หน้าแรก » 🇹🇭 Aksorn – อักษร
Visit: January 8, 2022
🇹🇭 Aksorn - อักษร
👨🏻🍳 Chef David Thompson - เชฟเดวิด ทอมป์สัน
ชั้น 5 เซ็นทรัล ดิ ออริจินัล สโตร์ 1266 ถ.เจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก, กรุงเทพ, 10500, ประเทศไทย
Tel: 02-116-8662
Cuisine
🍴 Thai - อาหารไทย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
14/20
Price
[INTRO] รีวิวในวันนี้เราขอกล่าวถึง Aksorn ร้านอาหารไทยน้องใหม่ที่มีชื่อเข้าไปติดอยู่ใน Michelin Guide Thailand 2022 แม้ว่าเชฟ David Thompson เจ้าของร้านชาวออสเตรเลียจะมีอายุอานามล่วงเข้าสู่เลข 6 แต่ยังคงมีรสมือโดดเด่นชนิดหาใครเทียบได้ยากสมกับเป็นเชฟระดับตำนานในวงการอาหารไทยชั้นสูงเลยทีเดียว
Price :
2,800++/p
Parking :
จอดในซอยเจริญกรุง 40 ริมรั้วโรงเรียนอัสสัมชัญ
Operating Time :
18.00-23.00 ปิดวันจันทร์
Dress Code :
Casual
Score
👍 ร้านอาหารโบราณรสเลิศที่ถูกตีความเสียใหม่โดยเชฟอาหารไทยระดับตำนาน
อาหาร :
14
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 เมนูอาหาร - DINE IN MENU (2,800++/p)
อาหารว่าง – Hors d’ocevres
pork, salted fish and duck egg wafers
sardines on toast
จานแรก – Starter
fresh rice vermicelli with crab, coconut and chilli
กับข้าว – Mains
heart of coconut salad dressed with chilli jam
red curry of pork with green bananas
minced prawns simmered in coconut cream with fresh and deep-fried vegetables
stir-fried sugar snap peas
mussels soup with seabite
chicken and galangal braised in coconut cream
ของหวาน – Desserts
macerated starfruit
thai choux
จานสุดท้าย – To finish
coconut ash pudding
boat meringues
Aksorn – อักษร
Thai – อาหารไทย
Chef David Thompson – เชฟเดวิด ทอมป์สัน
1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน
ซอง
pork, salted fish and duck egg wafers
เริ่มต้นจานแรกเป็นเมนูที่มีชื่อว่าซองเพราะเชฟตั้งใจห่อแป้งให้มีลักษณะคล้ายซองจดหมาย ผิวแป้งบาง เรียบ เนียน กรอบเท่ากันทั้งชิ้น กระทั่งมุมที่พับมาบรรจบซ้อนกันก็ยังรับประทานได้โดยไม่รู้สึกว่ามีบางส่วนหนาจนเกินไป ด้านในสอดไส้ปลากุเลาเค็มให้กลิ่นหอมและรสเค็มกลมกล่อม ยังมีรสหวานจากเนื้อหมู และความมันจากไข่เป็ดแดงนั่นเอง (14/20)
โทสต์พระปกเกล้า
sardines on toast
ถัดมาคือเมนูที่เชฟได้แนวคิดมาจากหนังสือโบราณที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๗ ประพาสกรุง London ด้านล่างเป็นโทสต์หรือขนมปังอบมีลักษณะบางกรอบ ตรงกลางคือซอสทำมาจากเต้าหู้ยี้และรัมเชอร์รี่ ยังมีองค์ประกอบของหอมแดงซอยให้รสเผ็ดนิด ๆ ใบผักชีให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวโดดเด่น และชิ้นปลาซาดีนที่ผ่านการหมักในน้ำมันมะกอกให้รสชาติเค็มและมันกลมกล่อม เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่กระด้าง ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติทางรสชาตินั่นเอง (14/20)
เรไรหน้าปู
fresh rice vermicelli with crab, coconut and chilli
ขนมเรไรเป็นเมนูอาหารไทยโบราณที่มีอายุเกินกว่า 200 ปีดังปรากฎอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ในที่นี้เชฟนำเสนอเส้นเรไรสดที่ทางร้านทำเองโดยผสมแป้งข้าวเจ้ากับแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน จากนั้นรีดออกมาเป็นเส้นแล้วนึ่งจนสุกให้เนื้อสัมผัสนุ่มและหนึบได้ระดับ รับประทานคู่กับซอสทำมาจากถั่วเขียวย่างผสมกับน่ำกะปิและเนื้อปูให้รสชาติออกหวานทั้งยังมีอโรม่าของถั่วหอมเด่นชัดเจน ด้านบนเป็นหอมเจียว กระเทียมเจียว และเนื้อปูทะเลซึ่งมีเนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มตัดรสด้วยน้ำมันพริกช่วยเบรคความมันไม่ให้โดดมากจนเกินไป (15/20)
ยำยอดมะพร้าว
heart of coconut salad dressed with chilli jam
เริ่มต้นกับข้าวด้วยเมนูยำยอดมะพร้าวที่มีน้ำยำรสชาติครบทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ทั้งยังได้มิติความกรอบจากทั้งยอดมะพร้าวและเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ดอกดาหลาถูกหั่นซอยมาบาง ๆ ให้รสฝาดอมเปรี้ยวทั้งยังช่วยเบรคความมันของกะทิไม่ให้แสดงออกมาเด่นจนเกินไปอีกด้วย (14/20)
แกงแดงหมูกล้วยดิบ
red curry of pork with green bananas
จานที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้ขอยกให้กับแกงแดงหมูกล้วยดิบ เริ่มต้นจากพริกแกงที่ทางร้านตำเองมีความนุ่มละมุนลิ้นแล้วเคี่ยวกับน้ำกะทิจนแตกมันสวยงาม โปรตีนหลักของจานคทอเนื้อหมูก็ล้วนสุกได้ระดับ เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่กล้วยดิบที่ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มและไม่แข็งกระด้างลงไป ทั้งยังมีกลิ่นหอมจากสมุนไพรหลากหลายชนิด รับประทานกับข้าวหอมมะลิร้อน ๆ ที่เสิร์ฟมาด้วยเข้ากันดีเป็นที่สุด (16/20)
หลนข้าวหมากกุ้ง
minced prawns simmered in coconut cream with fresh and deep-fried vegetables
หลนเป็นเมนูโบราณที่มีจุดกำเนิดย้อนไปในสมัยสุโขทัย แต่เดิมมักมีขั้นตอนการปรุงที่ไม่ซับซ้อนเพียงทำโปรตีนหลักให้สุกด้วยกะทิจนมีรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม แต่ไม่มีรสเผ็ดเพราะในสมัยก่อนยังไม่มีการนำพริกเข้ามาใช้นั่นเอง ครั้นต่อมามีการนำหลนมาใช้ในหมู่ชาววังและได้ปรับพัฒนาสูตรต่อเนื่องตามกาลเวลาทำให้ในปัจจุบันมีเมนูหลนมากมายรับประทานกันอย่างแพร่หลาย (15/20)
หลนข้าวหมากกุ้ง
minced prawns simmered in coconut cream with fresh and deep-fried vegetables
สำหรับที่ร้านอักษรนำเสนอเป็นหลนข้าวหมากกุ้งได้จากการนำกุ้งไปสับแล้วตุ๋นในน้ำกะทิด้วยไฟอ่อนจนได้ที่ รสชาติเปรี้ยวนำและหวานตามจากข้าวหมากพอกลมกล่อม มีความมันจากกะทิพอเหมาะพอดี เสริมด้วยรสเผ็ดของพริกที่จะช่วยให้รับประทานได้เรื่อย ๆ และไม่เลี่ยนได้โดยง่ายนั่นเอง (15/20)
หลนข้าวหมากกุ้ง
minced prawns simmered in coconut cream with fresh and deep-fried vegetables
หลนข้าวหมากกุ้งเสิร์ฟมากับผักเคียงคือใบเล็บครุฑทอด ใบมะตูมแขก และขิงอ่อน (15/20)
ผัดถั่วหวาน
stir-fried sugar snap peas
ตัดรสชาติเผ็ดจัดจ้านของจานอื่นด้วยผัดถั่วหวานที่เชฟเตรียมผัดออกมาได้กรอบพอดี แม้ผิวบางส่วนจะเกรียมอยู่บ้างแต่กลับไม่มีรสขมหรือกลิ่นไหม้ปนมาแม้แต่น้อย (13/20)
แกงชักส้มหอยแมลงภู่
mussels soup with seabite
แกงชักส้มเป็นอาหารไทยโบราณที่มีรสชาติเปรี้ยวจัดสมกับชื่อ “ชักส้ม” ที่แปลว่า “ให้ออกรสเปรี้ยว” นั่นเอง แม้หน้าตาจะดูคล้ายกันกับแกงส้มแต่หากพิจารณาเครื่องพริกแกงถือว่ามีความแตกต่างกันพอสมควรเช่นการที่แกงส้มมักใส่เนื้อปลาป่นลงไปในพริกแกงแต่แกงชักส้มกลับไม่มีทำให้เนื้อสัมผัสของแกงชักส้มค่อนข้างเบาและใสกว่าแกงส้มอยู่พอสมควร ถัดมาคือรสส้มหรือรสเปรี้ยวที่แกงส้มมักจะมีรสเปรี้ยวจากน้ำมะขามส่วนแกงชักส้มจะได้รสเปรี้ยวจากน้ำมะกรูดและน้ำส้มซ่าแทน หอยแมลงภู่ทุกชิ้นสุกได้ระดับพอดี มีความหนึบ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว น้ำซุปมีรสชาติจัดจ้าน เปรี้ยวนำแต่ไม่กระด้างลิ้น มีกลิ่นหอมสมุนไพรมากมายเคล้ากันในปากอย่างลงตัว (15/20)
ต้มข่าไก่แห้ง
chicken and galangal braised in coconut cream
ต้มข่าไก่แบบแห้งเสิร์ฟมาแบบน้ำขลุกขลิกทำให้ความหอมมันของกะทิเข้มข้นเด่นชัดมากยิ่งขึ้นและเข้ากันได้ดีกับความนุ่มของโปรตีนหลักอย่างเนื้อไก่ (14/20)
ข้าวหอมมะลิ
jasmine rice from surin province
กับข้าวเสิร์ฟมาคู่กับข้าวหอมมะลิจากจังหวัดสุรินทร์ที่หุงในน้ำแช่ดอกมะลิจนสุกแล้วใส่ใบเตยลงไปเพื่อเพิ่มความหอมโดยลูกค้าสามารถขอเติมได้เรื่อย ๆ ตลอดมื้ออาหารนั่นเอง
มะเฟืองลอยแก้ว
macerated starfruit
ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วยมะเฟืองลอยแก้ว ชิ้นมะเฟืองเคี้ยวกรอบในขณะที่น้ำลอยแก้วให้รสชาติเปรี้ยวจัดช่วยดับคาวกับข้าวทุกจานที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี (13/20)
ขนมทองพลุ
thai choux
ทองพลุเป็นขนมมงคลที่ถูกดัดแปลงมาจากขนมชูก์ของฝรั่งเศส ด้านนอกเป็นแป้งชูก์ที่ทอดจนมีความเบาและกรอบ จากนั้นราดด้วยน้ำตาลมะพร้าวที่ผ่านการเคี่ยวจนเกิดกระบวนการคาราเมลไลเซชั่นเข้มข้น เชฟใส่น้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยทำให้รสชาติโดยรวมมีความหวานและขมตามมานิด ๆ พอเป็นอาฟเตอร์เทสต์คล้ายกันกับคาราเมล จากนั้นเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยการใส่มะพร้าวขูดและความกรอบจากงาขี้ม่อน ถือเป็นการยกระดับขนมไทยโบราณออกมาได้อร่อยเกินกว่าที่เราคาดมากเลยทีเดียว (15/20)
เปียกปูน
coconut ash pudding
ขนมเปียกปูนที่นี่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ เคี้ยวแล้วไม่ติดฟัน มีรสชาติหวานมันพอดิบพอดี (14/20)
ขนมเรือ
boat meringues
ปิดท้ายด้วยขนมเรือ ผิวด้านนอกกรอบคล้ายเมอแรงก์ ด้านในสอดไส้น้ำเชื่อมดอกมะลิให้รสชาติหวานและกลิ่นหอมเฉพาะตัว (14/20)
ดวงดาว
starfruit syrup, brown sugar syrup, lime juice, ginger ale
ระหว่างรออาหารพนักงานจะนำเสิร์ฟ Welcome Drink ให้คนละแก้ว
ราคา 6,979.61 บาท
ห้องอาหารอักษรนำเสนอ Set Menu รูปแบบเดียวที่ราคา 2,800++/คน จัดเสิร์ฟมาโดยแบ่งเป็นอาหารว่าง, จานแรก, กับข้าว, ของหวาน และจานสุดท้ายตามลำดับ ทั้งนี้ตัวร้านไม่มีเมนูแบบ À La Carte ให้เลือกแต่อย่างใด สไตล์ของอาหารส่วนมากล้วนเป็นเมนูโบราณที่เชฟไปค้นหามาจากแหล่งต่าง ๆ และนำมาสร้างใหม่ด้วยรสมือของตัวเอง
David Thompson เป็นชายชาวออสเตรเลียที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตำนานผู้บุกเบิกอาหารไทยให้ทั่วโลกได้รู้จัก แม้จะจบการศึกษาเกี่ยวกับวรรณคดีอังกฤษแต่ด้วยใจรักที่มีต่อการปรุงอาหารทำให้เขาเริ่มต้นเส้นทางการเป็นเชฟเมื่ออายุได้ 22 ปี กระทั่งวันหนึ่งเชฟ David มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยทั้งยังมีได้เรียนวิชาการอาหารกับครูสมบัติ ผู้สืบทอดวิชาตำรับชาววังมาจากคุณแม่ซึ่งเป็นอดีตห้องเครื่องอยู่ราว 6 เดือนและสั่งสมประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมไทยอยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินทางกลับไปยังประเทศออสเตรเลียเพื่อเปิดห้องอาหาร Darley Street Thai ในปี 1992 ต่อด้วย Sailors Thai ในปี 1995 ทั้งสองร้านสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเชฟเป็นอย่างมาก กาลเวลาผ่านมาจนกระทั่งนักการโรงแรมชาวสิงคโปร์ Christina Ong ได้ชักชวนเชฟ David ให้มาร่วมงานกับ COMO Hotel Group ในการเปิดห้องอาหาร Nahm สาขาแรกที่กรุง London ในปี 2001 ตัวร้านการันตีด้วยรางวัล
1 Michelin Star ทันทีภายใน 6 เดือนหลังเปิดทำการต่อด้วยรางวัล London Chef of The Year ในปี 2003 กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งปี 2010 โรงแรม COMO Metropolitan Bangkok ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Nahm สาขาที่สองขึ้นในกรุงเทพและได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนสามารถคว้ารางวัล
1 Michelin Star มาครองได้อีกเช่นกันใน Michelin Guide Bangkok ฉบับปี 2018 ก่อนที่เชฟ David จะแยกตัวออกมาจาก COMO Hotel Group เพื่อเดินหน้าเปิดห้องอาหารของตัวเองอีกหลายแห่งแต่หากนับเฉพาะร้านที่ยังเปิดทำการอยู่ก็จะมีรายชื่อคือ Aaharn (
1 Michelin Star), Aksorn (
1 Michelin Star), Long Dtai รวมไปถึง Long Chim สาขา Perth และ Sydney นั่นเอง
สำหรับใครที่มายังร้านอักษรให้ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดคือ L5 ได้เลย ห้องอาหารมีพื้นที่ด้านในไม่ใหญ่มากนักประกอบไปด้วยโต๊ะทั้งหมดเพียง 6 ตัวและห้องครัวแบบ Open Kitchen กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดทำให้ลูกค้าทุกโต๊ะสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารกันได้ตลอดเวลา
ผนังร้านตกแต่งด้วยโทนสีส้มเข้ากันดีกับตัวอาคารทั้งยังมีผนังบางส่วนเป็นกระจกใสทำให้บรรยากาศภายในดูไม่อึดอัดตา
ด้านนอกเป็นโซนเอ้าท์ดอร์โดดเด่นด้วยทัศนียภาพมุมสูงยามค่ำคืนของย่านเจริญกรุง บริการโดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ในบางวันลูกค้าอาจได้พบกับเชฟ David Thompson ที่จะคอยเดินมาทักทายและตรวจสอบอาหารบางส่วนด้วยตัวเองอีกด้วย
อักษรคือร้านอาหารไทยที่บริหารและควบคุมโดยเชฟระดับตำนาน อาหารโบราณแต่ละจานถูกตีความออกมาได้อย่างปราณีต
ด้วยพื้นที่ภายในค่อนข้างจำกัดทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความแคชวลไม่หรูหรามากนัก ราคาอาหารจัดว่าอยู่ในระดับปานกลางทำให้ตัวร้านเหมาะกับเหล่านักชิมและคนทั่วไปที่อยากลิ้มลองอาหารไทยชั้นดีในย่านเจริญกรุง
Aksorn ตั้งอยู่ที่ Central: The Original Store ในย่านเจริญกรุง ลูกค้าสามารถจอดรถได้ที่ซอยเจริญกรุง 40 ริมรั้วโรงเรียนอัสสัมชัญแล้วเดินเท้าต่อมาราว 300 ก็จะพบกับอาคารสีส้มที่ออกแบบให้เชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบันได้อย่างลงตัว