Visit: February 14, 2023

🇨🇭 Gasthaus Zur Fernsicht - Incantare - กาสต์โฮส ซูว์ เฟียนซิทต์ - อินคันทาเร

👨🏻‍🍳 Chef Tobias Funke - เชฟโทเบียส ฟุงเคอร์

Seeallee 10, 9410 Heiden, Switzerland

Tel: (+41) 71 898 40 40

Cuisine

🍴 Classic Cuisine, Creative - อาหารคลาสสิค, อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Switzerland

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

18.5/20

Price

5/5
          

🎗 [INTRO] วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราตัดสินใจขับรถฝ่าหิมะผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวไปยังห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวร้านตั้งอยู่บนภูเขาที่ความสูง 802 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในภูมิภาค Appenzell ณ เมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Heiden

          

🎗 [THE PLACE] หลังจากขับรถมาถึงลูกค้าสามารถหาจอดรถได้ริมทางฝั่งเดียวกับตัวร้านโดย Gasthaus Zur Fernsicht เป็นคอมเพล็กซ์ของโรงแรมและห้องอาหารที่ควบคุมโดยเชฟ Tobias Funke สำหรับใครที่เลือกจองร้าน Incantare พนักงานจะพาเราขึ้นไปยังบริเวณชั้นสอง ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยมีผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสในขณะฝั่งอื่น ๆ ตกแต่งด้วยรูปภาพสเก็ตช์ของเมนูที่เคยจัดเสิร์ฟในห้องอาหารแห่งนี้ โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าลินินสีขาวโดยมีโคมไฟส่องสว่างลงมาตรงกลาง ในช่วงวาเลนไทน์ทางร้านยังตกแต่งด้วยลูกโป่งสีแดงและช่อกุหลาบเพื่อเพิ่มความโรแมนติคให้กับมื้อพิเศษนี้สมกับชื่อร้าน Incantare ที่แปลจากภาษาอิตาลีได้ว่าความสุขหรือความหลงไหลนั่นเอง

🎗 [THE CHEF & FOOD] Tobias Funke เกิดในนคร Zurich ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทั้งยังเคยผ่านงานในห้องอาหารชื่อดังอย่าง Kunststuben ในเมือง Küesnacht (ปัจจุบันคือห้องอาหาร RICO’S) มาแล้วอีกด้วย ในปี 2015 เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรวค์ตำแหน่ง Executive Chef ให้กับ Gasthaus Zur Fernsicht ควบคุมห้องอาหารทั้งหมดคือ Gasthaus Zur Fernsicht – Incantare (🌟🌟2 MICHELIN Stars), Gasthaus Zur Fernsicht – Swiss Alpine (😋 Bib Gourmand, 🍀 MICHELIN Green Star), Fernsicht Bar, Fondue Chalet และ My Gondola ในส่วนของห้องอาหารเรือธงอย่าง Incantare นำเสนออาหารที่มีความลงตัวระหว่างอาหารคลาสสิคและอาหารเชิงสร้างสรรค์ ในช่วงที่เราไปทางร้านนำเสนอ Valentine Menu เพียงแบบเดียวจำนวน 5 คอร์สที่ราคา 250 CHF ต่อคนโดยอาหารทุกจานได้นับการปรับเปลี่ยนจากเมนูปกติเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของวันวาเลนไทน์นั่นเอง ส่วนใครที่ไปในช่วงปกติทางร้านจะนำเสนอ Incantare Menu จำนวน 4 คอร์สที่ราคา 195 CHF ต่อคนแต่ลูกค้าสามารถเพิ่มจำนวนคอร์สอีก 2 คอร์สได้ในราคา 40 CHF และคอร์สชีสอีก 15 CHF สำหรับรายการไวน์ก็ไม่น้อยหน้ากันเพราะทางร้านคัดสรรทั้งไวน์ท้องถิ่นคุณภาพดีและไวน์จากแหล่งอื่น ๆ รวมกันกว่า 1,000 Vintages นำเสนอมาในราคาที่จับต้องได้ เมนูที่โดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น

Price :

195-250 CHF

Parking :

จอดริมถนนหน้าร้าน

Operating Time :

อังคาร-เสาร์ 19.00-24.00 ปิดวันจันทร์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดห้องอาหารระดับสูงที่ดีที่สุดใน Canton แห่ง Appenzell

อาหาร :

18.5

ราคา :

5/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

4/5

Map

📃 VALENTINE MENU (250 CHF)

          

AMUSE BOUCHE

BALFEGO THUNA

Jalapeno und Rettich

GAMBA ROJA DE DÈNIA

Federkohl und Butternusskürbis

TORTELLINI MIT ARVENHOLZ-KÄSE

Wilder Broccoli

WILDFANG STEINBUTTT

Schweizer Safran

SCHWEIZER KALB

Topinambur und Salzzitrone

CRU CHUAO 68%

Blätterteig und Granny-Smith

FRIANDISES

🇨🇭 Gasthaus Zur Fernsicht – Incantare – กาสต์โฮส ซูว์ เฟียนซิทต์ – อินคันทาเร

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🏵🏵🏵️🏵 18/20 Gault&Millau – 18/20 โก&มีโย

👨🏻‍🍳 Chef Tobias Funke – เชฟโทเบียส ฟุงเคอร์

🍴 Classic Cuisine, Creative – อาหารคลาสสิค, อาหารเชิงสร้างสรรค์

AMUSE BOUCHE

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยหอยนางรม Gillardeau สด ๆ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างครีมมี่ เชฟจับคู่กับหอมแดงบ่มและเจลหอมแดง ตรงกลางคือบีทรูทกรอบ ๆ ที่วางเรียงมาเป็นรูปดอกกุหลาบ ทั้งนี้เนื้อสัมผัสของบีทรูทกลับไม่ได้รบกวนความนุ่มของหอยนางรมแต่อย่างใด ด้านล่างมี Ice Pearl ช่วยเพิ่มความกรอบ ด้านล่างรองด้วย Kolralbi สับเกือบละเอียดแบบ Tartare และองค์ประกอบของ Sea Radish (19/20)

LAIB UND SEELE

สำหรับขนมปังนั้นคุณ Werner Kast รับหน้าที่เตรียมขึ้นมาเองในห้องครัวทั้งหมดโดยขนมปังชิ้นแรกคือ Spice Bread เตรียมมาจากธัญพืช (Wheat) และข้าวไรย์ (Rye) โดยใส่เกลือลงไปน้อยกว่าปกติ ขนมปังชนิดที่สองเตรียมมาจากธัญพืช (Wheat), ข้าวไรย์ (Rye) และ สเปลท์ (Spelt) ใช้สำหรับปาดซอสต่าง ๆ โดยไม่รบกวนรสชาติที่แท้จริงของซอสนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี สำหรับเนยนั้นเชฟคัดเลือกน้ำนมจากผู้ผลิตชีสชื่อดัง Willi Schmid ใน Toggenburg แล้วเตรียมออกมาด้วยตัวเองได้ 2 ชนิดคือ Butter “Nature” สีส้มที่ได้มาจาก Caramelized Whey ของนมวัวสายพันธุ์ Jersey และ Butter “Koji” สีขาวให้รสชาติอุมามิและอโรมาของการรมควันโดยที่ตัวเนยไม่ได้ผ่านการรมควันแม้แต่น้อย

BALFEGO THUNA
Jalapeno und Rettich

ก่อนเข้าจานหลักเชฟนำเสนอ Balfego Tuna ซึ่งเป็นในปลาทูน่าที่คุณภาพดีที่สุดในโลก (18/20)

BALFEGO THUNA
Jalapeno und Rettich

เชฟเลือกใช้ส่วน Akami นำไปผ่านกระบวนการ Dry Aging ก่อนจะสับเป็น Tartare นุ่มหนึบ ในด้านของอโรมานั้นได้จากความหอมของ Sesame Mayonnaise นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของ Watermelon Radish หรือแรดิชสีแดงและ Marinated Black Radish หรือแรดิชดำหมัก ชิ้นสีเขียวบาง ๆ ด้านบนคือสาหร่าย Nori เมื่อตักเข้าปากเราสามารถสัมผัสได้ถึงพริกหวาน Green Jalapeno องค์ประกอบสีเขียวรอบ ๆ คือซุปเย็นหรือ Gazpacho และ Miso Bubbles ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ (18/20)

BALFEGO THUNA
Jalapeno und Rettich

อีกหนึ่งเสิร์ฟย่อยข้าง ๆ กันคือแผ่นงากรอบ ๆ ท็อปด้วย Dry Aged Balfego Tuna Toro, งาขาว, สาหร่าย Nori และแรดิชดำนั่นเอง (18/20)

จากพนักงานงานจะเท Welcome Drink ให้กับลูกค้าทุกคน

LAIB UND SEELE

พนักงานนำเสิร์ฟขนมปังชนิดที่สอง

GAMBA ROJA DE DÈNIA
Federkohl und Butternusskürbis

คอร์สนี้เชฟนำเสนอ Gamba Roja หรือกุ้งแดงจากแหล่งจับระดับโลกอย่างเมือง Dènia ทางตะวันออกของประเทศสเปน (18/20)

GAMBA ROJA DE DÈNIA
Federkohl und Butternusskürbis

เชฟนำกุ้งแดงไปเผาไฟเพียงเล็กน้อย พนักงานแนะนำให้ดูดส่วนหัวที่สอดไส้เนื้อกุ้งแดงที่สับเป็น Tartare ตรงกลางคือเนื้อกุ้งย่างมาให้รสหวานโดยธรรมชาติ สำหรับมิติทางเนื้อสัมผัสเชฟเลือกใช้ความกรอบจากขากุ้งและสลัดผัก Kale ย่าง นอกจากนี้ยังมีฟักทองน้ำเต้าดองและมะนาวนิ้วมือเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมรสชาติหวานของเนื้อกุ้งให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ซอสสีส้มเตรียมมาจาก Brown Butter ให้ความหอม มัน และรสชาติที่เข้มข้นเสริมด้วยน้ำมันผัก Kale และครีมผักเข้ากันได้ดีกับรสชาติของมันกุ้ง (18/20)

GAMBA ROJA DE DÈNIA
Federkohl und Butternusskürbis

องค์ประกอบข้างกันคือผัก Kale ชุบแป้งทอดกรอบแบบ Tempura หยอดด้วยครีมฟักทองน้ำเต้าให้รสหวานและเนื้อกุ้งหมักท็อปอยู่ด้านบน (18/20)

TORTELLINI MIT ARVENHOLZ-KÄSE
Wilder Broccoli

ถัดมาคือคอร์ส Vegetarian ที่เตรียมออกมาได้อย่างน่าสนใจ องค์ประกอบแรกคือ Tortellini หรือพาสต้าทรงเกี๊ยวที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเอง ด้านในสอดไส้ Arvenholz – Käse ซึ่งเป็นชีสพิเศษจาก Willi Schmid ที่บ่มพร้อมกับ Swiss Pine Wood หรือต้นสนจนแสดงออกถึงกลิ่นได้อย่างชัดเจน เชฟราดด้วยครีมสีขาวที่เตรียมมาจาก Cedar Kernel ด้านบนท็อปด้วย Enoki หรือเห็ดเข็มทองทอดกรอบ ตรงกลางคือไข่นกกระทาที่ผ่านการ Poached มาเป็นอย่างดีจนไข่แดงไหลเยิ้มออกมาเป็นลาวา ข้างกันคือบล็อคโคลี่ป่าเสิร์ฟมาในรูปแบบย่างและสับละเอียดเป็น Tartare ส่วนองค์ประกอบชั้นนอกสุดคือน้ำสต๊อกเห็ดและน้ำมันสองชนิดคือ Chervil Oil และ Pine Oil นั่นเอง (17/20)

WILDFANG STEINBUTTT
Schweizer Safran

ปลา Turbot ธรรมชาติอบจนสุกในน้ำ Seaweed Garum ที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาจากสาหร่าย Salicornia จนมีความความอุมามิแฝงอยู่ด้วย เนื้อปลามีความหนึบสู้ฟันแต่ไม่เหนียวและไม่กระด้าง เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยถั่วแระช่วยเพิ่มความกรอบและแบ่งอีกส่วนหนึ่งนำเสนอเป็น Tartare ผสมกับแอปเปิ้ล Granny Smith และ Summer Savory ข้าง ๆ กันคือองค์ประกอบของ Albelic Caviar ท็อปด้วยสาหร่าย Salicornia และ Irish Moss ส่วนซอสสีเหลืองและน้ำมันสีเหลืองเข้มรอบ ๆ เตรียมมาจาก Swiss Saffron หรือหญ้าฝรั่นที่เจริญเติบโตในเขต Wolfhalden ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้อโรมาที่หอมโดดเด่นไม่แพ้ Saffron จากประเทศอื่น ๆ เลยทีเดียว (18/20)

SCHWEIZER KALB
Topinambur und Salzzitrone

คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำเสนอแก้มลูกวัวที่ผ่านการตุ๋นมานาน 12 ชั่วโมงก่อนจะนำไปย่างและ Glaze ด้วยรสเผ็ดพอประมาณ (18/20)

SCHWEIZER KALB
Topinambur und Salzzitrone

ข้างกันคือสลัดแก่นตะวันและเลมอนดองล้อมรอบด้วย Purée แก่นตะวัน เชฟเพอ่มความกรุบกรอบด้วยการใส่บัควีทและแผ่นกรอบที่เจรียมมาจากแก้นตะวันสอดไส้ Tartare เนื้อลูกวัวปรุงรสเผ็ดเล็กน้อยเสริมด้วยรสที่ได้จากเลมอนดอง ด้านบนท็อปด้วยบัควีทโฟม จากนั้นจึงเทราดซอส Jus ที่เตรียมมาจากแก้มวัวและน้ำมันต้นหอมจีนลงไปช่วยเบรคความมันของเนื้อและความหวานของแก่นตะวันไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป (18/20)

SCHWEIZER KALB
Topinambur und Salzzitrone

Tartare ที่เชฟได้จากการนำเนื้อลูกวัวไปย่างเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีกลิ่นหอมก่อนจะนำมาสับจนเกือบละเอียดเสริมด้วยรสเปรี้ยวของแอปริคอต รสเผ็ดจากพริกไทย และความกรอบจากแผ่นรูปลูกวัว (18/20)

CRU CHUAO 68%
Blätterteig und Granny-Smith

ปิดท้ายด้วยของหวานอันประกอบไปด้วยไอศกรีมโฮมเมด Grand Cru Couverture “Cru Chuao 68%” ด้านล่างรองด้วยแอปเปิ้ล Granny Smith สับละเอียดเป็น Tartare ตัดกันกับความกรอบของ Puff Pastry ตรงกลางคือครีมพริกไทยและถั่ววอลนัทคั่ว ซอสรอบ ๆ เครียมมาจาก Sorrel, Oxalis และ แอปเปิ้ล Granny Smith (18/20)

CRU CHUAO 68%
Blätterteig und Granny-Smith

นอกจากนี้ยังมี Tartelette ขนาดจิ๋วเสิร์ฟมาพรอ้มกับ Air Chocolate เบาละมุน ละลายในปากอีกด้วย (18/20)

CRU CHUAO 68%
Blätterteig und Granny-Smith

ทั้งสององค์ประกอบเสิร์ฟมาพร้อมกัน (18/20)

FRIANDISES

ปิดท้ายด้วยขนมที่หยิบยกองค์ประกอบที่เราได้ชิมกันไปในค่ำคืนนี้มาทำเป็นอาหารหวานชิ้นจิ๋วเรียงจากฝั่งซ้ายบนคือ Tartelette with Pumpkin Seed and Apple Jelly, White Chocolate with Pine Nuts, Snickers, Blood Orange and Chocolate Chip, Saffron and Hazelnut และ Jerusalem Artichoke and Buckwheat Ice Cream

FRIANDISES

พนักงานจัดเสิร์ฟมาในลิ้นชักน่ารัก ๆ

FRIANDISES

ยังมีของฝากติดไม้ติดมือกลับไปบ้านพร้อมกับรายการเมนูของวันนี้

รายการไวน์ในมื้อนี้

รายการไวน์ในมื้อนี้

💰 ราคา 1,456 €

🎗 [INTRO] วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราตัดสินใจขับรถฝ่าหิมะผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวไปยังห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวร้านตั้งอยู่บนภูเขาที่ความสูง 802 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในภูมิภาค Appenzell ณ เมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Heiden

🎗 [THE PLACE] หลังจากขับรถมาถึงลูกค้าสามารถหาจอดรถได้ริมทางฝั่งเดียวกับตัวร้านโดย Gasthaus Zur Fernsicht เป็นคอมเพล็กซ์ของโรงแรมและห้องอาหารที่ควบคุมโดยเชฟ Tobias Funke

โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าลินินสีขาวโดยมีโคมไฟส่องสว่างลงมาตรงกลาง

ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายโดยมีผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสในขณะฝั่งอื่น ๆ ตกแต่งด้วยรูปภาพสเก็ตช์ของเมนูที่เคยจัดเสิร์ฟในห้องอาหารแห่งนี้

ในช่วงวาเลนไทน์ทางร้านยังตกแต่งด้วยลูกโป่งสีแดงและช่อกุหลาบเพื่อเพิ่มความโรแมนติคให้กับมื้อพิเศษนี้สมกับชื่อร้าน Incantare ที่แปลจากภาษาอิตาลีได้ว่าความสุขหรือความหลงไหลนั่นเอง

สำหรับใครที่เลือกจองร้าน Incantare พนักงานจะพาเราขึ้นไปยังบริเวณชั้นสอง

🎗 [THE CHEF & FOOD] Tobias Funke เกิดในนคร Zurich ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ทั้งยังเคยผ่านงานในห้องอาหารชื่อดังอย่าง Kunststuben ในเมือง Küesnacht (ปัจจุบันคือห้องอาหาร RICO’S) มาแล้วอีกด้วย ในปี 2015 เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรวค์ตำแหน่ง Executive Chef ให้กับ Gasthaus Zur Fernsicht ควบคุมห้องอาหารทั้งหมดคือ Gasthaus Zur Fernsicht – Incantare (🌟🌟2 MICHELIN Stars), Gasthaus Zur Fernsicht – Swiss Alpine (😋 Bib Gourmand, 🍀 MICHELIN Green Star), Fernsicht Bar, Fondue Chalet และ My Gondola

ในส่วนของห้องอาหารเรือธงอย่าง Incantare นำเสนออาหารที่มีความลงตัวระหว่างอาหารคลาสสิคและอาหารเชิงสร้างสรรค์ ในช่วงที่เราไปทางร้านนำเสนอ Valentine Menu เพียงแบบเดียวจำนวน 5 คอร์สที่ราคา 250 CHF ต่อคนโดยอาหารทุกจานได้นับการปรับเปลี่ยนจากเมนูปกติเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของวันวาเลนไทน์นั่นเอง ส่วนใครที่ไปในช่วงปกติทางร้านจะนำเสนอ Incantare Menu จำนวน 4 คอร์สที่ราคา 195 CHF ต่อคนแต่ลูกค้าสามารถเพิ่มจำนวนคอร์สอีก 2 คอร์สได้ในราคา 40 CHF และคอร์สชีสอีก 15 CHF สำหรับรายการไวน์ก็ไม่น้อยหน้ากันเพราะทางร้านคัดสรรทั้งไวน์ท้องถิ่นคุณภาพดีและไวน์จากแหล่งอื่น ๆ รวมกันกว่า 1,000 Vintages นำเสนอมาในราคาที่จับต้องได้

🎗 [WHY GO] หลังจบมื้ออาหารพวกเราทั้ง 5 คนลงความเห็นไปในทางเดียวกันว่านี่คือห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาหารทุกจานเต็มไปด้วยความซับซ้อนทางเทคนิคและยังคงรสชาติที่ดีและเข้าถึงง่ายโดยไม่จำเป็นต้องคิดหรือตีความมากนัก พนักงานให้บริการดีและเป็นกันเองตามมาตรฐานห้องอาหารระดับสูงทั้งยังสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคบ่ว ทีม Sommelier สามารถตอบคำถามได้ตรงจุดและแนะนำไวน์ท้องถิ่นได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับใครที่แวะมาท่องเที่ยวแถบทะเลสาบ Konstanz หรือนคร Sankt Gallen น่าจะลองเผื่อเวลาเพื่อเดินทางมายังห้องอาหารแห่งนี้หรือแม้กระทั่งจองห้องพักที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดในราคาเพียง 295 CHF ต่อคืนต่อสองคนรวมอาหารเช้าก็ได้เช่นกัน