Visit: September 27, 2019

🇦🇹 Pfefferschiff - เฟฟเฟอร์ชิฟ

👨🏻‍🍳 Chef Jürgen Vigné

Söllheim 3, 5300 Hallwang bei Salzburg, ออสเตรีย

Tel: +43662661242

Cuisine

🍴 Classic Cuisine - อาหารคลาสสิค

Country

Austria

MICHELIN Guide

1 MICHELIN Star

Score

15/20

Price

2/5
          
🚤 The Pepper Ship หนึ่งในร้านอาหารชื่อดังแห่งเมืองซาลซ์บูร์ก เปิดทำการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 ตัวร้านตั้งอยู่ที่ประตูเมืองเก่าหรือที่เรียกกันว่าย่าน Söllheim ห่างจากใจกลางเมืองราวๆ 3 กิโลเมตร ทางเข้าค่อนข้างลึกลับซับซ้อน ต้องเข้าซอยขนาดเล็กที่รถขับสวนกันไม่ได้ ระหว่างที่ขับรถสังเกตเห็นว่าข้างทางมืดมาก ไม่มีคนหรือรถขับผ่านเลยเเม้เเต่คันเดียวจนนึกว่าขับรถหลงทาง ขับต่อมาเรื่อยๆจะพบกับร้านอาหารขนาดเล็กเปิดไฟสีส้มสลัว อยู่ข้างๆโบสถ์เก่า มองเห็นแต่ระยะไกลเพราะเป็นบ้านหลังเดียวในแถบนี้ที่เปิดไฟอยู่ ตัวร้านปรับปรุงใหม่จากบ้านเก่าที่ก่อสร้างมาตั้งเเต่ยุค Biedermeier Period หรือยุคศิลปะเฟื่องฟูในยุโรปกลาง ทำตัวตัวบ้านมีอายุกว่า 380 ปี มองจากภายนอกเห็นเป็นอาคารสองชั้น ข้างๆกันเป็นโบสถ์น้อยสีครีมชมพูที่อาจดูน่ารักในตอนกลางวัน แต่หากผ่านมาตอนกลางคืนก็แอบดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน ภายในร้านมีขนาดไม่ใหญ่มาก ตกแต่งแบบบ้านไม้ดั้งเดิม ประดับด้วยไฟสีส้มสลัว กระทั่งพนักงานเสิร์ฟก็ยังใส่เสื้อผ้าแบบท้องถิ่นดูน่ารักดี ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองแต่มีคนเเวะมาทานอาหารไม่ขาดสาย ฉะนั้นการเข้ามาทานอาหารที่นี่ต้องจองมาก่อนเท่านั้น

🐟 อาหารของที่นี่ควบคุมโดยโดยเชฟ Jürgen Vigné เสิร์ฟอาหารยุโรปคลาสสิค ทางร้านมีเซ็ทเมนูให้เลือกสองอย่าง อย่างละสี่คอร์ส หรือจะเลือกทานเป็นเมนูอลาคาร์ทก็ได้ เราเลือกสั่งเซ็ท Menu Pfefferschiff และสั่งอลาคาร์ทเพิ่มอีก 1 อย่าง รสชาติอาหารทุกจานทำออกมาดีกว่ามาตรฐาน มีบางจานที่โดดเด่นถึงขนาดน่าจดจำ ราคาค่อนข้างสูง เพราะนอกจากราคาอาหารที่ว่าสูงสำหรับอาหารเพียงสี่คอร์สแล้ว ยังมีค่าขนมปังเพิ่มเติมอีก 4 EUR และค่าบริการต่อคนเพิ่มเติมอีกคนละ 10 EUR เเต่หากเทียบกับรสชาติอาหารที่อยู่เหนือมาตรฐานกลางของร้านอาหารระดับ 1 ดาว ถือว่าไม่แย่จนเกินไป

Price :

90-100 £/p

Parking :

จอดหน้าร้าน

Operating Time :

18.00-23.0 ปิดวันอาทิตย์-จันทร์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 อาหารรสชาติดี ไม่ผิดหวัง ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูงทุกจาน ราคาสูงสักเล็กน้อย

อาหาร :

15

ราคา :

2/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Menu Pfefferschiff (89 EUR++)

          
Amuse-bouche
calamari fritti with sesame glass noodles salad

Salmon Trout
confit
asparagus / vinaigrette / herbs

Soup Collection
miso & wild garlic

Easter Young Lamb
braised
wild garlic polenta / spring vegetables

Pear
marinated & flamed
nettle / szechuan pepper / mojito

Petit Fours
nougat macaron & marmalade biscuit

📃 A La Carte Menu

Homemade Bread (4 EUR)

Asparagus Soup (16 EUR)
ravioli with fresh cheese

🇦🇹 Pfefferschiff – เฟฟเฟอร์ชิฟ

⭐️ 1 Michelin Star – 1 ดาวมิชลิน

Salmon Trout
confit
asparagus / vinaigrette / herbs

ปลาแซลมอนเทร้าท์ที่นำไปกงฟีในอุณหภูมิต่ำมากๆจนเนื้อนุ่ม เเทบจะลาะลายในปากได้เลย รองด้านล่างด้วยซอสรากูสมุนไพรที่มีส่วนผสมของหน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ เมล็ดสน และน้ำมัน scallion oil ทอปด้านบนด้วยแรดิช หน่อไม้ฝรั่งทอด ตัวซอสมีรสชาติเปรี้ยวหวานแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของผัก เสริมรสหวานอ่อนๆของเนื้อแซลมอนได้เป็นอย่างดี (16/20)

Soup Collection
miso & wild garlic

ต่อมาคือคอร์สซุปซิกเนเจอร์ของทางร้าน เป็นซุปคอลเล็คชั่นที่เสิร์ฟมาสองอย่างพร้อมเครื่องเคียงวางอยู่คู่กัน เริ่มจากขวาไปซ้าย อย่างแรกซุปสีเขียวคือโฟมซุปกระเทียมขาว มีเนื้อสัมผัสเบาเนื่องจากเป็นโฟมซุป มีกลิ่นกระเทียมพอเหมาะ นุ่มและหอมมากๆ ทานคู่กับสตรอว์เบอร์รี่ครีมโรลรสหวานกรอบ ถัดมาคือซุปดาชิควินัวมิโสะแบบญี่ปุ่น ชิมเเล้วต้องร้องว้าวกับรสชาติที่ทำออกมาราวกับไปทานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นติดดาวเลยทีเดียว โดยเสิร์ฟให้ทานคู่กับเกี๊ยวสอดไส้เนื้อลูกวัวรองด้านล่างด้วยรากูเห็ดกลิ่นหอม (16/20)

Asparagus Soup (16 EUR)
ravioli with fresh cheese

ถัดมาคือโฟมซุปหน่อไม้ฝรั่ง ด้านล่างคือซอสรากูที่มีส่วนประกอบของมะเขือเทศหน่อไม้ฝรั่ง และผักต่างๆ ทอปด้านบนด้วยราวิโอลีสอดไส้ครีมชีสและกระเทียมป่า ซุปโฟมเนื้อสัมผัสค่อนข้างเบา เนียน นุ่ม ออกรสอมเปรี้ยวอ่อนๆของหน่อไม้ฝรั่ง ตัดด้วยรสหวานเปรี้ยวของผักต่างๆ ราวิโอลีชีสเองก็มีกลิ่นหอม มีรสเค็มอ่อนๆ เข้ากันได้ดี (15/20)

Amuse-bouche
calamari fritti with sesame glass noodles salad

คาลามารีฟริตตี้ หรือหนวดหมึกทอด ทานกับสลัดวุ้นเส้นทำจากงา ทอปด้านบนด้วยชัทนีทำจากมะม่วงและมะละกอ และซอสสีเหลืองคือชิลลี่เมโย หนวกหมึกทอดออกมาดีมาก ไม่เเห้ง ไม่มัน สลัดวุ้นเส้นกับซอสรสเปรี้ยวหวาน ชวนให้นึกถึงอาหารไทยอยู่เหมือนกัน (14/20)

Pear
marinated & flamed
nettle / szechuan pepper / mojito

สำหรับของหวานคือลูกแพร์ตุ๋นแล้วนำไปทอร์ชจนผิวด้านนอกคาราเมลไลซ์มีรสหวาน มีกลิ่นหอมทานกับครีมทำจากเนทเทิ่ลต้ม เซเรลรี่ทอดกรอบ ซอเบท์โมฮิโต้รสเปรี้ยวตัดกับรสหวานของลูกแพร์ได้เป็นอย่างดี สุดท้ายราดซอสทำจากพริกไทยเสฉวนเพิ่มรสเผ็ดอ่อนๆ ปกติเราเป็นคนไม่ชอบทานลูกแพร์ แต่จานนี้ต้องยอมรับเลยว่าเป็นลูกแพร์ที่อร่อยมาก เราเองทานจนหมดเลย (16/20)

Petit Fours
nougat macaron & marmalade biscuit

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยมาการองสอดไส้ทอฟฟี่นูแกท กับบิสกิตมามาเลดเคลือบช็อกโกแลต (11/20)

Homemade Bread (4 EUR)
french ficelle, baguette, walnut bacon bread and sunflower seeds bread

ขนมปังที่นี่มีสี่อย่าง เริ่มจากรูปกระสวยคือฟิเซลล์ฝรั่งเศสทำจากมันฝรั่งเสิร์ฟมาอุ่นๆ ถัดมาคือบาเก็ต ขนมปังวอลนัทเบคอน และขนมปังเมล็ดทานตะวัน (13/20)

Homemade Bread (4 EUR++)
white garlic dip, salt, natural butter, brown butter and sea salt butter

ทานกับซอสกระเทียมขาวสีเขียว เเละเนยสี่อย่างคือเนยธรรมชาติ บราวน์บัตเตอร์และเนยเกลือ เนยทั้งสี่แบบอร่อยหมดทุกอย่างเลยทีเดียว (13/20)

Apfel & Morellenfeuer

น้ำแอปเปิ้ลและเบอรี่พื้นเมืองที่มีขายในร้าน รสอร่อยมากๆโดยเฉพาะน้ำแอปเปิ้ล ห้ามพลาดเลย (13/20)

Latte Macchiato (6.5 EUR)

กาแฟลาเต้รสชาติดี นุ่มใช้ได้ (12/20)

ราคา 135.90 EUR หรือประมาณ 4,600 บาท

ภายในร้านมีขนาดไม่ใหญ่มาก ตกแต่งแบบบ้านไม้ดั้งเดิม ประดับด้วยไฟสีส้มสลัว กระทั่งพนักงานเสิร์ฟก็ยังใส่เสื้อผ้าแบบท้องถิ่นดูน่ารักดี

มีการตกแต่งด้วยรูปปั้นกระต่ายน้อย

อีกตัว

ภายในร้านอาหาร

👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳 17/20 Gault & Millau (3 Torques) – โกทมีโยไกด์ (หมวก 3 ใบ)

ตัวร้านปรับปรุงใหม่จากบ้านเก่าที่ก่อสร้างมาตั้งเเต่ยุค Biedermeier Period หรือยุคศิลปะเฟื่องฟูในยุโรปกลาง ทำตัวตัวบ้านมีอายุกว่า 380 ปี มองจากภายนอกเห็นเป็นอาคารสองชั้น ข้างๆกันเป็นโบสถ์น้อยสีครีมชมพูดูน่ารักในตอนกลางวัน

ข้างๆกันเป็นโบสถ์น้อยสีครีมชมพูดูน่ารักในตอนกลางวัน แต่หากผ่านมาตอนกลางคืนก็แอบดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน

ตัวร้านตั้งอยู่ที่ประตูเมืองเก่าหรือที่เรียกกันว่าย่าน Söllheim ห่างจากใจกลางเมืองราวๆ 3 กิโลเมตร