Visit: April 1, 2023

🇹🇭 Signature Bangkok - ซิกเนเจอร์ แบงค็อก

👨🏻‍🍳 Chef Thierry Drapeau - เชฟเทียร์รี่ ดราโป

117, 39-40 Phayathai Rd, Ratchathewi, Bangkok THAILAND

Tel: 02-309-3939

Cuisine

🍴 French - อาหารฝรั่งเศส

Country

Thailand

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

16.5/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] Signature Bangkok เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่เรามีโอกาสไปชิมตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เปิดทำการและด้วยรสชาติ เทคนิค และอัตลักษณ์ของเชฟ Thierry Drapeau ทำให้เรายังคงแวะกลับมาชิมเป็นประจำทุกปี กระทั่งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2022 ตัวร้านได้รับการเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟 1 MICHELIN Star อย่างเต็มตัว

          

🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถเดินทางมายัง VIE Hotel Bangkok ด้วยรถส่วนตัวหรือรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี เมื่อกดลิฟต์มายังชั้น 11 จะพบกับพนักงานคอยต้อนรับและตรวจสอบการจอง มื้ออาหารจะเริ่มต้นด้วยการนำเสิร์ฟ Surprise Canapés กันบริเวณเลาจน์ที่ตกแต่งออกมาในสไตล์ Art Deco จากนั้นพนักงานจะเชิญลูกค้าไปที่โต๊ะอาหารหลัก อย่าลืมเลือกจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมทัศนียภาพมุมสูงช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ารวมไปถึงแสงสียามค่ำคืนของตึกสูงและห้างสรรพสินค้าในย่านราชเทวี อีกฝั่งหนึ่งเป็นโต๊ะติดผ้าม่านกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มซึ่งจะเปิดออกช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. เผยให้เห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ที่แอบซ่อนอยู่หลังฉากราวกับเป็นเวทีการแสดงทางอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาจากด้านหน้าหรือเดินไปรอบ ๆ ห้องครัวเพื่อชมการจัดแสดงวัตถุดิบ, การเตรียมอาหาร ไปจนถึงขั้นตอนการจัดแต่งจานโดยมีพนักงานในชุดกระโปรงลายดอกไม้คอยแนะนำอย่างเป็นกันเองตลอดทั้งมื้อ

🎗 [THE CHEF] เชฟ Thierry Drapeau เกิดที่เมือง Nantes ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเขาได้รับอิทธิพลทางอาหารจากคุณพ่อและมีโอกาสฝึกงานกับห้องอาหารชั้นนำอย่าง Le Central ในเมือง Guilvinec และ Le Manoir de la Comète (1 MICHELIN Star) ในเมือง Saint-Sébastien sur Loire ตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากอายุครบ 18 ปี Thierry Drapeau เริ่มต้นสายงานเชฟมืออาชีพกับห้องอาหารระดับ Haute Cuisine มากมายเช่น La Truffe Noire (1 MICHELIN Star) ในเมือง Neuilly-sur-Seine, Le Grand Véfour ห้องอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของกรุง Paris, Le Bateau Ivre (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Le Bourget du Lac, Gill ในเมือง Rouen, Le Clos de la Violette ในเมือง Aix-en-Provence และ L’Escale (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Carry-le-Rouet หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Thierry Deapeau ได้เปิดห้องอาหารแห่งแรกเป็นของตัวเองขึ้นในปี 1996 ที่เมือง Les Sables d’Olonne โดยใช้ชื่อว่า Auberge Robinson และได้รับรางวัล 😋 Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide France แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเขามากที่สุดคือการรับงานควบคุม Restaurant Thierry Drapeau à la Chabotterie ห้องอาหารในปราสาทเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ในเมือง Saint-Sulpice-le-Verdon ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2010 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2011 กระทั่งช่วงปลายปี 2020 เชฟ Thierry Drapeau ได้บรรลุข้อตกลงกับ VIE Hotel Bangkok ในการย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร Signature Bangkok และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

🎗 [THE FOOD] เชฟ Thierry Drapeau อาศัยหลักปรัชญา “Cuisine of the Soil” ในการนำเสนอวัตถุดิบคุณภาพสูงรวมไปถึงรสชาติทั้งจากผืนดินและผืนทะเลให้กับลูกค้าได้สัมผัส แต่ละคอร์สใน Set Menu ล้วนมีองค์ประกอบของผัก ผลไม้ และดอกไม้รับประทานได้ภายใต้คอนเซป Floral Cuisine เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของตัวเชฟเองซึ่งใช้ชีวิตอยู่บริเวณ Loire Valley มาอย่างยาวนานโดยแบ่งออกเป็น 8 Course Flower Bouquet (4,100++/p) และ 5 Course Flower Bouquet (3,700++/p) สำหรับใครที่เป็น Vegetarian ทางร้านยังมี 5 Course Vegetarian Bouquet (3,200++/p) รองรับด้วยเช่นกัน ในรอบนี้เราขอยกตัวอย่างจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น

✨ L’asperge
French Asparagus | Bergamot | Tagette

คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟตั้งนำเสนอความหลากหลายของหน่อไม้ฝรั่งซึ่งเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ เริ่มต้นที่ Asparagus Paper บางกรอบให้รสชาติหวานปนเค็มนิด ๆ ในแผ่นเดียว ส่วนจานหลักคือ Poached Fresh Asparagus ที่ได้จากการนำหน่อไม้ฝรั่งคัดไซซ์มาอย่างดี Poached จนสุก กรอบนอก แต่ยังคงความฉ่ำและหวานด้านใน ข้างกันคือ Asparagus Tart เรียงกันอย่างสวยงามเพิ่มมิติทางความกรอบด้วยถั่วคั่ว อีกฝั่งหนึ่งคือ Bergamot Sabayon และ Cedar Chutney ช่วยเสริมความเปรี้ยวให้กับจาน สุดท้ายคือ Asparagus Velouté ท็อปด้วย Lemon Foam เข้ากันได้ดีเป็นที่สุด คอร์สนี้นำเสนอมาคู่กันกับ Lemon Bread นุ่ม ๆ ให้อโรมาหอม ๆ และความขมที่ดีของเลมอน (17/20)

✨ La Mer
“Laurent Daniel” Fish | Chiang Mai Vegetable | 14 Spices of Maroccan

ปลา Monk Fish ส่งตรงมาจากฝรั่งเศสโดยคุณ Laurent Daniel เพื่อนของเชฟได้จัดการหามาให้ เชฟนำไปจี่บนกระจนได้เนื้อสัมผัสหนึบพอเหมาะ ด้านบนคือ Chutney มะม่วงให้รสหวานและสลัดผักหลายชนิดจากจังหวัดเชียงใหม่ ชิ้นสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือคือเนื้อมะพร้าวท็อปด้วยข้าวเกรียบกรอบและโยเกิร์ต จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ประกอบขึ้นจากเครื่องเทศจากแถบประเทศโมร็อกโกถึง 14 ชนิดให้อโรมาที่โดดเด่นไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ (17/20)

✨ Le Pigeon
Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower

Main Course ในวันนี้คือ Bresse Pigeon หรือนกพิราบจากเมือง Bresse เชฟเลือกใช้ส่วนอกนำไปหมักกับไวน์ขาวเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare เพื่อคงความฉ่ำของเนื้อ ข้างกันคือ Cherry Compote, Cherry Jelly และ Cherry Chutney ให้รสเปรี้ยวตัดกันกับความเข้มข้นของเนื้อนกที่ราดด้วยซอส Pigeon Jus ได้อย่างลงตัว ยังมีองค์ประกอบของถั่วคลุกกับเนยจนได้ความหอมมัน สุดท้ายคือ Pistachio Tartelette กรอบ ๆ ตรงกลางบรรจุองค์ประกอยที่เตรียมขึ้นมาจากเครื่องในนกพิราบให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนโดยไร้ซึ่งกลิ่นคาวแม้แต่น้อย (17/20)

🎗 [WHY GO] องค์ประกอบที่หลากหลายในแต่ละคอร์สและเทคนิคการปรุงอันซับซ้อนของเชฟ Thierry Drapeau สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้มากขึ้นกว่าเดิม พนักงานทุกคนให้บริการแบบเรียบง่ายและเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไป ราคาอาหารเทียบกับบรรยากาศถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จากที่กล่าวมาเราอาจพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า Signature Bangkok เป็นห้องอาหารระดับ Haute Cuisine ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งกรุงเทพอย่างแน่นอน

Price :

4,800++/p

Parking :

จอดรถที่โรงแรม VIE Hotel Bangkok

Operating Time :

อังคาร-อาทิตย์ 18.00-22.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารฝรั่งเศสที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

อาหาร :

16.5

ราคา :

3/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

3/5

Map

📃 LE GRAND BOUQUET (4,800++)

          

Surprise Canapés

Amuse Bouche

Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos

L’asperge

French Asparagus | Bergamot | Tagette

Le Saint Jacques

“Glênan” Scallop | Potagère | Borage

La Mer

“Laurent Daniel” Fish | Chiang Mai Vegetable | 14 Spices of Maroccan

Le Pigeon

Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower

Le Fromage

“Les Frères Marchand” Cheese

Plaisirs Sucré

Pomerol | Rose | Cosmos

La Fraise

Gariguette Strawberry | Yuzu | Oxalis | Begonia

Surprise du Vergers

🇹🇭 Signature – ซิกเนเจอร์

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

🍴 French – อาหารฝรั่งเศส

👨🏻‍🍳 Chef Thierry Drapeau – เชฟเทียร์รี่ ดราโป

Surprise Canapés

มื้ออาหารเริ่มต้นด้วย Canapés เรียกน้ำย่อยถึง 4 อย่าง ในภาพคือ Potato Tartelette ทาร์ตมันฝรั่งขนาดจิ๋ว ตรงกลางบรรจุสลัดและมูสมันฝรั่งมัน ๆ ตัดกันกับความกรอบของไข่ปลาแซลมอนและกระเทียมต้นฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปทอด จากนั้นจบด้วยการโรยผง Terragon Powder ลงไปเพิ่มเติมแต่งอโรมาให้หอมยิ่งขึ้น(16/20)

Surprise Canapés

Blue Crab Salad ประกอบขึ้นจากเนื้อปูม้าสด ๆ จับคู่มากับเจลลี่ปูม้าตกแต่งด้วยสมุนไพรเอเชียนานาชนิดจัดเสิร์ฟมาในกระดองปูช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี (16/20)

Surprise Canapés

Waffle Caviar เป็นเมนูที่เชฟนำเสนอวาฟเฟิลที่มีสีดำจากดีหมึกเคี้ยวกรอบแล้วท็อปด้านบนด้วยคาเวียร์คุณภาพสูง เพิ่มความสดชื่นด้วยไข่มุกที่เตรียมมาจากแตงกวา เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยไข่ปลาแซลมอนนั่นเอง (16/20)

Surprise Canapés

Black Ink Crispy Rice หรือข้าวเกรียบดีหมึกกรอบ ๆ ท็อปด้วยปลา Haddock รมควัน เชฟเติมแต่งรสชาติด้วยความเปรี้ยวของโฟมเลมอน และความฉุนของวาซาบิมายองเนส (16/20)

Surprise Canapés

ทั้งหมดจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (16/20)

Amuse Bouche
Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos

หลังจากนั้นพนักงานจะพาเรามานั่งที่โต๊ะแล้วจัดเสิร์ฟ Amuse Bouche ที่เตรียมขึ้นมาจากวัตถุดิบหลักคือมะเขือเทศนั่นเอง องค์ประกอบแรกคือ Gazpacho หรือซุปเย็นที่ประกอบขึ้นจากชั้นล่างสีเขียวเตรียมมาจากผักต่าง ๆ ด้านบนท็อปด้วยโฟมของมะเขือเทศ Heirloom เสริมด้วยอโรมาเฉพาะตัวของมะกอกดำ อย่าลืมตักให้ครบทุกองค์ประกอบในหนึ่งคำเพื่อความสดชื่น (17/20)

Amuse Bouche
Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos

ต่อกันด้วยมะเขือเทศ Heorloom สด ๆ ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิจับคู่กับองค์ประกอบอันหลากหลายของมะเขือเทศทั้ง Tomato Purée, Tomato Pearl และ Tomato Chutney ช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัสให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น (17/20)

Amuse Bouche
Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos

คอร์สนี้จบด้วยขนมปังทะเขือเทศจับคู่มากับเนยมะเขือเทศและครัมเบิ้ลมะกอกดำให้รสชาติที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร (17/20)

Signature Bread

สำหรับขนมปังทางร้านนำเสนอยีสต์ที่เชฟหมักเองตั้งแต่เปิดร้านเตรียมออกมาเป็น Sourdough ที่กรอบนอกนุ่มในจับคู่มากับ Les Beurres Bordier จากแคว้น Brittany

L’asperge
French Asparagus | Bergamot | Tagette

คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟตั้งนำเสนอความหลากหลายของหน่อไม้ฝรั่งซึ่งเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ (17/20)

L’asperge
French Asparagus | Bergamot | Tagette

เชฟแนะนำให้เริ่มต้นที่แผ่น Asparagus Paper บางกรอบให้รสชาติหวานปนเค็มนิด ๆ ต่อด้วย Poached Fresh Asparagus ที่ได้จากการนำหน่อไม้ฝรั่งคัดไซซ์มาอย่างดี Poached จนสุก กรอบนอก แต่ยังคงความฉ่ำและหวานด้านใน ข้างกันคือ Asparagus Tart เรียงกันอย่างสวยงามเพิ่มมิติทางความกรอบด้วยถั่วคั่ว อีกฝั่งหนึ่งคือ Bergamot Sabayon และ Cedar Chutney ช่วยเสริมความเปรี้ยวให้กับจาน (17/20)

L’asperge
French Asparagus | Bergamot | Tagette

สุดท้ายคือ Asparagus Velouté ท็อปด้วย Lemon Foam เข้ากันได้ดีเป็นที่สุด (17/20)

L’asperge
French Asparagus | Bergamot | Tagette

คอร์สนี้นำเสนอมาคู่กันกับ Lemon Bread นุ่ม ๆ ให้อโรมาหอม ๆ และความขมที่ดีของเลมอน (17/20)

Le Saint Jacques
“Glênan” Scallop | Potagère | Borage

หอยเชลล์ยักษ์จากหมู่เกาะ Glênan ในแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำมานึ่งจนสุก นุ่ม และหวาน เคลือบด้วยซอส Beurre Blanc ให้ความครีมมี่และความนวล ด้านบนท็อปด้วย Scallop Wing Pearl รวมไปถึงดอก Borage และสาหร่ายพวงองุ่น ด้านล่างคือ Potagère หรือสลัดที่ประกอบขึ้นจากหอมใหญ่, กระเทียมต้น และผักโขมสับและผัดรวมกันนั่นเอง (16/20)

Le Saint Jacques
“Glênan” Scallop | Potagère | Borage

จากนั้นพนักงานจะเทราด Beurre Blanc Cream Sauce ลงไปช่วยเชื่อมทุกเนื้อสัมผัสเข้าด้วยกัน (16/20)

La Mer
“Laurent Daniel” Fish | Chiang Mai Vegetable | 14 Spices of Maroccan

ปลา Monk Fish ส่งตรงมาจากฝรั่งเศสโดยคุณ Laurent Daniel เพื่อนของเชฟได้จัดการหามาให้ เชฟนำไปจี่บนกระจนได้เนื้อสัมผัสหนึบพอเหมาะ ด้านบนคือ Chutney มะม่วงให้รสหวานและสลัดผักหลายชนิดจากจังหวัดเชียงใหม่ ชิ้นสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือคือเนื้อมะพร้าวท็อปด้วยข้าวเกรียบกรอบและโยเกิร์ต จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ประกอบขึ้นจากเครื่องเทศจากแถบประเทศโมร็อกโกถึง 14 ชนิดให้อโรมาที่โดดเด่นไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ (17/20)

Le Pigeon
Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower

Main Course ในวันนี้คือ Bresse Pigeon (17/20)

Le Pigeon
Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower

เชฟเลือกใช้ส่วนอกนำไปหมักกับไวน์ขาวเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare เพื่อคงความฉ่ำของเนื้อ ข้างกันคือ Cherry Compote, Cherry Jelly และ Cherry Chutney ให้รสเปรี้ยวตัดกันกับความเข้มข้นของเนื้อนกที่ราดด้วยซอส Pigeon Jus ได้อย่างลงตัว (17/20)

Le Pigeon
Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower

ยังมีองค์ประกอบของถั่วคลุกกับเนยจนได้ความหอมมัน (17/20)

Le Pigeon
Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower

สุดท้ายคือ Pistachio Tartelette กรอบ ๆ ตรงกลางบรรจุองค์ประกอยที่เตรียมขึ้นมาจากเครื่องในนกพิราบให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนโดยไร้ซึ่งกลิ่นคาวแม้แต่น้อย (17/20)

Le Fromage
“Les Frères Marchand” Cheese

สำหรับคอร์สชีสทางร้านนำเข้ามาจาก Fromage Les Frères Marchand เราสามารถเลือกชิมได้ 4 อย่างประกอบไปด้วย Brin d’Amour, Comté, Camembert และ Brillat-Savarin

Le Fromage
“Les Frères Marchand” Cheese

ชีสเสิร์ฟมาคู่กับโคนกรอบบรรจุองค์ประกอบของแอเปิ้ลและหัวหอม ข้างกันคือ Fruit Bread หรือขนมปังผลไม้นั่นเอง

Plaisirs Sucré
Pomerol | Rose | Cosmos

ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Granita ที่เตรียมขึ้นมาจากลิ้นจี่และ Pomerol (17/20)

Plaisirs Sucré
Pomerol | Rose | Cosmos

องร์ประกอบในถ้วยคือ Sponge Cake นเลเยอร์บั้นกลางคือ Vanilla Cream องค์ประกอบด้านบนสุดคือ Rose Jelly และ Crispy Rose หอม ๆ (17/20)

Plaisirs Sucré
Pomerol | Rose | Cosmos

จากนั้นพนักงานจะเทราดกรานิต้าลงไปจนเต็มถ้วย (17/20)

La Fraise
Gariguette Strawberry | Yuzu | Oxalis | Begonia

อาหารหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่ Gariguette จับคู่กับอโรมาเฉพาะตัวของพริกหวาน ตรงกลางคือ Verbena Cream หอม ๆ ท็อปด้วย Verbena Sugar กรอบ ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ผสมผสานกันระหว่างสตรอว์เบอร์รี่และพริกหวานลงไปนั่นเอง (17/20)

Surprise du Vergers

ปิดท้ายด้วยของหวาน Petits Fours เสิร์ฟมาพร้อมกัน

Surprise du Vergers

ในเซ็ตประกอบไปด้วย Chocolate Millefeuille, Calamansi and Almond Mousse และ Caramel Toffee

Surprise du Vergers

ชิ้น Lolipop ที่ตรงกลางบรรจุ Apple Tartin และ Apple Jelly และโฟมหอมมัน

Surprise du Vergers

ในกระถางนี้เราต้องดึงรากออกมาเพื่อพบกับขนม Hazelnut Chocolate

Surprise du Vergers

Surprise Egg ที่เราต้องทุบให้เพื่อเผยให้เห็นขนมข้างใน

Madeleine

จากนั้นพนักจะมอบขนม Madeleine ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย

🎗 [INTRO] Signature Bangkok เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่เรามีโอกาสไปชิมตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เปิดทำการและด้วยรสชาติ เทคนิค และอัตลักษณ์ของเชฟ Thierry Drapeau ทำให้เรายังคงแวะกลับมาชิมเป็นประจำทุกปี กระทั่งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2022 ตัวร้านได้รับการเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟 1 MICHELIN Star อย่างเต็มตัว

🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถเดินทางมายัง VIE Hotel Bangkok ด้วยรถส่วนตัวหรือรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี

มื้ออาหารจะเริ่มต้นด้วยการนำเสิร์ฟ Surprise Canapés กันบริเวณเลาจน์ที่ตกแต่งออกมาในสไตล์ Art Deco

จากนั้นพนักงานจะเชิญลูกค้าไปที่โต๊ะอาหารหลัก

อย่าลืมเลือกจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมทัศนียภาพมุมสูงช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ารวมไปถึงแสงสียามค่ำคืนของตึกสูงและห้างสรรพสินค้าในย่านราชเทวี

บรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ตกดิน

อีกฝั่งหนึ่งเป็นโต๊ะติดผ้าม่านกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มซึ่งจะเปิดออกช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. เผยให้เห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen

ภายในห้องอาหาร

🎗 [THE FOOD] เชฟ Thierry Drapeau อาศัยหลักปรัชญา “Cuisine of the Soil” ในการนำเสนอวัตถุดิบคุณภาพสูงรวมไปถึงรสชาติทั้งจากผืนดินและผืนทะเลให้กับลูกค้าได้สัมผัส แต่ละคอร์สใน Set Menu ล้วนมีองค์ประกอบของผัก ผลไม้ และดอกไม้รับประทานได้ภายใต้คอนเซป Floral Cuisine เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของตัวเชฟเองซึ่งใช้ชีวิตอยู่บริเวณ Loire Valley มาอย่างยาวนานโดยแบ่งออกเป็น 8 Course Flower Bouquet (4,100++/p) และ 5 Course Flower Bouquet (3,700++/p) สำหรับใครที่เป็น Vegetarian ทางร้านยังมี 5 Course Vegetarian Bouquet (3,200++/p) รองรับด้วยเช่นกัน

ห้องครัวแบบ Open Kitchen แอบซ่อนอยู่หลังฉากราวกับเป็นเวทีการแสดงทางอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ

ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาจากด้านหน้าหรือเดินไปรอบ ๆ ห้องครัวเพื่อชมการจัดแสดงวัตถุดิบ, การเตรียมอาหาร ไปจนถึงขั้นตอนการจัดแต่งจานโดยมีพนักงานในชุดกระโปรงลายดอกไม้คอยแนะนำอย่างเป็นกันเองตลอดทั้งมื้อ

🎗 [THE CHEF] เชฟ Thierry Drapeau เกิดที่เมือง Nantes ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเขาได้รับอิทธิพลทางอาหารจากคุณพ่อและมีโอกาสฝึกงานกับห้องอาหารชั้นนำอย่าง Le Central ในเมือง Guilvinec และ Le Manoir de la Comète (1 MICHELIN Star) ในเมือง Saint-Sébastien sur Loire ตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากอายุครบ 18 ปี Thierry Drapeau เริ่มต้นสายงานเชฟมืออาชีพกับห้องอาหารระดับ Haute Cuisine มากมายเช่น La Truffe Noire (1 MICHELIN Star) ในเมือง Neuilly-sur-Seine, Le Grand Véfour ห้องอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของกรุง Paris, Le Bateau Ivre (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Le Bourget du Lac, Gill ในเมือง Rouen, Le Clos de la Violette ในเมือง Aix-en-Provence และ L’Escale (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Carry-le-Rouet หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Thierry Deapeau ได้เปิดห้องอาหารแห่งแรกเป็นของตัวเองขึ้นในปี 1996 ที่เมือง Les Sables d’Olonne โดยใช้ชื่อว่า Auberge Robinson และได้รับรางวัล 😋 Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide France แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเขามากที่สุดคือการรับงานควบคุม Restaurant Thierry Drapeau à la Chabotterie ห้องอาหารในปราสาทเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ในเมือง Saint-Sulpice-le-Verdon ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2010 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2011

กระทั่งช่วงปลายปี 2020 เชฟ Thierry Drapeau ได้บรรลุข้อตกลงกับ VIE Hotel Bangkok ในการย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร Signature Bangkok และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

🎗 [WHY GO] องค์ประกอบที่หลากหลายในแต่ละคอร์สและเทคนิคการปรุงอันซับซ้อนของเชฟ Thierry Drapeau สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้มากขึ้นกว่าเดิม พนักงานทุกคนให้บริการแบบเรียบง่ายและเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไป ราคาอาหารเทียบกับบรรยากาศถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จากที่กล่าวมาเราอาจพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า Signature Bangkok เป็นห้องอาหารระดับ Haute Cuisine ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งกรุงเทพอย่างแน่นอน

🌟 1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน

หลังจากเดินสู่โรงแรมลูกค้าต้องกดลิฟต์มายังชั้น 11 จะพบกับพนักงานคอยต้อนรับและตรวจสอบการจอง

บริเวณทางเข้าโรงแรม