หน้าแรก » 🇹🇭 Coastiera – โคสเตียร่า
Visit: April 1, 2023
🇹🇭 Coastiera - โคสเตียร่า
👨🏻🍳 Chef Andrea Ortu - เชฟอันเดรีย ออร์ตู
Level B, Wireless Building, 140 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
Tel: 02-253-2110
Cuisine
🍴 Italian- อาหารอิตาลี
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
Price
[INTRO] กรุงเทพในปัจจุบันอาจเต็มไปด้วยห้องอาหารอิตาลีมากมายแทบทุกหัวมุมถนนแต่เรากล้าพูดเลยว่ามีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถนำเสนออาหารที่นำเสนอออกมาโดยอาศัยเทคนิคยุคใหม่โดยไม่ละทิ้งรากเหง้าและรสชาติในรูปแบบดั้งเดิม หนึ่งในนั้นคือ Coastiera ที่สามารถนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติของ Amalfi Coast และภูมิภาค Campania ออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจจนกลายมาเป็นร้านที่เราอยากหยิบมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปชิมกัน
[THE PLACE] Coastiera ตั้งอยู่บริเวณชั้น B ของอาคาร Wireless Building โดยลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดแล้วเดินออกมายังตึกด้านหน้าเพื่อลงบันไดวนมายังชั้นใต้ดิน ภายในตกแต่งโดยอาศัยคอนเซปของ Amalfi Coast สังเกตได้จากวัสดุอย่างกระเบื้องและเครื่องเคลือบที่ลงทุนนำเข้ามาจากประเทศอิตาลีโดนตรง พื้นที่ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์บาร์ที่มีฉากหลังเป็นภาพวาดบนแคนวาสโดดเด่นสะดุดตา เวทีขนาดใหญ่กลายมาเป็นจุดดึงดูดของลูกค้าทุกคนโดยทางร้านได้ว่าจ้างนักร้องหญิงชาว New York มาขับร้องเพลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป ทางร้านเปิดไฟสลัว ๆ เคล้าไปกับดนตรีสุดไพเราะทำให้บรรยากาศออกมามีความความโรแมนติคเหมาะกับการพาคนรู้ใจมาดินเนอร์ได้ในทุกโอกาส
[THE CHEF & THE FOOD] คุณ Andrea Ortu รับหน้าที่เป็น Executive Chef ประจำร้านโดยตัวเขาเกิดและเติบโตขึ้นมาในภูมิภาค Sardinia ประเทศอิตาลี หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากระดับหนึ่งเขาตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับห้องอาหารชื่อดังอย่าง La Battega di Luca อยู่นานถึง 6 ปีก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Coastiera แห่งนี้นั่นเอง รายการเมนูที่นี่เตรียมออกมาในรูปแบบ À La Carte โดยอ้างอิงจากอาหารอิตาลีสไตล์ Campanian หรือเจาะจงมากยิ่งขึ้นคือแถบ Amalfi Coast สังเกตได้จากวัตถุดิบส่วนมากที่เน้นไปทางอาหารทะเล มะเขื อเทศ และเลมอนเป็นหลักแต่จะเพิ่มเติมเทคนิคสมัยใหม่เข้าไปเพื่อเรียกความตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ทางร้านยังคัดสรรรายการเครื่องดื่มชั้นดีนำเข้ามาจากหลากหลายพื้นที่ของประเทศอิตาลีและฝรั่งเศสอีกด้วย สำหรับจานที่เราแนะนำให้สั่งมาลองชิมกันคือ
เริ่มต้นจานแรกด้วยปลา Hamachi ที่ผ่านการหมักในน้ำบีทรูท เกลือ ผิวมะนาว และผิวส้มนานถึง 2 วันจนได้สีแดงสด จากนั้นนำมาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ หรือที่เรียกว่า Carpaccio ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบตัดกันกับองค์ประกอบของแผ่นบีทรูทเปรี้ยวหวานบางกรอบด้านบน นอกจากนี้ยังมีบีทรูทชิ้นสี่เหลี่ยมที่ผ่านการนำไป Slow-cooked จนสุก ข้างกันคือควินัวกรอบ ๆ ช่วยเพิ่มความสนุกขณะเคี้ยวได้นั่นเอง
เมนูที่น่าจดจำที่สุดในค่ำคืนนี้ขอยกให้กับ Spaghetti Coastiera โดยเชฟ Andrea Ortu จะเป็นคนออกมาเตรียมอาหารให้ชมกันสด ๆ ที่ข้างโต๊ะกันเลยทีเดียว เชฟเริ่มต้นด้วยการวางกุ้งแดงจากแหล่งจับที่ดีที่สุดในโลกอย่าง Mazara del Vallo ลงไปกระทะคลุกเคล้ากับซอสที่เตรียมขึ้นมาจากมะเขือเทศ Cherry และ Piennolo รวมไปถึงใบเบซิล จากนั้นจึงเทราดแอลกอฮอล์ลงไปเพื่อ Flambé จนไฟลุกท่วมดูน่าตื่นตาตื่นใจ หลังจากเคี่ยวจนน้ำซอสงวดลงเชฟจะเติมไข่ปลาลงไปตามด้วยพาสต้าเส้นสปาเก็ตตี้ที่ปรุงมาจนเกือบสุกรวมไปถึงน้ำต้มพาสต้าก่อนจะคลุกให้เข้ากัน เชฟเริ่มต้นจัดวางพาสต้าลงจานแล้วเทราดซอส Mozzarella นมควายลงไปช่วยเพิ่มความครีมมี่ได้อย่างลงตัว จานนี้เราสามารถสัมผัสได้ถึงความเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศ ความครีมมี่ของไข่ปลา ความหอมและขมอย่างมีมิติของหัวกุ้งแดงผสานเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร้ที่ติ
เราขอแนะนำให้ลองสั่งหนึ่งในจาน Ravioli ที่ดีที่สุดในกรุงเทพ พาสต้าทรงเกี๊ยวที่ทางร้านทำเอง ภายในบรรจุซอส Ragù เห็ดอุ่น ๆ เสริมด้วยความเค็มที่พอเหมาะด้วย Parmigiano และความหอมของทรัฟเฟิลที่พร้อมจะแตกระเบิดออกในปากขณะเคี้ยว รอบ ๆ คือเห็ดที่สับมาช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสได้ดี นอกจานี้ขณะยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะเชฟยังขูด Summer Black Truffle ลงไปจนทั่วจาน
[WHY GO] ทุกเมนูในวันนี้ได้รับการรังสรรค์มาอย่างดีโดยไม่ทิ้งรากเหง้าดั้งเดิมของอาหารอิตาลี ราคาจัดว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม เราขอยืนยันว่านี่คือหนึ่งในห้องอาหารอิตาลีที่ดีที่สุดในกรุงเทพอย่างไร้ข้อกังขาและเหมาะเป็นอย่างมากกับการนัดเพื่อน ๆ มาสังสรรมื้อค่ำพร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่แสนสนุก ครื้นเครง และเป็นกันเองชนิดที่หาร้านอื่น ๆ เทียบเคียงได้ยากในกรุงเทพ
Price :
700-1,500 THB
Parking :
จอดรถที่อาคาร Witeless Building
Operating Time :
18.00-01.00 ปิดวันจันทร์-อังคาร
Dress Code :
Casual
Score
👍 ห้องอาหารอิตาลีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิภาค Amalfi Coast ทั้งยังรังสรรค์เมนูออกมาได้อย่างสร้างสรรไม่เหมือนใคร
อาหาร :
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Coastiera – โคสเตียร่า
Italian- อาหารอิตาลี
Chef Andrea Ortu – เชฟอันเดรีย ออร์ตู
Hamachi Carpaccio (790++)
Yellow Tale, Beetroots, Orange, Crispy Quinoa
เริ่มต้นจานแรกด้วยปลา Hamachi ที่ผ่านการหมักในน้ำบีทรูท เกลือ ผิวมะนาว และผิวส้มนานถึง 2 วันจนได้สีแดงสด จากนั้นนำมาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ หรือที่เรียกว่า Carpaccio ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบตัดกันกับองค์ประกอบของแผ่นบีทรูทเปรี้ยวหวานบางกรอบด้านบน นอกจากนี้ยังมีบีทรูทชิ้นสี่เหลี่ยมที่ผ่านการนำไป Slow-cooked จนสุก ข้างกันคือควินัวกรอบ ๆ ช่วยเพิ่มความสนุกขณะเคี้ยวได้นั่นเอง
Roasted Octopus (1,090++)
Mediterranean Octopus, Peperonata Sauce, Olives, Carasau Bread Chips
หนวดหมึกยักษ์จากท้องทะเล Mediterranean ที่ผ่านการ Slow-cooked แล้วย่างต่อจนหอมกลิ่นถ่านเสิร์ฟมาคู่กับ Peperonata Sauce หรือซอสที่มีองค์ประกอบของพริกหวาน จากนั้นจึงจัดวางชิ้นมะกอกและขนมปัง Carasau กรอบ ๆ ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากหมู่เกาะ Sardinia ลงไปด้านบน
Spaghetti Coastiera (1,290++)
Red Prawn, Mullet Roe, Buffalo Mozzarella Sauce, Tomato
เมนูที่น่าจดจำที่สุดในค่ำคืนนี้ขอยกให้กับ Spaghetti Coastiera โดยเชฟ Andrea Ortu จะเป็นคนออกมาเตรียมอาหารให้ชมกันสด ๆ ที่ข้างโต๊ะกันเลยทีเดียว
Spaghetti Coastiera (1,290++)
Red Prawn, Mullet Roe, Buffalo Mozzarella Sauce, Tomato
เชฟเริ่มต้นด้วยการวางกุ้งแดงจากแหล่งจับที่ดีที่สุดในโลกอย่าง Mazara del Vallo ลงไปกระทะคลุกเคล้ากับซอสที่เตรียมขึ้นมาจากมะเขือเทศ Cherry และ Piennolo รวมไปถึงใบเบซิล จากนั้นจึงเทราดแอลกอฮอล์ลงไปเพื่อ Flambé จนไฟลุกท่วมดูน่าตื่นตาตื่นใจ
Spaghetti Coastiera (1,290++)
Red Prawn, Mullet Roe, Buffalo Mozzarella Sauce, Tomato
หลังจากเคี่ยวจนน้ำซอสงวดลงเชฟจะเติมไข่ปลาลงไปตามด้วยพาสต้าเส้นสปาเก็ตตี้ที่ปรุงมาจนเกือบสุกรวมไปถึงน้ำต้มพาสต้าก่อนจะคลุกให้เข้ากัน
Spaghetti Coastiera (1,290++)
Red Prawn, Mullet Roe, Buffalo Mozzarella Sauce, Tomato
เชฟเริ่มต้นจัดวางพาสต้าลงจานแล้วเทราดซอส Mozzarella นมควายลงไปช่วยเพิ่มความครีมมี่ได้อย่างลงตัว จานนี้เราสามารถสัมผัสได้ถึงความเปรี้ยวอุมามิของมะเขือเทศ ความครีมมี่ของไข่ปลา ความหอมและขมอย่างมีมิติของหัวกุ้งแดงผสานเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร้ที่ติ
Ravioli Al Tartufo (590++)
Handmade Ravioli, Parmigiano, Truffle, Mushroom Ragù
เราขอแนะนำให้ลองสั่งหนึ่งในจาน Ravioli ที่ดีที่สุดในกรุงเทพ พาสต้าทรงเกี๊ยวที่ทางร้านทำเอง ภายในบรรจุซอส Ragù เห็ดอุ่น ๆ เสริมด้วยความเค็มที่พอเหมาะด้วย Parmigiano และความหอมของทรัฟเฟิลที่พร้อมจะแตกระเบิดออกในปากขณะเคี้ยว รอบ ๆ คือเห็ดที่สับมาช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสได้ดี นอกจานี้ขณะยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะเชฟยังขูด Summer Black Truffle ลงไปจนทั่วจานอีกด้วย
Glacier 51 (1,390++)
Chilean Seabass, Pesto Powder, Saffron Sauce, Potato Millefoglie
Glacier 51 เป็นชื่อของปลาในกลุ่ม Toothfish เชฟนำไป Slow-cooked นาน 25 นาทีจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนคล้ายเนย ด้านบนโรยด้วยผง Pesto ให้ความหอมเฉพาะตัวแล้วปรุงรสด้วยเกลือ Maldon เล็กน้อยด้านล่างคือมันฝรั่งเตรียมมาในรูปแบบของ Millefeuille เพิ่มเนื้อสัมผัสในจานให้ซับซ้อนมากขึ้น ข้าง ๆ กันคือซอสที่ได้สีเหลืองทองมาจาก Saffron หรือหญ้าฝรั่นนั่นเอง
Pork Bombetta (850++)
Pork Roll, Pancetta, Provolone, Truffle Gravy, Baby Spinach
Bombetta Pugliese เป็นเมนูอาหารริมทางยอดนิยมจากภูมิภาค Puglia เขฟเตรียมขึ้นมาจากชิ้นเนื้อหมูพันม้วนมาเป็นทรงคล้ายลูกระเบิด ตรงกลางคือชีส Scamorza ยืด ๆ เยิ้ม ๆ ผสมผสานกันไปกับ Pancetta (หมูสามชั้นหมักสไตล์อิตาลี) ราดด้วยซอส Truffle Gravy เข้มข้น ข้างกันคือผักปวยเล้งผัดมานุ่ม ๆ คลุกเคล้ากับกระเทียมซอยบาง ๆ เข้ากันได้เป็นอย่างดี
Bread
เพื่อน ๆ สามารถขอขนมปังเติมได้เรื่อย ๆ
Welcome Drink
Delizia Al Limone (420++)
Sorrento Lemon Delight Sponge Cake, Lemon Custard
ของหวานจานแรกเป็นเมนูชื่อดังจากนคร Sorrento ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟนำเสนอมาเป็น Sponge Cake นุ่ม ๆ ที่มีรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมของเลมอนชั้นดีสลับชั้นกันกับคัสตาร์ดเลมอนอันแสนละมุนลิ้น
U Babà (390++)
Rum, Orange, Custard Cream, Cherry Coulis
Babà เป็นขนมปังนุ่ม ๆ ที่ฉ่ำไปด้วยรัมชั้นดีสังเกตได้จากความนุ่มและขมที่บาลานซ์ เชฟเติมองค์ประกอบของคัสตาร์ดครีมและครีมช็อกโกแลตลงไปช่วยเชื่อมเนื้อสัมผัสของขนมปังเข้ากับครัมเบิ้ลกรอบได้อย่างลงตัว
Tortino Pistacchio (450++)
White Chocolate Cake, Pistacchio Soft Heart, Chocolate Sauce
ทาร์ตช็อกโกแลตแป้งกรอบด้านในบรรจุครีมถั่วพิสตาชิโอ้ร้อน ๆ ที่พร้อมไหลเยิ้มออกมาเป็นลาวา จากนั้นแต่งเติมด้วยการราดซอสช็อกโกแลตลงไปที่ด้านบน
Sgroppino (350++)
Lemon Sorbet, Limoncello
Sgroppino เป็นค็อกเทลล์/ของหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบนคร Venice
Sgroppino (350++)
Lemon Sorbet, Limoncello
เชฟนำเสนอมาเป็นซอร์เบท์เลมอนเติมแต่งรสชาติด้วย Limoncello ด้านบนท็อปด้วยผิวเลมอนให้ความหนึบนิด ๆ ลงตัวมาก ๆ
Petits Fours
เราขอแนะนำให้ปิดท้ายด้วยขนมหวานคำเล็ก ๆ จับคู่กับกับกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
Cafe Latte
วันนี้เราเลือกสั่งเป็นลาเต้ร้อน
[INTRO] กรุงเทพในปัจจุบันอาจเต็มไปด้วยห้องอาหารอิตาลีมากมายแทบทุกหัวมุมถนนแต่เรากล้าพูดเลยว่ามีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถนำเสนออาหารที่นำเสนอออกมาโดยอาศัยเทคนิคยุคใหม่โดยไม่ละทิ้งรากเหง้าและรสชาติในรูปแบบดั้งเดิม หนึ่งในนั้นคือ Coastiera ที่สามารถนำเสนอวัตถุดิบและรสชาติของ Amalfi Coast และภูมิภาค Campania ออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจจนกลายมาเป็นร้านที่เราอยากหยิบมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ตามไปชิมกัน
[THE CHEF & THE FOOD] คุณ Andrea Ortu รับหน้าที่เป็น Executive Chef ประจำร้านโดยตัวเขาเกิดและเติบโตขึ้นมาในภูมิภาค Sardinia ประเทศอิตาลี หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากระดับหนึ่งเขาตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมงานกับห้องอาหารชื่อดังอย่าง La Battega di Luca อยู่นานถึง 6 ปีก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Coastiera แห่งนี้นั่นเอง
รายการเมนูที่นี่เตรียมออกมาในรูปแบบ À La Carte โดยอ้างอิงจากอาหารอิตาลีสไตล์ Campanian หรือเจาะจงมากยิ่งขึ้นคือแถบ Amalfi Coast สังเกตได้จากวัตถุดิบส่วนมากที่เน้นไปทางอาหารทะเล มะเขื อเทศ และเลมอนเป็นหลักแต่จะเพิ่มเติมเทคนิคสมัยใหม่เข้าไปเพื่อเรียกความตื่นตาตื่นใจ
นอกจากนี้ทางร้านยังคัดสรรรายการเครื่องดื่มชั้นดีนำเข้ามาจากหลากหลายพื้นที่ของประเทศอิตาลีและฝรั่งเศสอีกด้วย
[THE PLACE] Coastiera ตั้งอยู่บริเวณชั้น B ของอาคาร Wireless Building โดยลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดแล้วเดินออกมายังตึกด้านหน้าเพื่อลงบันไดวนมายังชั้นใต้ดิน
ภายในตกแต่งโดยอาศัยคอนเซปของ Amalfi Coast สังเกตได้จากวัสดุอย่างกระเบื้องและเครื่องเคลือบที่ลงทุนนำเข้ามาจากประเทศอิตาลีโดนตรง
ทางร้านเปิดไฟสลัว ๆ เคล้าไปกับดนตรีสุดไพเราะทำให้บรรยากาศออกมามีความความโรแมนติคเหมาะกับการพาคนรู้ใจมาดินเนอร์ได้ในทุกโอกาส
[WHY GO] ทุกเมนูในวันนี้ได้รับการรังสรรค์มาอย่างดีโดยไม่ทิ้งรากเหง้าดั้งเดิมของอาหารอิตาลี ราคาจัดว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
เราขอยืนยันว่านี่คือหนึ่งในห้องอาหารอิตาลีที่ดีที่สุดในกรุงเทพอย่างไร้ข้อกังขาและเหมาะเป็นอย่างมากกับการนัดเพื่อน ๆ มาสังสรรมื้อค่ำพร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่แสนสนุก ครื้นเครง และเป็นกันเองชนิดที่หาร้านอื่น ๆ เทียบเคียงได้ยากในกรุงเทพ
บรรยากาศสลัว ๆ ในห้องอาหาร
มุมส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม
พื้นที่ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์บาร์ที่มีฉากหลังเป็นภาพวาดบนแคนวาสโดดเด่นสะดุดตา
เวทีขนาดใหญ่กลายมาเป็นจุดดึงดูดของลูกค้าทุกคนโดยทางร้านได้ว่าจ้างนักร้องหญิงชาว New York มาขับร้องเพลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป