หน้าแรก » 🇹🇭 Potong – โพทง
Visit: March 30, 2022
🇹🇭 Potong - โพทง
🧑🏻🍳 Chef Pichaya Utharntharm (Chef Pam) - เชฟพิชญา อุทารธรรม (เชฟแพม)
422 ถนนวาณิช 1, เขตสัมพันธวงศ์, แขวงสัมพันธวงศ์, กรุงเทพมหานคร, 10100
Tel: 082-979-3950
Cuisine
🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์
Country
Thailand
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
14.5/20
Price
[INTRO] รีวิวฉบับนี้เพจเราได้รับเชิญจาก Time Out Bangkok เพื่อไปร่วมงาน The Lamiat Selection by Chang ที่ได้รวบรวมห้องอาหารระดับท็อปรังสรรค์ Tasting Menu สุดพิเศษจับคู่กับเครื่องดื่มมาในราคาสุดคุ้มค่า หนึ่งในนั้นคือ Potong ห้องอาหาร Fine Dining ในย่านเยาวราชที่กำลังเป็นกระแสพูดถึงกันปากต่อปากในหมู่นักชิมชาวกรุง เจ้าของร้านคือเชฟแพมมีดีกรีเป็นถึงหนึ่งในคณะกรรมการรายการ Top Chef Thailand ทั้งยังผ่านงานในห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars จากมหานคร New York มาแล้วอีกด้วย
Price :
4,500 THB/p
Parking :
จอดรถที่วัดชัยภูมิการาม (มีค่าจอดชั่วโมงละ 40 บาท)
Operating Time :
17.00-23.00 ปิดวันอังคาร-พุธ
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ร้านอาหารไทย-จีนที่ผสมผสานเมนูพื้นถิ่นที่เราคุ้นชินกันดีเข้ากับเทคนิคยุคใหม่ออกมาได้อย่างลงตัว
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 “memories of textures and spices” 20+ course chef’s tasting menu (4,500 THB/p)
Potong – โพทง
Creative – อาหารเชิงสร้างสรรค์
Chef Pichaya Utharntharm (Chef Pam) – เชฟพิชญา อุทารธรรม (เชฟแพม)
[THE CHEF] เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม เป็นทายาทของผู้สืบทอดธุรกิจยาบำรุงสตรี “ปอคุนเอี้ยบ๊อ” หลังจากจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเชฟแพมได้เริ่มต้นฝึกงานกับโรงแรม Grand Hyatt Erawan Bangkok และห้องอาหาร Le Beaulieu ณ โรงแรม Plaza Athenee ระหว่างนี้เธอมีโอกาสเดินทางไปเข้าการแข่งขัน Asia Youth Hope Cooking ที่นครเซี่ยงไฮ้และคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ในปี 2011 รวมไปถึงรางวัล The Young Women of The Year 2012 หลังจากนั้นเชฟแพมตัดสินใจบินลัดฟ้าไปยังนคร New York เพื่อศึกษาต่อที่สถาบันการอาหารระดับโลกอย่าง The Culinary Institute of America หรือที่เรารู้จักกันสั้น ๆ ว่า CIA และเข้าทำงานที่ห้องอาหาร Jean-Georges (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ก่อนจะกลับมายังประเทศไทยเพื่อเริ่มต้นเส้นทางของตัวเองในที่สุด
scallion pancake
บริเวณห้องครัวทุกคนจะได้พบกับเชฟแพมที่คอยจัดเตรียม Scallion pancake ขั้นตอนเริ่มต้นด้วยนำแพนเค้กไปผ่านการทอดต่อด้วยย่างอีกทีหนึ่ง ไส้ตรงกลางทำมาจากสมองหมูเสริมด้วยอโรมาของตะไคร้และรสเผ็ดจากพริกให้ความหอม มัน ไร้ซึ่งกลิ่นคาว ยังมีองค์ประกอบของแตงกวาดอง ซอสพริก ถั่วคั่ว และแกงกะหรี่ เสริมรสเปรี้ยว เผ็ด และอโรมาให้สมบูรณ์ในคำเดียวนั่นเอง (15/20)
dear | encapsulated calamansi / yum leaf
เชฟแพมเลือกนำเสนอผลไม้มงคงอย่างส้มออกมาในรูปแบบใหม่โดยการเคลือบผิวด้านนอกด้วยไวท์ช็อกโกแลต ด้านในบรรจุน้ำส้ม น้ำเลมอน และเนื้อส้มให้รสออกเปรี้ยวและกลิ่นที่หอมช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้ดี ข้างกันคือใบไม้ทำมาจากน้ำตาลไอโซมอลต์ปรุงรสด้วยผงพริก ขึ้นฉ่าย และต้นหอม รสชาติจัดจ้านชวนเรานึกถึงหมึกแผ่นทรงเครื่องอยู่เหมือนกัน (15/20)
great | umami broth / white tea / ching chu chai
น้ำซุปใสที่เชฟแพมตั้งใจใส่รสชาติความเป็นไทย-จีนของเยาวราชลงไปให้ครบถ้วนโดยการ Slow cooked ผัก อาหารทะเล และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะหัวปลาและปีกไก่ จากนั้น Infused ลงในชาขาวและคอมบุ เติมน้ำมันสาหร่ายลงไปและน้ำมันจิงจูฉ่ายลงไปจนได้รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เค็มแต่แฝงไปด้วยความอุมามิและอโรมาที่ไม่ซ้ำใคร (14/20)
great | lamb jam / trilogy gels / soy caps
ข้างกันคือคอร์สที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากซาลาเปาหมูแดงแต่นำเสนอออกมาเป็นทาร์ตเล็ตกรอบขนาดพอดีคำ ด้านในบรรจุเนื้อแกะปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและซีอิ๊วดำ มีกลิ่นหอมจาก Trilogy gels คือกระเทียม พริกไทย รากผักชี เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนจนแทบละลายในปาก (15/20)
memories | corn pepper leaf / corn mousse / sunflower truffle vinaigrette
ถัดมาเป็นคอร์สที่นำเสนอวัตถุดิบหลักอย่างข้าวโพดซึ่งเป็นของโปรดในวัยเด็กของตัวเชฟแพมเองออกมาเป็นหลายคอร์สย่อยได้อย่างน่าสนใจ (15/20)
memories | corn pepper leaf / corn mousse / sunflower truffle vinaigrette
เริ่มต้นด้วย Corn leaf กรอบ ๆ มีรสเผ็ดนิด ๆ จากพริกไทยขาว (15/20)
memories | corn pepper leaf / corn mousse / sunflower truffle vinaigrette
ถัดมาคือ Corn mousse koji ประกอบขึ้นมาเป็นหลายเลเยอร์คือชั้นของพริกไทยขาวทำออกมาคล้ายกับพุดดิ้ง ชั้นถัดมาคือมูสข้าวโพดโคจิ แต่งกลิ่นและรสชาติด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลและเมล็ดทานตะวัน ชั้นบนสุดคือ Corn chip บางกรอบ ตักทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันให้ความรู้สึกคล้ายเครมบรูเล่ข้าวโพดเนื้อเนียนละมุน มีกลิ่นหอมฟุ้งขึ้นจมูกน่าสนใจมาก ๆ (15/20)
memories | baby corn
ข้าวโพดอ่อนที่ผ่านการนึ่งแล้วย่างจนสุก ด้านบนราดด้วย Crab miso หอมมัน (15/20)
memories | corn broth / abalone
ชาข้าวโพดที่สกัดมาจากแกนและใบข้าวโพด Infused ด้วยปลาแห้ง เพิ่มความหอมด้วย Coffee oil (15/20)
memories | corn broth / abalone
ชาข้าวโพดรสชาติกลมกล่อมปรับสมดุลลิ้นของเราก่อนเข้าสู่คอร์สถัดไป (15/20)
memories | corn husk ice cream
จบด้วยคอร์สย่อยสุดท้ายคือไอศกรีมทำมาจากแกนและใบข้าวโพด ด้านบนคือองค์ประกอบของน้ำมันคอมบุและเกลือทะเล รสชาติออกเค็มนิด ๆ (15/20)
reincarnated | squid egg / white sesame / black garlic / chinese olives crumble
จานนี้เชฟแพมได้รับแรงบันดาลใจมาจากพ่อค้าขายหมึกบนถนนเยาวราชจึงเลือกใช้ส่วนไข่หมึกนำไป Brine ใน Buttermilk จากนั้นนำมา Pan-fried เล็กน้อยจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบพอเหมาะพอดี รอบ ๆ แต่งรสชาติด้วยซอสพริกโฮมเมด ด้านล่างรองด้วย Chinese olives ทำมาเป็นครัมเบิ้ลกรอบ องค์ประกอบชั้นบนสุดคือซอสหยินหยางโดยส่วนสีดำทำมาจากกระเทียมดำและมะเขือเทศส่วนสีดำขาวได้มาจากงาขาวและโสม รสชาติโดยรวมมีครบทั้งเผ็ด เค็ม หวาน มีกลิ่นหอมที่ซับซ้อนมากจริง ๆ (16/20)
beautiful | blood clam / pomegranate / fermented chili / lily kimchi
คอร์สนี้มีชื่อว่า Beautiful โดยเชฟอาศัยแรงบันดาลใจมาจากร้านอาหารที่จำหน่ายหอยแครงอยู่ในซอยเท็กซัส เริ่มจากการนำหอยแครงวางใส่มาในถ้วยกรอบสีแดง เสริมรสชาติด้วยซอสพริก ทับทิม สลัดหัวหอม กิมจิสูตรพิเศษ และใบ Oxalis สีเขียวดูตัดกันกับถ้วยสีแดงอย่างลงตัว อย่างไรก็ตามกลิ่นเฉพาะตัวของหอยแครงดูจะแสดงออกมาเด่นเกินองค์ประกอบอื่น ๆ อยู่พอสมควรโดยไม่มีตัวเชื่อมรสชาติและกลิ่นที่เหมาะสม (13/20)
sacred | duck neck sausage / burdock / seasonal pickles / rice wrap
อีกหนึ่งคอร์สที่น่าสนใจมากในวันนี้คือส่วนคอเป็ดที่ผ่านกระบวนการ Dry aging ก่อนที่จะนำมาผสมกับ Burdock แล้วปรุงรสทำเป็นไส้กรอก หนังเป็ดด้านนอกกรอบ เนื่อด้านในมีความเฟิร์มเล็กน้อยแต่ไม่กระด้าง ข้างกันคือซอสหอยนางรมที่มีความหวานเบา ๆ จากน้ำผึ้ง (16/20)
sacred | duck neck sausage / burdock / seasonal pickles / rice wrap
ยังมีองค์ประกอบที่เสิร์ฟมาในจานแยกกันทำมาจากพริกเผาและผักดองตามฤดูกาล ด้านบนคือ Red vinega gel (16/20)
sacred | duck neck sausage / burdock / seasonal pickles / rice wrap
องค์ประกอบสุดท้ายคือแผ่นข้าวนุ่ม ๆ สำหรับวิธีรับประทานให้นำไส้กรอกและองค์ประกอบต่าง ๆ ห่อเข้าไปในแผ่นข้าวเช่นเดียวกับเป็ดปักกิ่งนั่นเอง (16/20)
inspiring | fish maw / scallop / chrysanthemum / white pepper / caviar
จานนี้เชฟแพมได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระเพาะปลา เริ่มต้นด้วยการนำกระเพาะปลามา Slow-cooked ในน้ำสต๊อกปลาจนสุกพอดี ตรงกลางเป็นเนื้อหอยเชลล์และมูสเก็กฮวยล้อมรอบด้วยสมุนไพรต่าง ๆ แล้วโรยด้วยผงต้นหอมท็อปลงไปที่ด้านบน (16/20)
inspiring | fish maw / scallop / chrysanthemum / white pepper / caviar
จากนั้นพนักงานจะเตรียมซอสทำมาจากกระเทียมขาวและน้ำมัน 3 ชนิด เติมคาเวียร์จากอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปคลุกเคล้ากับซอสก่อนที่จะเทราดใส่ลงในจาน (15/20)
inspiring | fish maw / scallop / chrysanthemum / white pepper / caviar
กระเพาะปลาให้เนื้อสัมผัสที่เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้นแตกต่างกันไปกับไส้ตรงกลาง ซอสกระเทียมขาวมีอโรมาหอมโดดเด่นเฉพาะตัวเสริมด้วยความเค็มที่พอเหมาะจากคาเวียร์ชั้นดี ถือเป็นเมนูที่ทำออกได้โดดเด่นและเป็นที่น่าจดจำมากจริง ๆ (15/20)
forgotten | yakult pipo
คอร์สนี้เชฟแพมได้นำความทรงนำในวัยเด็กกลับมาทำเป็นเมนูล้างปากโดยการใน Buttermilk และยาคูลท์ทำเป็นไอศกรีมทอปด้านบนด้วยแผ่นเจลลี่ที่ทำเลียนแบบปีโป้รสอร่อยครบทั้ง 3 สีคือส้ม แอปเปิ้ล และพีชนั่นเอง (14/20)
thai-chinese | black chicken / black rice / vinegar foam
พูดถึงอาหารไทย-จีนคงจะขาดวัตถุดิบสำคัญอย่างไก่ดำไปไม่ได้ คอร์สนี้มีรูปแบบการนำเสนออันน่าตื่นตาตื่นใจ ฝั่งซ้ายมือคือข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่ผ่านการหุงในกระเพาะหมูร่วมกับสมุนไพรและเครื่องเทศโดยเฉพาะเปลือกส้มจนสุกได้ที่ (15/20)
thai-chinese | black chicken / black rice / vinegar foam
ถัดมาคือซาลาเปารูปเห็ดเนื้อนุ่มฟูสอดไส้ด้านในด้วยเนื้อไก่ดำ เห็ด และถั่วเสิร์ฟมาคู่กับหัวใจไก่หมักในน้ำตาลทรายและซีอิ๊ว ด้านบนทอปด้วยซอสพริกไทยดำเสิร์ฟมาที่ความสุกพอดีคือมีความกรอบด้านนอกเล็กน้อย ด้านในนุ่มดี ไร้ซึ่งกลิ่นคาว (15/20)
thai-chinese | black chicken / black rice / vinegar foam
จากนั้นพนักงานจะนำข้าวที่หุงเสร็จใหม่ ๆ เสิร์ฟมาในจานคู่กับเนื้อส่วนอกของไก่ดำที่เตรียมออกมาได้ดี (15/20)
thai-chinese | black chicken / black rice / vinegar foam
ยังมีผง Chicken powder สีขาวทำมาจากไขมันไก่และสมุนไพรต่าง ๆ โรยมาทั่ว ๆ อีกด้วย (15/20)
thai-chinese | black chicken / black rice / vinegar foam
สุดท้ายคือขาไก่ดำย่างเตาถ่านโรยด้านบนด้วย Chicken powder เช่นเดียวกับที่โรยบนข้าว ข้างกันคือโฟมทำมาจากน้ำส้มสายชูให้กลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว (15/20)
layers of flavours | pork tongue / sweet sour broth / gingko ravigot / mustard and yalin salad
จานนี้เชฟนำลิ้นหมูไป Slow cooked ในซอสมัสตาร์ดสไตล์เสฉวนนาน 4 ชั่วโมงจนนุ่ม ด้านบนคือองค์ประกอบของแก่นตะวันดองวานิลลา มัสตาร์ด ยังมีองค์ประกอบของสลัดและ Gingko ravigot ช่วยเพิ่มความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (15/20)
layers of flavours | pork tongue / sweet sour broth / gingko ravigot / mustard and yalin salad
จบด้วยการเทราดซอสเปรี้ยวหวานทำมาจากน้ำผึ้งไหม้และน้ำส้มสายชู 3 ชนิดคือ Black, White และ Red Vinegar ลงไปในจาน (15/20)
family & sharing | hay aged duck / potong’s condiments
สำหรับเมนคอร์สเชฟแพมนำเสนอมาในรูปแบบ Family sharing แบบโต๊ะหมุนจีนหรือ Lazy susan ที่เราคุ้นเคยกันดีโดยจะประกอบไปด้วยอาหารคอร์สย่อย ๆ ทั้งหมด 4 อย่าง (15/20)
family & sharing | hay aged duck / potong’s condiments
ไฮไลท์ของมื้อนี้ต้องยกให้กับเนื้อเป็ดที่ผ่านกระบวนการ Dry aging มานาน 7-14 วัน จากนั้นนำไปทาด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรก่อนจะย่างจนผิวมีสีส้มมันวาวดูน่ารับประทานสุด ๆ (15/20)
family & sharing | hay aged duck / potong’s condiments
เชฟแพมเลือกนำเสิร์ฟมาเฉพาะส่วนอกเป็ด เนื้อนุ่มเคี้ยวง่าย หนังบางกรอบ มีกลิ่นหอมจากการย่างไร้ซึ่งกลิ่นสาบ อร่อยในระดับที่พูดได้เต็มปากว่าหารับประทานจากร้านอาหารทั่วไปได้ยาก (15/20)
family & sharing | hay aged duck / potong’s condiments
Mapo tofu เมนูยอดนิยมจากมณฑลเสฉวนที่ใช้วัตถุดิบหลักคือส่วนขาเป็ดที่ผ่านการ Dry aging นาน 7-14 วันสับจนละเอียดปรุงกับเครื่องเทศรองด้านล่างด้วยไข่ตุ๋น ถึงแม้ไข่ตุ๋นด้านล่างจะนุ่มละมุนแต่เมื่อรับประทานทุกองค์ประกอบแล้วพบว่ารสชาติของ Mapo tofu โดยเฉพาะหม่าล่า ถั่วหมัก และน้ำมันพริกถูกเจือจางลงไปพอสมควร (15/20)
family & sharing | hay aged duck / potong’s condiments
ซี่โครงหมูที่ผ่านการ Slow cooked จนนุ่ม เพียงใช้ลิ้นดันเนื้อก็ร่อนออกจากกระดูก เขฟแพมปรุงรสด้วยซอสบาบีคิวแล้วโรยด้วยงาขี้ม่อนช่วยเพิ่มความกรอบขณะเคี้ยว (15/20)
family & sharing | hay aged duck / potong’s condiments
สำหรับจานผักเชฟเสิร์ฟผักบ็อกชอยผัดกับซอสแล้วโรยด้วยงาขาวที่ด้านบนรสชาติอร่อยไม่แพ้จานหลักอื่น ๆ เลยทีเดียว (15/20)
family & sharing | hay aged duck / potong’s condiments
อาหารจานหลักทั้งหมดเสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวหอมมะลิที่ผ่านการหุงกับสาหร่ายคอมบุและหอมแดงจนมีอโรมาที่โดดเด่นเฉพาะตัว (15/20)
family & sharing | hay aged duck / potong’s condiments
เมนคอร์สสามารถจับคู่กับซอสได้สองชนิด (15/20)
my dear | ‘yar-kom yar waan’ / chinese bitter / marian plum
คอร์สถัดมาทำหน้าที่เสมือน Pre-dessert เชฟนำเสนอซอร์เบท์มะยงชิดเย็นชื่นใจ ข้างกันคือยาขมยาหวานรสชาติขมแปร่งแต่กลับสามารถช่วยล้างปากดับคาวอาหารคอร์สก่อนหน้าได้อย่างหมดจด (13/20)
proud | lotus roots / grapes / jasmine tea
สำหรับ Main dessert เชฟแพมให้ชื่อว่า Proud โดยนำเสนอรากบัวออกมาในรูปแบบที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร เมื่อกระเทาะเปลือกไวท์ช็อกโกแลคด้านนอกออกจะพบกับมูสนุ่ม ๆ หอมกลิ่นวานิลลา ด้านในเป็นองุ่นที่ผ่านการ Compressed ในชามะลิและส้ม ข้างกันคือรากบัวกรอบ ด้านล่างคือ Salted short bread และ Dehydrated milk foam เคี้ยวง่าย ละลายในปาก จบด้วยการแต่งแต้มใบบัวด้วยน้ำไซรัปเพื่อเลียนแบบหยดน้ำฝนที่กลิ้งไปกลิ้งมานั่นเอง (15/20)
history | ‘bubble tea’
ขนมชิ้นจิ๋วนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องดื่มยอดนิยมจากไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์อย่างชาไข่มุก ถ้วยด้านนอกทำมาจากเจลลี่มะพร้าว ด้านในเป็นกอมโปตมะม่วงสุกหวานมัน องค์ประกอบของไข่มุกทำมาจากผงบุกและ Brown sugar ทำเป็นคาเวียร์ทรงกลม อย่างไรก็ตามเมื่อเคี้ยวแล้วเราพบว่าองค์ประกอบทุกอย่างให้เนื้อสัมผัสที่ไม่แตกต่างกันมากนักจนกลืนกันไปเสียหมด ด้านบนทอปด้วยกรานิต้าช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี (13/20)
ปิดท้ายด้วยเซ็ตขนมชุดใหญ่ทำหน้าที่คล้าย Petits fours โดยมีคอนเซปคือการหยิบยกร้านอาหารริมทางชื่อดังบนถนนเยาวราชมานำเสนอในรูปแบบใหม่และเราขอให้คะแนนโดยนับรวมกันไปทั้งเซ็ตเลย (15/20)
dream | chestnut / white chocolate chestnut cream
เริ่มต้นที่ร้านขายเกาลัดในสมัยก่อนที่เสิร์ฟมาในถุงทำมาจากหนังสือพิมพ์ เชฟแพมจึงนำเสนอมูสเกาลัดผสมกับไวท์ช็อกโกแลตมาในกรวยพิมพ์ด้วยลายจากหนังสือพิมพ์นั่นเอง ตัวมูสหวานหอมไม่เบาแต่กรวยมีเนื้อสัมผัสเหนียวไปเล็กน้อย (15/20)
legacy | gold sesame ball / taro / ginko
ต่อด้วยขนมไข่หงษ์ที่เชฟแพมได้รับแรงบันดาลใจมาจากร้านแต้เล่าจิ้นเส็ง ด้านนอกทำมาจากแป้งข้าวเหนียวผสมกับหญ้าชิวคัก ด้านในสอดไส้สามเกลือผสมกับถั่วกวนและเผือกกวน นำลงทอดจนกรอบ เคลือบด้วยงาขาว จบด้วยการชุบกับทองคำรับประทานได้จนมีสีทองสวยงาม (15/20)
potong | “porkhun” / longan / beans / lemon
เข้ามาในถนนเยาวพานิชก็จะเจอกับตึกผลิตยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อ (15/20)
potong | “porkhun” / longan / beans / lemon
เชฟแพมนำยาปอคุนมาผสมผสานกับขนมเต้าทึงน้ำลำไยและนำเสนอมาในรูปของเสือสองตัวและลูกโลกซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของห้างขายยาโพทงนี้เอง องค์ประกอบสีแดงทำมาจากถั่วแดง สีเหลืองทำมาจากแปะก๊วย และสีดำทำมาจากถั่วดำ สุดท้ายคือแยมตรงกลางทำมาจากน้ำลำไย พุทราจีน และยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อลงไปเล็กน้อย (15/20)
simple | opium tube / hazelnut praline / cacao nibs crumble
ร้านโกปี๊หรือกาแฟโบราณเป็นมุมที่ผู้ใหญ่แถวเยาวราชนิยมไปนั่งสูงบุหรี่ ดื่มกาแฟ และอ่านหนังพิมพ์ เชฟแพมจึงนำเสนอออกมาในรูปแบบคล้ายซิการ์ แป้งด้านนอกทำมาจากกาแฟ ด้านในบรรจุ Chocolate crémeux, hazelnut praline และ cacao nibs crumble (15/20)
elegant | salted egg yolk lava / salapao
ปิดท้ายด้วยซาลาเปาไข่เค็มลาวาบนถนนเยาวราช ผิวด้านนอกทำมาจากไวท์ช็อกโกแลต ด้านในบรรจุมูสหมั่นโถวและไข่เค็มลาวา ด้านล่างเป็นองค์ประกอบของข้าวทำเลียนแบบแผ่นกระดาษรองซาลาเปา วิธีรัยประทานให้ยกภาชนะที่ทำเลียนแบบซึ่งโบราณขึ้นมานั่นเอง (15/20)
thank you | fortune
ปิดท้ายด้วยลิ้นชักที่บรรจุขนมใส่ซองเอาไว้ด้านใน (15/20)
thank you | fortune
เปิดออกมาจะพบกับขนมกรอบ ๆ พร้อมกับข้อความบนกระดาษ (15/20)
thank you | fortune
ข้อความที่เราได้เป็นชื่อหนังสือของ Julia Child เขียนเอาไว้ว่า People who love to eat are always the best people. ซึ่งก็ตรงกับความเป็นตัวเราเอาเสียมาก ๆ (15/20)
รีวิวฉบับนี้เพจเราได้รับเชิญจาก Time Out Bangkok เพื่อไปร่วมงาน The Lamiat Selection by Chang ที่ได้รวบรวมห้องอาหารระดับท็อปรังสรรค์ Tasting Menu สุดพิเศษจับคู่กับเครื่องดื่มมาในราคาสุดคุ้มค่า หนึ่งในนั้นคือ Potong ห้องอาหาร Fine Dining ในย่านเยาวราชที่กำลังเป็นกระแสพูดถึงกันปากต่อปากในหมู่นักชิมชาวกรุง เจ้าของร้านคือเชฟแพมมีดีกรีเป็นถึงหนึ่งในคณะกรรมการรายการ Top Chef Thailand ทั้งยังผ่านงานในห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars จากมหานคร New York มาแล้วอีกด้วย
บริเวณชั้นล่างถูกปรับเปลี่ยนจากหน้าร้านขายยาเก่าให้กลายมาเป็นห้องรับรองและตรวจสอบการจอง
ถัดมาคือชั้นสองที่เคยถูกใช้งานเป็นห้องผสมและกักเก็บยาปัจจุบันถูกเปลี่ยนมาเป็นห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งแบบร่วมสมัยภายใต้คอนเซป Juxtaposition
ชั้นสามแต่เดิมเป็นห้องนอนของครอบครัวเชฟแพมแต่ก็ได้ปรับหน้าที่ให้เป็นอีกหนึ่งห้องรับประทานอาหารโดดเด่นด้วยรูปปั้นเทพเจ้ากวนอูและภาพวาด Hand-painted อันปราณีต
ภาพวาดมือบนผนังแสดงถึงรูปเสือซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของยาสตรีปอคุนเอี๊ยะบ๊อ (保坤益母藥)
บริเวณเทอเรสได้รับการปรับปรุงให้เป็นกลาสเฮ้าส์ให้บรรยากาศที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
เชฟแพมทำการ Brine และหมักองค์ประกอบต่าง ๆ รวมไปถึง Dry aging เป็ดด้วยตัวเอง
เชฟแพมนิยามอาหารของตัวเองว่าเป็นสไตล์ Progressive Thai-Chinese Cuisine โดยอาศัยปรัชญา 5-Element คือ Salt, Acid, Spice, Texture และ Maillard Reaction ในการรังสรรค์อาหารจำนวน 20+ คอร์สเพื่อบอกเล่าถึงความทรงจำในวัยเด็กออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยเทคนิคชั้นสูงเทียบเท่ากับร้านอาหารระดับ Michelin Star
ณ บริเวณชั้น Rooftop จะมีทีมเชฟคอยจัดเตรียม Welcome bite และ welcome drink ให้กับลูกค้าทุก ๆ คนภายใต้คอนเซปการปรุงยาเช่นเดียวกับห้างยาโพทงดั้งเดิม
welcome bite & welcome drink
โยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของ ขิง แอปเปิ้ลเขียว และสับปะรด นำไปเทลงในไนโตรเจนเหลวจนแข็งตัวคล้ายซอร์เบท์ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ จากนั้นต่อด้วย Kombucha หรือชาที่ผ่านการหมักมาอย่างน้อย 14 วัน ทั้งยังมีองค์ประกอบของชาอู่หลง แต่งกลิ่นด้วย Elderflower และน้ำแตงโมจนทำให้เครื่องดื่มมีสีแดงระเรื่อสวยงาม
บริเวณชั้นรูปท็อปที่เชฟแพมใช้จัดเสิร์ฟเมนูแรกเรียกความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้าแต่ละคนนั่นเอง
สัญลักษณ์เสือสองตัวและลูกโลกของยาสตรีปอคุนเอี๊ยะบ๊อ (保坤益母藥) น่าจะคุ้นตาบรรดาผู้ที่มีอายุ 30-40 ขึ้นไปเป็นอย่างดี
ภาพแผนผังของตัวอาคารในอดีต
ยาสตรีปอคุนเอี๊ยะบ๊อ (保坤益母藥)
ห้องอาหาร Potong ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรดาร้านขายของริมทางมากมายในซอยวานิช 1 ย่านเยาวราช
ตัวอาคารเป็นตึกห้าชั้นที่ถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายของความเป็นชิโน-โปรตุกีสทั้งเคยถูกใช้งานเป็นร้านขายและผลิตยาสตรีปอคุนเอี๊ยะบ๊อ (保坤益母藥) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910
[WHY GO] เชฟแพมเปลี่ยนโฉมอาคารเก่าที่ส่งต่อกันมาถึง 4 รุ่นให้กลายมาเป็นอีกหนึ่งจุดหมายทางอาหารที่สำคัญในย่านเยาวราช ทุกคอร์สประกอบไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อนแต่นำเสนอออกมาอย่างเรียบง่ายตรงตามความหมายของชื่อร้าน พนักงานทุกคนให้บริการอย่างเป็นกันเอง ราคาอาหารถือว่าเหมาะสมเทียบกับบรรยากาศและจำนวนคอร์ส จากที่กล่าวมาทำให้ Potong เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่มีใจรักในอาหารไทย-จีนและควรค่าแก่การแวะมาชิมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดูสักครั้งนั่นเอง