Visit: November 28, 2020

🇹🇭 Aubergine Garden - โอเบอร์จีน การ์เด้น

1/1 ซอยศาลาแดง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Tel: 02-234-2226

Cuisine

🍴 Classic French - อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

Price

/5
          

🎗 Aubergine Garden เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสชื่อดังที่ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง 1/1 มองจากภายนอกเป็นบ้านสองชั้นสไตล์โคโลเนียลสีขาวอายุเกือบ 100 ปีที่เคยถูกใช้งานเป็นสถานฑูตออสเตรเลีย รัสเซีย และอเมริกา บริเวณโดยรอบมีที่จอดรถกว้างขวางซึ่งหาได้ยากมากสำหรับห้องอาหารในย่านสีลม ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายสังเกตได้จากผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกันกับสีน้ำตาลเข้มของเฟอร์นิเจอร์ไม้ บนผนังมีภาพวาดสีน้ำของประเทศฝรั่งเศสแขวนประดับเอาไว้ ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณหน้าเคาเตอร์บาร์หรือโต๊ะหน้าห้องเก็บไวน์ ส่วนลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มทางร้านก็มีห้อง VIP สำหรับให้บริการที่ชั้นสองอีกด้วย

          

🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟเชฟสุมิตร เจตมาศ แม้จะเป็นคนไทยแต่การันตีด้วยประสบการณ์การทำอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนนานกว่า 40 ปี สังเกตได้จากลิสท์เมนูกว่า 80% เป็นอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคแซมด้วยรายการอาหารอิตาเลียนและเมดิเตอเรเนียนทั้ง Pasta และ Main Course หลายอย่างเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้นก่อนจะปิดท้ายด้วยชีสและของหวาน จานที่เด็ดจนเราขอปักหมุดให้เพื่อนๆลองแวะมาชิมกันก็คือ

✨ Escargot (6pcs) (490++)
Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูคลาสสิคอย่างเอสคาโกท์หรือ “หอยทาก” นำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรง เชฟนำไปอบทั้งเปลือกกับซอสเนย-กระเทียมสุดคลาสสิคอย่าง Café de Paris แม้จะมีคำว่าปารีสอยู่ในชื่อแต่ตัวซอสกลับมีต้นกำเนิดมาจากร้านคาเฟ่ชื่อเดียวกันในรุงเจนีวาช่วงปี 1930 ก่อนที่จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ที่ร้าน Aubergine เชฟปรับสูตรโดยการเพิ่มแองโชวี่ลงไปเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น

✨ Pan Fried Foie Gras (790++)
French foie gras served with caramelized peaches, raspberry and port wine sauce

สำหรับ “ฟัวกราส์” เชฟคัดเลือกตับห่านคุณภาพนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรงนำไปแพนเซียจนผิวด้านนอกเต่งตึงแต่ด้านในหอม มัน ครีมมี่ จับคู่กับซอสราสเบอร์รี่และพอร์ทไวน์รีดัคชั่นสุดคลาสสิค ข้างกันคือบัลซามิครีดัคชั่น ยังมีลูกพีชที่ผ่านความร้อนจนเกิดการคาราเมลไลซ์มาอย่างพอเหมาะพอดีให้ทานสลับกัน

✨ Beef Cheek Bourguignon (790++)
Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato

สำหรับอาหารจานหลักเราขอแนะนำให้สั่ง “บูร์กอญ” หรือสตูว์เนื้อวัวตุ๋นไวน์แดงที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเบอร์กันดี เชฟเริ่มจากการคัดเนื้อส่วนส่วนแก้มวัวมาแต่งขอบ จากนั้นหมักข้ามคืนด้วยไวน์แดง ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะนำไปจี่บนกระทะจนขึ้นสี นำไปตุ๋นต่อในไวน์แดงเดิมแล้วใส่หอมแดง แครอท หอมใหญ่ เบลีฟลงไปอีกอย่างน้อย 6 เพื่อให้เนื้อมีความฉ่ำนุ่มและดูดน้ำซอสเข้าไปแทรกในใยกล้ามเนื้อ จะเห็นได้ว่าเป็นจานที่ใช้เวลาในการเตรียมสูงมาก ตอนทานให้ใช้มีดตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ เติมแมชโพเทโท่สักนิด ปิดด้วยการจิ้มซอสไวน์แดงก่อนนำเข้าปาก เนื้อแก้มนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ น้ำซอสไวน์แดงหอม มีความเข้มข้นกำลังดี บอกเลยว่าอร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำของร้านจริงๆ

🎗 รสชาติอาหารโดยรวมออกมาในแบบที่ควรจะเป็นทุกจาน Aubergine Garden ตอบโจทย์ลูกค้าที่เฟ้นหาสถานที่พบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยสามารถหลบหนีจากความวุ่นวายในย่านสีลมรวมไปถึงเพื่อนๆที่ต้องการลิ้มลองอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคคุณภาพซึ่งหาได้ไม่มากนักในเมืองไทย

Price :

1,000-2,000 THB/p

Parking :

จอดฟรีในร้าน

Operating Time :

11.00-14.30, 18.00-22.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

อาหาร :

ราคา :

/5

เทคนิค :

/5

อัตลักษณ์ :

/5

บรรยากาศ :

/5

บริการ :

0/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          
Deep Fried Frog Legs (490++)

Fried frog legs sautéed with garlic butter, lemon wedge and sun-dried tomato

Escargot (6pcs) (490++)

Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce

Truffle Cappuccino Soup (490++)

Black truffle soup topped with milk foam and truffle essence

Pan Fried Foie Gras (790++)

French foie gras served with caramelized peaches, raspberry and port wine sauce

Beef Cheek Bourguignon (790++)

Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato

Warm Chocolate Fondant (390++)

Chocolate cake lava served with vanilla ice cream and raspberry sauce

Poached Peaches (240++)

With with whipped cream, truffle ice cream and raspberry sauce

🇹🇭 Aubergine Garden – โอเบอร์จีน การ์เด้น

🍴 Classic French – อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค

รีวิววันนี้แอดได้รับเชิญจาก Aubergine Garden ห้องอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ในย่านสีลมให้มาเก็บภาพและนำเสนอเมนูอาหารที่น่าสนใจ

Deep Fried Frog Legs (490++)
Fried frog legs sautéed with garlic butter, lemon wedge and sun-dried tomato

ถัดมาคือเมนู “ขากบทอด” ที่ทางร้านคัดมาเฉพาะไซซ์ใหญ่ยักษ์เท่านั้น นำไปลงทอด แล้วจึงมาผัดกับซอส Café de Paris พร้อมเติมไวน์ขาวลงไปอีกทีหนึ่ง ปกติแล้วขากบเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มักทำออกมาสุกจนเกินไปด้วยขนาดที่เล็กกว่าน่องไก่ แต่ที่ Aubergine Garden กลับทำออกมาได้ดีคือมีความฉ่ำนุ่มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อกบ ซอสเนยกระเทียมหอมเด่นชัด เราแนะนำมากๆให้บีบเลมอนทั่วๆจานก่อนทานเพื่อช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติให้กลมกล่อม

Escargot (6pcs) (490++)
Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเมนูคลาสสิคอย่างเอสคาโกท์หรือ “หอยทาก” นำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรง เชฟนำไปอบทั้งเปลือกกับซอสเนย-กระเทียมสุดคลาสสิคอย่าง Café de Paris แม้จะมีคำว่าปารีสอยู่ในชื่อแต่ตัวซอสกลับมีต้นกำเนิดมาจากร้านคาเฟ่ชื่อเดียวกันในรุงเจนีวาช่วงปี 1930 ก่อนที่จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ที่ร้าน Aubergine เชฟปรับสูตรโดยการเพิ่มแองโชวี่ลงไปเล็กน้อยเพื่อให้กลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น

Escargot (6pcs) (490++)
Baked French escargot in shell with Café de Paris sauce

ให้ใช้ Pince À Escargot ซึ่งเป็นอุปกรณ์พิเศษในการยึดตัวหอยเอาไว้ จากนั้นใช้ Fourchette À Escargot ดึงเนื้อหอยทากออกมาจากเปลือก คลุกกับซอสให้ทั่วๆก่อนทาน เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ มีความ Earthy เบาๆ เสริมกันกับกลิ่นหอมของซอสเนย-กระเทียมหอมๆ คลาสสิค ไม่ซับซ้อน แต่รสชาติออกมาในแบบที่ควรจะเป็น

Truffle Cappuccino Soup (490++)
Black truffle soup topped with milk foam and truffle essence

คั่นกลางด้วยซุปทรัฟเฟิลจากประเทศอิตาลีเสิร์ฟมาในแก้วเพื่อให้ยกดื่มได้ง่าย เนื้อสัมผัสนุ่ม หอม ด้านบนทอปด้วยโฟมนมสุดครีมมี่ เชฟเสิร์ฟมาร้อนๆ ตัดความมันจากรสของเนยและของทอดจานอื่นๆได้อย่างดี

Pan Fried Foie Gras (790++)
French foie gras served with caramelized peaches, raspberry and port wine sauce

สำหรับ “ฟัวกราส์” เชฟคัดเลือกตับห่านคุณภาพนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสโดยตรงนำไปแพนเซียจนผิวด้านนอกเต่งตึงแต่ด้านในหอม มัน ครีมมี่ จับคู่กับซอสราสเบอร์รี่และพอร์ทไวน์รีดัคชั่นสุดคลาสสิค ข้างกันคือบัลซามิครีดัคชั่น ยังมีลูกพีชที่ผ่านความร้อนจนเกิดการคาราเมลไลซ์มาอย่างพอเหมาะพอดีให้ทานสลับกัน

Beef Cheek Bourguignon (790++)
Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato

มาถึงอาหารจานหลักเราขอแนะนำให้สั่ง “บูร์กอญ” หรือสตูว์เนื้อวัวตุ๋นไวน์แดงที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเบอร์กันดี เชฟเริ่มจากการคัดเนื้อส่วนส่วนแก้มวัวมาแต่งขอบ จากนั้นหมักข้ามคืนด้วยไวน์แดง ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะนำไปจี่บนกระทะจนขึ้นสี นำไปตุ๋นต่อในไวน์แดงเดิมแล้วใส่หอมแดง แครอท หอมใหญ่ เบลีฟลงไปอีกอย่างน้อย 6 เพื่อให้เนื้อมีความฉ่ำนุ่มและดูดน้ำซอสเข้าไปแทรกในใยกล้ามเนื้อ จัดว่าเป็นจานที่ใช้เวลาในการเตรียมสูงมากที่สุดจานหนึ่งในร้านเลยก็ว่าได้

Beef Cheek Bourguignon (790++)
Beef cheek stew braised in red wine and brown stock served with mashed potato

อย่าลืมใช้มีดตัดเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ เติมแมชโพเทโท่สักนิด ปิดด้วยการจิ้มซอสไวน์แดงก่อนนำเข้าปาก เนื้อแก้มนุ่ม ละมุนลิ้นมากๆ น้ำซอสไวน์แดงหอม มีความเข้มข้นกำลังดี บอกเลยว่าอร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำของร้านจริงๆ

Bread And Butter (Complimentary)

ระหว่างรออาหารพนักงานจะนำเสิร์ฟเซ็ตขนมปังและเนยโดยลูกค้าสามารถขอเพิ่มได้เรื่อยๆตลอดมื้ออาหาร

Warm Chocolate Fondant (390++)
Chocolate cake lava served with vanilla ice cream and raspberry sauce

สำหรับของหวานขอเริ่มต้นที่เมนูคลาสสิคอย่าง “ช็อกโกแลตฟองดองท์” เสิร์ฟมาอุ่นๆ ใช้ช้อนตัดเบาๆจะมีช็อกโกแลตลาวาไหลเยิ้มออกมาจากภายใน ทานสลับกับไอศกรีมวานิลลาเย็นๆเข้ากันดีเป็นที่สุด

Poached Peaches (240++)
With with whipped cream, truffle ice cream and raspberry sauce

จานนี้เชฟนำ “ลูกพีช” หั่นเป็นชิ้นบางๆ นำไปโพชจนนุ่ม ด้านล่างรองด้วยวิปปิ้งครีม ด้านบนทอปด้วยทรัฟเฟิลไอศกรีมและซอสราสเบอร์รี่ ตักทุกองค์ประกอบทานพร้อมกันจะได้เนื้อสัมผัสความนุ่มของลูกพีช กลิ่นอโรม่าจากไอศกรีมทรัฟเฟิล ความหอมมันของวิปปิ้งครีม โดยมีรสเปรี้ยวเบาๆจากซอสราสเบอร์รี่เพื่อบาลานซ์รสชาติโดยรวมให้ลงตัวพอดี

อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟเชฟสุมิตร เจตมาศ แม้จะเป็นคนไทยแต่การันตีด้วยประสบการณ์การทำอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนนานกว่า 40 ปี สังเกตได้จากลิสท์เมนูกว่า 80% เป็นอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคแซมด้วยรายการอาหารอิตาเลียนและเมดิเตอเรเนียนทั้ง Pasta และ Main Course หลายอย่างเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้นก่อนจะปิดท้ายด้วยชีสและของหวาน

ทางร้านเลือกใช้ชาจาก TWG

รสชาติอาหารโดยรวมออกมาในแบบที่ควรจะเป็นทุกจาน Aubergine Garden ตอบโจทย์ลูกค้าที่เฟ้นหาสถานที่พบปะสังสรรค์กันหลังเลิกงานโดยสามารถหลบหนีจากความวุ่นวายในย่านสีลมรวมไปถึงเพื่อนๆที่ต้องการลิ้มลองอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคคุณภาพซึ่งหาได้ไม่มากนักในเมืองไทย

บนผนังมีภาพวาดสีน้ำของประเทศฝรั่งเศสแขวนประดับเอาไว้

ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายสังเกตได้จากผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกันกับสีน้ำตาลเข้มของเฟอร์นิเจอร์ไม้

ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณหน้าเคาเตอร์บาร์หรือโต๊ะหน้าห้องเก็บไวน์

ส่วนลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มทางร้านก็มีห้อง VIP สำหรับให้บริการที่ชั้นสองอีกด้วย

Aubergine Garden ตั้งอยู่ในซอยศาลาแดง 1/1 มองจากภายนอกเป็นบ้านสองชั้นสไตล์โคโลเนียลสีขาวอายุเกือบ 100 ปีที่เคยถูกใช้งานเป็นสถานฑูตออสเตรเลีย รัสเซีย และอเมริกา บริเวณโดยรอบมีที่จอดรถกว้างขวางซึ่งหาได้ยากมากสำหรับห้องอาหารในย่านสีลม