล็คเจ้าของร้านได้เป็นอย่างดี ข้าง ๆ กันเป็นห้องครัวขนาดกลางกั้นด้วยม่านสีดำโดยเชฟจะเดินสลับไปมาระหว่างห้องรับประทานอาหารหลักและห้องครัวเพื่ออธิบายอาหารในแต่ละจานให้ลูกค้าได้ฟังด้วยตัวเอง

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เจ้าของร้านเชฟภานุภน บุลสุวรรณ หรือที่เรารู้จักกันในนามของเชฟแบล็คเกิดที่อำเภอศรีราชาในจังหวัดชลบุรีแต่ย้ายแหล่งพักพิงมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากเรียนจบสาขาวิศวกรรมโยธาเขามีโอกาสเดินทางไปทำงานทั่วในต่างประเทศก่อนที่จะกลับมายังเชียงใหม่และตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Blackitch Artisan Kitchen ขึ้นในปี 2013 ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นและไต่ระดับจนก้าวขึ้นมาเป็นห้องอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาคในปัจจุบัน แม้ว่าในแง่ของรสชาติอาจมีทั้งจานที่เข้าถึงง่ายและยากในระดับหนึ่งแต่ทุก ๆ จานประกอบขึ้นด้วยวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่งในประเทศไทยโดยไม่อาศัยของนำเข้าแม้แต่น้อย เชฟแบล็คผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารแบบไทยและญี่ปุ่นเข้าไปจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่ซ้ำใคร ในช่วงปกตินั้น Blackitch Artisan Kitchen นำเสนอ Tasting Menu ที่ประกอบไปด้วยอาหารจำนวน 9-10 อย่างซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปตามฤดูกาลทุก 6-7 สัปดาห์แต่ในช่วงเดือนมกราคมของทุกปีเชฟแบล็คจะจัดทำเมนูพิเศษที่มัดรวมจานเด็ด ๆ ของปีก่อนหน้าเข้าไว้ด้วยกันนำเสนอมาจำนวนราว 21 คอร์สที่ราคา 2,500 บาทเน็ทต่อคนโดยมีจานที่โดดเด่นอย่างเช่น

✨ Sago
คอร์สนี้เชฟให้ชื่อว่าสาคูจำแลงอันประกอบไปด้วยข้าวแคบกรอบ ๆ เสิร์ฟมากับมูสที่ทำมาจากรากผักชี กระเทียม พริกไทย และหัวไชโป๊ว รสชาติจัดจ้านชูกลิ่นด้วยความหอมจากสปองเค้กผักชีเนื้อนุ่มที่ด้านบน (14/20)

✨ Udon / Blue crab
อุด้งเส้นสดที่เชฟทำเองให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเสิร์ฟมากับซอสสีเขียวทำมาจากใบแมงลักให้กลิ่นและรสชาติคล้ายเพสโต้ของอิตาลี เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยกุ้งฝอยกรอบ ๆ เคี้ยวแล้วไม่ติดฟัน ยังมีองค์ประกอบของสะแล ข้างกันคือกรรเชียงปูม้าชิ้นโตสด ๆ จากธนาคารปูในจังหวัดชุมพร (14/20)

✨ Rice / River prawn / Squid
อาหารคาวจานสุดท้ายคือข้าวหอมใบเตยจากจังหวัดสกลนครนครคลุกกับกะปิชั้นดีและมะเขือเทศให้กลิ่นหอมและรสชาติหวานอมเปรี้ยวอุมามิไปด้วยกัน เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยกุ้งเสียบหวานกรอบ ด้านบนทอปด้วยเนื้อกุ้งแม่น้ำจากลำน้ำตาปีจังหวัดสุราษฎร์ธานีครึ่งตัวที่ย่างมาสุกพอดี เนื้อแน่น เด้ง เข้ากันดีเป็นที่สุด ข้างกันคือผักดอง 3 ชนิด แตงกวา มะละกอดองในอาจาดขมิ้น และมันหนอนเคี้ยวกรอบ ทั้งยังมียำหมึกหอมกับผลไม้เดรสซิ่งด้วยพริกเผาอีกด้วย (14/20)

🎗 [CONCLUSION] Blackitch Artisan Kitchen เป็นห้องอาหารที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มายกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทยที่หลาย ๆ คนแทบไม่รู้จักจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ราคาอาหารถือว่าสูงกว่าร้านทั่ว ๆ ไปในจังหวัดเชียงใหม่อยู่เล็กน้อยแต่ก็ถือว่ารับได้เมื่อเทียบกับปริมาณคอร์สที่จัดเสิร์ฟ อย่าลืมจองก่อนล่วงหน้าสัก 2-3 อาทิตย์เป็นอย่างต่ำเพราะที่นั่งในร้านมีค่อนข้างจำกัดและถูกจองเต็มค่อนข้างไวในทุก ๆ เดือนนั่นเอง

Price :

2,500 THB/p

Parking :

จอดริมทางในซอยตามป้ายวันคู่/คี่หรือที่ลานจอดรถช่วงต้นถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 7

Operating Time :

12.00, 17.00 และ 19.30

Dress Code :

Casual

Score

👍 ร้านอาหารสุดสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่

อาหาร :

13

ราคา :

3/5

เทคนิค :

2/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

2/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 21 best bites (2,500 net/p)

          
Focaccia / Squid ink / Pork Jowl

Spicy Raw Fish of the day

Hin-ngam Clam / Lagoon cat fish roe

Chiangmai Local Chicken

Sago

Young Jack Fruit Sausage

Duck Tsukune

Veal on Toasted

Radishes Cake / Tiger prawn

Porridge rice / Cured duck

Konkaen Chicken

Grouper / Makwan / Horse shoe crab roe

Udon / Blue crab

Barramundi / Fish cake / Miso cabbages

Beef Gang-Om sauce

Beef Gang-Leang Soup

Rice / River prawn / Squid

Chiang Mai

Pandanus crepe

Financier

Smoked sugar cane ice-cream

🇹🇭 Blackitch Artisan Kitchen – แบล็คคิช อาร์ติซาน คิทเช่น

🍴 Asian Contemporary – อาหารเอเชียร่วมสมัย

👨🏻‍🍳 Chef Phanuphol Bulsuwan (Chef Black) – เชฟภานุภน บุลสุวรรณ (เชฟแบล็ค)

🍽 Recommended by Michelin Guide – ได้รับการแนะนำในมิชลิน ไกด์

Focaccia / Squid ink / Pork Jowl

เริ่มต้นคอร์สแรกด้วยขนมปัง Focaccia เสิร์ฟมาคู่กับคางหมูรมควันและครีมอ่องปูนาทอปด้วยผลไม้แห้งและผักดอง ไฮไลท์ของยกให้กับ “บัลซาหมึก” ที่เชฟทำเลียนแบบน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชูบัลซามิคของอิตาลีนั่นเอง ตัวขนมปังกรอบ ตัดเนื้อสัมผัสกันกับคางหมูนุ่ม ๆ ความครีมมี่ของอ่องปูนา และความมันและเค็มของบัลซาหมึก (14/20)

Spicy Raw Fish of the day

ถัดมาคือก้อยปลาดิบ เสิร์ฟมาบนผักเทมปุระกรอบ รสชาติเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดจัดจ้านแบบไทย ๆ ทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายจากองค์ประกอบที่แตกต่างกันอีกด้วย (13/20)

Hin-ngam Clam / Lagoon cat fish roe

อีกจานหนึ่งคือทาร์ตแป้งบางกรอบ ด้านในมีเนื้อหอยหินงามเนื้อนุ่มหนึบ Ponzu jelly รสเปรี้ยวหวาน ไข่ปลาดุกทะเลซึ่งมีกลิ่นเฉพาะตัวที่กลบองค์ประกอบอื่น ๆ ไปพอสมควร และครีมเห็ดป่าที่พอจะช่วยเชื่อมเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (12/20)

Chiangmai Local Chicken

ยำจิ๋นไก่เป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือที่เชฟแบล็คนำมาประยุกต์โดยใช้เนื้อไก่ประดู่หางดำสับมากับเครื่องสมุนไพรต่าง ๆ ด้านบนทอปด้วยแยมมะเกี๋ยงและส้มจี๊ดในขณะที่ด้านล่างรองด้วยหนังไก่กรอบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (14/20)

Sago

คอร์สนี้เชฟให้ชื่อว่าสาคูจำแลงอันประกอบไปด้วยข้าวแคบกรอบ ๆ เสิร์ฟมากับมูสที่ทำมาจากรากผักชี กระเทียม พริกไทย และหัวไชโป๊ว รสชาติจัดจ้านชูกลิ่นด้วยความหอมจากสปองเค้กผักชีเนื้อนุ่มที่ด้านบน (14/20)

Young Jack Fruit Sausage

ไส้กรอกตำขนุนที่เชฟนำขนุนอ่อนและมะเขือส้มมาตำจนละเอียดแล้วยัดมาเป็นชิ้นไส้กรอกนั่นเอง เมื่อมองว่านี่คือไส้กรอกถือว่าเนื้อสัมผัสค่อนข้างนิ่มมากไปแต่มีกลิ่นหอมสมุนไพรพอใช้ได้ ข้างกันคือมะเขือเทศที่ผ่านการดองในโชยุปลาแห้งรมควันช่วยล้างปากก่อนเข้าสู่อาหารจานถัดไป (11/20)

Duck Tsukune

ซุคุเนะเนื้อเป็ดที่ผ่านการย่างถ่านมาจนสุกพอดี เนื้อสัมผัสเฟิร์มสู้ฟันแต่ไม่แข็งกระด้าง ด้านบนทอปด้วยซอสกระเทียมและแยมส้มโหระพารสชาติเปรี้ยวหวานช่วยเบรคกลิ่นเฉพาะตัวของเนื้อเป็ดไม่ให้โดดเด่นจนเกินไปได้เป็นอย่างดี (13/20)

Veal on Toasted

ขนมปังโทสต์เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในทอปด้วยเนื้อส่วนขาของลูกวัวนุ่ม ๆ ปรุงรสด้วยซอสแจ่วข่ามะพร้าวกะทิที่มีกลิ่นและรสชาติอันหลากหลาย อร่อยไม่เบาเลยทีเดียว (13/20)

Radishes Cake / Tiger prawn

ลูกชิ้นจีนแคระที่เชฟใช้หัวไชเท้าเป็นองค์ประกอบหลัก ผิวด้านนอกกรอบ ด้านในมีความนุ่มของหัวไชเท้าประกอบไปกับเนื้อกุ้งลายเสือจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านบนทอปด้วยพริกชี้ฟ้าที่ผ่านการเผาแล้วดองด้วยจิ๊กโฉ่แล้วจากนั้นตกแต่งด้วยใบผักชี ด้านล่างคือซอสที่ได้จากการรีดัคชั่นจิ๊กโฉ่วจนงวดเพิ่มรสชาติหวานและกลิ่นที่หอมเข้มข้นให้กับคอร์สนี้นั่นเอง (13/20)

Porridge rice / Cured duck

ในภาพคือโจ๊กเป็ด ด้านล่างคือโจ๊กเนื้อนุ่ม ด้านบนทอปด้วยเนื้อเป็ดแดดเดียวเคี้ยวหนึบ ยังมีกุนเชียง เห็ดหอม และถั่วต้มเค็มใส่มาด้วย ข้างกันคือใบมิซูน่าก้านแดง ซอสด้านบนทำมาจากบักกุ๊ดเต๋ช่วยเชื่อมแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (12/20)

Konkaen Chicken

เนื้อไก่สายพันธุ์ไข่มุกอีสานจากจังหวัดขอนแก่นที่เชฟย่างด้วยกะทิสดจนสุกพอดี ด้านล่างเป็นซอสกอและและมะพร้าวขี้มัน ข้าง ๆ คืออาจาดแบบญี่ปุ่นที่ได้จากการคลุกผักต่าง ๆ เข้ากับโชยุเลมอนให้รสชาติเผ็ดนิด ๆ ตัดกันกับความมันของเนื้อไก่ได้ดี (12/20)

Grouper / Makwan / Horse shoe crab roe

เนื้อปลาเก๋าเพลิงจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เชฟนำไป Beer battered หรือทอดด้วยเบียร์จนสุก ผิวแป้งด้านนอกกรอบ หอม มัน ชิ้นปลาเก๋าให้เนื้อสัมผัสที่ดี เชฟปรุงรสด้วยกระเทียมอีมัลชั่นและซอสมะแขว่น ส่วนองค์ประกอบสีดำด้านบนคือไข่แมงดาคลุกกับหมึกดำเคี้ยวหนึบช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับชิ้นปลาได้เป็นอย่างดี (14/20)

Udon / Blue crab

อุด้งเส้นสดที่เชฟทำเองให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเสิร์ฟมากับซอสสีเขียวทำมาจากใบแมงลักให้กลิ่นและรสชาติคล้ายเพสโต้ของอิตาลี เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยกุ้งฝอยกรอบ ๆ เคี้ยวแล้วไม่ติดฟัน ยังมีองค์ประกอบของสะแล ข้างกันคือกรรเชียงปูม้าชิ้นโตสด ๆ จากธนาคารปูในจังหวัดชุมพร (14/20)

Barramundi / Fish cake / Miso cabbages

ปลากระพงขาวจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เชฟนำมาม้วนกับห่อหมกและครีมกะหล่ำมิโสะมีความหอมและครีมมี่ใช้ได้ ด้านบนคือยำผักบ้านอันประกอบไปด้วยใบชะพลู ดอกดาหลา และผักกูดให้ความกรอบและกลิ่นของสมุนไพรอันหลากหลายในจานเดียว (13/20)

Beef Gang-Om sauce

เนื้อวัวย่างเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium มีความหนึบสู้ฟันแต่ไม่เหนียว ในซอสแกงอ่อมแบบเหนือมีรสชาติเผ็ดและกลิ่นหอมสมุนไพรเด่นชัด ด้านบนโรยด้วยมะแขว่น เชฟใส่ใบมะกรูดและผักชีฝรั่งมาให้รับประทานไปด้วยกัน (13/20)

Beef Gang-Leang Soup

เนื้อวัวส่วนพับนอกที่สไลด์มาบาง ๆ เสิร์ฟมาในแกงเลียงน้ำใสรสชาติกลมกล่อม ด้านล่างเป็นลูกซุปสองชนิดเคี้ยวสนุกปากไม่เบา (12/20)

Rice / River prawn / Squid

อาหารคาวจานสุดท้ายคือข้าวหอมใบเตยจากจังหวัดสกลนครนครคลุกกับกะปิชั้นดีและมะเขือเทศให้กลิ่นหอมและรสชาติหวานอมเปรี้ยวอุมามิไปด้วยกัน เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยกุ้งเสียบหวานกรอบ ด้านบนทอปด้วยเนื้อกุ้งแม่น้ำจากลำน้ำตาปีจังหวัดสุราษฎร์ธานีครึ่งตัวที่ย่างมาสุกพอดี เนื้อแน่น เด้ง เข้ากันดีเป็นที่สุด (14/20)

Rice / River prawn / Squid

ข้างกันคือผักดอง 3 ชนิด แตงกวา มะละกอดองในอาจาดขมิ้น และมันหนอนเคี้ยวกรอบ อีกฝั่งคือยำหมึกหอมกับผลไม้เดรสซิ่งด้วยพริกเผานั่นเอง (14/20)

🥄 DESSERT

ปิดท้ายด้วยขนมหวานเสิร์ฟมาพร้อมกันถึง 4+1 อย่าง

Granita

เริ่มต้นด้วยเมนูล้างปากอย่างกรานิต้าทำมาจากสตรอว์เบอร์รี่ออร์แกนิคจากอำเภอแม่แจ่ม ตรงกลางมีผลสตรอว์เบอร์รี่ชิ้นจิ๋วช่วยดับคาวอาหารจานก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี (13/20)

Chiang Mai

เมนูนี้เชฟแบล็คให้ชื่อว่า Chiang Mai เพราะทั้งจานใช้วัตถุดิบหลักจากจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมดประกอบไปด้วยข้าว ถั่ว โกโก้ และกาแฟนั่นเอง (13/20)

Pandanus crepe

เค้กใบเตยเคี้ยวหนึบ มีกลิ่นหอม และความกรอบของแผ่นคริสปี้ด้านบน รสชาติออกไปในโทนเปรี้ยวหวานและแทรกด้วยเค็มคล้ายคาราเมล (12/20)

Financier

ฟินองซิเยอัลมอนด์ที่มีส่วนประกอบของส้มจี๊ดและใบโหระพา (12/20)

Smoked sugar cane ice-cream

สุดท้ายคือไอศกรีมน้ำอ้อยจากจังหวัดน่านที่มีกลิ่นหอมจากการรมควัน อร่อยจนเราต้องตกใจ ด้านบนทอปด้วยข้าวแต๋นกรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (13/20)

💰 ราคา 5,000 บาท/2 คน

เจ้าของร้านเชฟภานุภน บุลสุวรรณ หรือที่เรารู้จักกันในนามของเชฟแบล็คเกิดที่อำเภอศรีราชาในจังหวัดชลบุรีแต่ย้ายแหล่งพักพิงมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากเรียนจบสาขาวิศวกรรมโยธาเขามีโอกาสเดินทางไปทำงานทั่วในต่างประเทศก่อนที่จะกลับมายังเชียงใหม่และตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Blackitch Artisan Kitchen ขึ้นในปี 2013

Blackitch Artisan Kitchen เป็นร้านอาหารสไตล์ Chef’s Table เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 7

ข้าง ๆ กันเป็นห้องครัวขนาดกลางกั้นด้วยม่านสีดำโดยเชฟจะเดินสลับไปมาระหว่างห้องรับประทานอาหารหลักและห้องครัวเพื่ออธิบายอาหารในแต่ละจานให้ลูกค้าได้ฟังด้วยตัวเอง

รอบ ๆ เต็มไปด้วยหนังสือการอาหารจากทั่วทุกมุมโลกแสดงถึงตัวตนและความไฝ่รู้ของเชฟแบล็คเจ้าของร้านได้เป็นอย่างดี

บนชั้นมีรางวัลต่าง ๆ การันตีฝีมือเชฟมากมาย

เมื่อเดินผ่านทางเดินแคบ ๆ ขึ้นไปชั้นบนจะพบกับห้องขนาดเล็กที่สามารถรองรับลูกค้าได้ราว 16 คนเท่านั้น

ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากนักชิมท้องถิ่นและไต่ระดับจนก้าวขึ้นมาเป็นห้องอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาคในปัจจุบัน แม้ว่าในแง่ของรสชาติอาจมีทั้งจานที่เข้าถึงง่ายและยากในระดับหนึ่งแต่ทุก ๆ จานประกอบขึ้นด้วยวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่งในประเทศไทยโดยไม่อาศัยของนำเข้าแม้แต่น้อย เชฟแบล็คผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารแบบไทยและญี่ปุ่นเข้าไปจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่ซ้ำใคร

Tasting Menu ที่นี่ประกอบไปด้วยอาหารจำนวน 9-10 อย่างซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปตามฤดูกาลทุก 6-7 สัปดาห์

รอบ ๆ มีขวดโหลจำนวนมากที่เชฟเตรียมเอาไว้เพื่อใช้สร้างสรรค์เมนูที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

ตัวร้านมองจากด้านหน้าเป็นอาคารขนาด 1 คูหาโดยมีชั้นล่างสำหรับจัดเตรียมอาหารจำพวกขนมปัง

Blackitch Artisan Kitchen เป็นห้องอาหารที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มายกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศไทยที่หลาย ๆ คนแทบไม่รู้จักจนได้ออกมาเป็นเมนูที่มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ราคาอาหารถือว่าสูงกว่าร้านทั่ว ๆ ไปในจังหวัดเชียงใหม่อยู่เล็กน้อยแต่ก็ถือว่ารับได้เมื่อเทียบกับปริมาณคอร์สที่จัดเสิร์ฟ อย่าลืมจองก่อนล่วงหน้าสัก 2-3 อาทิตย์เป็นอย่างต่ำเพราะที่นั่งในร้านมีค่อนข้างจำกัดและถูกจองเต็มค่อนข้างไวในทุก ๆ เดือนนั่นเอง