Visit: November 30, 2019

🇪🇸 La Salgar - ลา ซัลกา

Museo Etnografico del Pueblo de Asturias, Paseo Dr. Fleming, 887, 33203 Gijón, Asturias, Spain

Tel: (+34) 985 331 155

Cuisine

🍴 Modern Cuisine - อาหารยุคใหม่

Country

Spain

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

15/20

Price

3/5
          
🐂 La Salgar ห้องอาหารสเปนชื่อดังใจกลางเมือง Gijón เน้นเสิร์ฟอาหารสเปนท้องถิ่นประจำเเคว้น Auturias โดยเฉพาะ ลูกค้าสามารถเลือกเซ็ตเมนูได้ 2 อย่างคือ Traditional Menu หรือ Esther Menu แต่สำหรับใครที่ต้องการลิ้มลองอาหารท้อนถิ่นพื้นเมืองของเเคว้นเเอสทูเรียที่ปรุงโดยสุดยอดเชฟติดดาวมิชลิน เราเเนะนำให้สั่ง Traditional Menu โดยอาหารในคอร์สจะเป็นเมนูอาหารจำเพาะที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสเปนในเเถบนี้เท่านั้นอย่างเช่น Asturias faba bean stew หรือสตูถั่วฟาบาชิ้นโตเสิร์ฟมาในซุปทำจากไวน์แดง มี Maize Flatbread “Torto” เป็นเเผ่นแป้งบางกรอบทอปด้านบนด้วยหอมใหญ่กงฟี ไข่คน และกาบราเล่ชีสท้องถิ่น ยังมี Croquettes เมนูที่ดูง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เเต่ทางร้านทำออกมาได้ดีจนกลายเป็นเมนูแนะนำประจำร้าน ห้ามพลาดกับของหวานอย่าง Asturias rice pudding ขนมทำจากข้าวที่มีต้นกำเนิดจากเเคว้นแอสทูเรียเเละกลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

🐂 ตัวร้านเปิดมาตั้งเเต่ปี ศ.ศ 2004 โดยตั้งอยู่ใจกลางเมือง Gijòn ติดกันกับพิพิธภัณฑ์ Pueblo de Asturias Folk Museum ภายในตกแต่งหรูหราตามแบบห้องอาหาร Fine Dining มีรูปเงาวัวกระทิงติดอยู่บนผนัง มีโคมไฟสีส้มขนาดใหญ่ส่องสว่างลงมายังกลางโต๊ะ อีกฝั่งหนึ่งของร้านเป็นกระจกบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวของสวนสวยในพิพิธภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Esther และ Nacho Manzano และน้องสาว Sandra Manzano ผู้ฝากผลงานไว้กับห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินอย่าง Casa Martial ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน รสชาติอาหารโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐาน บางเมนูอาจฟังดูแปลกสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอาหารสเปนท้องถิ่น แต่ขอบอกเลยว่าเมื่ออยู่ในมือของเชฟระดับติดดาวมิชลิน 2 ดวงเเล้วทำให้อาหารหลายๆอย่างรสชาติอร่อยและทานง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว

Price :

54-76 €/p

Parking :

จอดรถหน้าร้าน

Operating Time :

อาทิตย์ + อังคาร 13.30-16.30 พุธ-เสาร์ 13.30-16.30, 20.30-23.30 ปิดวันจันทร์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 อาหารพื้นบ้านของเเคว้น Asturias ทานไม่ยาก รสชาติดี

อาหาร :

15

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Traditional Set Menu (54€/p + Vat)

          
Bread & butter

Chicken soup with fine foam

Mussels

Anchovy airbag

Ham croquette

Our handmade scrambled stew with corn

Asturian bean stew with pork

Free range chicken with slow cooked rice

Celery panna cotta with apple water and fennel

Asturian rice pudding

Petit Four

📃 A la carte menu
Orange biscuit with English custard, mango ice cream and caramelized mango (8.25 €)

🇪🇸 La Salgar – ลา ซัลกา

⭐️ 1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน

🐂 ตัวร้านเปิดมาตั้งเเต่ปี ศ.ศ 2004 โดยตั้งอยู่ใจกลางเมือง Gijòn ติดกันกับพิพิธภัณฑ์ Pueblo de Asturias Folk Museum

Amuse bouche
Chicken soup with fine foam, Mussels, Anchovy airbag

สำหรับอมูสบูชทางร้านนำเสิร์ฟพร้อมกัน 3 อย่างบนปะกงรัง

Chicken soup with fine foam

อย่างแรกคือซุปไก่ ที่ทางร้านตั้งชื่อให้ว่าเป็น Asturias Beer เพราะดูจากภายนอกหน้าตาคล้ายเบียร์ มองเผินๆเเล้วก็ดูไม่ต่างจากซุปทั่วๆไป แต่พอทานเข้าไปเเล้วต้องร้องว้าว ตัวซุปไม่ได้เหลวซะทีเดียวเเบบคอนซอมเม่ เเต่มีเนื้อสัมผัสนุ่มมากๆ ไม่ข้นจนเกินไป หอมกลิ่นซุปไก่ รสชาติออกเค็มเล็กน้อย เเต่ทีเด็ดของการตัดรสเค็มของซุปไก่ไม่ให้เด่นจนเกินไปอยู่ที่โฟมข้างบนที่เราขอยอมรับเลยว่าเป็น fine foam สมกับที่ร้านตั้งชื่อไว้ เพราะเนื้อโฟมนุ่มมากๆ เหมือนฟองเบียร์ (15/20)

Mussels

ถัดมาคือหอยแมลงภู่ ทานกับครีมสีส้มข้างล่างทำจากหอยเเมลงภู่เช่นกัน ตัวหอยเคี้ยวหนึบ มีกลิ่นหอมทะเล แต่ไม่มีกลิ่นแรงๆของหอยเหมือนร้านอาหารบ้านเรา คนไม่ชอบหอยก็ทานได้อร่อย (14/20)

Anchovy airbag

ถัดมาถือแป้งพัฟกรอบ ข้างในมีแองโชวี่ครีม มีรสเค็มเบาๆ แองโชวี่ทำออกมาได้ดีมากเพราะทางร้านขจัดกลิ่นมีแรงๆของวัตถุดิบหลักออกไปได้จนหมด ข้างบนคือคาเวียร์ ทานคำเดียวอร่อยใช้ได้เลย (14/20)

Ham croquette

เมนูพื้นเมืองอย่างแรกคือ Croqueta de jamón หรือแฮมโครเก็ต ทอดมาสีเหลือง ผิวบางกรอบ ข้างในเป็นชีสเนื้อเนียน มีกลิ่นหอม เเซมด้วยเเฮมมีรสเค็มเล็กน้อยเเละยังเพิ่มเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างเเละกลิ่นสโม้กกี้ขึ้นมา (13/20)

Our handmade scrambled stew with corn

ถัดมาคืออีกหนึ่งเมนูพื้นเมืองอย่าง Revuelto de la Casa sobre Torto de Maíz ข้างล่างเป็นขนมปัง flat bread ทำจากข้าวโพดแป้งกรอบ บาง มีกลิ่นหอมของข้าวโพดชัดเจน ข้างบนเป็นไข่คนหรือ scrambled egg ผสมกับ onion confit และ Cabrales cheese แป้งกรอบกับไข่คนทำให้เกิดความแตกต่างของเนื้อสัมผัส หัวหอมใหญ่กงฟีมากมีกลิ่นเพียงอ่อนๆ ไม่แรงจนเกินไปขนาดคนที่ไม่ชอบทานหอมใหญ่ก็ทานได้ สุดท้ายคือกาบราเลชีส ซึ่งเป็นชีสนมวัวในกลุ่ม Blue cheese ผลิตโดยโรงบ่มชีสในเเคว้น Asturias เท่านั้น มีกลิ่นเเละเนื้อสัมผัสค่อนข้างมีเอกลักษณ์ เสริมให้จานนี้อร่อยยิ่งขึ้นไปอีก เมนูนี้ดูผ่านๆหน้าตาอาจเหมือนอาหารริมทางทั่วไป แต่รสชาติที่ทำออกมาไม่ธรรมดาเลยทีเดียว (14/20)

Asturian bean stew with pork

ถัดมาคือ Fabada Asturiana หรือที่รู้จักกันสั้นๆว่า Fabada สตูว์ถั่วพื้นเมืองชื่อดังของเเคว้น Asturias เสิร์ฟมาร้อนๆ เมนูนี้ปกตินิยมทานกันมากในช่วงฤดูหนาว ถั่วมีเมล็ดค่อนข้างใหญ่ ทางร้านจะนำถั่วไปแช่น้ำก่อนหนึ่งคืน จากนั้นนำมาปรุงกับไวน์แดง เนื้อสัมผัสข้างในของถั่วค่อนข้างสาก ความเเข็งระดับเดียวกับถั่วเหลืองบดบ้านเราเเต่ไม่เเข็งเท่าถั่วลิสง สตูมีกลิ่นสโมกกี้ ทานกับเนื้อหมู ข้างๆกันคือไส้กรอกหมูหรือ chorizo รสออกเปรี้ยว และไส้กรอก black pudding หรือ morcilla เนื้อนุ่มเกือบละลายในปาก (13/20)

Free range chicken with slow cooked rice

ถัดมาคือ Arroz con pitu de caleya ข้าวหน้าไก่สูตรพื้นเมืองของแคว้น Asturias เนื้อไก่บ้านพื้นเมืองมองภายนอกอาจดู แห้งๆ เเต่ข้างในยังคงนุ่มอยู่เป็นผลมาจากการ slow cooked ข้าวมีรสเค็ม มีกลิ่นหอมคล้ายๆกับข้าวผัดกับซีอิ๊วเเถบเอเชียบ้านเรา Arroz หรือเมล็ดข้าวสเปนเคี้ยวหนึบ มีเนื้อสัมผัสที่พิเศษ หาไม่ได้จากที่อื่น อร่อยมากๆ (15/20)

Celery panna cotta with apple water and fennel

สำหรับขนมหวานจานเเรกคือ Panacota de apio con agua de manzana e hinojo หรือพานาคอตต้าทำจากเซเลอรี่เนื้อเนียน หอม หวาน อร่อย ทานกับผลแอปเปิ้ลเขียวที่หั่นมาเป็นทรงกลมสองชิ้น ดอกไม้ทานได้ ราดด้วยน้ำแอปเปิ้ลเขียวรสหวานอมเปรี้ยวข้างบนช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมากๆ สุดท้ายคือเฟนเนลเเช่เเข็งและน้ำแข็งกรานิต้า บอกเลยว่าแอปเปิ้ลกับพานาคอตต้านำมาจับคู่กันเเล้วเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด (15/20)

Asturian rice pudding

สุดท้ายคือเมนูขนมหวานคลาสสิคอย่าง Arroz con leche a la asturiana หรือพุดดิ้งข้าวแอสทูเรียน่า เมนูขนมหวานพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากเเคว้น Asturias เเต่มีรสอร่อยจนกลายเป็นขนมหวานที่นิยมไปทั่วโลก ข้างล่างเป็นข้าวที่นำไปหุงกับนมจนได้เนื้อสัมผัสมันๆคล้ายข้าวเหนียวมูลบ้านเรา เเต่เคี้ยวหนึบมากกว่า ข้างบนคือน้ำตาลคาราเมลไลซ์รสหวานหอม ตอนทานจะได้กลิ่นหอมและความครีมมี่ของนมกับน้ำตาลเข้ากันได้ดี อร่อยสุดๆ (16/20)

Orange biscuit with English custard, mango ice cream and caramelized mango (8.25 €)

สำหรับขนมหวานที่เราสั่งเพิ่มมาพิเศษคือ Galleta de naranja con crema inglesa, helado de mango y mango caramelizado หรือบิสกินกรอบทำจากส้ม ข้างล่างเป็นคัสตาร์ดสไตล์อังกฤษเนื้อเนียน ไอศกรีมมะม่วงรสหวานหอม และมะม่วงสุกฝานบางๆ และนำไปคาราเมลไลซ์รสมีชั้นบางกรอบของน้ำตาลข้างบน ถือเป็นการนำมะม่วงสุกมาประยุกต์ทำเป็นเมนูใหม่ได้อย่างดี (15/20)

Petit Four
Chocolate praline with black tea, butter cookies, orange candies

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยเปอตีส์โฟว์ประกอบด้วยช็อกโกแลตพราลีนที่มีส่วนผสมของชาดำ มีรสหวาน คุกกี้เนย และเจลลี่รสส้มโรยน้ำตาล (12/20)

Bread & butter
corn bread, white bread, rye bread

ขนมปังมีให้เลือกสามอย่างคือขนมปังทั่วไปขอบด้านนอกเเข็ง ส่วนตรงกลางจะนุ่มที่สุด ถัดมาคือขนมปังธัญพืชตรงกลางจะมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวมากขึ้น สุดท้ายคือขนมปังข้าวโพด ที่ตรงกลางจะเเข็งที่สุดในบรรดาขนมปังสามอย่าง มีกลิ่นหอมของข้าวโพดเบาๆ ทานกับเนยที่ทางร้านทำเอง (12/20)

ราคา 110.20 € หรือประมาณ 3,750 บาทสำหรับสองคน

สมุดเมนู

ภายในตกแต่งหรูหราตามแบบห้องอาหาร Fine Dining มีรูปเงาวัวกระทิงติดอยู่บนผนัง มีโคมไฟสีส้มขนาดใหญ่ส่องสว่างลงมายังกลางโต๊ะ

อีกฝั่งหนึ่งของร้านเป็นกระจกบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวของสวนสวยในพิพิธภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน

บริเวณเคาเตอร์บาร์

⭐️ 1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน

🔆 1 Repsol Sun – 1 เรปโซล

อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Esther และ Nacho Manzano และน้องสาว Sandra Manzano ผู้ฝากผลงานไว้กับห้องอาหารระดับ 2 ดาวมิชลินอย่าง Casa Martial ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน

หน้าร้าน