หน้าแรก » 🇹🇭 Beluga – เบลูก้า
Visit: May 12, 2021
🇹🇭 Beluga - เบลูก้า
726 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 9 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
Tel: 065-285-2697
Cuisine
🍴 Italian - อาหารอิตาเลียน
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
Price
รีวิววันนี้เราขอนำเสนอห้องอาหารอิตาเลียนน้องใหม่นามว่า Beluga ตัวร้านตั้งอยู่ในย่านสาทรมองจากด้านหน้าเป็นอาคาร 2 ชั้น ลูกค้าสามารถจอดรถแล้วด้านล่างแล้วค่อยเดินขึ้นมายังห้องอาหารหลักชั้นสอง ภายในตกแต่งง่าย ๆ แบบ Causal ทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่เป็นทางการมากจนเกินไป อาหารที่นี่ควบคุมโดย Executive Chef ชาวอิตาเลียนคุณ Matteo ผู้ใช้ชีวิตและเติบโตขึ้นมาในเมือง Rossiglione แห่งเขตการปกครอง Genoa ทั้งยังเคยผ่านงานในห้องอาหารของโรงแรมชั้นนำมาแล้วหลายแห่งทั่วโลกเช่น Grand Hotel Garden Lido และ Hotel Acqua Novella ในประเทศอิตาลี Radisson Blu Palace Tunisia ในประเทศตูนีเซีย ลูกค้าสามารถเลือกทานเป็นเซ็ตเมนูซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีเมนู À La Carte ให้เลือกกันตามใจชอบ สุดท้ายสำหรับใครที่ไม่อยากออกไปไหนสามารถสั่งอาหาร Delivery โดยมีส่วนลดสูงถึง 30% จากราคาปกติอีกด้วย จัดว่าคุ้มค่ามาก ๆ โดยมีจานที่เราขอแนะนำให้สั่งมาลิ้มลองกันก็คือ
“ตอเตลลี่” เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวที่เชฟตั้งใจทำออกมาให้มีรูปร่างแต่ละชิ้นไม่เหมือนกันเพื่อให้ทุกคำที่ทานมีความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ด้านในสอดไส้กุ้งผสมกับถั่วลันเตาทำให้มีรสหวานธรรมชาติจากกุ้งและถั่ว ทั้งยังมีกลิ่นหอมของวาซาบิและกะทิเบา ๆ ตรงกลางคือซอสทำมาจากหัวและเปลือกกุ้งช่วยตัดความหวานไม่ให้เด่นจนเกินไป จานนี้สุดยอดมาก ๆ ใครไม่ได้ทานถือว่ามาไม่ถึงร้านเลย
Risotto alla Zucca หรือ “รีซอตโต้ฟักทอง” เชฟใช้ข้าวคานาโรลลี่หุงจนสุกพอดี มีความกรึบที่เมล็ดข้าวนิด ๆ ซอสฟักทองมีคสหวานกำลังดีไม่เด่นจนเกินไป สีขาวคือมูสทำจากชีสเพิ่มความหอมมัน ตรงกลางคือหน่อไม้ฝรั่งขาวนำเข้าจากอิตาลีซึ่งตอนนี้กำลัง In Season มีเนื้อสัมผัสที่เยี่ยมยอด ด้านบนโรยด้วยทรัฟเฟิลสไลด์บาง ๆ เชฟพิถีพิถันขนาดหาทรัฟเฟิลฤดูหนาวมาใช้แทนทรัฟเฟิลฤดูร้อนแม้จะเป็นปลายฤดูแล้วก็ตาม เราขอการันตีว่าทรัฟเฟิลฟักทองที่นี่ทำออกมาอร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมาในกรุงเทพ
Price :
700-1,200 THB/p
Parking :
จอดที่ร้าน
Operating Time :
17.00-23.00 ปิดวันจันทร์
Dress Code :
Casual
Score
👍 สุดยอดร้านอาหารอิตาเลียนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
อาหาร :
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Parma Ham “Galloni” 20-Month – Wild Rocket – Dry Figs – Campari Caviar
Filled Prawns – Crustacean Jus – Thyme
Pumpkin – Black Truffle – White Asparagus – Hazelnut Carpaccio
Ginger Carrot – Mashed Beetroot – Black Ink Purée
White Chocolate Mousse – Dark Rum – Italian Coffee
Beluga – เบลูก้า
Italian – อาหารอิตาเลียน
รีวิววันนี้เราขอนำเสนอห้องอาหารอิตาเลียนน้องใหม่นามว่า Beluga ตัวร้านตั้งอยู่ในย่านสาทรมองจากด้านหน้าเป็นอาคาร 2 ชั้น ลูกค้าสามารถจอดรถแล้วด้านล่างแล้วค่อยเดินขึ้นมายังห้องอาหารหลักชั้นสอง
ลูกค้าสามารถเลือกทานเป็นเซ็ตเมนูซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีเมนู À La Carte ให้เลือกกันตามใจชอบ สุดท้ายสำหรับใครที่ไม่อยากออกไปไหนสามารถสั่งอาหาร Delivery โดยมีส่วนลดสูงถึง 30% จากราคาปกติอีกด้วย
AMUSE BOUCHE
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย “อมูสบูช” เชฟใช้แป้งพาสต้าทรงเกี๊ยวกรอบ ห่อหุ้มไส้ด้านในเป็นทำมาจากไก่และผักโขม น้ำซอสด้านอนอกทำมาจากมันฝรั่งและเห็ด
BREAD
Focaccia – Walnut Bread – Rosemary Bread
สำหรับ “ขนมปัง” ทางร้านอบกันสดใหม่แบบ In House ทุก ๆ วันโดยจะมีให้เลือก 3 อย่างคือโฟกาชช่า ขนมปังวอลนัท และขนมปังโรสแมรี่ ทานกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและน้ำส้มสายชูบัลซามิค
BREAD
Focaccia – Walnut Bread – Rosemary Bread
ขนมปังสามารถขอเพิ่มได้เรื่อย ๆ
BUFFALO BURRATA (480++)
Parma Ham “Galloni” 20-Month – Wild Rocket – Dry Figs – Campari Caviar
อาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกเริ่มต้นด้วย “บูราต้า” หรือชีสนมควายนำเข้าจากประเทศอิตาลี เนื้อสัมผัสนุ่ม ละมุน ครีมมี่ ทานคู่กับ Culatello ซึ่งเป็นโคลคัทส์ชั้นดีให้รสชาติออกเค็มเบาๆเสริมกันกับความมันของบูราต้า ข้างกันคือมะเดื่อฝรั่งและแอปริคอตให้รสชาติออกหวาน ยังมีผักรอคเก็ต ถั่ววอลนัท คลุกเคล้ากับมูสทรัฟเฟิลจนหอม ด้านบนเป็นคาเวียร์สองสีทำมาจากบัลซามิคและกัมปารี่ ทานทุกอวค์ประกอบพร้อมกันเข้ากันดีสุด ๆ
LEMON TORTELLI (990++)
Filled Prawns – Crustacean Jus – Thyme
“ตอเตลลี่” เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวที่เชฟตั้งใจทำออกมาให้มีรูปร่างแต่ละชิ้นไม่เหมือนกันเพื่อให้ทุกคำที่ทานมีความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ด้านในสอดไส้กุ้งผสมกับถั่วลันเตาทำให้มีรสหวานธรรมชาติจากกุ้งและถั่ว ทั้งยังมีกลิ่นหอมของวาซาบิและกะทิเบา ๆ ตรงกลางคือซอสทำมาจากหัวและเปลือกกุ้งช่วยตัดความหวานไม่ให้เด่นจนเกินไป จานนี้สุดยอดมาก ๆ ใครไม่ได้ทานถือว่ามาไม่ถึงร้านเลย
RISOTTO CARNAROLI (550++)
Pumpkin – Black Truffle – White Asparagus – Hazelnut Carpaccio
มาถึงจานรีซอตโต้พนักงานจะนำทรัฟเฟิลมาขูดฝนเป็นแผ่นบาง ๆ ลงไปด้านบน
RISOTTO CARNAROLI (550++)
Pumpkin – Black Truffle – White Asparagus – Hazelnut Carpaccio
Risotto alla Zucca หรือ “รีซอตโต้ฟักทอง” เชฟใช้ข้าวคานาโรลลี่หุงจนสุกพอดี มีความกรึบที่เมล็ดข้าวนิด ๆ ซอสฟักทองมีคสหวานกำลังดีไม่เด่นจนเกินไป สีขาวคือมูสทำจากชีสเพิ่มความหอมมัน ตรงกลางคือหน่อไม้ฝรั่งขาวนำเข้าจากอิตาลีซึ่งตอนนี้กำลัง In Season มีเนื้อสัมผัสที่เยี่ยมยอด ด้านบนโรยด้วยทรัฟเฟิลสไลด์บาง ๆ เชฟพิถีพิถันขนาดหาทรัฟเฟิลฤดูหนาวมาใช้แทนทรัฟเฟิลฤดูร้อนแม้จะเป็นปลายฤดูแล้วก็ตาม เราขอการันตีว่าทรัฟเฟิลฟักทองที่นี่ทำออกมาอร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมาในกรุงเทพ
PAN SEARED TURBOT (790++)
Ginger Carrot – Mashed Beetroot – Black Ink Purée
สำหรับเมนคอร์สเป็น “ปลาเทอร์บอท” นำเข้าจากฝรั่งเศส เชฟนำไปแพนเซียจนสุก เสิร์ฟมากับเครื่องเคียง 3 อย่างเริ่มจากฝั่งขวามือคือแมชโพเทโท่ที่มีกลิ่นหอมของทรัฟเฟิลเด่นชัด ตรงกลางคือพูเรฟักทองและโรสแมรี่ สุดท้ายคือแครอทและขิงฝั่งซ้ายมือ เพื่อน ๆ สามารถทานคู่กับพูเรบีทรูทสีแดงและพูเรร็อกเกตเพสโต้ด้านบน
LA CUPOLA (250++)
White Chocolate Mousse – Dark Rum – Italian Coffee
สำหรับขนมหวานอย่างแรกเป็น “ลา คูโปล่า” เชฟนำเสนอออกมาเป็นมูสไวท์ช็อกโกแลตผสมกับกาแฟและรัมทำออกมาเป็นรูปโดมตามชื่อ ข้างกันคือโฮมเมดคาราเมลรสชาติเข้ากันกับช็อกโกแลตและกาแฟได้เป็นอย่างดี
SACRIPANTINA (250++)
Genoise Cake Soaked Grand Marnier – Chocolate Cream – Orange Sauce
“ซาคริปันติน่า” เป็นเค้กพื้นบ้านจากเมือง Genoa บ้านเกิดของเชฟ สูตรต้นตำรับถูกคิดค้นโดย Giovanni Preti ในปี 1851 และตั้งชื่อตาม Sacripante ตัวละครในบทกลอนของ Ludovico Ariosto นักกวีชื่อดังช่วงยุค Renaissance เนื้อเค้กนุ่ม ละมุน มีกลิ่นหอมจากการแช่ในกร็องมานิเย่ร์ ด้านบนทอปด้วยครีมช็อกโกแลต ทานกับซอสส้มรสเปรี้ยวหวาน
ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษ ด้านในเป็นเลมอนไอศกรีมผสมกับแอลกอฮอล์หลายชนิดช่วบล้างปากได้เป็นอย่างดี
บนโต๊ะอาหาร
อาหารที่นี่ควบคุมโดย Executive Chef ชาวอิตาเลียนคุณ Matteo ผู้ใช้ชีวิตและเติบโตขึ้นมาในเมือง Rossiglione แห่งเขตการปกครอง Genoa ทั้งยังเคยผ่านงานในห้องอาหารของโรงแรมชั้นนำมาแล้วหลายแห่งทั่วโลกเช่น Grand Hotel Garden Lido และ Hotel Acqua Novella ในประเทศอิตาลี Radisson Blu Palace Tunisia ในประเทศตูนีเซีย
ภายในตกแต่งง่าย ๆ แบบ Causal ทำให้บรรยากาศโดยรวมไม่เป็นทางการมากจนเกินไป
รสชาติอาหารทุกจานถือว่าทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐานร้านอาหารอิตาเลียนทั่วไปในกรุงเทพ เชฟ Matteo ได้ใช้วัตถุดิบนำเข้าเสริมกันกับวัตถุดิบท้องถิ่นจนออกมาเป็นอาหารที่มีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร แต่ก็ไม่ละทิ้งรสชาติและตัวตนของอาหารอิตาลี
ในช่วงนี้ทางร้านยังนำเสนออาหารแบบ Take Away โดยมีโปรโมชั่นลดราคาจากหน้าสมุดเมนูสูงถึง 30% เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับลูกค้าทั่วไปอีกด้วย
ป้ายร้าน