หน้าแรก » 🇫🇷 Maison Kieny – เมซง คีย์นี
Visit: February 15, 2023
🇫🇷 Maison Kieny - เมซง คีย์นี
👨🏻🍳 Chef Emmanuel Weller - เชฟเอ็มมานูเอล เวลเลอร์
7 rue du Général de Gaulle 68 400 RIEDISHEIM
Tel: (+33) 3 89 44 07 71
Cuisine
🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น
Country
France
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14.5/20
Price
[INTRO] ในช่วงวันแรก ๆ ของทริปเดินทางไปยังแถบ Alsace เราได้แวะไปยังหนึ่งในห้องอาหารระดับตำนานที่ส่งต่อกิจการมาแบบรุ่นต่อรุ่น ปัจจุบันเจ้าของร้านรุ่นที่ 7 คือคุณ Mariella Kieny ยังคงบคุมทุกอย่างด้วยตัวเองและพัฒนาตัวร้านอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นที่นิยมของนักชิมท้องถิ่นจำนวนมาก
Price :
75-129 €
Parking :
จอดรถข้างห้องอาหาร
Operating Time :
Lunch Thu-Sun 12.00-13.30 , Dinner Wed-Sat 19.00-21.00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารระดับตำนานของภูมิภาคนี้โดดเด่นด้วยอาหารฝรั่งเศสที่มีกลิ่นอายของเอเชีย
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MENU PLAISIR (3 Course - 75 €, 4 Course 95 €)
Maison Kieny – เมซง คีย์นี
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์
Modern Cuisine – อาหารโมเดิร์น
Chef Emmanuel Weller – เชฟเอ็มมานูเอล เวลเลอร์
Amuse-bouche
เริ่มต้นการผสมผสานกันระหว่าง Potato Espuma นุ่มละมุนกับ Tomme Cheese โดยด้านล่างมีชิ้นมันฝรั่งและเนื้อช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสอยู่ด้วย เชฟเสิร์ฟมาให้รับประทานคู่กับ Breadstick ที่มีอโรมาของ Piment d’Espelette หรือพริกไทย Espelette ข้างกันคือ Tête de Veau หรือหัวลูกวัวซึ่งเป็นเมนูท้องถิ่นของภูมิภาค Alsace จับคู่กับ Herb Mayonnaise สุดท้ายคือขนมปัง Focaccia กรอบนอกฉ่ำใน (14/20)
Foie gras de canard au chocolat amer
Duck foie gras with bitter chocolate
Foie Gras de Canard หรือฟัวกราส์ตับเป็ดจับเคี้ยวสู้ฟันแต่ไม่กระด้างคู่กับความขมของช็อกโกแลตเข้มข้น 100 % จากประเทศ Honduras ข้างกันคือองค์ประกอบของส้ม Mandarin นำเสนอมาหลากหลายรูปแบบทั้ง Purée เนื้อละเอียด, Dried หรืออบแห้งและ Grilled หรือย่างนั่นเอง (15/20)
Les tartares de Saint-Jacques à la façon d’ailleurs
Scallop tartars in the “elsewhere” way
จานนี้เชฟตั้งใจนำเสนอหอยเชลล์ยักษ์จาก Brittanyโดยอาศัยเทคนิคการปรุงอาหารจากหลากหลายประเทศทั่วโลก (14/20)
Les tartares de Saint-Jacques à la façon d’ailleurs
Scallop tartars in the “elsewhere” way
เริ่มต้นจากปอเปี๊ยะสดเวียดนามแป้งนุ่ม ๆ ด้านในสอดไส้หอยเชลล์ดิบหวาน ๆ ด้านบนท็อปด้วย Caviar ฝรั่งเศสเติมแต่งรสเค็มได้พอเหมาะ ข้างกันเป็นหอยเชลล์ดิบสไตล์ Sashimi (14/20)
Les tartares de Saint-Jacques à la façon d’ailleurs
Scallop tartars in the “elsewhere” way
ยังมี Ceviche หรือหอยเชลล์ที่ยำมาในสไตล์ Mexican โดยใช้เลมอน น้ำมันมะกอก หอมแดง กระเทียม และพริกไทย (14/20)
Rouget farci à la queue de lotte
Red mullet stuffed with monkfish tail
ปลา Red Mullet สอดไส้ตรงกลางด้วยส่วนหางของปลา Monkfish โดยปลาทั้งสองชนิดจะให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ข้างกันคือองค์ประกอบของมันฝรั่งและพาสต้า Garganelli ก่อนจะเทราดซอส Bouillabaise Reduction ลงไปรอบ ๆ จาน (15/20)
Saint-Pierre en papillotte Thaï de feuille de bananier
St. Pierre in Thai banana leaf papillote
Saint-Pierre หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของปลา John Dory ย่างมาในใบตองนำเข้าจากประเทศไทยหรือที่ชาวฝรั่งเศสเรียกว่า En Papilotte เสริมด้วยกลิ่นหอมของใบมะกรูด จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่เตรียมาจากมะพร้าวให้ความหอม มัน ครีมมี่ลงไป ข้างกันคือถั่ว Lentils จับคู่กับ Pickled Endive ให้รสเปรี้ยวที่พอเหมาะ (15/20)
Bœuf Wagyu façon sukiyaki
Wagyu beef sukiyaki style
เนื้อวัววากิวจากประเทศญี่ปุ่นย่างแล้วเสิร์ฟมากับซอสสุกี้ยากี้เข้มข้นเตรียมมาจากสาเกและ Soya Sauce เชฟจับคู่กับความนุ่มหนึบของพาสต้า Spätzle ยังมีองค์ประกอบของเห็ดหอม, เห็ดเข็มทอง และเห็ดมัตซึทาเกะซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยม สุดท้ายคือองค์ประกอบของไข่กงฟีที่พร้อมจะแตกเยิ้มออกมานั่นเอง (14/20)
Canard de barbarie, magret au barbecue, cuisses farcies
Barbary duck, duck breast on the barbecue, stuffed legs
เนื้อเป็ด Barbarie ย่างแล้วเสิร์ฟมาทั้งส่วนอกและน่องจับคู่กับ Earthy Aroma ของ Pickled Beetroot, White Beetroot และ Red Beetroot (14/20)
Bread
พนักงานจะเสิร์ฟขนมปังสูตรโบราณเนื้อนุ่ม ๆ แน่น ๆ ระหว่างมื้อ
Soufflé poire chocolat noir grand cru 66%
Pear and dark chocolate soufflé 66%
สำหรับของหวานจานแรกคือ Soufflé ที่ผสมผสานกันระหว่างรสชาติของช็อกโกแลต Grand Cru 66 % และลูกแพร์ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสเหล้าเข้มข้น 40 % ลงไป ข้างกันคือลูกแพร์สด ๆ ท็อปด้านบนด้วย Chocolate Foam เข้มข้น (14/20)
Dans l’idée d’une Linzer
In the idea of a Linzer
Linzer Tart เป็นของหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Linz ประเทศออสเตรีย เชฟนำเสนอมาในรูปแบบใหม่โดยมีองค์ประกอบด้านล่างเป็น Crust ด้านบนท็อปด้วยสับปะรดย่างเปรี้ยวหวานและคาราเมลครีมเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีคาราเมลซอสเติมแต่งมารอบ ๆ อีกด้วย (15/20)
Petits fours
ปิดท้ายด้วยขนม Almond Financier ท็อปด้านบนด้วย Lemon Curd อีกชิ้นหนึ่งคือ Tartelette จิ๋ว ตรงกลางคือ Praline และถั่ว Hazelnuts
รายการไวน์ในวันนี้
รายการไวน์ในวันนี้
รายการไวน์ในวันนี้
ราคา 596 €
[INTRO] ในช่วงวันแรก ๆ ของทริปเดินทางไปยังแถบ Alsace เราได้แวะไปยังหนึ่งในห้องอาหารระดับตำนานที่ส่งต่อกิจการมาแบบรุ่นต่อรุ่น ปัจจุบันเจ้าของร้านรุ่นที่ 7 คือคุณ Mariella Kieny ยังคงบคุมทุกอย่างด้วยตัวเองและพัฒนาตัวร้านอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นที่นิยมของนักชิมท้องถิ่นจำนวนมาก
[THE PLACE] Maison Kieny เป็นห้องอาหารเก่าแก่ประจำเมือง Riedisheim ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันกับเมืองท่องเที่ยวอย่าง Mulhouse
คุณ Marc Kieny ได้เข้าซื้อต่อที่ดินและอาคารทั้งหมดในปี 1850 เพื่อปรับปรุงเป็นร้านคาเฟ่ชื่อว่า Café du vieux Château โดยอ้างอิงชื่อมาจากขุนนางเยอรมันคือ Counts of Thierstein และ Lords of Besenwal ทั้งนี้ตัวอาคารยังรับหน้าที่เป็นที่ทำการไปรษณีย์มาตั้งแต่ปี 1881 เป็นเหตุให้คาเฟ่ได้รับการเปลี่ยนชื่ออีกหลายครั้งเป็น Zum Alten Schloss ต่อด้วย Zur Post และ Restaurant de la Poste ในที่สุด
หลังจากนั้นกิจการก็ถูกสืบทอดมาในตระกูล Kieny แบบรุ่นต่อรุ่นจนสามารถคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 1990 และรักษาเอาไว้ได้จนถึงปี 2022 ปัจจุบันกิจการทั้งหมดได้รับการดูแลจากผู้สืบทอดรุ่นที่ 7 คือคุณ Mariella Kieny นั่นเอง
[THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Emmanual Weller เกิดและเติบโตในเมือง Mulhouse ก่อนจะเดินทางหาประสบการณืไปยังทวีปเอเชียตั้งแต่ประเทศลาวไปจนถึงประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะเวลานานกว่า 12 ปี ทั้ยังเคยร่วมงานกับเชฟ Alain Ducasse ที่ห้องอาหาร Benoit Kyoto ในญานะ Sous Chef อีกด้วย จากเหตุนี้เองทำให้อาหารที่นี่นำเสนอออกมาในสไตล์โมเดิร์นโดยมีกลิ่นอายของความเป็นเอเชียอยู่อย่างชัดเจน
ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มากันเป็นกลุ่มอีกด้วย
เมื่อเดินผ่านประตูร้านเข้ามาลูกค้าจะพบกับห้องรับรองก่อนที่พนักงานจะพาเราเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องรับประทานอาหารหลักที่ตกแต่งแบบโมเดิร์นและร่วมสมัย
ภาพบนฝาผนังแสดงถึงอดีตของห้องอาหารแห่งนี้
ภาพบนฝาผนังแสดงถึงอดีตของห้องอาหารแห่งนี้
ภาพบนฝาผนังแสดงถึงอดีตของห้องอาหารแห่งนี้
ภาพบนฝาผนังแสดงถึงอดีตของห้องอาหารแห่งนี้
ลูกค้าสามารถเลือกชิมรายการแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบหรือจะเป็น Degustation Menu (129 €) นำเสนอมาจำนวน 6 คอร์ส ส่วนตัวเรานั้นเลือกชิม Pleasure Menu (3 Course – 75 €, 4 Course 95 €) โดยแต่ละคอร์สสามารถเลือกแตกต่างกันได้ตามใจชอบ
รายการไวน์ราคาค่อนข้างคุ้มค่าโดยมีบาง Labels ราคาต่ำกว่าในร้านขายไวน์ทั่วไปเสียอีก
[WHY GO] อาหารที่ Maison Kieny เตรียมาออกมาได้ตามมาตรฐานห้องอาหารชั้นดีในแถบต่างจังหวัดอันห่างไกล ด้วยการใส่กลิ่นอายของอาหารเอเชียลงไปทำให้ทุกจานมีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ราคาอาหารอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่ราคาไวน์นั้นจัดว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมาก