หน้าแรก » 🇹🇼 Mountain and Sea House – เมาน์เท่น แอนด์ ซี เฮ้าส์
Visit: March 23, 2023
🇹🇼 Mountain and Sea House - เมาน์เท่น แอนด์ ซี เฮ้าส์
👨🏻🍳 Chef Tsai Jui-lang - เชฟไช่ รุ่ยหลาง
94, Section 2, Ren'ai Road, Zhongzheng District, 100 Taipei
Tel: (+886) 2 2351 3345
Cuisine
🍴 Taiwanese - อาหารไต้หวัน
Country
Taiwan
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
15.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารไต้หวันที่หยิบยกเมนูโบราณของมาสเตอร์เชฟระดับตำนานมาปัดฝุ่นและนำเสนอมาในรูปแบบที่น่าสนใจ ทั้งนี้ตัวร้านเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมากจนกลายมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางอาหารที่สำคัญสำหรับนักชิมทุกคนที่แวะมาเยี่ยมเยียนกรุง Taipei
[THE PLACE] Mountain and Sea House (山海樓) ตั้งอยู่ริม Dinhua Street มองจากภายนอกเป็นแมนชั่นเก่าที่อดีตมีเจ้าของเป็นนายแพทย์ชาวญี่ปุ่นก่อนจะใช้ระยะเวลานานกว่า2 ปีเพื่อปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านอาหาร ด้านหน้าก่อด้วยกำแพงหินพร้อมลวดลายสลักสวยงาม ถัดเข้าไปคือพื้นที่รับรองและตรวจสอบการจอง ข้าง ๆ กันเป็นตู้เก็บสัตว์ทะเลต่าง ๆ ทั้งปู, กุ้ง, กั้ง และล็อบสเตอร์เป็น ๆ เรียงรายกันดูตระการตา ภายในตกแต่งโดยอาศัยศิลปะของประเทศญี่ปุ่นช่วง Meiji Taisho ซึ่งได้รับอิทธิพลต่อมาจากแถบยุโรปอีกทอดหนึ่ง ห้องรับประทานอาหารหลักเน้นโทนสีเขียวเข้มตัดกันกับสีขาวให้บรรยากาศที่เข้าถึงง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม นอกจากนี้ใครที่มากันเป็นครอบครัวใหญ่สามารถขอจองห้องส่วนตัวล่วงหน้าได้อีกด้วย
[THE CHEF & THE FOOD] รายการอาหารที่นี่ออกแบบโดยเชฟ Tsai Jui-lang (蔡瑞郎) ผู้มีประสบการณ์ในวงการอาหารมานานกว่า 26 ปีทั้งยังเป็นผู้สืบทอดสูตรอาหารไต้หวันดั้งเดิมจากเชฟระดับตำนาน Huang Te-hsing (黃德興) แห่งห้องอาหาร Penglaige เกินกว่า 10 อย่าง ส่วนงานในห้องครัวเขาได้มอบหมายให้เชฟ Hsiao Sheng-chang เป็นผู้ควบคุมการหยิบเมนูโบราณมาปัดฝุ่นและเสริมเทคนิคการปรุงสมัยใหม่เข้าไปจนได้ออกมาเป็นจานที่เราจะได้ลองชิมกันในวันนี้ รายการเมนูนำเสนอมาในรูปแบบ Banquet Style Cooking หรือที่คนไทยเรียกกันว่าโต๊ะจีนเพื่อสื่อถืออาหารท้องถิ่นในช่วงยุคปี 1920-1930 จึงประกอบไปด้วยรายการ À La Carte จานใหญ่ ๆ สำหรับแบ่งกันได้หลายคนแต่สำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถสั่งจอง Set Menu ได้เช่นกัน ห้ามพลาดวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อของประเทศไต้หวันอย่างหมูป่าดำที่เหล่าบรรพบุรุษขนขึ้นเรือมาเลี้ยงที่เกาะแห่งนี้เมื่อกว่า 300 ปีก่อนโดยเจ้าของเล้าได้ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Taoyuan และ Meishan เพื่อให้ได้ลูกหมูที่มีเนื้อคุณภาพดีที่สุด ในส่วนของอาหารทะเลทางร้านเลือกรับปลาทะเลสด ๆ มาจากตลาด Kanziding ในเมือง Keelung City และสัตว์ทะเลต่าง ๆ ส่งมาทางเครื่องบินจาก Penghu อีกด้วย สำหรับผักที่ใช้นั้นได้มาจาก Nan’ao Natural Farm (南澳豐園農場) ในพื้นที่แถบ Yilan รายล้อมด้วยภูเขาสูงและหันหน้าออกสู่ทะเล สำหรับใครที่มาครั้งแรกเราขอแนะนำจานเด็ดอย่าง
สุดยอดเมนูโต๊ะจีนโบราณที่ก่อกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Taipingting (ปัจจุบันคือ Yanping South Road) ในช่วงปี 1930s เป็นจานที่เชฟเรียงองค์ประกอบอันหลากหลายเป็นชั้น ๆ เริ่มจากตรงกลางคือ Mullet Roe หรือไข่ปลาห่อล้อมด้วยไข่เป็ดแดงเค็ม ชั้นตรงกลางคือเนื้อกุ้งที่คัดเฉพาะกุ้งเป็นมาเตรียมแบบสด ๆ ห่อด้วยสาหร่ายโนริ ชิ้นกระเทียม และผักชี สำหรับชั้นนอกสุดคือ Erfu Tofu Skin ทอดมากรอบ ๆ ไม่อมน้ำมันวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ จำนวน 2 ชั้น เมื่อนำทุกองค์ประกอบมาเรียงด้วยกันจะเกิดความซับซ้อนทางรสชาติและรูปลักษณ์สวยงามจนดูคล้ายดอกกุหลาบนั่นเอง (16/20)
ห้ามพลาดเมนู Signature Dish ระดับตำนานของห้องอาหาร Bao-mei-lou ในเมือง Tainan ระหว่างช่วงปี 1930s ที่เชฟได้นำมาปัดฝุ่นและจัดเสิร์ฟใหม่โดยยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ปลิงทะเลที่ผ่านการตุ๋นในน้ำสต๊อกไก่ใส่ต้นหอมด้วยความร้อนต่ำ ๆ นานกว่า 70 นาที เมื่อกัดเข้าไปจะพบกับเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบไม่เหมือนใคร ด้านในบรรจุ Shrimp Paste ที่ได้ความหวานอุมามิจากกุ้ง เชฟนำมาวางเรียงกันในจานให้แลดูคล้ายป้อมปราการโดยมีน้ำซุปใส ๆ รายล้อมดูคล้ายคูเมือง จานนั้นโรยถั่วลงไปรอบ ๆ ราวกับเป็นกองทัพทหารที่กำลังบุกเข้าโจมตีป้อมปลิงทะเล อย่าลืมโทรสั่งจองล่วงหน้า 2 วันเพราะทางร้านต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานในการเตรียมนั่นเอง (17/20)
มาสเตอร์เชฟ Te-Hsing Huang แห่งห้องอาหาร Peng Lai เป็นผู้ช่ำชองเทคนิคอาหารจีนสไตล์ฝูเจี้ยนคนสุดท้ายก่อนที่เทคนิคเหล่านี้จะสูญหายไปนานกว่า 50 ปี หนึ่งในจานที่โดดเด่นคือหมูหันที่คัดเฉพาะลูกหมูอายุ 21 วันเท่านั้นมาผ่านกระบวนการ Slow-cooked นานกว่า12 ชั่วโมงก่อนจะนำมาย่างจนหนังมีสีเหลืองทองและกรอบไร้ที่ติ ทางร้านจัดเสิร์ฟมาหมูหันรวมกันทั้งสิ้นถึง 3 คอร์สเริ่มจากหนังลูกหมูกรอบ ๆ รับประทานคู่กับต้นหอมฝานบางและพริกซอยแบบไร้น้ำจิ้มเพื่อซึมซับอโรมาจากการย่างและมิติทางเนื้อสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างความกรอบของหนังหมูกับต้นหอม ถัดมาคือซี่โครงลูกหมูนุ่ม ๆ ที่สามารถรัยประทานได้เปล่า ๆ หรือจะจับคู่กับซอสได้ถึง 4 ชนิดคือซอสมัสตาร์ดน้ำผึ้งสไตล์เวสเทิร์น, ซอสเลมอนให้กลิ่นอายของญี่ปุ่น, ซอสหวานสไตล์ไต้หวันที่เตรียมมาจากแป้งหมัก และซอสที่ผสมผสานน้ำส้มสายชูกับกระเทียมเข้าด้วยกัน ความหลากหลายของซอสยังสามารถสื่อถึงการผสมผสานรวมกันของวัฒนธรรมอันหลากหลายในย่านต้าเต้าเฉิง (Dadaocheng) อีกด้วย จากนั้นปิดท้ายด้วยเนื้อลูกหมูที่นำมาผัดกับกะหล่ำดองเสิร์ฟมาในซาลาเปานึ่งนุ่ม ๆ (17/20)
[WHY GO] Mountain and Sea House เหมาะสำหรับนักชิมที่ต้องการสัมผัสเมนูโบราณที่เลือนหายไปกับกาลเวลา อาหารทุกจานมีเรื่องราวทั้งยังผสมผสานเทคนิคยุคเก่าและใหม่เข้ากันได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตามด้วยขนาดจานที่ค่อนข้างใหญ่อาจจำเป็นต้องนัดกลุ่มเพื่อน ๆ หลายคนมารับประทานด้วยกัน รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณ พนักงานบริการในระดับมาตรฐานแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา ด้วยเอกลักษณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ตัวร้านได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในไต้หวันได้อย่างน่าภาคภูมิ
Price :
2,000-3,500 NTD/p
Parking :
จอดรถที่ Times 臨沂街第2停車場
Operating Time :
12.00-14.30, 18.00-22.00
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารไต้หวันที่หยิบยกเมนูโบราณในวันวานมานำเสนอโดยใช้เทคนิคยุคใหม่
อาหาร :
15.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Zucchini Parcel
Sea Cucumber with Peas (2 days in advance)
Suckling Pig (2 days in advance)
Taipingting Rose Prawns
Crispy Pomfret (2 days in advance)
Boston Lobster Congee
Almond Jelly
Kumquats and Mashed Taro
Sweet Glutinous Adzuki Bean Pancakes
Mountain and Sea House – เมาน์เท่น แอนด์ ซี เฮ้าส์
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
MICHELIN Green Star – ดาวมิชลินรักษ์โลก
Taiwanese – อาหารไต้หวัน
Chef Tsai Jui-lang – เชฟไช่ รุ่ยหลาง
櫛瓜封 (980 NTD+)
Zucchini Parcel
สุดยอดเมนูเรียกน้ำย่อยที่ได้จากการนำซูคินี่และแครอทฝานบางมาสานประกอบกันเป็นตาข่ายจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ซับซ้อน ด้านในเป็นองค์ประกอบอันหลากหลายเริ่มจากเห็ด Rain Mushroom จากเมือง Pingtung ทางตอนใต้ผสมผสานกับกังป๋วย และหมูดำสายพันธุ์ท้องถิ่นของไต้หวัน นอกจากนี้ยังมีเห็ดอีกหลายชนิดเช่นเห็ด Matsumoto, เห็ดนางรม และเห็ดนางรมหลวงจับคู่กับน้ำสต๊อกไก่รสชาติอุมามิที่เทราดมาทั่วทั้งจานนั่นเอง (16/20)
萬兵圍城 – 烏參 (2天前預訂) (2,980 NTD+)
Sea Cucumber with Peas (2 days in advance)
ห้ามพลาดเมนู Signature Dish ระดับตำนานของห้องอาหาร Bao-mei-lou ในเมือง Tainan ระหว่างช่วงปี 1930s ที่เชฟได้นำมาปัดฝุ่นและจัดเสิร์ฟใหม่โดยยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ปลิงทะเลที่ผ่านการตุ๋นในน้ำสต๊อกไก่ใส่ต้นหอมด้วยความร้อนต่ำ ๆ นานกว่า 70 นาที เมื่อกัดเข้าไปจะพบกับเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบไม่เหมือนใคร ด้านในบรรจุ Shrimp Paste ที่ได้ความหวานอุมามิจากกุ้ง เชฟนำมาวางเรียงกันในจานให้แลดูคล้ายป้อมปราการโดยมีน้ำซุปใส ๆ รายล้อมดูคล้ายคูเมือง จานนั้นโรยถั่วลงไปรอบ ๆ ราวกับเป็นกองทัพทหารที่กำลังบุกเข้าโจมตีป้อมปลิงทะเล อย่าลืมโทรสั่งจองล่วงหน้า 2 วันเพราะทางร้านต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานในการเตรียมนั่นเอง (17/20)
金銀燒豬 (2天前預訂) (3,880 NTD+/one fourth)
Suckling Pig (2 days in advance)
มาสเตอร์เชฟ Te-Hsing Huang แห่งห้องอาหาร Peng Lai เป็นผู้ช่ำชองเทคนิคอาหารจีนสไตล์ฝูเจี้ยนคนสุดท้ายก่อนที่เทคนิคเหล่านี้จะสูญหายไปนานกว่า 50 ปี หนึ่งในจานที่โดดเด่นคือหมูหันที่คัดเฉพาะลูกหมูอายุ 21 วันเท่านั้นมาผ่านกระบวนการ Slow-cooked นานกว่า12 ชั่วโมงก่อนจะนำมาย่างจนหนังมีสีเหลืองทองและกรอบไร้ที่ติ (17/20)
金銀燒豬 (2天前預訂) (3,880 NTD+/one fourth)
Suckling Pig (2 days in advance)
ทางร้านจัดเสิร์ฟมาหมูหันรวมกันทั้งสิ้นถึง 3 คอร์ส (17/20)
金銀燒豬 (2天前預訂) (3,880 NTD+/one fourth)
Suckling Pig (2 days in advance)
ในภาพคือต้นหอมฝานบางและพริกซอยสำหรับจัดเสิร์ฟคอร์สแรก (17/20)
金銀燒豬 (2天前預訂) (3,880 NTD+/one fourth)
Suckling Pig (2 days in advance)
ทางร้านจัดเสิร์ฟมาหมูหันรวมกันทั้งสิ้นถึง 3 คอร์สเริ่มจากหนังลูกหมูกรอบ ๆ รับประทานคู่กับต้นหอมฝานบางและพริกซอยแบบไร้น้ำจิ้มเพื่อซึมซับอโรมาจากการย่างและมิติทางเนื้อสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างความกรอบของหนังหมูกับต้นหอม (17/20)
金銀燒豬 (2天前預訂) (3,880 NTD+/one fourth)
Suckling Pig (2 days in advance)
ถัดมาคือซี่โครงลูกหมูนุ่ม ๆ ที่สามารถรัยประทานได้เปล่า ๆ หรือจะจับคู่กับซอสได้ถึง 4 ชนิดคือซอสมัสตาร์ดน้ำผึ้งสไตล์เวสเทิร์น, ซอสเลมอนให้กลิ่นอายของญี่ปุ่น, ซอสหวานสไตล์ไต้หวันที่เตรียมมาจากแป้งหมัก และซอสที่ผสมผสานน้ำส้มสายชูกับกระเทียมเข้าด้วยกัน (17/20)
金銀燒豬 (2天前預訂) (3,880 NTD+/one fourth)
Suckling Pig (2 days in advance)
ความหลากหลายของซอสยังสามารถสื่อถึงการผสมผสานรวมกันของวัฒนธรรมอันหลากหลายในย่านต้าเต้าเฉิง (Dadaocheng) อีกด้วย (17/20)
金銀燒豬 (2天前預訂) (3,880 NTD+/one fourth)
Suckling Pig (2 days in advance)
จากนั้นปิดท้ายด้วยเนื้อลูกหมูที่นำมาผัดกับกะหล่ำดองเสิร์ฟมาในซาลาเปานึ่งนุ่ม ๆ (17/20)
太平町玫瑰蝦 (680 NTD+)
Taipingting Rose Prawns
สุดยอดเมนูโต๊ะจีนโบราณที่ก่อกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Taipingting (ปัจจุบันคือ Yanping South Road) ในช่วงปี 1930s เป็นจานที่เชฟเรียงองค์ประกอบอันหลากหลายเป็นชั้น ๆ เริ่มจากตรงกลางคือ Mullet Roe หรือไข่ปลาห่อล้อมด้วยไข่เป็ดแดงเค็ม ชั้นตรงกลางคือเนื้อกุ้งที่คัดเฉพาะกุ้งเป็นมาเตรียมแบบสด ๆ ห่อด้วยสาหร่ายโนริ ชิ้นกระเทียม และผักชี สำหรับชั้นนอกสุดคือ Erfu Tofu Skin ทอดมากรอบ ๆ ไม่อมน้ำมันวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ จำนวน 2 ชั้น เมื่อนำทุกองค์ประกอบมาเรียงด้วยกันจะเกิดความซับซ้อนทางรสชาติและรูปลักษณ์สวยงามจนดูคล้ายดอกกุหลาบนั่นเอง (16/20)
太平町玫瑰蝦 (680 NTD+)
Taipingting Rose Prawns
Taipingting Rose Prawns เสิร์ฟมากับน้ำซอสหวานกลมกล่อม (16/20)
脆皮白鯧 (2天前預訂) (2,680 NTD+/M)
Crispy Pomfret (2 days in advance)
เมนูที่อาศัยเทคนิคโบราณช่วงปี 1930s ซึ่งสืบทอดมาโดยตรงจากมาสเตอร์เชฟ Te-Hsing Huang แห่งห้องอาหาร Peng Lai Ge คือปลาจาละเม็ดที่ผ่านกระบวนการหมักด้วยวัตถุดิบลับก่อนจะนำไปรมควันด้วยไม้วอลนัทตามกระบวนการทำให้อาหารแห้งโดยธรรมชาติ เนื้อปลากรอบนอก นุ่มใน มีรสชาติและอโรมาที่เข้มข้น (15/20)
脆皮白鯧 (2天前預訂) (2,680 NTD+/M)
Crispy Pomfret (2 days in advance)
เชฟเสิร์ฟมาให้รับประทานคู่กับกระเทียมดำก่อนจะล้างรสชาติจากลิ้นด้วยมะเขือเทศแห้งปิดท้ายนั่นเอง (15/20)
波士頓龍蝦粥 (2,280 NTD+)
Boston Lobster Congee
ข้าวต้มทะเลหม้อโตที่เตรียมขึ้นมาจากข้าวขาวออร์แกนิค เชฟเลือกใส่ของดีทั้งกุ้งล็อบสเตอร์บอสตัน หอยเชลล์ยักษ์ หอยนางรม หอยลาย และหมึกจนน้ำซุปเต็มไปด้วยกลิ่นอายของทะเลนำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่า (15/20)
杏仁豆腐 (280 NTD+)
Almond Jelly
เมนูของหวานจานแรกเป็น Signature Dish ที่เชฟ A-Hai ชาว Yilan นำเสิร์ฟบนโต๊ะจีนของเขา เชฟนำถั่วลิสงและถั่วอัลมอนด์มาบดด้วยมือนานถึง 40 นาทีจนละเอียดก่อนจะเปลี่ยนให้กลายมาเป็นเจลาตินนุ่ม ๆ โดยไม่ใส่สารปรุงรสใด ๆ (15/20)
鳳梨金棗芋泥 (280 NTD+)
Kumquats and Mashed Taro
อีกหนึ่งเมนูของหวานจากมาสเตอร์เขฟ A-Hai ผสมผสานเผือกเข้ากับพุทราจีนสายพันธุ์พิเศษจาก Yilan จากนั้นนำไปนึ่งจนเผือกนุ่มพอเหมาะแล้วเคลือบชั้นนอกด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานของสับปะรด (15/20)
紅豆煎 (食追) (280 NTD+)
Sweet Glutinous Adzuki Bean Pancakes
ในวันที่เจิ้งเฉิงกง (Zheng Chenggong) หรือที่ชาวยุโรปรู้จักกันในชื่อของ Koxinga เดินทางมายังแผ่นดินไต้หวันเป็นครั้งแรกมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าช่วงเวลานั้นมีข้าวเหนียวไม่มากพอสำหรับทำบ๊ะจ่างในเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างหรือ Dragon Boat Festival เป็นเหตุให้แพนเค้กหวานที่เตรียมขึ้นมาจากถั่วแดงถูกนำมาใช้แทนที่ ทางร้านได้หยิบยกเรื่องราวของเมนูโบราณนี้นำเสนอมาในรูปแบบร่วมสมัยเสิร์ฟมากับน้ำตาลสายไหมห่อแป้งชูก์ถั่วแดงแลดูคล้ายรังนก (15/20)
เราขอแนะนำให้จับคู่อาหารกับน้ำชาคุณภาพดี
ทางร้านมีบริการไวน์และแชมเปญด้วย
ราคา 20,768 NTD
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารไต้หวันที่หยิบยกเมนูโบราณของมาสเตอร์เชฟระดับตำนานมาปัดฝุ่นและนำเสนอมาในรูปแบบที่น่าสนใจ ทั้งนี้ตัวร้านเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมากจนกลายมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางอาหารที่สำคัญสำหรับนักชิมทุกคนที่แวะมาเยี่ยมเยียนกรุง Taipei
[THE PLACE] Mountain and Sea House (山海樓) ตั้งอยู่ริม Dinhua Street มองจากภายนอกเป็นแมนชั่นเก่าที่อดีตมีเจ้าของเป็นนายแพทย์ชาวญี่ปุ่นก่อนจะใช้ระยะเวลานานกว่า2 ปีเพื่อปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านอาหาร
ห้องรับประทานอาหารหลักเน้นโทนสีเขียวเข้มตัดกันกับสีขาวให้บรรยากาศที่เข้าถึงง่ายจากลูกค้าทุกกลุ่ม นอกจากนี้ใครที่มากันเป็นครอบครัวใหญ่สามารถขอจองห้องส่วนตัวล่วงหน้าได้อีกด้วย
[THE CHEF & THE FOOD] รายการอาหารที่นี่ออกแบบโดยเชฟ Tsai Jui-lang (蔡瑞郎) ผู้มีประสบการณ์ในวงการอาหารมานานกว่า 26 ปีทั้งยังเป็นผู้สืบทอดสูตรอาหารไต้หวันดั้งเดิมจากเชฟระดับตำนาน Huang Te-hsing (黃德興) แห่งห้องอาหาร Penglaige เกินกว่า 10 อย่าง ส่วนงานในห้องครัวเขาได้มอบหมายให้เชฟ Hsiao Sheng-chang เป็นผู้ควบคุมการหยิบเมนูโบราณมาปัดฝุ่นและเสริมเทคนิคการปรุงสมัยใหม่เข้าไปจนได้ออกมาเป็นจานที่เราจะได้ลองชิมกันในวันนี้ รายการเมนูนำเสนอมาในรูปแบบ Banquet Style Cooking หรือที่คนไทยเรียกกันว่าโต๊ะจีนเพื่อสื่อถืออาหารท้องถิ่นในช่วงยุคปี 1920-1930 จึงประกอบไปด้วยรายการ À La Carte จานใหญ่ ๆ สำหรับแบ่งกันได้หลายคนแต่สำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถสั่งจอง Set Menu ได้เช่นกัน
รายการเมนูนำเสนอมาในรูปแบบ Banquet Style Cooking หรือที่คนไทยเรียกกันว่าโต๊ะจีนเพื่อสื่อถืออาหารท้องถิ่นในช่วงยุคปี 1920-1930 จึงประกอบไปด้วยรายการ À La Carte จานใหญ่ ๆ สำหรับแบ่งกันได้หลายคนแต่สำหรับใครที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ก็สามารถสั่งจอง Set Menu ได้เช่นกัน
ห้ามพลาดวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อของประเทศไต้หวันอย่างหมูป่าดำที่เหล่าบรรพบุรุษขนขึ้นเรือมาเลี้ยงที่เกาะแห่งนี้เมื่อกว่า 300 ปีก่อนโดยเจ้าของเล้าได้ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Taoyuan และ Meishan เพื่อให้ได้ลูกหมูที่มีเนื้อคุณภาพดีที่สุด ในส่วนของอาหารทะเลทางร้านเลือกรับปลาทะเลสด ๆ มาจากตลาด Kanziding ในเมือง Keelung City และสัตว์ทะเลต่าง ๆ ส่งมาทางเครื่องบินจาก Penghu อีกด้วย สำหรับผักที่ใช้นั้นได้มาจาก Nan’ao Natural Farm (南澳豐園農場) ในพื้นที่แถบ Yilan รายล้อมด้วยภูเขาสูงและหันหน้าออกสู่ทะเล
ภายในตกแต่งโดยอาศัยศิลปะของประเทศญี่ปุ่นช่วง Meiji Taisho ซึ่งได้รับอิทธิพลต่อมาจากแถบยุโรปอีกทอดหนึ่ง
[WHY GO] Mountain and Sea House เหมาะสำหรับนักชิมที่ต้องการสัมผัสเมนูโบราณที่เลือนหายไปกับกาลเวลา อาหารทุกจานมีเรื่องราวทั้งยังผสมผสานเทคนิคยุคเก่าและใหม่เข้ากันได้อย่างลงตัว อย่างไรก็ตามด้วยขนาดจานที่ค่อนข้างใหญ่อาจจำเป็นต้องนัดกลุ่มเพื่อน ๆ หลายคนมารับประทานด้วยกัน รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณ พนักงานบริการในระดับมาตรฐานแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา ด้วยเอกลักษณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ตัวร้านได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่ดีที่สุดในไต้หวันได้อย่างน่าภาคภูมิ
ถัดเข้าไปคือพื้นที่รับรองและตรวจสอบการจอง ข้าง ๆ กันเป็นตู้เก็บสัตว์ทะเลต่าง ๆ ทั้งปู, กุ้ง, กั้ง และล็อบสเตอร์เป็น ๆ เรียงรายกันดูตระการตา
ป้ายร้าน
ด้านหน้าร้านก่อด้วยกำแพงหินพร้อมลวดลายสลักสวยงาม